ธีทัตหลุบมองมือที่คาหน้าตักตัวเองแล้วระบายยิ้มแ่เบา หันกลับไปสวนอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย
“ยอมเชื่อแล้วเหรอครับ”
การโต้ตอบกลับสมน้ำสมเนื้อเรียกเสียงขำระลอกหนึ่ง ภูริชเป็เพลงให้มีจังหวะสนุกสนานขึ้นเล็กน้อย ระหว่างนั้นก็ชวนคนขับสนทนาไปพลางๆอย่างเช่นที่ทำมาก่อนหน้า ท้ายที่สุดก็เผลอหลับไหลไปตอนไหนก็มิอาจทราบได้
รู้ตัวอีกทีก็มาถึงหน้ารีสอร์ทที่ตัวเองเลือกมากับมือ
“ถึงแล้วเหรอ”
ถามเสียงงัวเงียและตั้งสติสักพักจึงลงมาเตรียมหยิบของหลังรถ
อากาศเย็นแม้จะสวมเสื้อฮูดดี้ช่างสดชื่น ่นี้ยังเป็่ปลายหน้าฝนเลยชะละล้างฝุ่นไปได้เยอะ อากาศที่นี่จึงสะอาดกว่ากรุงเทพกว่ามากโข
รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยใกล้ถนนใหญ่แห่งหนึ่งใจกลางเมืองเชียงราย เขาเคยมาพักหนึ่งครั้งและถูกใจกับความเงียบสงบ ยังดื่มด่ำได้ไม่ทันไรก็ต้องใยามเพื่อนร่วมทริปถือกระเป๋าเป้ของเขารวมถึงของตัวเองเรียบร้อย
“คุณ มันหนักนะนั่น เดี๋ยวผมถือ”
“คุณเก็บของมาให้หมดก่อน”
ไม่มีทางเลือกนอกจากเวียนกลับไปเก็บข้าวของและล๊อครถให้เป็ปกติ ยิ่งได้อยู่ด้วยกัน….ผู้ชายตรงหน้าคลับคล้ายคลับคลาพ่อเขาขึ้นทุกทีสิหน่า
ภูริชเข้าเช็คอินและมีพนักงานเดินพานำมาที่รีสอร์ทหลังวีไอพีที่จองไว้ คล้ายบ้านไม้หนึ่งชั้นขนาดใหญ่ สองห้องนอนและน้ำ หนึ่งห้องนั่งเล่น ฟีเจอร์ระเบียงกว้างขวาง ที่สำคัญกักเก็บเสียงจากภายนอกได้เป็อย่างดี
ซึ่งเป็โอกาสดีที่จะได้มีเตียงนอนตัวเองสบายๆเสียที
“คุณหิวไหม”
ร่างสูงใหญ่ที่เปลี่ยนเป็ชุดลำลองหลังอาบน้ำขจัดความเหนียวออกถามไถ่คนที่กำลังพันผ้าขนหนูอยู่กลางห้อง
แต่หน้าคมสันของธีทัตตื่นตะลึงคล้ายใ รวบจับผ้ามิดชิด
เห็นมากกว่านี้ก็เห็นมาแล้ว ยังจะมาทำเขินอาย คนผิดคิดโดยไม่สำนึก
“คุณเคาะก่อนเข้ามาสิ”
“ฮ่าๆๆ”
เอ็ดเสียงดุแต่หนุ่มวัยยี่สิบแปดไม่สนใจในการเสียมารยาทโดย ‘เจตนา’ ของตน พูดตามตรงก็เพราะเขาอยากแกล้งนี่ล่ะ
ช่วยไม่ได้ หมอนี่ไม่ได้ล๊อคห้องตัวเองนี่นา
“แล้วหิวไหม ถ้าหิวจะพาไปหาอะไรกิน”
ธีทัตคิดว่าการได้มื้อเย็นลงท้องก่อนนอนคงดีไม่น้อย ตอนนี้กินเวลาไปเพียงแค่ทุ่มกว่าเท่านั้น
“คุณมาบ่อยเหรอ”
ถามไถ่บุคคลที่ใส่กางเกงช้างและเสื้อยืดขาวโอเวอร์ไซส์ จากลักษณะการเดินย่านกลางเมืองซึ่งผ่านบ้านผู้คนมากมาย ภูริชเดินโดยไม่แม้แต่จะเปิดแมพใดๆ
“สองสามครั้ง ผมชอบมาเที่ยวที่นี่”
การสนทนาหยุดไว้เพียงเท่านั้นยามมาถึงจุดหมายปลายทาง บริเวณลานโล่งติดถนนใหญ่เป็กลุ่มเหล่าตลาดที่คับแน่นด้วยไทยและเทศ แสงสีประดับประดาน่าเดิน ซึ่งแน่นอนว่าของกินคงรอมากมายเช่นกัน
ระหว่างเดินซื้อของกินธีทัตรู้สึกว่าตัวเองเป็ต่างชาติขึ้นมาเสียดื้อๆ ภาษาเหนือที่เคยได้ยินนับครั้งได้ พอได้ยินจริงๆกับหูอื้อไปข้าง เขาฟังออกแค่ภาษาอีสานเพราะครอบครัวส่วนหนึ่งอยู่ฝั่งนั้น พอเป็เหนือแท้จึงงงยู่พักใหญ่
ไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดไว้
“คุณฟังเหนือออกเหรอ”
ถามร่างสูงข้างตัวที่กำลังรอปลาหมึกย่างด้วยกัน เท่าที่สังเกตอีกฝ่ายดูคุยหัวเราะกับแม่ค้าหลายคนอย่างเป็กันเอง ขัดกับเขาที่ถามซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าอะไรนะครับ
ทว่าภูริชยกมือบ้องหูเขาแจ้งสิ่งที่เล่นเอาเกือบหลุดขำ
“จริงๆผมฟังไม่ออก”
สองเพื่อนหนุ่มชั่วคราวอิ่มหนำสำราญจากมื้อเย็นโดยที่ไม่ต้องหอบไปถึงห้องเดินย่อยกลับรีสอร์ทไปพลางๆ ดาวนับหลายดวงเด่นชัดในคืนฟ้าโปร่ง สวยงามและดูเป็กลุ่มดาวจริงๆพออยู่จุดเหนือของไทย
ขัดกับกรุงเทพฯที่ต่อให้ฟ้าโล่งเพียงใด แสงก็ปกปิดดาวทุกดวง
“พรุ่งนี้ผมจะพาไปเที่ยวเขานะ”
ภูริชเกริ่นหลังจากกลับมาถึงห้อง มีูเาลูกหนึ่งที่เขาชอบขึ้นไปชมวิว คนตรงหน้าก็คงน่าจะได้ไปเป็ครั้งแรก
“ตื่นกี่โมง ผมจะได้ตั้งนาฬิกาปลุก”
“สายๆ สักสิบโมง”
กล่าวเสร็จก็เดินมุ่งไปทางฝั่งห้องนอนตัวเอง แต่ความคิดหนึ่งฉุดรั้งไว้ หมุนตัวหันไปมองร่างหนาที่กำลังเดินตรงไปห้องนอนตัวเองเช่นกัน
หยอกเย้าพอให้อารมณ์ดีก่อนนอน
“คุณกานต์”
ธีทัตชะงักมือบนลูกบิด หันตัวกลับมาพร้อมหน้าตาสงสัย
“อย่าลืมล๊อคห้องล่ะ ถ้าผมเข้าไปช่วยไม่ได้นะ”
ตามด้วยเสียงประตูปิดลงพลอยให้คนโดนตักเตือนส่ายหน้าแ่เบา เปลี่ยนทิศทางเดินไประเบียงแทน ยืนมองผ่านกระจกที่ล๊อคแต่ไม่ได้เปิดออกไปดู
ั์เนตรสีเข้มเฉกเช่นเดียวกับนภาของจังหวัดเชียงรายสำรวจดวงดาวอย่างดื่มด่ำร่วมหลายนาที
เบื้องลึกรู้สึกโล่งและสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
พอย้อนนึกแล้วั้แ่เมื่อเช้าจนถึงตอนนี้…..เขาไม่ได้คิดถึงแฟนเก่าด้วยซ้ำ
ความเจ็บช้ำชอกใจที่ไม่ว่าจะทำงานหนักหรือพยายามโฟกัสเื่อื่นแค่ไหนก็ไม่เคยทำได้ จนกระทั่งทริปเที่ยววันนี้ บางทีการตัดสินใจมาเที่ยวกับคนที่รู้จักผิวเผินก็ไม่ใช่เื่แย่นัก ภูริชคือผู้ชายทั่วไปที่ไม่ได้คาดหวังอะไรทั้งนั้นจากเขา และเขาเองก็เช่นกัน
ไม่คาดหวังย่อมไม่ผิดหวัง และถ้าเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ สักวันต้องหลุดพ้นจากห้วงความหวังอันไร้จุดหมายได้แน่นอน นั่นคือสิ่งที่ธีทัตพร่ำบอกตัวเอง…
เช้านี้ภูริชตื่นก่อนนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ แต่ก็นอนต่อไม่หลับเพราะลึกๆตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวที่ที่รอคอย ชำระร่างกายและแต่งตัวพร้อมเที่ยว
หวนนึกถึงคนอีกห้อง เลยเวลาที่เขากล่าวไว้เมื่อคืน คงตื่นแล้วมั้ง
มือหนาค้างกลางอากาศระหว่างเตรียมเคาะด้วยหลังมือ หลุบมองกลอนลูกบิดเสี่ยงหมุนแ่เบา
…..แล้วมันก็ไม่ได้ล๊อค
“........”
