ณ. จุดเริ่มต้นท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามแห่งขุนเขากลางสายหมอกหญิงสาวคนนึงกำลังยืนฝันหวานมองดูที่ดินผืนงามซึ่งเธอตัดสินใจซื้อไว้เมื่อปลายปีที่แล้วอย่างสุขใจเธอกำลังดื่มด่ำกับความฝันที่กำลังจะกลายเป็จริงในไม่ช้า
“ขวัญ ขวัญ ยัยขวัญ!!” สาวตาโตร้องเรียกเพื่อนรักเมื่อเห็นว่าเพื่อนทำท่าฝันไปไกลจนกลัวว่าจะกู่ไม่กลับ เสียงเรียกของเธอหยุดความฝันทั้งปวงที่คนตรงหน้ากำลังปั้นแต่งอยู่ในจินตนาการอันแสนสุข
“อะไรยะยัยจา ไฟไหม้รึไง เรียกซะเสียงดังเชียว”ขวัญข้าวหันมาค้อนเพื่อนรักที่ส่งเสียงดังทำลายฝันกลางวันของเธอ ขวัญข้าวหญิงสาวช่างฝันที่อยากจะมีไร่สตอว์เบอร์รี่และได้ปลูกพืชผักปลอดสารพิษพร้อมกับทำโฮมสเตย์เล็กๆท่ามกลางหุบเขาอันงดงามถึงแม้ตัวเธอจะไม่ได้มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ที่เมืองแม่ฮ่องสอนแห่งนี้แต่เธอกลับใฝ่ฝันที่จะตั้งรกรากอยู่ที่เมืองสามหมอกซึ่งเธอตกหลุมรักั้แ่ครั้งแรกที่ได้มาัับรรยากาศและธรรมชาติอันงดงามของสถานที่แห่งนี้
เมื่อสามปีก่อนเธอได้รู้จักกับกัลจารีเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยและยังเป็เพื่อนร่วมห้องพักนักศึกษาเดียวกันเธอกับกัลจารีสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีนิสัยใจคอและชอบอะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน วันหนึ่งกัลจารี ซึ่งเป็สาวเชียงใหม่โดยกำเนิดชวนเธอมาเยี่ยมเยียนบ้านเกิดและแวะเวียนมายังเมืองสามหมอกแห่งนี้ครั้งแรกที่ขวัญข้าวได้มาเยือนดินแดนแห่งสายหมอกเธอก็รู้สึกผูกพันคุ้นเคยกับดินแดนแห่งนี้ราวกับเป็บ้านหลังเก่าที่จากไปนานและเพิ่งมีโอกาสได้กลับมาเยือนอีกครั้งเธอได้เล่าถึงความรู้สึกคุ้นเคยนี้ให้กับกัลจารีเพื่อนสนิทฟังนับจากนั้นเป็ต้นมาทุกครั้งที่ปิดภาคเรียนหรือมีโอกาสพิเศษขวัญข้าวและกัลจารีก็จะพากันมาพักผ่อนที่นี่เสมอจนกระทั่งวันนึงโอกาสเหมาะได้ผ่านเข้ามาเมื่อพ่อของกัลจารีซึ่งเป็นักค้าที่ดินชื่อดังทางภาคเหนือขอให้สองสาวแวะมาดูที่ดินผืนงามที่เพื่อนสนิทขอให้ช่วยขายเนื่องจากตนเองตั้งใจจะบินไปอาศัยอยู่กับลูกสาวซึ่งแต่งงานกับชาวอเมริกันและพากันกลับไปสร้างครอบครัวอยู่ที่อเมริกาเมื่อสองปีก่อนทันทีที่ขวัญข้าวได้เห็นที่ดินผืนนี้เธอรู้สึกถูกใจและบอกถึงความ้าที่จะซื้อที่ดินผืนงามให้กับเพื่อนรักรับรู้กัลจารีรู้ใจเพื่อนสนิทของเธอดีและได