ซิงจวนมองสบตาองค์รัชทายาทแววตาของนางอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นความรวดร้าวใจของพระองค์
"เื่ราวของพระองค์กับไลลา...โดยเฉพาะค่ำคืนนั้น... หม่อมฉันเข้าใจและให้อภัยเพคะ" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น "หม่อมฉันดีใจที่นางได้มอบความอบอุ่นให้พระองค์ในยามที่อ้างว้างอย่างแท้จริง"
องค์รัชทายาทเงยพระพักตร์ขึ้นมองนางด้วยความตื้นตันระคนละอายพระทัย
"ซิงจวน... เ้า..."
"แต่หม่อมฉันมีเื่อยากจะทูลถามองค์รัชทายาทสักเื่หนึ่งได้หรือไม่เพคะ" ซิงจวนกล่าวต่อสายตาของนางจริงจังขึ้น องค์รัชทายาทพยักหน้าช้าๆ
"หากสตรีที่พระองค์ต้องเข้าพิธีอภิเษกด้วยนั้น...ไม่ใช่สตรีบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่สังคมคาดหวัง หากนางเคยมีอดีต...เคยมีสัมพันธ์ทางกายกับบุรุษอื่นมาก่อน...พระองค์จะยังทรงอภัยและยอมรับนางเป็ชายาได้หรือไม่เพคะ?"
คำถามนั้นราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจขององค์รัชทายาทพระองค์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ตระหนักถึงความเท่าเทียมที่นางกำลังเรียกร้อง...นางให้อภัยพระองค์ได้อย่างง่ายดาย แล้วพระองค์เล่า?
หลังจากครุ่นคิดอยู่เพียงเสี้ยววินาทีพระองค์ก็สบตานางอย่างแน่วแน่
"สำหรับข้า... หากสตรีผู้นั้นคือเ้า...ไม่ว่าเ้าเคยผ่านสิ่งใดมา... ข้าย่อมให้อภัยและรักเ้าเสมอ ซิงจวน... แต่เพียงเ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าความบริสุทธิ์ของเ้านั้นเสียให้กับใคร?”
“หลังจากวันที่เราคลาดจากกัน...หม่อมฉันถูกเรียกตัวกลับจวนอ๋องอย่างเร่งด่วนเมื่อพระบิดาทรงทราบว่าคุณชายที่หม่อมฉันพบรักคือองค์รัชทายาทก็ทรงยินดีอย่างยิ่งและเร่งดำเนินการเื่อภิเษกสมรสทันทีแต่แล้ว... ข่าวร้ายก็มาถึง เมื่อพระองค์ตัดสินใจทูลขอออกเดินทางไกลเพื่อหลีกหนีการแต่งงาน”
“พระบิดาทรงพิโรธและกังวลอย่างยิ่งกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นจะสั่นคลอน ส่วนหัวใจของหม่อมฉัน...มันแตกสลายเพคะ ความคิดที่ว่าพระองค์กำลังจะจากไปไกลแสนไกลและอาจจะไม่มีวันได้พบกันอีกนั้นมันทรมานเหลือเกิน”
“ด้วยความจนปัญญาพระบิดาจึงตัดสินใจพาหม่อมฉันเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาหลิงอวิ๋นเพื่อขอคำชี้แนะจากอาจารย์ของพระองค์... เซียนหญิง ผู้มีญาณทิพย์และพลังแก่กล้า”
ภาพความทรงจำในวันนั้นฉายชัดในใจของซิงจวนตำหนักเซียนที่ซ่อนกายอยู่ในม่านหมอกบนแท่นหยกขาวคือร่างของสตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ แม้ใบหน้าจะยังดูเยาว์วัยแต่ดวงตากลับกระจ่างใสราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งในใต้หล้า
“เมื่อเซียนหญิงได้สดับเื่ราวทั้งหมดนางก็หลับตาลงนิ่งอยู่นานก่อนจะเอ่ยคำพยากรณ์ออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่ก้องกังวาน...”
‘ัหนุ่มผู้หลีกหนีชะตา...จะได้พบพานวาสนารักอีกสี่ครั้งบนเส้นทางแห่งการเดินทางหนึ่งคือความแข็งแกร่งท่ามกลางผืนทราย... สองคือความเย้ายวนใต้แสงจันทร์...สามคือความอบอุ่นในดินแดนหิมะ... และสี่คือความศรัทธาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์...โชคชะตาจะนำพาให้กายและใจของเขาผูกพันกับสตรีอื่น’
“สิ้นเสียงคำพยากรณ์พระบิดาก็ถึงกับหน้าถอดสี พระองค์กังวลเพียงเื่เดียวคือความสัมพันธ์ทางการเมืองจะล้มเหลวแต่สำหรับหม่อมฉัน... มันคือความกังวลว่าจะต้องสูญเสียพระองค์ไปให้สตรีอื่นตลอดกาล” ซิงจวนหยุดเล่าชั่วขณะ สูดลมหายใจลึก “แต่ในขณะที่หม่อมฉันกำลังจะสิ้นหวัง...หม่อมฉันก็นึกขึ้นได้ว่าท่านเซียนหญิงแสดงอิทธิฤทธิ์ตอนเจรจากับพวกเรานางย่นระยะทางจากแท่นหยกมาปรากฏกายตรงหน้าเราในพริบตาเดียวและเปลี่ยนร่างนกที่บินอยู่รอบ ๆเป็สตรีอ่อนเยาว์ยกน้ำชามาให้พวกเราได้อย่างน่าอัศจรรย์... วินาทีนั้นเอง...ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ”
“หม่อมฉันคุกเข่าลงต่อหน้านางทันที” ซิงจวนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หม่อมฉันวอนขอนาง...หากโชคชะตากำหนดให้พระองค์ต้องพบพานสตรีอื่นอีกสี่คนเช่นนั้นก็ขอให้สตรีคนแรกที่พระองค์จะพบรักในการเดินทางนนั้น...เป็หม่อมฉันในร่างอื่นเถิด!”
“หม่อมฉันขอให้นางแปลงกายให้หม่อมฉันและส่งหม่อมฉันข้ามระยะทางยาวไกล เพื่อที่หม่อมฉันจะได้ติดตามพระองค์ไปในทุกที่และเป็สตรีคนแรกที่โชคชะตากำหนดให้พระองค์ได้พบเจอ”
“ท่านเซียนมองหม่อมฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกนางมอบแหวนวงหนึ่งให้ซึ่งสามารถใช้ย่นระยะทางกลับมายังตำหนักเซียนได้ทันทีที่้าและสอนวิธีการใช้งานให้จนชำนาญ แต่ก่อนที่หม่อมฉันจะออกเดินทางนางก็ได้กล่าวเตือน...”
‘เส้นทางแรกที่เขาจะไปถึงคือดินแดนแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยภยันตรายโชคชะตาบอกไว้ว่าเขาจะพบรักกับทาสหญิงนางหนึ่ง... เ้า...ธิดาแห่งอ๋องผู้สูงศักดิ์ พร้อมแล้วหรือที่จะละทิ้งทุกสิ่ง สละยศถาบรรดาศักดิ์ไปเป็ทาสที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคม เพียงเพื่อจะได้ติดตามบุรุษที่เ้าหมายปอง?’
แววตาของซิงจวนในยามนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวก่อนที่จะเล่าต่อ
“หม่อมฉันตอบนางไปโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวว่า...พร้อมเ้าค่ะ”
“เมื่อเห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ของหม่อมฉันท่านเซียนจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางสอนหม่อมฉันใช้ของวิเศษของเซียน เพื่อใช้พลังเปลี่ยนรูปลักษณ์ของหม่อมฉันจากธิดาอ๋องผิวพรรณผุดผ่อง ให้กลายเป็เด็กสาวชาวบ้านบนเส้นทางสายไหม ผิวกร้านแดดผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ จากนั้นนางก็ส่งหม่อมฉันไปยังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่นางรู้ด้วยญาณว่า... อีกไม่นานจะถูกกองคาราวานค้าทาสบุกเข้ากวาดต้อนผู้คน”
“และหม่อมฉันก็ได้ใช้ชีวิตใหม่ที่นั่น...รอคอยวันที่โชคชะตาจะนำพาให้มาพบพระองค์ และเริ่มต้นการเดินทางด้วยกันในฐานะ ไลลาเพคะ”