นึกขันในการกระทำนี่ ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะลืมล๊อคอะไรทำนองนั้นแน่ ในห้องนอนก็มีห้องน้ำและข้าวของทุกอย่างชายหนุ่มเอาเข้าห้องไปครบ
เอาเป็ว่าคืนนี้ไม่แน่ที่เขาจะลักลอบเข้าไป
สองหนุ่มเตรียมตัวเสร็จเกือบสิบเอ็ดโอง ภูริชพาชายหนุ่มคู่ขาชั่วคราวไปทานมื้อสายที่ร้านอาหารท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ราคาย่อมเยาเป็กันเองแต่ดังมากในย่านเมือง
ซึ่งเป็อีกครั้งที่ธีทัตหาทางลอบจ่ายค่าทุกอย่างเสร็จสรรพโดยที่เขาไม่ทันได้แต่แม้สังเกต
เส้นทางูเายามบ่ายนี้ชันขึ้นน่ากลัวไม่เบา นอกจากมันจะชัน ยังแคบและต่างจากทางจังหวัดอื่นที่ขับผ่านมา เขาลูกนี้ตังอยู่บริเวณชายแดนที่้ามีผู้คนชนเผ่าอาศัยอยู่ประปราย ภูริชเลือกมุมประจำแม้จะลำบากในการจอดรถสักหน่อย
“โอยสวยโว้ยยย”
ธีทัตมองคนขับที่ออกมากางแขนกางขา ก่อนจะตะลึงงันไปตามกันกับบรรยากาศสวยงามตรงหน้า
มองไกลออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ เป็ผืนป่าหญ้าทั่วไปตามูเา สายแม่น้ำหนึ่งคั่นกลางและูเาหลายลูกเรียงรายอีกไกลตา ก้อนเมฆที่ว่าอยู่สูงเสียดฟ้าบัดนี้อยู่ในระดับเหนือหัวเพียงนิด
ฟ้าสีสวยสดอึมครึมจากเมฆที่กระจายเรียงตัวทั่ว ลมเย็นมากกว่าที่เป็พัดกระทบผิวเนื้อจึงเข้าใจแล้วว่าขึ้นมาสูงขนาดไหน
“คุณทำอะไร”
พอเห็นคู่หูยุ่งกับของหลังกระโปรงรถจึงไตร่ถาม ทว่าอุปกรณ์ที่กางออกเล็กน้อยจึงร้องอ้อ เป็เก้าอี้ที่คล้ายกับเหมาะนั่งแคมป์ปิ้ง
“ตอนแรกผมจะเอาเต้นท์มา แต่เดาว่าลมแรงน่าจะลำบาก”
เล่าขานขณะจัดวางที่นั่งพร้อมหาหินมาทับเสร็จสรรพ แม้จะเป็าเก้าอี้ตัวเล็กๆ ลมเหนือยอดเขานี้ก็แรงใช่เล่น ภูริชแบ่งปันแก้วน้ำแข็งพร้อมน้ำอัดลมที่ซื้อติดรถมาจากร้านสะดวกซื้อเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
จนกระทั่งเสียงทุ้มดังสู้กับเสียงลม
“ตอนแรก….คุณดูเหมือนคนที่ไม่ชอบมาเที่ยวแบบนี้”
ธีทัตเสี่ยงพูดตามความเห็นไป
ผู้ชายกล้าได้กล้าเสียที่บุกหาเป้าหมายเช่นเขาที่คลับในคืนนั้น นอกจากจะดูทรงเป็คนรวยทั่วไป เขาก็ยังแอบประหลาดใจไม่หายที่รู้ว่าชายหนุ่มเปิดร้านคาเฟ่สไตล์น่ารัก
ยิ่งได้กลับไปเจอก็รู้ว่าภูริชจริงจังกับงานที่ร้านเพียงใด ประกอบกับงานอดิเรกตรงหน้า เลยคาดการณ์อะไรเพิ่มไม่ได้แล้ว
“ฮ่าๆ ดูผมที่ภายนอกเหรอ”
“…….”