้สอบถามราคาที่ดินผืนงามกับบิดาั้แ่เห็นท่าทางของขวัญข้าวที่กระตือรือร้นจะมาดูที่แห่งนี้ซะยิ่งกว่าถูกขอให้มาทำธุระแทนพ่อของตนซะอีกที่แห่งนี้ถูกขายให้กับเพื่อนรักในราคาแสนถูกเพราะหลังจากที่เพื่อนพ่อกัลจารีได้ยินความตั้งใจของขวัญข้าวที่จะใช้ที่ดินของตนไปทำในสิ่งที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นโดยหลีกเลี่ยงที่จะสร้างความเสียหายกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้มากที่สุดท่านจึงสนับสนุนอย่างไม่ลังเล ขวัญข้าวตั้งใจจะสร้างโฮมสเตย์เล็กๆโดยยังคงรักษาความเป็ธรรมชาติของที่ดินผืนนี้เอาไว้รวมทั้งอนุรักษ์ผืนป่าที่อยู่โดยรอบไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเธอเลือกที่จะให้คนงานตัดต้นไม้เฉพาะพื้นที่ที่จำเป็สำหรับการก่อสร้างที่พักสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็ และแปลงสวนผัก ผลไม้ ดอกไม้ตามที่เธอวางแปลนไว้เท่านั้นหลังจากทางเ้าของได้รับรู้ถึงความคิดของเธอ เขาก็ยินดีขายที่ดินผืนงามแห่งนี้ให้กับหญิงสาวในราคาที่ถูกลงจากที่ตั้งใจไว้ไปกว่าครึ่งทำให้หญิงสาวได้มีโอกาสสร้างความฝันของตัวให้เป็จริงเร็วขึ้นกว่าที่คิดเอาไว้มาก
“นี่ไม่ต้องมาทำตาดุใส่เลยนะยัยขวัญ มัวแต่ยืนเหม่ออยู่นั่นแหละข้าวน่ะจะกินมั๊ยถ้าแกอยากกินหมอกกินวิวต่างข้าวก็เชิญนะยะแต่ฉันขอตัวก่อนละหิวแล้วววว”กัลจารีพูดพร้อมกับนึกขำเพื่อนของตัวเองที่ดูเหมือนอยากจะกางเต๊นท์เฝ้าที่ผืนใหม่ซึ่งอยู่ในระหว่างการปลูกสร้างที่พักอาศัยโดยไม่อยากจะกลับไปเรียนให้จบซะแล้ว
“แหมยัยจา เข้าใจกันมั่งสิ ฉันเพิ่งมีที่ดินและกำลังจะมีธุรกิจเล็กๆเป็ของตัวเองเลยนะยะ แถมที่นี่ก็สวยอย่างกับความฝันดูสิข้างหน้าเป็หุบเขาเขียวขจีแถมยังมีหมอกคลุมบางๆ โรแมนติกที่สุดเท่านั้นไม่พอยังมีลำธารเล็กๆไหลผ่านไปรวมตัวกันข้างหน้าหุบเขาเป็แอ่งน้ำแอ่งใหญ่ท่ามกลางสายหมอกสวยอย่างกับภาพวาด ฉันนี่โชคดีชะมัดเลยที่ได้ที่ตรงนี้มา ดีใจที่สุดเลยเพื่อนรัก”พูดแล้วขวัญข้าวก็หันกลับไปมองที่ผืนงามของตัวเองอีกครั้งจนกัลจารีตัดใจยอมต่อเวลาให้เพื่อนสาวได้อิ่มเอมกับบรรยากาศของบ้านหลังใหม่อีกสักเล็กน้อยแล้วจึงหิ้วเพื่อนสาวออกจากความฝันก่อนที่พยาธิในกระเพาะตัวเองจะหิวตายหมด
“ไงยัยขวัญ ฉันนึกว่าแกอิ่มกับบรรยากาศบ้านใหม่ซะจนกินอะไรไม่ลงแล้วซะอีกแต่ดูสิซัดซะเกลี้ยงเลย หิวมากสิท่า”กัลจารีพูดพร้อมกับส่ายหัวเมื่อเห็นเพื่อนรักก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าจนเกลี้ยงไปทีละอย่างสองอย่าง
