“โอ้โห! ์! ค่าประสบการณ์นี่มัน...”
ค่าประสบการณ์ที่ได้มาอย่างง่ายดายราวกับหยิบฉวยเอาตามใจชอบทำให้ทั้งเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่ต่างตกอยู่ในสภาวะตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คนทั้งคู่ต่างเป็พวกยอมตายเพื่อลาภยศอยู่แล้วเมื่อเห็นค่าประสบการณ์พุ่งทะยานขึ้นมาหาเองราวมหาสมุทรที่ซัดสาดย่อมเปรียบเสมือนโอกาสครั้งใหญ่ที่์ประทานมาให้
โดยเฉพาะจิ่วเยว่...เธอหลบอยู่เื้ัเซียวเยี่ยอย่างปลอดภัยมือข้างที่ถือกริชสีโลหิตสะบัดขึ้นลงไม่หยุด ปลิดชีพศัตรูครั้งแล้วครั้งเล่า
เซียวเยี่ยสังเกตเห็นจากหางตาว่ารอยยิ้มตรงมุมปากของเธอนั้นไม่อาจหุบลงได้เลย
ส่วนกระบี่ราชันพระราชทานในมือของเขาก็ไม่ได้หยุดพักการเก็บเกี่ยวชีวิตเช่นกันประกอบกับผลกระทบจากสภาวะภูตพรายที่มากับแหวนภูตพรายถูกกระตุ้นให้ทำงานความเร็วในการโจมตีของเซียวเยี่ยจึงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆกระทั่งเทียบกับจิ่วเยว่ที่เป็อาชีพสายความคล่องตัวและใช้กริชซึ่งเป็อาวุธที่พริ้วไหวที่สุดแล้วเขาก็ยังไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยสักนิด
ทันใดนั้นเองในจังหวะที่เซียวเยี่ยสะบัดกระบี่ราชันพระราชทานฟันร่างของการ์กอยล์กายหยกจนขาดสะบั้นแสงสีทองเจิดจรัสพลันพุ่งออกมาจากโกร่งกระบี่
มันแผ่กระจายออกไปรอบด้านดุจระลอกคลื่นน้ำการ์กอยล์กายหยกที่ถูกแสงสีทองนี้อาบไล้ต่างพากันสั่นสะท้านไปทั้งร่างราวกับถูกสายฟ้าฟาดความกระหายเืที่เคยพลุ่งพล่านกลับมลายหายไปสัตว์อสูรเ่าั้หยุดชะงักอยู่กับที่ด้วยความหวาดกลัวต่อบางสิ่งอย่างสุดซึ้ง...
เซียวเยี่ยเห็นดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่ข้อความแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เป้าหมายได้รับผลกระทบจากการข่มขวัญ ตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัว!]
เขาพลันตระหนักได้ทันทีว่านี่คือคุณสมบัติเพิ่มเติมของอาวุธกระบี่ราชันพระราชทาน... เกียรติภูมิราชวงศ์
เมื่อสังหารเป้าหมายมีโอกาสที่จะทำให้ศัตรูประเภทเดียวกันที่อยู่รอบข้างตกอยู่ในสภาวะข่มขวัญ
ที่ผ่านมาเนื่องจากโอกาสติดคุณสมบัติเกียรติภูมิราชวงศ์นั้นต่ำเหลือเกิน
เซียวเยี่ยแทบจะลืมไปแล้วว่ากระบี่เล่มนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษเช่นนี้อยู่
ทว่าท่ามกลางการล้อมกรอบของการ์กอยล์กายหยกที่มืดฟ้ามัวดินประดุจขุนเขาเช่นนี้กลับช่วยกระตุ้นให้คุณสมบัติที่มีโอกาสเกิดแสนน้อยนิดนี้แผลงฤทธิ์ออกมาจนได้
ชั่วพริบตาเดียวการ์กอยล์กายหยกในรัศมีหลายสิบเมตรตรงหน้าเซียวเยี่ยต่างถูกสยบจนขวัญหนีดีฝ่อบางตัวสั่นเทาจนถึงขั้นทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
จิ่วเยว่ที่อยู่ด้านข้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงันการ์กอยล์กายหยกกลุ่มหน้าพากันยืนบื้อใบ้ราวกับคนโง่บางตัวถูกเพื่อนฝูงที่โถมตามมาจากด้านหลังเหยียบย่ำจนจมดินแต่พวกมันก็ยังคงขลาดเขลาไม่กล้าปริปากหรือก้าวไปข้างหน้าแม้แต่น้อย
“มันคือผลกระทบเสริมจากอาวุธน่ะ... การข่มขวัญ!”