“เห็นภายในแล้วแท้ๆ”
และเป็อีกครั้งที่วาจาขำขันของคนตรงหน้าไม่สามารถทำให้เขารู้สึกผิดได้
เพราะจะพูดแย่หรือไม่ดีขนาดไหน ผู้ชายตรงหน้าเปลี่ยนให้เป็เื่ขี้ประติ๋ว
“แต่ก็มีแต่คนบอกแบบนั้น ผมชินแล้ว ปกติผมชอบมาเที่ยวแบบนี้ แต่ไม่ถึงกับโลดโผนอะไรขนาดนั้นนะ”
อีกครั้งที่ใจธีทัตบอกว่าคนตรงหน้าดูเหมือนคนชอบกีฬาผาดโผน แต่พูดก็จะดูไม่ควรขึ้นกว่าเดิม อะไรที่อีกคนชอบ เขาไม่ควรจะไปพูดว่าไม่เหมาะหรือย้อนแย้งกับความเป็ตัวตนของอีกฝ่าย
“แล้วคุณชอบไปเที่ยวที่ไหน”
ภูริชยกแก้วน้ำจรดริมฝีปากเหลือบมองเหล่ากลุ่มก้อนเมฆไปพลางๆ โชคดีไม่ได้หนาวเกินไปอุณหภูมิจึงเข้าขั้นพอดี
“………”
หากถามที่เที่ยวที่ชอบจริงๆ มันคงเป็ทะเลหรือไม่ก็น้ำตก ทว่าทุกสถานที่ที่เคยไป….กับคนที่หักหลังอย่างไม่เหลียวแล
ที่เ่าั้ดูไม่มีค่าขึ้นมาที่จะพูดชื่นชมเลยแม้แต่นิด และเป็ไปได้ธีทัตก็เลือกจะไม่กลับไปเหยียบอีก
ท่าทีนิ่งเงียบไปพลอยให้คนถามเริ่มไม่แน่ใจว่าพูดสิ่งที่ควรหรือไม่ ย้อนกลับมาคิดก็หวนจำได้ถึงเื่แรกๆที่อีกฝ่ายระบายให้ฟัง แต่หวังว่าชายหนุ่มจะเข้าใจว่าเขาไม่ได้มีเจตนาใดๆแอบแฝง
“ผมชอบไปทะเล”
“ผมก็ชอบนะ แต่ผมชอบหาดที่เงียบๆ คนน้อย”
“….ผมเหมือนกัน มันสะอาดกว่าด้วย”
บทสนทนาเป็ไปอย่างลื่นไหล ยามอีกคนเริ่มดูเปิดใจมากขึ้นจึงอาศัยไล่ถามความส่วนตัว
ถ้าแฟนเก่าหมอนี่ทิ้งเพราะเงินจริงๆ ต้องไม่ใช่เหตุผลเดียวแน่ ทั้งค่าห้องโรงแรมและค่าใช้จ่ายที่อีกฝ่ายจ่ายแทนเขา หยิบจับดั่งราวกับเงินเป็ใบไม้ใบหญ้า
“แล้วทำไมคุณถึงอยากเปิดคาเฟ่”
ั์เนตรคู่คมเลื่อนมองมาด้านข้าง ภูริชไม่ยักรู้ว่าคนตรงหน้าจะสนอกสนใจเื่ตัวเขา
“ก็…ผมชอบทำกับข้าว ทำขนม ชอบเข้าครัว”
“………”
“จริงๆผมอยากลองเปิดเป็ร้านอาหารไปเลยตอนแรก แต่อีกใจก็คิดว่าคาเฟ่ก็ไม่แย่ แล้วก็ถ้าตั้งถูกที่ถูกทางยังไงก็มีลูกค้าเข้าร้านเรื่อยๆ พนักงานก็ไม่ถึงกับต้องเยอะมาก น่าจะคุมรายจ่ายได้เยอะ”
เขาเรียนทางด้านนิเทศมา พอเรียนจบหนทางการทำงานก็ไม่ได้เป็ไปตามที่คิดเสียเท่าไหร่ ตอนแรกได้งานเป็บริษัทเอกชนในแผนกการตลาดแห่งหนึ่งที่ พอเริ่มได้เงินมากขึ้นจึงลองลงทุนกับไอเดียที่อยากต่อยอด