“ก็มันอร่อยนี่ยัยจา ฝีมือแม่นวลนี่ไม่ตกเลยนะคะขวัญละคิดถึ๊งคิดถึงแม่นวลมากเลยคะ”ขวัญข้าวพูดพร้อมกับหันไปยิ้มเอาใจแม่นวลแม่นมของเพื่อนรักเนื่องจากแม่ของกัลจารีเสียชีวิตไปั้แ่เธอยังเด็กๆ เพราะอุบัติเหตุขณะเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัดพ่อของกัลจารีเลยให้ญาติสนิทซึ่งก็คือแม่นวลมาช่วยดูแลลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเพราะรู้ว่าตัวเองมีภาระทางธุรกิจการงานมากมายนักแต่ถึงแม้นายวิศาลจะมีภาระหน้าที่มากมายแค่ไหนเขาก็พยายามแบ่งเวลาและให้ความรักความอบอุ่นกับลูกเต็มที่เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกขาดในสิ่งที่คนในครอบครัวควรมีให้แก่กันคือความรักความเอาใจใส่ คอยให้คำปรึกษา ห่วงใยและดูแลซึ่งกันและกันนั่นเอง
“เอ้าชมเข้าไปยัยขวัญ ชมมากๆเดี๋ยวแกก็ไม่ได้ย้ายไปอยู่แม่ฮ่องสอนทำโฮมสเตย์แต่ต้องมาอยู่เฝ้าบ้านที่นี่แทนหรอกแม่นวลกับพ่อยิ่งอยากให้แกมาอยู่ที่นี่หลังเรียนจบด้วย”กัลจารีพูดในสิ่งที่พ่อของเธอและแม่นวลขอให้ช่วยพูดหว่านล้อมขวัญข้าวให้เปลี่ยนใจมาทำงานและอยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่เนื่องจากคุณวิศาลและแม่นวลรักและเอ็นดูขวัญข้าวราวกับเป็ลูกหลานแท้ๆ อีกคนั้แ่ครั้งแรกที่ได้เจอกับขวัญข้าวและรับรู้เื่ราวจากกัลจารีว่าขวัญข้าวเป็เด็กกำพร้าต้องสูญเสียบุพการีั้แ่อายุยังน้อยท่านก็ขอรับขวัญข้าวมาเป็บุตรบุญธรรมทันทีแม้ความจริงแล้วขวัญข้าวเองก็ไม่ได้เรียกว่าเป็เด็กกำพร้าซะทีเดียวเพราะเธอยังมีน้าชายที่รักและคอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอแต่เพราะความรักความปรารถนาดีที่คุณวิศาลและแม่นวลมอบให้กับขวัญข้าวคุณน้าของเธอจึงยอมอนุญาตให้หลานรักมีครอบครัวใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครอบครัว
“อะไรกันจ้ะยัยจา ขวัญคุยกับพ่อวิศาลเรียบร้อยแล้วยะพ่อเองก็ไม่ว่าอะไรแถมยังสนับสนุนทุกทางอีกดูสิถ้าไม่ได้พ่อช่วยจัดการเื่สร้างบ้านกับที่ทางแถวนู้นรวมทั้งขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักมาช่วยทำโครงการนี้นะฉันคงได้กินแห้วแน่ ปีหน้าคงไม่ได้กลับมาเริ่มทำฝันให้เป็จริงแน่นอนแถมแม่นวลยังรับปากจะช่วยดูแลให้จนกว่าเราจะเรียนจบกลับมาทำงานด้วยตัวเองอีกใช่มั๊ยคะแม่นวล” ขวัญข้าวพูดพร้อมหันไปกอดแม่นวลที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ใช่คะ แม่นวลรับปากว่าจะช่วยดูแลกิจการให้หนูขวัญจนกว่าหนูขวัญจะเรียนจบกลับมาดูแลกิจการที่ตั้งใจไว้ด้วยตัวเองนะคะแต่ใจจริงแล้วแม่นวลอยากให้หนูขวัญเปลี่ยนใจมาอยู่ด้วยกันที่นี่มากกว่าคะ”แม่นวลก้มหน้าลงบอกหญิงสาวที่รักเหมือนลูกอีกคนพร้อมกับลูบหัวอย่างเอ็นดู
“แหมแม่นวลคะ แม่นวลมียัยจาเป็เพื่อนแล้วทั้งคนนะคะ ยัยจาน่ะเรียนบริหารมาแถมยังเก่งเื่ธุรกิจมากกว่าขวัญเยอะเลยคะ เด็กจบฟู๊ดไซน์ (วิทยาศาสตร์การอาหาร)อย่างขวัญมาจะช่วยอะไรได้ละคะ เดี๋ยวทำงานพ่อเจ๊งซะเปล่าๆอีกอย่างนี่เป็ความฝันของขวัญกับคุณพ่อคุณแม่เลยนะคะที่จะมีธุรกิจโฮมสเตย์เล็กๆในพื้นที่ที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติและความสงบสุขแบบนี้” ขวัญข้าวบอกความคิดของตนเนื่องจากตัวขวัญข้าวเองไม่ชอบงานทางด้านธุรกิจหลังจากบิดามารดาซึ่งเป็เ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุขณะเดินทางไปฮันนีมูนครบรอบแต่งงานปีที่สามสิบที่ภูเก็ตน้าชายของขวัญข้าวก็มาช่วยบริหารกิจการโรงแรมต่อโดยแบ่งเงินปันผลให้กับหญิงสาวทุกเดือนใจจริงแล้วน้าชายของขวัญข้าวก็อยากให้หลานสาวคนเดียวกลับไปบริหารงานต่อเพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเอาเปรียบหลานรักแต่ขวัญข้าวก็ปฏิเสธอย่างหนักแน่นพร้อมกับบอกความฝันที่ตนและบิดามารดาเคยคุยกันไว้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตน้าของขวัญข้าวเลยยอมรับฟังและทำตามคำขอของเธอ
“ค่า แม่นวลยอมแล้วคะหนูขวัญอยากทำอะไรแม่นวลจะสนับสนุนทุกอย่างเลยดีมั๊ยคะ”พอเห็นสาวน้อยตรงหน้าเริ่มทำหน้าเศร้าเพราะคิดถึงพ่อและแม่ที่จากไปแม่นวลก็อดใจอ่อนไม่ได้
“พอเลยยัยขวัญ เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้ว เดี๋ยวแม่นวลก็เศร้าตามหรอกกินเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วรีบเข้านอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพแต่เช้านะยะ” กัลจารีเห็นบรรยากาศหมองๆเลยรีบไล่เพื่อนรักไปอาบน้ำนอน
“ยะ พี่จา น้องขวัญจะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ละเ้าคะ” ขวัญข้าวพูดพร้อมกับยื่นจมูกไปหอมแก้มแม่นวลฟอดใหญ่แล้วขึ้นไปอาบน้ำตามคำสั่งเพื่อนรักที่มีศักดิ์เป็พี่บุญธรรมทันที