เซียวเยี่ยอธิบายพลางอาศัยจังหวะนี้หยิบยาฟื้นพลังชีวิตชุดใหม่ออกมาจากกระเป๋าและถือโอกาสใช้หินลับมีดพกพาฝนคมกระบี่ราชันพระราชทานไปด้วย
ภายใต้การสังหารมอนสเตอร์ที่ดุเดือดต่อเนื่องเช่นนี้แม้แต่กระบี่ขั้นทองคำอย่างกระบี่ราชันพระราชทานก็เริ่มจะทื่อไปบ้างแล้ว
ส่วนโล่าพยัคฆ์ร้ายในมือซ้ายก็เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากกรงเล็บของการ์กอยล์กายหยก
เซียวเยี่ยเห็นแล้วก็ได้แต่ปวดใจเพราะโล่าพยัคฆ์ร้ายชิ้นนี้คืออุปกรณ์ทองคำชิ้นแรกที่เขาได้มาและเป็ขุมพลังสำคัญที่ช่วยให้เขาฟันฝ่ามาจนถึงจุดนี้
แม้จะเป็เพียงโล่ทองคำระดับ30แต่คุณสมบัติและคุณสมบัติเพิ่มเติมของมันยังคงยอดเยี่ยมใช้งานได้ดี
ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่ต้องเร่งเก็บค่าประสบการณ์เช่นนี้เขาทำได้เพียงต้องยอมให้สหายเก่าผู้นี้ออกหน้ารับศึกหนักไปก่อน
..........
แม้จะผ่านการสังหารไปเพียงเกือบหนึ่งชั่วโมงแต่ยาฟื้นพลังชีวิตที่เซียวเยี่ยพกมาในกระเป๋ากลับร่อยหรอไปกว่าครึ่งถึงแม้เขาจะมีผลการดูดซับโลหิตในระดับสูงที่ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้ตัวเองได้แต่ความเร็วในการสิ้นเปลืองยาก็ยังเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก
เหล่าการ์กอยล์กายหยกที่ดาหน้าเข้ามาไม่ขาดสายแม้บางตัวจะถูกเหยียบตายไปโดยที่ยังไม่ทันได้ลงมือโจมตีเซียวเยี่ยด้วยซ้ำแต่ด้วยจำนวนมหาศาลที่ทับถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนมันจึงกลายเป็ายืดเยื้อที่สูบกินทรัพยากรอย่างยิ่ง
นี่เป็ครั้งแรกนับั้แ่เซียวเยี่ยตื่นรู้ในอาชีพที่เขารู้สึกว่าช่องเก็บของในกระเป๋านั้นเล็กเกินไปยาที่พกมาไม่เพียงพอต่อการใช้งานเลยสักนิด
กระเป๋าของเซียวเยี่ยเป็กระเป๋ามิติขั้นต้นที่ซื้อมาจากเมืองซ่างจิงมีทั้งหมด 24 ช่องแต่ละช่องสามารถใส่ยาฟื้นพลังชีวิตได้ 12 ขวด ซึ่งนับเป็ 1ชุด
ยามปกติที่ลงดันเจี้ยนเขามักจะใช้ยาเพียง 1 หรือ 2 ชุดเท่านั้นส่วนช่องที่เหลือมักจะว่างไว้เพื่อเก็บอุปกรณ์หรือวัสดุที่ดรอปได้
แต่สำหรับการมายังเหมืองหยกครั้งนี้เซียวเยี่ยพกยาฟื้นพลังชีวิตมาถึง 10 ชุดและยาฟื้นมานาอีก5 ชุด
ทว่าตอนนี้ทุกอย่างเหลือเพียงครึ่งเดียวแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือค่าประสบการณ์มหาศาล
การสังหารอย่างดุเดือดตลอด1ชั่วโมงกว่าที่ผ่านมา ทำให้ระดับของเซียวเยี่ยทะยานขึ้นมาถึง 4ระดับ จนมาถึงระดับ 58 แล้ว
นับว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง
แต่เมื่อดูจากอัตราการสิ้นเปลืองนี้อย่างมากที่สุดเขาก็คงยื้อต่อไปได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงยาฟื้นพลังชีวิตในกระเป๋าก็จะหมดไป
และเมื่อไร้ซึ่งยาฟื้นพลังลำพังเพียงการฟื้นฟูจากการดูดเือย่างเดียวย่อมไม่สามารถต้านทานการโถมเข้าใส่แบบถวายชีวิตของการ์กอยล์กายหยกเหล่านี้ได้แน่
..........