เริ่มจากลองขายขนมออนไลน์ที่ลงทุนอบเองกับมือ พอกระแสตอบรับดีจึงใช้ประโยชน์เปิดร้านโปรโมต
และร้านคาเฟ่นั้นเขาก็พึ่งเปิดได้ปีกว่า มีงานอื่นประปรายทำ แต่ภูริชรู้สึกมีความสุขกับธุรกิจนี้มากที่สุด เป็ความสุขเล็กๆที่เห็นคนเอนจอยอาหารเครื่องดื่มในบรรยากาศร้านดีๆ
“ร้านคุณก็โลเคชั่นดีนะ แล้วก็น่านั่ง”
ธีทัตเสนอความเห็นตรงไปตรงมา ถ้าสมมุติว่าเขาเป็ลูกค้านอกทั่วไปที่ไปเจออาหารในรสชาติเช่นนั้นกับราคาจับต้องได้ ต้องกลับมาซ้ำแน่นอน
นั่นบอกชัดเจนแล้วว่าร้านภูริชประสบความสำเร็จ
“แล้วคุณทำงานอะไรเหรอ”
จู่ๆก็ไม่กล้าที่จะพูดอาชีพตัวเองออกมา ความเย็บเฉียบจากแก้วพลาสติกทะลุจากก้อนน้ำแข็งเต็มแก้ว แต่ใต้ก้นบึ้งกัวใจรู้สึกอบอุ่น
จากคำถามทั่วไปของผู้ชายข้างตัว
“ผมทำพวกฟรีแลนซ์ครับ”
“โอ่ว ฟรีแลนซ์อะไรครับ”
สำหรับภูริชนั้น ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ล้วนมีค่าทั้งนั้น เขาเห็นเป็เื่ธรรมดาทั่วไปที่ไม่เคยตัดสินหรือนำมาเปรียบเทียบ
ส่วนอาชีพฟรีแลนซ์นั้น ถ้าคิดจะทำต้องมีความสามารถพอควร
“พวกงานทำซอฟต์แวร์ แล้วก็งานดีไซน์บางตัวครับ”
“ซอฟต์แวร์? คล้ายๆโปแกรมเมอร์น่ะเหรอ”
“จะเรียกแบบนั้นก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ที่ผมทำแค่ช่วยแนะนำโปรเจ็คของบริษัท บางทีก็เขียนโค้ดให้ แล้วก็มีบ้างที่ไปช่วยเขาประเมินโปรแกรมก่อนขาย”
“อ่า”
“หลายธุรกิจมีหลาย conflict พวกฟังก์ชั่นใช้งานก็ต้องเหมาะกับเขาจริงๆ ถ้าเป็พวกปรับปรุงระบบผมต้อง-”
หยุดกลางคันเพราะเกรงว่าจะฟังดูงงเกินไป และคงไม่ได้น่าสนใจนักสำหรับคนที่ไม่ได้รู้จักวงการนี้หรือคลุกคลีกับมัน
ธีทัตไม่อยากให้มันกลายเป็สิ่งที่น่ารำคาญต่อคนฟัง….เฉกเช่นที่แฟนเก่าตัวเองเป็
“มันซับซ้อนหน่อย แต่ก็ประมาณนั้นครับ”
“ไม่เลย”
“ ………”
“เล่าได้ ผมอยากฟัง”
หัวใจที่ชอกช้ำถูกฟื้นคืนกลับสู่ภาวะปกติโดยที่ธีทัตก็ยังไม่รู้ตัว
ความสบายใจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เขามีความสุขอย่างน่าประหลาด ยิ้มบางเบายามไกด์นำทริปจ้องตามาคล้ายรอคอยคำตอบ
่นี้เขากำลังออกแบบโปรแกรมตัวหนึ่งที่คาดว่าอาจจะมีผลประโยชน์ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งนั้นก็คือโปรแกรมเอนกประสงค์สำหรับร้านอาหาร ไม่ว่าจะคิดเงิน ควบคุมรายรับรายจ่าย รีพอร์ตแบบเรียลไทม์ ลิตส์เมนูที่สามารถลิงก์กับแอพพลิเคชั่นอื่นจำพวกเดลิเวอรี่อัตโนมัติ
ไอเดียนี้น่าสนใจและถูกหูผู้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆอย่างภูริช
“่นี้ไอ้เครื่องคิดเงินของผมมันมีปัญหาบ่อยๆ บริษัทเครื่องก็ติดต่อทีกว่าจะได้ คุณเอาไปลองที่ร้านผมได้นะ”
“………”
“ก็ถือว่าให้คุณได้ลองใช้จริง ผมเองก็อยากลองหมือนกัน”
คำเชิญชวนปกติแต่เริ่มทำให้ธีทัตมองภาพชัดออกขึ้นเรื่อยๆ
พูดตามตรงเขาดีใจ
แต่ความปล่อยเลยตามเลยของผู้ชายคนนี้เริ่มทำเขากังวลว่ามันจะเวิร์คหรือไม่ แม้จะรู้ดีลึกๆว่าภูริชเป็พวกกล้าได้กล้าเสียพอประมาณ แต่เพราะไอ้อะไรก็ได้เลยกังวลผลลัพธ์
“คุณอยากลองจริงเหรอๆ”
ใบหน้าคมสันผมประปรายเรียบสะอาดผงกหัวรับทันที
“อยากสิ ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนิ่ใช่ไหม ทั้งผมแล้วก็คุณ”
เป็อีกครั้งที่ตัวเขาเอนเอียงไปตามคำโน้มน้าวง่ายดาย
“ฮ่าๆ ร้านผมเล็กนิดเดียวคุณ ไม่มีอะไรเสียหายหรอก ลองๆไปเถอะ”
ธุรกิจคาเฟ่เล็กๆนี้ไม่ได้ให้กำไรเขาถึงขั้นมหาศาล มันมากพอที่จะเลี้ยงพนักงานและเป็ช่องทางเสริมหาเงิน ตราบใดที่ยังมีร้าน ก็ย่อมหมายความว่ายังมีช่องทางหาเงิน
ส่วนตัวเครื่องคิดเงินและเก็บข้อมูล นับวันยิ่งเหลวแหลกขึ้นทุกที อายุการใช้งานร่วมปีก็คงมีผลให้มันเสื่อมสภาพ ภูริชจำได้ว่าทุบไปประมาณสิบรอบ และคงดีไม่น้อยถ้าเปลี่ยนเป็เ้าอื่นแทน
ั์เนตรสีนิลเข้มหลุบมองแก้วน้ำนิ่งหวนนึกถึงบทสนาเก่าๆที่เคยมีมา ใช้โอกาสถามไปอย่างอยากรู้
“แล้วเื่งานที่คุณบอกผม คือเื่เดียวกับคืนนั้นเหรอ”
สติที่เลือนลางในตอนนั้นคล้อยตามผลของแอลกอฮอล์ แต่ธีทัตจำได้ทุกอย่างที่เจอหรือทุกคำที่ตัวเองพูด
รวมถึงเื่ที่ระบายออกไปอย่างสุดทน
ครั้งนี้คงไม่แย่ที่จะพูดออกไปอีกครั้ง เพราะท้ายที่สุดมันจะไม่มีผลใดๆต่อเขาอีก….รวมถึงตอนนี้
“ครับ แต่ผมโอเคดีแล้ว”
“……….”