“หนอยยัยขวัญ ขี้อ้อนจริงนะแก กลับมาให้ตีแก้เซ็งหน่อยสิ ยัยน้องบุญธรรม”กัลจารีขำท่าทางของน้องสาวต่างบิดามารดาที่อายุห่างกันไม่กี่เดือน ั้แ่รู้จักกับขวัญข้าวตอนงานรับน้องใหม่แล้วยังได้มาอาศัยอยู่ด้วยกันในหอพักนักศึกษาอีกกัลจารีก็รู้สึกผูกพันกับเพื่อนคนนี้นักไม่รู้เพราะมีชะตากรรมที่ต้องสูญเสียคนที่สำคัญที่สุดไปเหมือนกันหรือความเป็ตัวตนที่น่ารักและแสนดีของเพื่อนคนนี้แต่ไม่ว่าจะเป็เพราะอะไรกัลจารีก็ตั้งใจแล้วว่าจะคอยดูแลเพื่อนและน้องคนนี้ให้ดีที่สุดตลอดไป ‘อีกไม่นานแล้วนะยัยขวัญความฝันของแกก็จะเป็จริงซะที’ กัลจารีคิดพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข
“ยิ้มอะไรจ้ะยัยจา ดูท่าทางมีความสุขเชียวเล่าให้แม่นวลฟังบ้างสิ”
“ไม่มีอะไรหรอกคะแม่นวล จาแค่ดีใจแทนยัยขวัญนะคะที่ได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็จริงสักทีกลับไปกรุงเทพคราวนี้คงมีกำลังใจทำข้อสอบแน่คะกลับมาอีกทีก็ได้เป็เ้าของโฮมสเตย์เต็มตัวแล้ว”
“นั่นสิคะ เผลอแป๊บเดียวเด็กๆ ก็โตเป็ผู้ใหญ่กันหมดแล้วแถมโตขึ้นเป็สาวสวยทั้งคู่อีกด้วยสิ” แม่นวลพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้กัลจารีแม่นวลมองหน้ากัลจารีพลางย้อนคิดไปถึงสัญญาหมั้นหมายของคนตรงหน้าซึ่งแม่นวลรู้มาตลอดว่ากัลจารีมีคู่หมั้นคู่หมายที่นายวิศาลไปตกปากรับคำกับเพื่อนสนิทไว้เมื่อครั้งกัลจารียังเด็กแต่คุณวิศาลเองยังไม่เคยปริปากบอกลูกสาวคนเดียวซะทีแถมยังกำชับแม่นวลไม่ให้แพร่งพรายเื่นี้ออกไปอีกด้วยไม่รู้ว่าคุณพ่อจะพร้อมบอกลูกสุดที่รักเมื่อไหร่ที่สำคัญถ้าบอกไปแล้วหญิงสาวตรงหน้าจะว่ายังไงบ้างนะ คงต้องรอให้เวลานั้นมาถึงบางทีทุกอย่างอาจจะเป็ไปด้วยดีก็ได้
“อะไรกันคะแม่นวลมาชมกันตรงๆ แบบนี้ จาเขินแย่เลย”กัลจารีพูดแต่กลับไม่มีท่าทีเขินอายเลยซักนิด แม่นวลเองก็รู้เลยเหน็บเข้าให้
“นั่นเขินแล้วเหรอคะ ไม่เอาล่ะยัยจารีบขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าแล้วเข้านอนเถอะจ้ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้ลุกไม่ไหวแม่นวลไม่ปลุกนะคะ”แม่นวลอดพูดแซวหลานสาวไม่ได้ เพราะสาวมั่นแบบกัลจารี น้อยนักที่จะทำให้เขินได้ไม่ใช่เพราะหลานเธอมั่นใจในความสวยของตัวเองหรอกนะแต่เพราะไม่เคยนึกสนใจในเื่พวกนี้เลยต่างหากล่ะหลานสาวของเธอทั้งสองคนจัดว่าเป็หญิงสาวที่หน้าตาดีมากระดับนางเอกเลยด้วยสินี่เธอไม่ได้เข้าข้างหลานตัวเองหรอกนะ อย่างคนแรกกัลจารี หลานสาวแท้ๆ ของเธอมีดวงตากลมโตที่งดงามรับกับใบหน้าหวานซึ้งราวกับ์ปั้นแต่งขึ้นมาอย่างตั้งใจผิวก็ขาวเนียนละเอียดลออมองแล้วเหมือนกับคุณแม่ของเธอเมื่อครั้งยังสาวจริงๆส่วนหลานสาวคนใหม่ก็มีใบหน้ารูปไข่งดงาม ดวงตากลมโตน่ารักน่าเอ็นดูนักหน้าของขวัญข้าวดูคมเข้มกว่าทั้งคิ้ว ตา จมูกและมีรูปร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบซึ่งต่างจากกัลจารีที่ออกไปทางหวานซึ้งรูปร่างเล็กแบบบางอย่างผู้หญิงไทยคงเพราะขวัญข้าวมีส่วนเสี้ยวของเชื้อสายบรรพบุรุษทางแม่ซึ่งเป็ชาวอิตาลีตามที่แม่นวลรู้มานั่นเอง
“โอเคค่ะงั้นจาขึ้นไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะแม่นวล ไม่อยากตื่นสายกว่ายัยขวัญ”พูดจบกัลจารีก็หอมแก้มแม่นวลซ้ายขวาแล้วก็ทำตามคำสั่งทันที
“ใครน้าจะโชคดีได้หลานของแม่นวลไปเป็คู่ครองยังไงก็ขอให้เป็คนดีและรักหลานสาวของแม่นวลมากๆ ก็แล้วกันนะคะ”แม่นวลพูดพึมพำกับตัวเอง พร้อมนึกไปถึงคู่หมั้นคู่หมายของหลานสาวซึ่งได้ข่าวว่าตอนนี้กำลังเป็นายแบบชื่อดังอยู่ที่กรุงเทพไม่รู้ว่าหลังเรียนจบนายวิศาลจะตัดใจกล้าบอกลูกสาวสุดรักสุดหวงคนนี้รึเปล่าถึงเื่ราวของคู่หมั้นคู่หมายั้แ่วัยเด็กคนนี้
ณ.ใจกลางเมืองใหญ่กรุงเทพมหานครเหล่าดารานายแบบนางแบบกำลังวุ่นวายกับการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ของงานบางกอกแฟชั่นโชว์ประจำฤดูหนาวนี้ด้วยคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดรับลมหนาวของดีไซเนอร์แบรนด์ดังมากมาย
“เอ้ารีบๆ เข้าหน่อยคะคุณน้อง อาทิตย์หน้าก็จะโชว์จริงแล้วนะคะบางคนยังเดินไม่ตรงจุดที่มาร์คไว้อยู่เลย”ผู้จัดงานร่างชายหัวใจหญิงร้องะโบอกบรรดานายแบบนางแบบทั้งหลายให้เข้าประจำที่เพื่อเริ่มการฝึกซ้อมรอบสุดท้ายก่อนงานอีเว้นท์ใหญ่จะถูกจัดขึ้นในอาทิตย์หน้า
“แหมพี่ซินดี้ครับรีแลกซ์ครับรีแลกซ์ ะโเสียงดังแบบนั้น น้องๆ ใหมดอีกอย่างเครียดมากเดี๋ยวนอนไม่หลับ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะสวยสู้น้องๆแถวนี้ไม่ได้นะครับ” ภัสกรนายแบบสุดฮ็อตอันดับต้นๆ ของประเทศหันมาบอกซินดี้ซึ่งร่วมงานด้วยกันบ่อยๆ เลยรู้จักและคุ้นเคยกันดี