ในขณะที่เซียวเยี่ยกำลังกระดกยาฟื้นพลังชีวิตเข้าปากทีละขวดจนกระเป๋าเริ่มว่างเปล่าจิ่วเยว่ที่อยู่ด้านหลังพลันส่งยาฟื้นพลังชีวิตมาให้เขาหลายชุด พร้อมกล่าวว่า“เซียวเยี่ย นายเอาไปให้หมดเลย! ยังไงฉันก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว”
เธอที่หลบอยู่ข้างหลังเขาแทบจะไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงเลยแม้จะมีการ์กอยล์ที่หลุดรอดจากโล่อ้อมเข้าไปหาเธอบ้างแต่เธอก็อาศัยความว่องไวปลิดชีพพวกมันทิ้งทันที จึงไม่ถือเป็ภัยคุกคามใดๆ
“น่าเสียดาย ฉันพกยาฟื้นพลังมาแค่ 5 ชุดเอง”
จิ่วเยว่บ่นพึมพำอย่างเสียดาย
ในฐานะอาชีพมือสังหารสิ่งของที่เธอต้องพกพาในกระเป๋านั้นมีมากกว่าอาชีพทั่วไป
ทั้งอุปกรณ์สะเดาะกุญแจอุปกรณ์ติดตั้งกับดัก ลูกศรลับ ยาพิษเคลือบอาวุธ...สารพัดอุปกรณ์เหล่านี้กินพื้นที่ในกระเป๋าไปไม่น้อย
“ไม่เป็ไร เท่านี้ก็พอแล้ว!”
เซียวเยี่ยรับยามาพลางมองดูโล่าพยัคฆ์ร้ายที่มีร่องรอยความเสียหายเต็มไปหมดแล้วพยักหน้าพลางเอ่ย “หลังจากใช้ยาพวกนี้หมดเราก็ควรจะถอนตัวกลับกันได้แล้ว”
ยิ่งสังหารมอนสเตอร์รุนแรงเท่าไรอุปกรณ์และอาวุธก็ยิ่งสึกหรอเร็วเท่านั้น
แม้จะเป็โล่าพยัคฆ์ร้ายขั้นทองคำก็ไม่อาจทนทานการโจมตีที่หนักหน่วงขนาดนี้ได้ เมื่อกลับไปถึงเมืองเฮยสุ่ยเขาคงต้องหาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลและซ่อมแซมอุปกรณ์เสียหน่อยแล้ว
การเก็บค่าประสบการณ์แบบกวาดล้างเช่นนี้แท้จริงแล้วคือกิจกรรมที่เผาผลาญเงินเป็อย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็ความสึกหรอของอุปกรณ์หรือการสิ้นเปลืองยาผู้ตื่นรู้อาชีพทั่วไปย่อมไม่อาจแบกรับภาระทางการเงินเช่นนี้ไหว
ดังนั้นนี่จึงเป็ข้อจำกัดที่ไร้รูป ยิ่งแข็งแกร่งและมีกำลังทรัพย์มากเท่าไรผู้ตื่นรู้เ่าั้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก
ในทางกลับกันหากไร้ซึ่งความสามารถและทุนทรัพย์ในการใช้สอยก็ได้แต่เฝ้ามองช่องว่างของระดับที่ถูกทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ เท่านั้น
เวลาผ่านไปอีกราว1ชั่วโมง ยาฟื้นพลังชีวิต 5 ชุดที่ได้มาจากจิ่วเยว่ก็ถูกใช้จนเกือบหมด
แต่การ์กอยล์กายหยกในเหมืองเบื้องหน้าที่ยังคงพุ่งทะยานเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิตดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะลดจำนวนลงเลย...
“ถอยก่อนเถอะ! พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่!”
เซียวเยี่ยให้สัญญาณมือเขาคาบขวดยาฟื้นพลังชีวิตขวดสุดท้ายไว้ในปาก ตั้งใจจะถอยร่นไปทางปากเหมืองพลางต่อสู้ไปด้วย
จิ่วเยว่รีบเปิดทางให้เธอถอยไปยืนชิดผนังถ้ำด้วยความกังวล “นายค่อยๆถอยไป ฉันจะระวังหลังให้เอง!”
ทว่ามุมปากของเซียวเยี่ยกลับโค้งขึ้นเขาเอ่ยโดยไม่หันกลับไปมองว่า “ไม่จำเป็เธอถอยออกไปก่อนเลย!”
“ฉันมีท่าไม้ตายสำหรับปิดท้ายอยู่!”
เมื่อเห็นว่าความปรารถนาดีของตนถูกปฏิเสธจิ่วเยว่ก็ฮึดฮัดด้วยความขัดใจ เธอไม่สนเซียวเยี่ยอีกต่อไปหมุนตัวพุ่งทะยานถอยร่นไปยังปากถ้ำทันที
เมื่อจิ่วเยว่ถอยไปไกลพอสมควรแล้วเซียวเยี่ยก็กระดกยาขวดสุดท้ายลงคอ ก่อนจะเปิดใช้งานมายากระจกเงาตัวแทนในพริบตา
ร่างเงาภูตพรายที่มีหน้าตาเหมือนเซียวเยี่ยพลันปรากฏขึ้นในเหมืองและยังมีกายหยาบที่ััได้จริงอีกด้วย
เซียวเยี่ยรีบถอนตัวออกมาทันทีฝูงการ์กอยล์กายหยกโดยรอบต่างพากันคลุ้มคลั่ง พุ่งเข้าจู่โจมร่างเงาตัวแทนนั้นแทน
เซียวเยี่ยอาศัยจังหวะนี้ควบคุมร่างเงาให้ยันแนวหน้าไว้
ส่วนตัวเขาเองก็ใช้ทักษะกระโจนเพรียกกระแสธาราพุ่งทะยานออกจากเหมืองอย่างรวดเร็วเมื่อเกือบจะถึงปากทางเข้า เซียวเยี่ยก็กำหนดจิตเพียงนิดร่างเงาที่อยู่ลึกเข้าไปในเหมืองพลันแผ่ซ่านความร้อนแรงดั่งเพลิงบรรลัยกัลป์ออกมาหยาดโลหิตที่ร้อนระอุราวกับลาวาพวยพุ่งออกมาจากภายในร่างกายไม่ขาดสาย
ตามมาด้วยเสียงะเิกัมปนาทที่ดังสนั่นเลื่อนลั่นมาจากส่วนลึกของเหมือง
เซียวเยี่ยที่สูญเสียการมองเห็นจากมุมมองของร่างเงาไปแล้วไม่อาจเห็นผลลัพธ์ของการะเิได้ด้วยตาตนเองเขาเพียงเห็นแสงสีขาวของค่าประสบการณ์จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากส่วนลึกของเหมืองแล้วค่อยๆ ไหลบ่ามารวมอยู่ที่ตัวเขา
ะเิพลีชีพแผดเผาของร่างเงาในครั้งนี้อย่างน้อยก็น่าจะสังหารการ์กอยล์กายหยกไปได้ร่วม 40-50 ตัว
พร้อมกันนั้นเพลิงประทีปที่เร้นลับและวังเวง ก็ค่อยๆลอยล่องตามออกมาจากส่วนลึกของเหมืองอย่างเชื่องช้า...