ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 10 ใส่ร้าย

    "เอาล่ะ ในเมื่อข้ากับลูกกลับมาแล้วก็มากินอาหารกันเถอะ กินไปคุยกันไปก็ดีเหมือนกัน" ชิงฮุยหลงกล่าวออกมาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารแล้วนั่งลง ชิงหลงเดินไปพร้อมกับท่านแม่ของเขา แล้วกล่าวเรียกทั้งสองคนมาร่วมกินอาหารด้วยกัน"เจ้าทั้งสองก็มากินด้วยกันสิ ข้าจะได้คุยเรื่องที่จะให้ทำนิดหน่อย" ทั้งสองจ้องหน้ากันไปมา ไม่กล้าเดินไปนั่งลงเพื่อร่วมกินอาหารกับทั้งสามคน"มันจะดีหรือ ขอรับ นายน้อยที่จะให้ข้าทั้งสองร่วมโต๊ะอาหารด้วย""หืม...ทำไมจะไม่ดีล่ะ ข้าไม่ได้ถือตัวเหมือนพวกผู้ดีจอมปลอมนั่นหรอกนะ" ทั้งสองได้ยินก็รู้สึกแปลกๆที่ถูกปฎิบัติเหมือนคนทั่วไปนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองรู้สึกยินดีที่ได้ติดตาม ชิงหลง "ขอบคุณนายน้อยที่ให้เกียรติข้าทั้งสอง""หลงเอ๋อ เจ้าอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังได้ไหมทำไมเจ้าถึงใช้ทักษะแปลกๆได้""อืม..จะว่ายังไงดี เอาเป็นว่า ข้าใช้พลังธาตุได้ก็คงจะเข้าใจในสิ่งที่ลูกสื่อได้สินะท่านพ่อ""พลังธาตุ!! เหมือนว่าลูกจะแสดงให้พ่อกับแม่เห็นมาแล้ว แต่มันก็เพียงแค่ธาตุไฟเท่านั้น แต่ที่พ่อเห็นวันนี้ลูกใช้พลังธาตุน้ำแข็งกับธาตุดิน?"เอาเป็นว่า ลูกใช้ได้ทั้งหมดทุกธาตุก็แล้วกันพรวดดด!! แคกๆ แคกๆ "ลูกว่าอะไรนะ!! ใช้ได้หมดทุกธาตุ"...............................................? ความเงียบงันได้เข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร หลังจากสิ้นเสียงอุทานดังๆออกมาจากปากของชิงฮุยหลงแล้วก็ไม่มีเสียงอะไรออกมาอีกเลย ทุกสายตาจ้องมองไปในทิศทางเดียวกัน เหมือนกำลังมองดูสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นปรากฎขึ้นตรงหน้า"มีอะไรกันอย่างนั้นหรอ ถึงได้จ้องกันขนาดนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนิ ที่มีคนใช้พลังธาตุได้น่ะ" ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติเอ่อ...นายน้อยท่านคงไม่รู้สินะว่าพลังธาตุนั้นมันหายากขนาดไหน ปกติแล้วจะถูกเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด และไม่เคยมีใครรู้มาก่อน จะรู้ก็แค่คนในตระกูลเท่านั้น ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับ พลังธาตุเอาไว้เลย "หาาา...เจ้าพูดเรื่องจริงอย่างนั้นหรอ?""จริงแท้แน่นอน แต่สำหรับกรณี นายน้อยชิงหลง มันต่างออกไป ส่วนใหญ่แล้วพลังธาตุจะใช้โจมตีและใช้เสริมพลังปราณให้รุนแรงขึ้น คนหนึ่งคนจะมีไม่เกิน หนึ่งพลังธาตุ นับว่าหายาก แต่ถ้ามีเกินกว่าสองธาตุขึ้นไป นับว่าหายากมาก แต่สำหรับนายน้อยแล้ว ข้าไม่อยากพูด นายน้อยคงเข้าใจในสิ่งที่ข้าจะสื่อ" ตงเสี่ยวกล่าวอธิบายให้ ชิงหลงฟังอย่างง่ายๆพอให้เข้าใจ "เฮ้อ...ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด มาดีข้าก็ดีตอบ มาร้ายข้าจะคืนมันเป็นเท่าตัว""แล้วสิ่งที่นายน้อยจะให้พวกข้าทำล่ะ ขอรับ"อืม...ข้าอยากให้พวกเจ้าสืบข่าวคราวความเคลื่อนไหวของตระกูลต่างๆให้หน่อย ถ้าสามารถติดต่อกับกลุ่มของพวกเจ้าได้ยิ่งดี บอกว่าข้าอยากพบและพูดคุยด้วย ส่วนตระกูลจ้าวข้าจะจัดการเอง "ไม่มีปัญหา ขอรับ แต่กลุ่มของพวกข้านั้นอาจจะติดต่อยาก เพราะไม่มีแหล่งกบดานที่แน่ชัด การจะพบตัวจึงเป็นเรื่องยาก""อืม..