“แหมน้องกรละก็พี่ซินดี้เปล่าเครียดนะคะ แค่ไม่อยากให้น้องๆพวกนี้ทำให้น้องกรกับน้องวินเสียเวลานะคะนี่ผู้จัดการน้องวินเองก็ย้ำนักย้ำหนานะคะว่าต้องซ้อมให้เสร็จก่อนสองทุ่มเพราะเดี๋ยวน้องวินมีงานอัดรายการทูไนท์วาไรตี้ต่อด้วยถ้าเสร็จช้าพี่โดนดนัยด่าหูชาแน่ นายนั่นยิ่งตรงต่อเวลาอยู่ด้วยตอนเป็นายแบบนะยังไม่ขี้บ่นเท่านี้เลยพอเปลี่ยนเป็ผู้จัดการละก็เคี่ยวขึ้นมาเชียว”ซินดี้แอบนินทาดนัยผู้จัดการส่วนตัวของกวิน ซึ่งเคยเป็นายแบบรุ่นพี่อยู่สังกัดเดียวกันกับภัสกรและกวินมาก่อนพอดนัยเริ่มเบื่อการเดินแบบเลยจับน้องชายที่เพิ่งจบจากออสเตรเลียมารับ่แทนแล้วตัวเองก็กลายเป็ผู้จัดการและผู้ดูแลส่วนตัวไป
“นินทาอะไรผมครับพี่ซินดี้ แล้วนี่งานใกล้จะเลิกรึยังครับอีกครึ่งชั่วโมงผมต้องพานายวินไปแล้วนะครับขืนพี่ซินดี้มัวแต่ยืนบ่นอยู่แบบนี้นอกจากงานจะไม่เสร็จแล้วงานยังจะเข้าผมกับนายวินอีกรีบจับเอ้ยจัดเด็กๆ ฝึกซ้อมให้เสร็จเถอะครับ” ดนัยเดินมาได้จังหวะพอดีซินดี้เลยรีบหุบปากแล้วหันไปสั่งงานต่อทันทีเพราะถ้าไม่หักห้ามใจแล้วสวนกลับไป งานได้ไม่เสร็จจริงๆแน่ ส่วนกวินที่ยืนรออยู่บนเวทีก็ได้แต่มองสองคนข้างล่างอย่างปลงๆเพราะสองคนนี้เจอกันทีไรถ้าไม่กัดกันเอ้ยหยอกกันพอหอมปากหอมคอก็จะหาเื่ป่วนกันตลอดไม่รู่ว่าเพราะสนิทกันมากั้แ่ครั้งที่ดนัยยังเป็นายแบบหรือเพราะมีนิสัยจุกจิกจู้จี้เหมือนกันกันแน่
“เอ๊าเด็กๆ รีบซ้อมเร็วๆ มีนาฬิกามายืนบอกเวลาเตือนแถวนี้แล้วถ้าเป็ะเิเวลาแล้วเดี๋ยวงานจะเข้า เร็วๆ ค๊า” เจ๊ซินดี้อดเหน็บกลับไม่ได้
“วิน เสาร์ อาทิตย์นี้ว่างรึเปล่าวะ” ภัสกรทักเพื่อนหลังจากงานซ้อมเดินแบบเสร็จสิ้นลงในที่สุด
“ว่างสิ สุดสัปดาห์นี้ฉันได้พัก ว่าแต่นายมีอะไรเหรอ”กวินหันไปถามเพื่อนรัก
“ฉันอยากให้นายไปเป็เพื่อน ไปเยี่ยมเพื่อนสนิทของพ่อที่เชียงใหม่น่ะ”
“เพื่อนสนิทพ่อนาย แล้วทำไมท่านถึงส่งนายไปวะ” กวินถามด้วยความสงสัย
“ก็ท่านไม่ว่างนะสิวะต้องไปงานราชการทางใต้กับคุณแม่เลยขอให้ชั้นไปเป็ตัวแทนเอาของขวัญไปให้แกไปเป็เพื่อนฉันหน่อยได้มั๊ยวะ แล้วเดี๋ยวจะแวะพาไปดูที่สวยๆ แถวนั้นแกเองก็ชอบไปภาคเหนือบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอวะเพื่อนพ่อชั้นคนนี้มีที่ทางเยอะแยะเพราะท่านทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ทางภาคเหนือถ้านายสนใจจะได้ไปพูดคุยปรึกษาท่านดู เห็นนายเคยบอกว่าอยากได้ที่ดีๆสักแปลงปลูกบ้านพักตากอากาศสักหลัง