“แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะแก” หญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปสีน้ำเงินเข้มเอ่ยอวยพรวันเกิดเพื่อนสาว พร้อมกับยื่นกล่องของขวัญให้เธอเพื่อเป็การแสดงความยินดี
“ขอบใจมากนะมะปราง ฉันคิดว่าแกจะไม่มางานวันเกิดฉันซะแล้ว” หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผู้เป็เ้าของวันเกิดพูดกับเพื่อนสาวคนสนิทของตน
ชมพู ชมพูแพร ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล เสรีวิเศษ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปรางรัศมีั้แ่มัธยมต้น
“จะไม่มาได้ไงเล่า วันเกิดเพื่อนรักทั้งที ถ้าฉันไม่มาแกก็โกรธฉันอีก” เธอเอ่ยแซวเพื่อนสาวอย่างรู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดี
“แล้วนี่แกมาคนเดียวเหรอ ทำไมไม่ชวนคุณคีรินทร์ ว่าที่สามีในอนาคตของแกมาด้วยล่ะ แหม ไม่พามาเปิดตัวเลยนะ” ชมพูแพรแซวเพื่อนสาวกลับเช่นกัน
“ถ้าฉันพามาความลับฉันก็แตกหมดน่ะสิ” ปรางรัศมีตอบ เพราะคีรินทร์ยังไม่รู้ถึงฐานะจริงๆของตน
“เออ จริงด้วย ฉันลืมไปเลยว่าคุณคีรินทร์ยังไม่รู้นี่ว่าแกคือคุณมะปราง ดีไซเนอร์สาวสวยคนเก่ง” ชมพูแพรพูดชมกึ่งแซวเพื่อนสนิท
“แกก็พูดเกินไป” ถึงจะเอ็ดเพื่อน แต่เธอก็ยิ้มเขินกับคำชมนั้น
“เออจริงด้วย!” หญิงสาวเ้าของวันเกิดพูดโพล่งเหมือนพึ่งนึกอะไรออก “ฉันรู้มาว่าคุณพ่อส่งบัตรเชิญให้กับบ้านเทพประจักษ์แล้วก็ลูกชายทั้ง 3 ด้วยล่ะ ไม่ใช่ว่าว่าที่สามีแกจะมาโผล่เอาที่นี่นะ”
“จริงเหรอ” ปรางรัศมีถามย้ำไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ทำไมเขาไม่เห็นเคยพูดเื่นี้กับฉันเลย” เธอพึมพำ แต่ก็แอบให้เพื่อนสาวได้ยิน
“อ้าวเหรอ งั้นก็เป็ไปได้ว่าเขาอาจจะไม่มา” ชมพูแพรสันนิษฐาน “เพราะถ้าเขามา เขาก็ต้องมากับแกใช่ป่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้” หญิงสาวตอบ เพราะเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาจะถึงขั้นที่ควงกันออกงานได้แล้วหรือยัง “แต่ถึงเขาจะมา เขาก็จำฉันไม่ได้หรอก” ปรางรัศมีพูดด้วยความมั่นใจ
“แหม๋ อะไรจะมั่นใจขนาดนั้นคะสาว” เธออดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้
“แกไม่เชื่อก็คอยดูดิ นู่นไงคุณคิมหันต์ ลูกชายคนเล็กของเทพประจักษ์” หญิงสาวพูดก่อนจะส่งสายตาไปทางชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเธอ
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะครับคุณชมพูแพร” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญให้กับหญิงสาวเ้าของวันเกิด “ของขวัญจากผมแล้วก็พี่ๆครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับมันมาก่อนจะวางไว้ที่โต๊ะข้างหลังตนพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณแก่ชายหนุ่ม
“แล้วนี่คุณคิมหันต์มาคนเดียวหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อพบว่าชายหนุ่มนั้นเดินมาแต่เพียงผู้เดียว