อาการครุ่นคิดและดูเหม่อลอยในบางครั้งไม่แม้แต่จะใกล้เคียงในอาการที่หมอนี่เป็ ภูริชคิดเช่นนั้น
“แต่ผมก็ต้องยอมรับ ผมคงอาจจะดูแลเขาไม่ได้จริงๆถ้าเป็อะไรขึ้นมาหรือถ้าได้อยู่ด้วยกันจริงๆ”
“คุณคิดว่าดูแลเขาไม่ได้จริงๆเหรอ?”
คำถามวกกลับเข้ามากระแทกกลางอก
สำหรับธีทัต ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้เพื่อคนรัก ในหน้าที่การงานอิสระที่มีอยู่ มันต่อยอดและสร้างเงินได้มากมาย
ภายใต้ความเข้าใจที่คิดว่าคนรักเก่าคิดว่าอาชีพการงานเขาไม่มั่นคงพอ และอยากมีแฟนที่ดูแลได้มากกว่านี้…..เลยหวนคิดว่าในใจจริงๆเกี่ยวกับเื่เม็ดเงินหรือไม่
“…..ผมไม่มีทางปล่อยให้แฟนตัวเองลำบาก”
นั่นคือคำตอบที่แท้จริงสำหรับเขา
อีกใจเขาไม่ได้อยากให้แฟนตัวเองรักเขาเพราะเงินเช่นกัน ส่วนเหตุผลที่เหลือไม่กล้าที่จะคุ้ยมา กลัวว่ามันจะมีเบื้องลึกเื้ัมากกว่านั้น ที่เจออยู่ก็เ็ปมากพอแล้ว….ว่าเขาไม่เป็ที่้าอีกต่อไป
“แฟนคุณนี่ก็แปลก”
“………”
“คุณก็ทำงานนี้มาั้แ่ก่อนคบกับเขาไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเขาห่วงชีวิตตัวเองขนาดนั้น ทำไมเขาไม่คิดั้แ่ตอนแรกก่อนคบกันด้วยล่ะ หรือไม่ก็ก่อนคุย”
ภูริชเสนอไปตามความเห็น ฟังดูยังไงก็ไม่สมเหตุสมผลที่ผู้ชายตรงหน้าไม่มีกำลังมากพอที่จะดูแลแฟนตัวเอง
แวบแรกรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าเป็คนดีและจริงใจคนนึง แต่เขาก็ยังเป็คนนอกอยู่ดีใช่หรือไม่
“แต่ผมก็ไม่รู้อะไรมากอยู่ดี ขอโทษด้วย”
“ไม่หรอกครับ”
“……….”
“ถูกของคุณ เขารู้ว่าผมทำฟรีแลนซ์มาแต่ไหนแต่ไร”
“……….”
“มันก็ฟังดูตลกเหมือนกันที่เขาพึ่งมาคิดได้เื่นี้”
นั่นคือสิ่งที่ภูริชอยากจะสื่อเช่นกัน เื่ความรักมันซับซ้อนเกินกว่าคนคนนึงจะเข้าใจได้
เหมือนที่คนเขาพูดกันว่าไม่เจอก็ไม่มีทางรู้สึก
“แต่ตอนนี้คุณโสดแล้ว”
“..........”
“ยังไงก็ต้องเจอคนที่ดีกับคุณจริงๆแน่”
เื่นี้ยังดูอีกยาวไกลสำหรับธีทัต มันไม่มีแม้แต่ความรู้สึกที่อยากจะพาตัวเองกลับไปเกี่ยวข้องกับเื่รักๆใคร่ๆ
อย่างมากก็เพื่อลดเลือนความร้าวราน ได้แต่ท่องกับตัวเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
“ขอบคุณครับ”
ภูริชสบประสานั์เนตรคู่คมที่อ่อนแสงลง จดจ้องรอยยิ้มคมคายที่ติดทั่วใบหน้านั่นอย่างเพลิดเพลิน
อาจจะเป็ครั้งแรกจริงๆกระมังที่เขาเห็นรอยยิ้มจากใจจริงอีกฝ่าย ที่สำคัญหมอนี่คงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองน่ามองแค่ไหนเวลายิ้ม
มือแกร่งยื่นไปแตะบ่ากว้างใต้เสื้อยืด เกลี่ยวปลายนิ้วถูไถพอเป็พิธี
“ที่นี่อากาศดีนะ ช่วยให้คุณผ่อนคลายได้เยอะ”
ธีทัตพยักรับเห็นด้วย หรือส่วนหนึ่งที่เขารู้สึกเช่นนี้….ก็เพราะคนตรงหน้านี้
“แล้วก็….”