ทำเป็เซฟเฮาส์ไงเพื่อน” ภัสกรจำได้ว่าั้แ่กวินกลับมาจากออสเตรเลียพร้อมกับตนเพื่อนคนนี้ก็ตระเวนเที่ยวไปทั่วทุกภาคของประเทศจนกระทั่งเข้าวงการจึงทำให้มีเวลาน้อยลงแต่ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็จะแอบซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวตามที่ต่างๆทันทีโดยมีดนัยญาติสนิทคอยจองตั๋วให้เพราะไม่อยากให้นักข่าวตามไปและภาคเหนือก็เป็หนึ่งในสถานที่ที่กวินชอบไปมากเป็อันดับต้นๆ เลยด้วยจนเขาเคยพูดเปรยๆ เอาไว้ว่าอยากจะได้ที่ดินผืนงามสักแห่งเอาไว้สร้างบ้านสำหรับพักผ่อนหรืออาจจะอยู่ยาวเลยในอนาคต
“เข้าใจชวนนะแก ฉันไปด้วยก็ได้วะจะได้ปรึกษาเพื่อนพ่อนายว่ามีที่ดินแถวไหนน่าสนใจมั่งจะซื้อไว้สร้างบ้านสวยๆสักหลัง” กวินคิด พร้อมกับนึกถึงแปลนบ้านที่ตนเองเคยออกแบบไว้นานแล้ว จริงๆกวินจบทางด้านวิศวกรรมโยธาและมัณฑนากรมาจากออสเตรเลียหลังจากที่พ่อซึ่งเป็ท่านทูตประจำออสเตรเลียเสียชีวิตไปด้วยโรคหัวใจกะทันหันแม่ของเขาได้เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นั่นและได้พบรักใหม่หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิตไปได้ห้าปีเต็มในที่สุดท่านก็ตัดสินใจแต่งงานไปกับชายชาวออสเตรเลียที่เป็เ้าของกิจการก่อสร้างและรับออกแบบตกแต่งทั้งภายนอกและภายในให้กับบริษัทชั้นนำต่างๆทำให้กวินได้ััและเรียนรู้งานมากมายจากพ่อเลี้ยงของเค้าจนกวินสนใจและตัดสินใจเรียนต่อทางด้านนี้โดยตรงพ่อเลี้ยงของเขารักเขาเหมือนลูกชายแท้ๆและหวังว่ากวินจะมารับ่กิจการต่อจากท่านแต่กวินขอเวลาหลังเรียนจบมาลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองที่บ้านเกิดและค้นหาสิ่งที่ตัวเอง้าจะทำจริงๆที่นี่ กวินมีญาติสนิทคือครอบครัวของดนัยซึ่งแม่ของดนัยคือพี่สาวแท้ๆของคุณกัลยาแม่ของกวินนั่นเอง หลังจากกวินมาท่องเที่ยวอยู่ที่เมืองไทยได้ไม่นานก็ถูกลูกพี่ลูกน้องอย่างดนัยลากเข้าวงการโดยเริ่มจากขอให้ช่วยไปเดินแบบแทนตัวเองที่ป่วยกะทันหันด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายทั้งยังมีกล้ามเนื้อสมส่วนเพราะเ้าตัวออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วก็เป็ที่ถูกตาถูกใจของแมวมองมากมายจนได้รับการทาบทามเข้าวงการในที่สุด แรกๆกวินเองก็ไม่อยากเข้าวงการนี้นักเพราะรักความเป็ส่วนตัวและอิสระในการท่องเที่ยวแต่เพราะไม่อยากรบกวนเงินจากทางบ้านจึงรับงานที่ลูกพี่ลูกน้องเสนอให้ดนัยเองก็รับปากจะมาเป็ผู้จัดการส่วนตัวคอยดูแลจัดตารางงานและกันความเป็ส่วนตัวในเื่ต่างๆให้ตามความเหมาะสม กวินจึงยอมทำงานสายนี้จนคุ้นเคยกับมันในที่สุด