เสียงเครื่องยนต์คำรามแ่เบาของรถยนต์หรูเคลื่อนตัวผ่านสายฝนที่ยังคงกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดหย่อน เม็ดฝนขนาดใหญ่ตกกระทบกับตัวถังรถยนต์และกระจกหน้าต่างเสียงดังเปาะแปะสะท้อนก้องในความเงียบสงัด บรรยากาศภายในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนยากจะอธิบาย นารา นั่งกอดอกตัวเองอยู่บนเบาะหนังแท้ฝั่งข้างคนขับ ร่างกายบอบบางยังคงสั่นเทาน้อยๆ จากความหนาวเย็นของน้ำฝนที่เปียกชื้นตามเสื้อผ้า เส้นผมยาวสลวยเปียกหมาดๆ ถูกรวบไปไว้ด้านข้าง เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียนที่ดูเปราะบาง ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูสายฝนที่ไหลรินเป็ทางยาวบดบังทัศนียภาพของแสงสีส้มจากไฟข้างทางในยามค่ำคืน
ในห้วงความคิดของ นารา ภาพใบหน้าอันเ็าและคำพูดผลักไสไล่ส่งของ พีท ยังคงวนเวียนซ้ำๆ ราวกับเครื่องเล่นเทปเก่าที่พังชำรุด "ถ้าคิดว่าฉันมันแย่จนทนไม่ไหว... ก็น่าจะเลิกกันไปเลยสิ!" คำพูดบอกเลิกอันแสนง่ายดายและป่าเถื่อนไร้เยื่อใยของแฟนหนุ่มที่เธอทุ่มเทรักและดูแลมานานถึงสามปีดังสะท้อนอยู่ในความทรงจำ มันเปรียบเสมือนใบมีดคมกริบที่กรีดลึกในหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหวอะหวะไม่มีชิ้นดี เธอเผลอกัดริมฝีปากแน่นพยายามกักเก็บเสียงสะอื้นที่เกือบจะเล็ดลอดออกมา ทว่าน้ำตาเม็ดโตก็ยังคงไหลซึมผ่านหางตาลงมากระทบผิวกายที่หนาวเหน็บอย่างเงียบเชียบ
เดวิท บังคับพวงมาลัยรถยนต์หรูด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวอย่างชำนาญและมั่นคง ท่วงท่าการขับขี่ของเขาดูสง่างามและควบคุมสถานการณ์ได้ดีสมกับเป็นักธุรกิจใหญ่ระดับพันล้าน สายตาคมกริบคอยชำเลืองมองหญิงสาวข้างกายด้วยความเป็ห่วงเป็ใยตลอดเวลา เขาไม่เอ่ยปากพูดอะไรบีบคั้นให้เธอต้องอึดอัดใจในสภาวะที่จิตใจแหลกสลายเช่นนี้ ปล่อยให้ความเงียบและเสียงเพลงคลาสสิกแ่เบาจากลำโพงชั้นดีในรถช่วยปลอบประโลมจิตใจของเธอ รถยนต์แล่นเข้าสู่เขตตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็ย่านเศรษฐกิจหลัก ก่อนจะเลี้ยวลงสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็ที่ตั้งของ Penthouse ส่วนตัวของเดวิท สถานที่ส่วนตัวที่หรูหราและเงียบสงบ ซึ่งแม้แต่ เกรซ ลูกสาวสุดที่รักของเขาก็แทบจะไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาเลยสักครั้ง เพราะเดวิทใช้ที่นี่เป็พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและหลบหนีจากความวุ่นวายเหนื่อยล้าของโลกธุรกิจและการตบตาทางสังคมอย่างแท้จริง
ลิฟต์โดยสารส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ก่อนประตูลิฟต์จะเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่ภายใน Penthouse กว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราทันสมัยด้วยโทนสีเทาเข้ม สีเทาถ่าน และตกแต่งด้วยโลหะสีทองเหลืองราคาแพง ผนังด้านหนึ่งเป็กระจกบานสูงตระหง่านั้แ่พื้นจรดเพดาน เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของตึกระฟ้าและแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครท่ามกลางม่านหมอกฝนและพายุฟ้าคะนอง นารา ก้าวเท้าเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกประหม่าและเกร็งเล็กน้อย บรรยากาศหรูหราอลังการแต่อบอุ่นและเงียบสงบนี้ช่างแตกต่างจากห้องพักของเธออย่างสิ้นเชิง
"เข้ามาข้างในก่อนสิครับ นารา" เดวิท เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนที่ฟังกี่ครั้งก็ทำให้หัวใจดวงน้อยรู้สึกปลอดภัย ชายรุ่นใหญ่ถอดสูทตัวนอกที่เปียกชื้นเล็กน้อยแขวนไว้ที่ราวอย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่ยังคงยืนกอดสมุดโน้ตเปียกชื้นแนบอกด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา "เดี๋ยวเธอจะระคายผิวและเป็ไข้หวัดได้นะ รีบไปอาบน้ำอุ่นเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้หน้าห้องน้ำนะ"
นารา พยักหน้ารับเบาๆ "ขอบคุณมากค่ะ... คุณ เดวิท"
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำหรูหรากว้างขวางปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตาที่มีกลิ่นอายอุ่นๆ และมีกลิ่นหอมสะอาดสะอ้าน เธอจัดการชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่นจากฝักบัว สายน้ำอุ่นร้อนไหลผ่านผิวกายช่วยชะล้างความหนาวเหน็บและคราบน้ำตาจากความปวดร้าวออกไป แต่ทว่ากลับไม่อาจชะล้างความเศร้าหมองและความสับสนในจิตใจออกไปได้เลย เมื่ออาบน้ำเสร็จ นารา เปิดประตูห้องน้ำออกมาพบกับเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีตัวใหญ่ของเดวิทที่ถูกพับวางไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมผ้าขนหนูผืนใหม่ เธอสวมใส่มันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสื้อเชิ้ตของเดวิทตัวใหญ่มากจนชายเสื้อยาวคลุมลงมาถึงกึ่งกลางต้นขาของเธอ แขนเสื้อยาวเลยปลายนิ้วจนต้องพับทบขึ้นมาหลายทบ กลิ่นน้ำหอมบุรุษหรูหราจางๆ ประจำตัวของเดวิทที่ติดอยู่บนเนื้อผ้าแพรเนื้อดีโชยเข้าจมูกทุกครั้งที่ขยับตัว ก่อให้เกิดความรู้สึกวาบหวามและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก นารา ลอบมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ เสื้อผ้าเชิ้ตตัวโคร่งที่สวมใส่ทำให้เธอดูตัวเล็กและเปราะบางมากยิ่งขึ้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อตระหนักว่าร่างกายของเธอกำลังสวมใส่เสื้อผ้าของพ่อเพื่อนสนิทคนนี้
เมื่อเดินกลับออกมาที่ห้องโถงกลาง นารา พบว่า เดวิท เปลี่ยนเป็ชุดลำลองสวมเสื้อยืดสีเทาอ่อนและกางเกงขายาวเรียบง่าย ชายรุ่นใหญ่นั่งรออยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลตัวยาวหนานุ่ม บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้ามีแก้วเซรามิกสองใบที่มีควันลอยกรุ่น ส่งกลิ่นหอมหวานของชาสมุนไพรอุ่นๆ ลอยละล่องอบอวลช่วยปรับบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายขึ้น
"มานั่งนี่สิครับ ดื่มชาร้อนๆ ก่อนนะ จะได้ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น" เดวิท ผายมือเชิญชวนอย่างมีมารยาทและอบอุ่น สายตาคมของเขามองดูเธอในเสื้อเชิ้ตขาวของเขาด้วยแววตาที่เข้มขึ้นเล็กน้อยวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นตามเดิม
นารา เดินอย่างเหนียมอายไปนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เว้นระยะห่างไว้พอสมควรตามความรู้สึกนึกคิดในใจ มือเรียวเล็กยกแก้วชาขึ้นจิบเบาๆ ความร้อนของชาร้อนผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหารช่วยบรรเทาความหนาวสั่นสะท้านทางกายลงได้มาก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้เธอรู้สึกตึงเครียดน้อยลง ดวงตากลมโตคู่สวยลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างอันสมบูรณ์แบบของชายรุ่นใหญ่วัย 45 ปี ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ของชายชาตรีและความมั่นคง
เดวิท หันมามองสบตาเธอ รอยยิ้มบางๆ อ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม "เป็ยังไงบ้าง? รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม?"
"ดีขึ้นมากแล้วค่ะ... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ นะคะ นาราไม่รู้จะตอบแทนความมีน้ำใจของคุณยังไงดี..." นารา เอ่ยเสียงแ่ ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดคู่นั้นด้วยความเขินอาย
"ไม่ต้องคิดเื่ตอบแทนอะไรหรอกครับ... แค่เห็นเธอกลับมายิ้มได้และปลอดภัยก็พอแล้วสำหรับฉัน" เดวิท เอ่ยเสียงทุ้มลึก ก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ดูสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำภายนอก "รู้ไหม นารา... Penthouse หลังนี้ ปกติฉันไม่ค่อยได้พาใครมาหรอกนะ แม้แต่เกรซก็แทบไม่เคยมาเลย ที่นี่เป็ดินแดนส่วนตัวของฉัน... พื้นที่ที่ฉันใช้หลบหนีความเงียบเหงาและความวุ่นวายในแต่ละวัน"
นารา ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นกับคำว่า 'ดินแดนส่วนตัว' ของเขา "คุณ... เดวิท ก็เหงาเหมือนกันเหรอคะ? ทั้งที่มีทุกอย่างพร้อมขนาดนี้... ทั้งบริษัทใหญ่โต เงินทอง และตำแหน่งทางสังคม..."
เดวิท หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายความหม่นหมองวูบหนึ่งยามกล่าวถึงอดีตที่แสนอ้างว้าง "เงินทองหรือความสำเร็จทางธุรกิจไม่ได้ช่วยเติมเต็มช่องว่างในใจได้หรอกนะ... นับั้แ่ภรรยาของฉันเสียชีวิตไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน บ้านหลังใหญ่หลังนั้นก็ดูเงียบเหงาเกินไป ฉันต้องทำตัวให้ยุ่งอยู่กับงานตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านและจมอยู่กับความอ้างว้างในบ้านที่ว่างเปล่า เกรซเองก็โตขึ้นทุกวันและเริ่มมีสังคมของตัวเอง... จนกระทั่งฉันได้พบกับเธอ นารา"
เดวิท หันกลับมาจ้องมอง นารา ดวงตาคู่คมของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม "ความละเอียดอ่อน อ่อนหวาน และความใส่ใจของเธอ... มันทำให้หัวใจที่เคยแห้งแล้งของคนแก่อย่างฉันกลับมามีชีวิตชีวาและเต้นแรงได้อีกครั้งยามที่ได้ใกล้ชิดและพูดคุยด้วย"
คำสารภาพความรู้สึกในใจอันตรงไปตรงมาของเดวิทบวกกับน้ำเสียงทุ้มลึกแสนอบอุ่นทำให้หัวใจของ นารา สั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวจากการถูกละเลยละหลวมโดย พีท ตลอดสามปีที่ผ่านมา และความบอบช้ำจากคำพูดบอกเลิกอันแสนเ็าของแฟนหนุ่มเมื่อบ่ายวันนี้ ถูกเยียวยาและเป่าประโลมด้วยคำพูดอันทรงคุณค่าจากชายตรงหน้าอย่างไม่มีช่องว่างให้ต่อต้าน แต่มโนธรรมและศีลธรรมก็ทำหน้าที่บีบคั้นหัวใจของเธอเช่นกัน
"แต่... คุณ เดวิท คะ... เกรซเป็เพื่อนรักของนารานะคะ... และนาราเองก็..." นารา เอ่ยเสียงสั่น หยาดน้ำตารื้อขึ้นมาอีกครั้งด้วยความขัดแย้งในใจอันรุนแรง ความคิดเื่ความถูกต้องและมิตรภาพตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว
เดวิท ขยับร่างกายหนาใหญ่เข้ามาใกล้ นารา มากขึ้นจนระยะห่างระหว่างสองเราลดลงเหลือเพียงไม่กี่เิเ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของสบู่บนผิวกายของเธอผสมผสานกับกลิ่นเสื้อเชิ้ตขาวของเขาชวนให้บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยตัณหา มือหนาอันอบอุ่นและกร้านเล็กน้อยตามวัยเอื้อมขึ้นมาลูบไล้แก้มเนียนของเธออย่างเบามือและแสนรักใคร่ นิ้วหัวแม่มือช่วยปาดน้ำตาอุ่นๆ ที่หยดร่วงอย่างอ่อนโยน ััจากมือของเขาส่งผ่านกระแสความวาบหวามสะท้านไหวแล่นพล่านไปทั่วผิวกายของหญิงสาวจนเธอสะท้านเยือกเบาๆ
"ฉันรู้... ฉันรู้ดีถึงความขัดแย้งในใจของเธอ นารา..." เดวิท เอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาคมจ้องจับจ้องที่ดวงตาคู่สวยและไล่ลงมายังริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่เผยอออกน้อยๆ อย่างตั้งใจ "แต่ความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอมันเป็เื่จริง... และเธอเองก็รู้สึกแบบเดียวกันใช่ไหม? อย่าปิดกั้นความรู้สึกตัวเองเพราะพันธนาการศีลธรรมพวกนั้นเลยนะคนดี... ในค่ำคืนนี้ที่มีเพียงเราสองคน ให้ฉันได้เป็ที่พึ่งพาและเยียวยาหัวใจของเธอเถอะนะ"
ลมหายใจอุ่นร้อนของเดวิทเป่ารดแก้มเนียนยามที่เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะจรดกัน แรงดึงดูดมหาศาลแห่งตัณหาและความเสน่หาที่ซ่อนเร้นะเิตัวขึ้นทำลายกำแพงศีลธรรมที่เปราะบางลงอย่างราบคาบ นารา ตัวสั่นสะท้านภายใต้เสื้อเชิ้ตขาวตัวใหญ่ที่คลุมร่างอยู่ หัวใจเต้นรัวกระหน่ำด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่านสูงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ความอบอุ่นและกลิ่นอายบุรุษเพศที่ห้อมล้อมทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์แห่งมนต์สะกด ความตึงเครียดทางอารมณ์และตัณหาระหว่างชายรุ่นใหญ่ผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายกับหญิงสาวขี้เหงาผู้อ่อนไหวปะทุขึ้นสูงจนอุณหภูมิรอบตัวดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นมาในทันที สายฝนด้านนอกยังคงตกลงมากระหน่ำไม่หยุดหย่อน แต่ภายในห้องนี้ ความร้อนแรงของตัณหาและเสน่หากำลังจะหลอมละลายคนทั้งสองให้กลายเป็เนื้อเดียวกันอย่างไม่มีทางเลี่ยง