“..........”
“ถ้าได้มีเซ็กส์ด้วยก็คงดี”
แเีชนิดตามไม่ทัน ธีทัตละมือไปััหลังมือแกร่งมองตาอย่างเป็ความหมาย
“ตรงนี้น่ะเหรอ?”
คนเชิญชวนขยับไปจับคอเสื้อแกร่ง ดึงรั้งให้เข้ามาใกล้แต่ยังมีระยะห่างว่างเว้น
ยังไงคืนนี้หมอนี่ไม่รอดเขาแน่
“ตรงนี้นั่งเอาวิวไปก่อน”
แรงมหาศาลมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างกันเพิ่มมวลความ้าให้ทวีคูณ
“แต่กลับไป”
“..........”
“ค่อยเอาผม”
“ผมแวะเซเว่นแป๊ปนึงนะ”
สองหนุ่มใช้เวลานั่งที่เขาและเที่ยวจุดชมวิวที่เป็ที่รู้จักร่วมสามสี่ชั่วโมงก่อนจะตัดสินใจกลับ ธีทัตผู้ใจดีไม่ยอมให้เพื่อนร่วมทริปเหนื่อย อาสาขับลงเขาให้ ซึ่งนั่นอาศัยสกิลไม่น้อยที่จะฝ่าฟันลงมาได้
ภูริชครางเสียงรับเพราะก็ไม่รู้จะค้านไปทำไม
“คุณเอาอะไรไหม?”
คิดอยู่ครู่หนึ่งและหวนนึกว่ามีถุงยางใช้หรือไม่ถ้ามีเซ็กส์
…..หรือไม่แน่เพราะผู้ชายตรงหน้ากำลังไปซื้อเช่นกัน
“เอาเบียร์กระป๋อง สักสองกระป๋องก็ได้”
“ของอะไร”
“ลองเลือกอันที่คุณชอบกินมา”
ภูริชพาอีกฝ่ายแวะทานข้าวก่อนมื้อเย็นและเดินทางกลับรีสอร์ทดั่งเดิม เบ็ดเสร็จพวกเขาใช้เวลาห้าหกชั่วโมงสำหรับการเที่ยวในวันนี้
มันดูไม่เหนื่อย แต่พอเป็การขับรถขึ้นูเากลับสูบแรงได้หมดเปลือก
ร่างสูงง่วนกับการเช็ดผมที่พึ่งสระเสร็จให้พอแห้งพร้อมเดินออกจากห้องน้ำ ธีทัตอาบน้ำ….เพื่อเตรียมตัวเรียบร้อย แต่เริ่มไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ตัวเองตื่นเต้นขนาดนี้
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเป็ผลให้วกเดินกลับไปมอง ปรากฎเป็ข้อความของภูริชที่ส่งรูปอ่างอาบน้ำฟูฟ่องด้วยครีมโฟมขาว และตัวอักษรสื่อความหมายเชิญชวน…
RICH: มาแช่ด้วยกันไหม?
คลี่ยิ้มแ่เบา แต่ถึงปฏิเสธเขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้จะตามมาถึงห้อง
และธีทัตก็รู้ตัวดีว่าไม่มีทางปฏิเสธความ้าของตัวเองลง ตัดสินใจเดินวกกลับไปหยิบของในถุงเซเว่นที่ซื้อติดมาพร้อมเดินออกจากห้องไป
RICH: เข้ามาได้เลย ห้องไม่ได้ล๊อค
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะผ่านประตูห้องน้ำที่เปิดค้างอยู่เรียกให้ร่างสูงเปล่าเปลือยที่แช่น้ำอุ่นในอ่างขาวเซรามิคเงยหน้ามอง วางโทรศัพท์ลงบนชั้นและมองอีกคนที่พันเพียงผ้าขนหนูท่อนล่าง
กล้ามเนื้อตึงแน่นขาวเรียบเนียนชวนกระหายจนอยากลากมาทำกิจให้จบๆ
แต่มันจะไปสนุกอะไรถ้าง่ายขนาดนั้น