“ใช่ครับ” เขาตอบก่อนจะพูดอธิบายต่อ “พอดีไม่มีใครว่างเลยน่ะครับ พี่ชายของผมทั้งสองคนก็ติดธุระ คุณพ่อก็ไม่ค่อยสบาย ผมก็เลยอาสาเป็ตัวแทนของบ้านเทพประจักษ์มาอวยพรวันเกิดให้คุณชมพูแพรครับ”
“อ่อ ขอบคุณมากเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้ง
“แล้วนี่…ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณมาก เหมือนกับ…” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเ้าของงานวันเกิด
“มะปรางค่ะ” หญิงสาวที่เห็นท่าทีของอีกฝ่าย จึงรีบชิงแนะนำตัวก่อนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา ไม่ให้ไปนึกถึงคนอื่น
“อ๋อ คุณมะปราง ดีไซเนอร์สาวสวยคนเก่งนี่เอง มิน่าล่ะผมถึงรู้สึกคุ้นหน้าคุณมาก ผมคิมหันต์ เทพประจักษ์ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการนะครับ คุณมะปราง” เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาวเพื่อให้เธอจับเป็การทำความรู้จัก
“สวัสดีค่ะคุณคิมหันต์ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” แต่หญิงสาวก็ทำเมิน เธอยกมือขึ้นไหว้เพื่อเป็การทำความรู้จักกับชายหนุ่มแทนการจับมือ ก่อนจะหันไปแอบยิ้มกับเพื่อนสาวคนสนิทอย่างเข้าใจกัน
ชายหนุ่มที่ถูกเมินต่อหน้าหญิงสาวอีกคนจึงต้องรีบดึงมือกลับพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆเพื่อแก้เขิน รู้สึกหน้าชาราวกับโดนตบหน้า ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธมาก่อน นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกสนใจในตัวเธอและอยากเอาชนะ ได้แต่คิดในใจว่าสักวันเขาจะเอาผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในกำมือของตนให้ได้
“มะปรางเพิ่งมาถึง ชมพูขออนุญาตพาเพื่อนไปไหว้คุณพ่อนะคะ” ชมพูแพรที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบขออนุญาตพาเพื่อนของตนแยกออกไป
“เชิญครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างจำใจ
“สรุปจะเอายังไงคะ แม่ดีไซเนอร์สาวสวยคนเก่ง จะควบสองไม่ได้นะคะ” เมื่อเดินมาพ้นจากชายหนุ่มแล้ว ชมพูแพรจึงเอ่ยแซะเพื่อนสาวด้วยความหมั่นไส้
“ควบสองอะไรยะ” เธอถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“ก็คุณคิมหันต์นั่นไง ดูก็รู้ว่าเขาสนใจแก สรุปจะเอายังไง พี่หรือว่าน้อง เลือกสักคนนะ อย่าให้พี่น้องเขาต้องตีกันเองเพราะแย่งแกล่ะ”
“ผู้ชายแบบนั้นฉันไม่มีวันสนใจหรอก” เมื่อถูกเพื่อนสาวแซวถึงเื่ของหัวใจ หญิงสาวจึงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่สนใจชายหนุ่มคนที่ถูกเอ่ยถึงเลยสักนิด
“ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ปากจัดซะยิ่งกว่าผู้หญิง ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง ขี้โม้ขี้อวดขี้ประจบ เห็นแก่ตัว เอาเปรียบคนอื่น ไม่รู้จักเห็นใจผู้อื่น ชอบดูถูกคนอื่น กดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้น ไม่เอาพี่น้อง ไม่เคยสนใจใครจริงๆเลยสักนิด แถมยังเ้าชู้สับผู้หญิงควงเป็ว่าเล่น เปลี่ยนบ่อยซะยิ่งกว่าแปรงสีฟันอีก” หญิงสาวพูดแววตาแสดงออกถึงความไม่ชอบอย่างชัดเจน
“โห แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ชมพูแพรทำท่าใ เพราะั้แ่เกิดเธอไม่เคยเจอใครที่มีนิสัยแย่ขนาดนี้มาก่อน
“มาก” เธอตอบแบบเน้นเสียง “แกรู้มั้ยว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้างเวลาที่ไปบ้านเทพประจักษ์” เธอพูดอย่างคับแค้นใจ
“แกไม่ต้องเล่า แค่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของแกฉันก็พอนึกภาพออก ไม่ต้องเล่าแล้ว วันนี้วันเกิดฉัน ฉันไม่อยากให้แกอารมณ์เสีย เสียบรรยากาศหมด”
“ก็มันโมโหนี่นา ผู้ชายอย่างนี้แกอย่าได้ไปเผลอเอามาทำพันธุ์เชียวนะ ตกนรกทั้งชีวิตนะจะบอกให้” ถึงจะโมโหแต่ก็ไม่ลืมที่จะเตือนเพื่อนสาวเื่นิสัยแย่ๆของคนที่ถูกกล่าวถึง
“แหม ใครจะไปคิดสั้นอย่างนั้นล่ะ แค่ฟังจากที่แกเล่าฉันก็กลัวแล้ว” ถึงจะไม่รู้ว่าความจริงแล้วชายหนุ่มเป็คนยังไง แต่ถ้าฟังจากที่เพื่อนสาวเล่าเธอก็ไม่อยากจะเอาตัวเองไปเฉียดเข้าใกล้ผู้ชายคนนั้นแล้ว
“ดีแล้ว” หญิงสาวตอบ “ผู้ชายแบบนี้นะนิสัยแย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยล่ะ ถ้าเทียบกับคุณคีรินทร์แล้ว เขาเทียบไม่ติดเลย คุณคีรินทร์ถึงแม้เขาจะพิการขา แต่จิตใจของเขาไม่ได้พิการเลย แม้เขาจะชอบทำตัวเ็าบ้างบางครั้ง แต่เขาก็เป็คนใจดี เข้าใจความรู้สึกคนอื่น เห็นอกเห็นใจคนอื่น ไม่เอาเปรียบใคร อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย” เธอเผลอยิ้มออกมาเมื่อพูดถึงชายหนุ่มผู้เป็ว่าที่สามี
“แหมๆๆๆ เจอคนคลั่งรักแล้ว 1 อัตรา” ชมพูแพรอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวเพื่อนสาวด้วยความหมั่นไส้
“แต่เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้แกว่าไงนะ แกบอกว่าคุณคีรินทร์พิการขางั้นเหรอ” เธอถามสงสัย เพราะว่าตนไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าลูกชายคนกลางของเทพประจักษ์จะพิการขา
“ใช่ เขาต้องนั่งรถเข็นตลอดเลย” หญิงสาวตอบ
“ทำไมฉันไม่เห็นเคยได้ยินเลย” เพื่อนสาวบ่นพึมพำด้วยความสงสัย ก่อนที่จะพูดต่อ “แต่ก็ไม่แปลกหรอก ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ติดตามพวกข่าวในวงการสังคมเซเลบมากนักหรอก ก็อาจเป็ไปได้ที่ฉันจะไม่รู้ว่าคุณคีรินทร์พิการขา ขนาดลูกชายทั้ง 3 ของเทพประจักษ์ฉันยังไม่รู้จักเลย จนกระทั่งเธอได้กลายเป็ว่าที่เ้าสาวของคุณคีรินทร์นั่นแหละ” เธออธิบาย
“ก็แหงล่ะสิ วันๆแกดูแต่ซีรีย์นี่นา” ปรางรัศมีเอ่ยแซะเพื่อนสาวของเธอ “หิวแล้วอ่ะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า” ก่อนที่หญิงสาวทั้งสองจะเดินไปตักอาหารเพื่อรับประทาน
ไรท์ขอค่าตั๋วเป็หัวใจคนละ 1 ดวงจากคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านได้ไหมคะ???? เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์มีแรงปั่นนิยายให้เพื่อนๆนักอ่านทุกท่านได้ฟินๆต่อไป
ไรท์ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่กดหัวใจและซัพพอร์ตไรท์มาตลอดนะคะ อยู่ด้วยกันไปนานๆนะ เยิฟๆ