คำพูดของเธอทำให้เขาแสยะยิ้ม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่เป็มิตรเลยแม้แต่น้อยราวกับถูกกระตุ้น ความคิดในใจถาโถมเข้าหานาธาเนียล เธอกล้าดียังไงจะหย่ากับฉัน เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเธอต้องทุกข์ทรมานข้าง ๆ ฉันไปตลอดชีวิต
เมื่อเห็นเขาไม่ตอบจึงพูดออกมาอีกครั้ง “ฉันจะหย่ากับคุณค่ะ”
“เธอไม่มีสิทธิ์และฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น” เขาพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเ็า “อยากอยู่กับฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้ถึงคิดหนีไปอย่างนั้นล่ะ”
“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาเสียงแข็งเพื่ออีกฝ่ายจะได้สติบ้าง “ฉันอยู่ที่นี่ต่อไป คนที่ทรมานก็คือคุณ ฉันไม่อยากให้เป็แบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น หย่ากับฉันเถอะนะคะ แล้วฉันจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”
เธอพูดไปแบบนั้นเพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เขามักจะหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่เสมอ เมื่อเห็นแบบนั้นบ่อย ๆ เข้าเซซิเลียจึงนึกสงสารเพราะคิดว่าต้นเหตุล้วนมาจากเธอ
“เสแสร้งทำเป็ห่วงกันอย่างนั้นเหรอ เธอมันร้ายกาจ จำใส่ใจเอาไว้ว่าฉันไม่มีทางหย่ากับเธอ ต่อให้ฉันต้องทรมานไปชั่วชีวิต ฉันก็จะลากเธอมาจมปลักด้วยกัน” เคานต์ เดอ ลีแวร์พูดแต่เพียงเท่านั้นแล้วเดินหนีทันที
เซซิเลียส่ายหน้า พึมพำคนเดียว “ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้างเลย” พลางถอนหายใจแล้วไปเก็บกวาดทำความสะอาดที่อื่นต่อ ทำงานหนักเพื่อลืมความทุกข์ใจที่มีแล้วหลับเป็ตายตอนกลางคืนท่ามกลางความเหน็บหนาว
นาธาเนียลนั่งรถม้ามาดวาลินน์เพียงลำพัง อ้างกับดยุกอาเบอร์ลีนว่ามีเื่เร่งด่วนจากราชวงศ์ให้รับผิดชอบ ส่วนเอเลนอร์คนนั้นสุขสบายดีไม่มีอะไรต้องเป็ห่วง
เขากำชับสาวใช้และพ่อบ้านไว้แล้ว ห้ามแพร่งพรายเื่ราวในคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์ให้คนอื่นรู้เป็อันขาดเพราะกลัวว่าทหารที่สืบสวนจะจับตัวเซซิเลียมาปะา
สิ่งที่เขาห่วงไม่ใช่เื่นั้น แต่เป็เพราะการปะามันเ็ปแค่เพียงแค่ชั่วขณะ หากเทียบกับสิ่งที่เธอทำกับเอเลนอร์นั้นยังไม่สาสม เซซิเลียต้องเ็ปให้มากกว่านี้จนกว่าิญญาที่ล่วงลับของเอเลนอร์จะรู้สึกได้รับความเป็ธรรม
นาธาเนียลมักเห็นรอยยิ้มของเซซิเลียเสมอจนคิดไปแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เกินเยียวยา ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เคยลบความสุขจอมปลอมบนใบหน้านั่นได้เลย
ทว่า เขาไม่รู้ว่าเซซิเลียฝืนทนมากแค่ไหน เธอเกลียดชีวิตแบบนี้เข้ากระดูกดำแต่ที่ยอมทนอยู่เป็เพราะเขาเพียงคนเดียว ส่วนลึกในใจยังคงหวังว่าความรักที่เขามีต่อเธอยังอยู่แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี
เธอจะอดทนจนกว่าจะไม่ไหว หากการทรมานเธอทำให้เขาพอคลายความทุกข์ไปได้ ตัวเธอคงจะมีประโยชน์อะไรบ้าง ไม่ใช่คนไร้ค่าที่เกิดมาแล้วถูกทิ้งและเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเกลียดชัง
่ปลายเดือนมีนาคม ดวาลินน์อยู่ใน่เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใส ดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น กลีบเล็ก ๆ ของมันร่วงโรยปลิวไสวเหนือลำธารที่ไหลผ่านใจกลางเมือง
ขณะที่ดินแดนทางตอนเหนือกำลังเผชิญกับพายุหิมะพัดเข้ามาอย่างหนักในรอบสิบปี สาวใช้ต่างพากันรวมตัวในคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์ เพราะตัวอาคารกันลมหนาวได้เป็อย่างดี
พวกเธอแบ่งหน้าที่ใส่ฝืนในเตาผิงไฟเป็ระยะ เฝ้าไม่ให้มันดับระหว่างคืน ใช้ชีวิตอยู่ข้างในโดยไม่มีปัญหาอะไร กิน นอน พักผ่อน หลบพายุที่พัดผ่านสามวันสามคืนได้อย่างสบาย ๆ
ท่ามกลางความโกลาหล พวกเธอกลับลืมใครคนหนึ่งไปหรืออาจตั้งใจไม่รู้ได้ เซซิเลียยังคงอยู่ในกระท่อมหลังเล็กเพียงลำพัง หยิบฟืนใส่เตาผิงด้วยตัวเอง ขนมปังก้อนสุดท้ายหมดไปั้แ่เที่ยงวันที่สอง
หากแต่ไม่ได้ขยับเขยื้อนสักเท่าใด ร่างกายจึงใช้พลังงานเพียงน้อยนิด หญิงสาวจึงไม่รู้สึกหิวสักเท่าไหร่ ทำเพียงแค่นอนขดบนเตียงแล้วเติมฟืนก่อนจะมอดก็เท่านั้น
แม้เซซิเลียจะอุดรูหนาตรงมุมหนึ่งของกระท่อมไว้ได้แล้ว แต่เพราะลมพายุแรงเกินกว่าที่มันจะรับไหว ความหนาวเย็นจริงค่อย ๆ แทรกเข้ามาข้างใน
เธอยิ้มบางนึกถึงวันวาน ไข้เริ่มขึ้นสูง เ็ปเข้ากระดูก รีบห่มผ้าผืนหนานอนขดตัวอยู่ข้างหน้าเตาผิงเอ่ยพึมพำเพราะคิดถึงอดีต
“คุณยาย แคชตัน ตอนนี้เดอ ลีแวร์มีพายุหิมะเหมือนที่พัลเลเน่เลย คิดถึงตอนนั้นที่เราสามคนอยู่ด้วยกันในห้องโถงใหญ่ ช่วยกันก่อไฟจนหน้าเปื้อนถ่าน ส่วนคุณยายนั่งทำขนมพายสตรอว์เบอร์รี อ้อ… คุณยายถักผ้าพันคอไหมพรมให้พวกเราแล้วก็เล่าเื่น้ำพุในโบสถ์อิลิโอด้วยนี่นา”
่เวลานั้นเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นจนเธอน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “คุณยาย แคชตัน คืนนี้ฉันคงจะรอดพ้นพายุหิมะไปได้ใช่ไหมคะ แต่ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันคงได้ไปเจอคุณยายกับแคชตันได้เร็วขึ้นหรือเปล่า”
สติของเธอจวนเจียนหายไปเพราะพิษไข้ หญิงสาวพึมพำออกมาก่อนผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น “นาธาเนียล”
เช้าวันต่อมา พายุหิมะอ่อนกำลังลงเหลือเพียงเกล็ดเล็ก ๆ โปรยปราย เหล่าสาวใช้จึงได้ฤกษ์ออกมาทำงานของตัวเอง เมื่อรอแล้วรอเล่าแต่ไม่เห็นเงาเซซิเลียจึงนึกขึ้นได้ว่า่พายุเข้าลืมใครบางคนไป พลันคิดในใจว่าคนอย่างเธอคงไม่ตายง่าย ๆ หรอก
ตะวันคล้อยบ่าย เอมี่เริ่มผิดสังเกตที่อีกฝ่ายไม่มาทำหน้าที่ของตนจึงไปดูลาดเลาในกระท่อมหลังน้อย ภาพตรงหน้าทำให้เธอใคิดว่าหญิงสาวถูกไฟครอกไปเสียแล้ว
โชคยังดีที่ไฟเตาผิงมอดดับ ผ้าห่มหนาเพียงแค่เปื้อนเขม่าสีดำ ส่วนร่างบางยังขดตัวอยู่ในนั้นไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
“ออกมาทำงานได้แล้ว” เอมี่โพล่งออกไปแต่คนตรงหน้ากลับไม่ขยับเขยื้อน “ไม่ได้ยินเหรอ นายท่านสั่งเอาไว้แล้วนี่ ห้ามขาด ห้ามลา”
“…”
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอจับตาดูเซซิเลียมาโดยตลอด ความรู้สึกในใจกับสิ่งที่เธอได้ยิน รวมถึงการกระทำของนาธาเนียลทำให้เธอสับสนไม่น้อย
หญิงสาวตรงหน้าร้ายกาจถึงเพียงนั้นเลยหรือ แต่ทำไมจนป่านนี้แล้วยังไม่เผยธาตุแท้ออกมาสักที ทั้ง ๆ ที่ลำบากตรากตรำ ถูกคนอื่นกลั่นแกล้ง ดูถูก เซซิเลียกลับนิ่งเงียบปล่อยผ่านไปอย่างนั้น เอมี่ไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่หรือทำไปเพื่อเอาชนะนายท่านของเธอ
สาวใช้เดินเข้าไปใกล้เพื่อปลุกให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์แต่พอจับตัวกลับรู้สึกได้ว่าร่างกายตรงหน้ากำลังร้อนเป็ไฟ ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจร้อนระอุ
“เซซิเลีย ตื่นสิ” เธอเขย่าตัวเรียกคนตรงหน้าแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแค่อังหน้าผากอย่างเดียวก็รู้แล้วว่าไข้สูงขนาดนี้มีสิทธิ์ถึงตายได้
เอมี่รีบวิ่งไปหาพ่อบ้าน แจ้งเขาให้รีบตามหมอมาแล้วเช็ดตัวดูแลเซซิเลียเพียงลำพัง ทั้งยังเฝ้าไข้และต้มซุปอุ่น ๆ ให้เธอดื่มจนคนอื่นถามขึ้นมาว่า “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ”
“…”
“ไม่ใช่ว่านายท่านอยากให้ตายไปเลยหรือไง แค่ปล่อยให้เป็อย่างนั้นก็ได้นี่”
“เงียบ ๆ ได้แล้ว รีบไปทำงานของพวกเธอเถอะน่า” เอมี่กล่าวกับสาวใช้คนอื่น ๆ ไม่สนใจคำพูดของพวกเธอแล้วดูแลเซซิเลียต่อไป
บางครั้งหญิงสาวละเมอพูดพึมพำ “คุณยาย แคชตัน” ซ้ำไปซ้ำมาจนวนกลับมาที่ “นาธาเนียล”
เธอดูแลคนตรงหน้าเป็อย่างดีจนไข้ลด ครั้นหญิงสาวลืมตาขึ้นมากลับนึกว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่พอนึกขึ้นได้ว่าความเ็ปตามร่างกายยังคงอยู่จึงเข้าใจว่าชีวิตของเธอยังไม่จบลงเท่านี้
“ขอบคุณนะ เอมี่” เธอกล่าวกับคนตรงหน้าด้วยความจริงใจ เซซิเลียไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับการดูแลจากเอมี่อีกครั้ง
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก” เธอเบือนหน้าหนี ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร “กินให้หมดล่ะ ส่วนอันนี้ก็ยาที่หมอเตรียมไว้ให้ นอนพักผ่อนแล้วฉันแวะมาดูเรื่อย ๆ”
“ขอบคุณจริง ๆ นะเอมี่” เซซิเลียยิ้มให้คนตรงหน้าก่อนจะหยิบถ้วยซุปมาซดคลายหิวเพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
ความช่วยเหลือของเอมี่ทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรงขึ้น งานการที่เคยทำถูกพักไว้ชั่วคราว แม้ว่าจะมีหลายคนไม่ชอบแต่ไม่กล้าขัดใจเอมี่
ไม่นานนักเซซิเลียก็หายดีจึงรับหน้าที่เ่าั้กลับมาแล้วทำงานด้วยความตั้งใจเหมือนอย่างเคย