อย่างนั้นหรอ ไม่พบก็ไม่เป็นไร อีกอย่างข้าอยากให้พวกเจ้า หาตำราสกัดเม็ดยามาให้หน่อย ข้าจะศึกษาเล็กน้อยก่อนจะสกัดเม็ดยาให้พวกเจ้าทั้งสอง""ขอบคุณมาก ขอรับ นายน้อย" "อีกเรื่อง ครอบครัวของพวกเจ้าถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยให้พามาที่นี่ได้เลยนะ น่าจะปลอดภัยถ้ามีอะไรเกิดขึ้น""พวกข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ยิ่งพวกข้าทำงานพลาดแบบนี้คงไม่ปลอดภัยแน่นอน สองคนที่หนีไปได้ มีชื่อว่า เจี่ยหยากับเจี่ยซิน เป็นพี่น้องกัน เจี่ยหยาเป็นพี่เป็นคนฉลาดสุขุม มีพลังปราณขั้นปฐพีระดับ5 ส่วนคนน้องเจี่ยซินเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดถ้าไม่ถึงขีดสุดจริงๆ มีพลังปราณขั้นปฐพีระดับ4 และยังเป็นฝาแฝดหน้าตาถึงไม่หล่อมากแต่ก็พอทำให้สาวที่มองเห็นเอียงอายได้ นั่นเป็นเวลาปกติของพวกเขา แต่ถ้าเวลางานจะแต่งตัวมิดชิดรัดกุมมาก""นับว่าไม่เลว" ชิงฮุยหลงกล่าวออกมาเบาๆก่อนจะกินอาหารต่อ "แล้วพวกเจ้าคิดว่าทั้งสองฝาแฝดนั่นจะไปพบกับนายน้อยตระกูลจ้าวรึเปล่า" ชิงหลงกล่าวถาม"ถ้าเป็นข้าคงไม่กลับไปแน่นอน เพราะรู้จักนิสัยพวกตระกูลเหล่านี้ดี พวกเขาน่าจะหลบซ่อนหรือไม่ก็ออกจากเมืองนี้ไปแล้ว""พวกเจ้าหลังจากกินอาหารเสร็จก็กลับไปเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้ก็ให้พาครบครัวไปหลบซ่อนในเขตป่านอกเมือง ให้คนเฝ้าดูแลความปลอดภัยไว้หนึ่งคน อีกคนมาพบข้าที่หน้าโรงเตี๊ยมใบหลิวประมาณเที่ยงวัน เป็นเวลาพักผ่อนข้าพอดี เข้าใจนะ""ทราบแล้ว ขอรับนายน้อย""หลงเอ๋อ ลูกจะไปตระกูลจ้าวอย่างนั้นหรือ มันไม่บุ่มบ่ามเกินไปหรอ" "ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องกังวลมันยังไม่ถึงเวลาที่ลูกจะไปที่ตระกูลจ้าวหรอก ขอรับ""ลูกอย่าได้ประมาณเชียวล่ะ ตระกูลจ้าวนั้นแข็งแกร่งกว่าที่ลูกคิด ก่อนจะทำอะไรคิดให้ดีๆจะได้ไม่เดือนร้อนทีหลัง""ลูกจะจำคำที่ท่านพ่อกล่าวเตือนเอาไว้ ขอรับ"หลังจากที่กินอาหารเสร็จ ตงเสี่ยวกับฟงหมิงก็ขอตัวกลับไปเตรียมการสำหรับวันพรุ่งนี้ ส่วนชิงหลงก็เข้าไปในกระท่อมเพื่อดูดซับพลังธรรมชาติอีกครั้ง เพื่อเลื่อนระดับพลังเวทย์ให้สูงขึ้น ชิงหลงได้เข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนอีกครั้ง ความสามารถในการดูดซับพลังจากธรรมชาติก็มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดีที่จะทำการเลื่อนระดับพลังเวทย์ ชิงหลงเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนไม่อาจรับรู้ได้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า มันเป็นเวลาเช้าแล้ว"อืม..รู้สึกจะเลื่อนจากจอมเวทย์ ขั้นที่ 5 เป็น จอมเวทย์ ขั้นที่ 8 เองสินะ" เฮ้อ... ชิงหลงถอนหายใจก่อนจะลุกจากเตียงแล้ว ก็เริ่มทำตามกิจวัตรประจำวันที่เคยทำมาตลอดนั่นก็คือ ตู้ม!! เสียงน้ำสาดกระจายไปทั่ว จนสัตว์เล็กสัตว์น้อยเริ่มชินกับเสียงนี้แล้ว "หลงเอ๋อ ลูกจะเล่นน้ำไปถึงไหน รีบมากินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปสายหรอก" "ขอรับ ท่านแม่ ลูกจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"ชิงหลงรีบขึ้นจากน้ำก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้า แล้วเดินไปยังโต๊ะอาหารที่แม่ของเขาเตรียมไว้ให้ อาหารบนโต๊ะมีไม่กี่อย่าง และเป็นของที่ทำกินง่ายๆไม่ยุ่งยาก ชิงหลงลงมือกินอาหารบนโต๊ะใช้เวลาไม่นานเขาก็กินจนหมด ก่อนจะเก็บถ้วยชามไปล้างเก็บเอาไว้ แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปเมืองหมอกนภาทันที เมื่อลับตาคนชิงหลงก็สร้างวาปเกจขึ้นมาจุดหมายปลายทางก็คือป่าด้านนอกเขตเมืองที่เดิมนั่นเอง จากนั้นก็เดินออกมาจากป่าแล้วเดินผ่านประตูเข้าไปในเมือง ผู้คนก็ยังคงวุ่นวายกับงานของตนไม่เคยเปลี่ยน ชิงหลงมุ่งไปยังโรงเตี๊ยมใบหลิว เมื่อมาถึงก็พบว่า มีร่มกางบังแดดไว้ เหมือนที่พี่สาวบอกจริงๆ รอบๆร่มนั้นเต็มไปด้วยคนที่มารอให้เขารักษา"เอ่อ..คนเหล่านั้นอยากบอกนะว่ามารอให้ข้ารักษาน่ะ" เหอๆ เหอๆชิงหลงเดินไปที่เก้าอี้ตนเอง เมื่อคนเหล่านั้นเห็นก็รีบหลีกทางให้ เหมือนยืนต้อนรับบุคคลสำคัญ ชิงหลงบอกให้ทุกคนต่อแถวตามลำดับก่อนจะเริ่มทำการรักษา ไม่นานจำนวนคนมารอรักษาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จนเหลือไม่ถึงสิบคน จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะ"เจ้าเด็กปีศาจหยุดหลอกลวงพวกเขาเหล่านี้ซักที" เมื่อมองไปทางต้นเสียงก็พบกับกลุ่มคนชรา 5 คน กำลังเดินมาทางเขา ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง แต่งตัวด้วยชุดคลุมสีขาวทั้งตัว บางคนก็มีแทบสีดำตามชายขอบชุดคลุม แถมยังมากล่าวหาว่าเขาเป็นเด็กปีศาจอีก "คนพวกนี้เป็นใครกันแน่ ต้องการจะทำอะไร ถึงต้องมากล่าวหาใส่ร้ายข้าด้วย" ชิงหลงมองด้วยความสงสัยก่อนจะตอบออกไปว่า"ข้านะรึ เด็กปีศาจ ที่พวกท่านกล่าวหา พวกท่านมีอะไรมายืนยันกัน?"เมื่อชายชราทั้ง5ได้ยินก็กล่าวออกมาทันทียังจะมาถามอีก หลักฐานก็เห็นตำตาอยู่นั่นไง วิธีการที่เจ้าใช้รักษาคนมันเป็นสิ่งยืนยันได้ดีเลย"แล้วพวกท่านเป็นใคร ถึงได้เที่ยวมากล่าวหาคนอื่นมั่วซั่ว ถ้าข้าเป็นปีศาจจริง ข้าจะมารักษาคนทำไม ไร้สาระสิ้นดี""เจ้า..!! ไม่คิดจะยอมรับสินะ ว่าเจ้าเป็นปีศาจแปลงกลายมา เจ้าต้องใช้คำสาปใส่ผู้คนเป็นแน่""จะว่าไปพวกท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลยนะว่าพวกท่านเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไรถึงมาที่นี่""พวกข้าจะเป็นใครก็ช่าง แต่พวกข้าหวังดีจึงได้ออกมาเตือนคนเหล่านี้ว่ากำลังถูกหลอกลวงจากเจ้า""เห๋...ไม่กล้าบอกแม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามของตนเอง แต่กลับกล้ามากล่าวหาใส่ร้ายคนอื่นเนี้ยนะ มันไม่เกินไปหน่อยหรอ"ชายชราทั้ง 5 ได้ยินที่ชิงหลงกล่าวออกมาก็พากันหน้าเปลี่ยนสี อ้ำอึ้ง มองหน้ากันไปมา ชิงหลงมองที่ชายชราทั้ง 5 ก่อนจะหัวเราะออกมา"ที่แท้ก็เป็นท่านหมอผู้หวังดีนี่เองมิน่าล่ะ ถามว่าเป็นใครก็ไม่กล้าตอบออกมา พวกท่านนี่มันน่ารังเกลียด เห็นแก่ตัวจริงๆ เหล่าคนที่มารอให้ข้ารักษาล้วนแล้วแต่เป็นชาวบ้านยากจนทั้งนั้น เงินที่ข้าได้รับจากการรักษา 50 คน ยังไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของคน 1 คน ที่พวกท่านรักษาเลยด้วยซ้ำ" คำกล่าวของชิงหลงนั่นเป็นดั่งเข็มนับร้อยนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงสร้างความเจ็บปวดเล็กๆขึ้นที่หัวใจของชายชราเหล่านั้น สมองด้านชา คิดอะไรไม่ออก เหล่าชายชราที่เป็นหมอไม่คิดว่าเด็กอย่างชิงหลงจะมีความคิดเกินวัยขนาดนี้ ทำให้แผนของพวกเขาที่จะใส่ร้ายต้องพังทลายลง สร้างความอับอายให้พวกเขายิ่งนักจนไม่รู้จะมองหน้าเหล่าคนที่อยู่ที่นี่ยังไงดี