นาธาเนียลกลับมาที่ เดอ ลีแวร์ในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง หญิงสาวดีใจที่ได้ยินข่าวของเขาจนเผลอตัววิ่งไปรอรับร่วมกับสาวใช้คนอื่น ๆ แต่คำพูดยามเจอหน้ากันอีกครั้งกลับทำให้ใจปวดร้าว
“นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก ยังอยู่ดีมีสุขสินะ เซซิเลีย” เขาเอ่ยปากไม่แยแส คำพูดทิ่มแทงนั้นบาดลึก
เอมี่ตั้งใจพูดให้เ้านายได้รู้ว่าเซซิเลียเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะพายุหิมะแต่ถูกหญิงสาวห้ามไว้เพราะรู้ดีว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็อย่างไรพลางเก็บสีหน้าผิดหวังเอาไว้
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน นาธาเนียลไม่เคยคิดเปิดใจให้เธอเลยตลอดหลายเดือนที่อยู่ด้วยกัน ทุกครั้งที่เจอหน้าเป็ต้องพูดทำร้ายจิตใจไม่เว้นวัน กระนั้นเธอยังอดทนทำตัวเป็ที่รองรับอารมณ์ของเขา ฝืนทนเอาไว้จนเ็ปเกินกว่าจะเก็บสีหน้าเอาไว้ได้
รอยยิ้มของเซซิเลียเริ่มหายไปทีละน้อย ทุกข์ทนอย่างที่เขา้า ห่างหายไม่มาพบหน้าเขาเรื่อย ๆ เพราะไม่มีเรี่ยวแรงจะรับสิ่งบั่นทอนจิตใจอีกต่อไปแล้ว
นาธาเนียลโผล่หน้ามาที่กระท่อมหลังเล็ก ทุบประตูเสียงดังจนหญิงสาวต้องรีบวิ่งมาเปิด ดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ไม่สดใสอีกต่อไป รอบตาบวมแดงราวกับเพิ่งร้องไห้
“มีอะไรเหรอคะ” หญิงสาวถามแขกที่มาเยือน
“ผ้าปูที่ห้องยังไม่ได้เปลี่ยน เธอจะมัวโอเอ้อยู่ตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่ คิดว่าตัวเองยังเป็เคาน์เตส เดอ ลีแวร์ผูู้สูงส่งอยู่เหรอ” ชายหนุ่มสบถหลายคำไม่หยุดปาก กล่าวโทษเธอต่าง ๆ นานา
“เข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปเปลี่ยนให้นะคะ” เธอพูดแต่เพียงเท่านั้นแล้วเดินไปที่คฤหาสน์โดยไม่รีรอ
แน่นอนว่าเขาเดินตามโดยไม่รู้ตัว จับตามองเธอทำงานไม่สนใจสิ่งอื่นใดและไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง่เวลานี้ของพวกเขา
เซซิเลียตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เสร็จ ไม่พูดต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเขาสักคำราวกับเหนื่อยใจมากเกินพอ อยากขอหยุดพักเงียบ ๆ เพียงคนเดียว
ข้อมือสองข้างพลันเจ็บแปลบจนชะงักไป เธอหยุดอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่วายถูกเขาเอ่ยกระทบว่าเสแสร้งจึงฝืนทำต่อให้เสร็จแล้วค่อยเดินหนีทีหลัง
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันขอตัวไปทำงานอื่นก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกเขาเป็มารยาทแล้วเดินไปที่ลานหญ้าด้านหลัง หยิบผ้าที่ซักไว้เรียบร้อยแล้วกางออกก่อนจะพาดตากบนราวไม้ทีละชิ้น ๆ
หากหยุดมือเมื่อใดมักจะได้ยินเสียงใครคนนั้นะโโวยวายขึ้นมา ไม่ยอมให้เธอพักแม้สักเสี้ยวนาทีจนกระทั่งเธอทนไม่ไหวเป็ลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา