ห้องโถงทางเดินนั้นองค์ประกอบล้วนเป็สีขาวทั้งผนังกระจกเคลือบ พื้นหินอ่อนและบันไดโคมระย้าขนาดใหญ่ที่แขวนไว้กับเพดานเป็รูปก้อนน้ำแข็งที่มีเกล็ดระย้าย้องลงมาในรูปแบบทันสมัยประกอบด้วยเงินและแก้วผลึกความสว่างไสวของมันเน้นสีขาวของห้องให้กระจ่างขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าทําให้ตาพร่าไปกับแสงสว่างที่เกิดอยู่ภายใน
ยิ่งกว่านั้นก็ยังมีสีขาวที่สะท้อนออกมาจากห้องที่เลยประตูบานคู่ด้านซ้ายอีกด้วยด้วยความใคร่รู้ ทําให้คิทเดินลงบันไดเตี้ยๆ อีกสองขั้นไปดูและพบว่ามันเป็ห้องรับแขกที่เพดานประดับด้วยโคมระย้าอีกเช่นกันเพียงแต่ว่าภายในห้องนี้สีขาวของผนังกับเครื่องเฟอร์นิเจอร์ถูกตัดด้วยสีน้ำตาลของพื้นห้องที่เป็ไม้โอ๊คตรงมุมห้องมีเตาผิงขนาดใหญ่สีขาวอีกเช่นกันตั้งอยู่ แต่เธอไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไรนัก
ทั้งนี้เพราะเธอกําลังตื่นตาตื่นใจกับผนังกระจกขนาดมหึมาที่เผยให้เห็นทิวทัศน์อันน่าตื่นตะลึงของเทือกเขาภายนอกสีสันแห่งฤดูกาลที่ห่มเทือกเขาไว้ทําให้บรรยากาศภายในห้องเพิ่มความสวยสดงดงามอย่างน่าละลานตา
“มันจะเป็ภาพที่น่าตื่นใจที่สุดเมื่อถึงฤดูหนาวตอนทีู่เาทั้งลูกปกคลุมอยู่ด้วยหิมะ”
คิทหันไปทางคู่สนทนาซึ่งคิดว่าเป็พอล่าแต่ปรากฏว่าคนที่กําลังยืนเคียงข้างเธออยู่ในยามนี้คือจอห์น
“ใช่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืนเมื่อมีแสงสีจากตัวเมืองแอสเพนเป็ประกายสะท้อนขึ้นมาเหมือนหยิบดาวลงไปประดับไว้กับพื้นดิน”
เขาลูบไล้พวงผมเธออยู่
“แต่ถ้าจะดูให้เห็นชัดกว่านี้จะต้องมองจากหน้าต่างห้องนอนใหญ่”
เขาเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าเธอ
“ผมคิดว่าคุณจะต้องชอบแน่”
“แค่ที่เห็นอยู่นี่ก็หลงรักแล้วละ”
คิทตอบโดยไม่จําเป็ต้องใช้ความคิด
“ผมหมายถึงห้องนอนใหญ่ที่เป็ห้องชุดต่างหากล่ะ”
“ก็คงจะชอบอีกนั่นแหละ”
คิทตอบอย่างยอมรับยามที่อยู่ใกล้ชิดเขาเช่นนี้ มันทําให้เธอรําลึกนึกถึงจุมพิตอันร้อนเร่ารสััที่ยังติดตราตรึงใจ กับความรู้สึกที่ถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัวขึ้น
“งั้นเราจะรออยู่ทําไมล่ะ”
เขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เสียงพูดนั้นอ่อนทุ้มนุ่มนวลยิ่งนักเป็น้ำเสียงที่ทําให้มองเห็นภาพยามที่ร่วมรักกับเขา
“อาจจะเป็เพราะฉันยังมองเห็นรอยแผลเป็จากที่ไฟลวกไว้ครั้งก่อนละมัง”
คิทตอบเรียบๆครั้งหนึ่งเธอเคยตกหลุมรักมาแล้ว เป็ความรักที่ลึกซึ้ง รักอย่างทอดกายถวายใจให้มันเป็ความรักแบบเดียวที่เธอรู้จัก แต่ในที่สุดมันก็เป็เพียงรักที่ถูกเมิน
ตราบเท่าทุกวันนี้เธอไม่เคยลืมความเจ็บช้ำรานร้าวกับความรักครั้งกระนั้นเลยและนับั้แ่ตอนนั้นเป็ต้นมาเธอจึงระมัดระวังตนอย่างยิ่งที่จะไม่สร้างความผูกพันทางร่างกายให้เกิดขึ้นแม้ว่ามันจะไม่ใช่เื่ง่ายนักเพราะในชีวิตการเป็นักแสดงของเธอจะต้องใช้อารมณ์กับความรู้สึกเข้ามาช่วยอยู่ตลอดเวลา
“ยิ่งกว่านั้นนะจอห์น ที.”
คิทพยายามแต่งน้ำเสียงให้สดใสเข้าไว้
“คุณเองก็ไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงน่ะมีความมั่นคงในจิตใจแค่ไหน”
“ที่คุณพูดมามันก็จริงอยู่หรอกนะ”
เขาพิจารณาความรู้สึกในสีหน้าของเธออยู่อย่างเคร่งขรึม
“แต่ผมมีความรู้สึกอยู่ว่าถ้าเป็คุณแล้วความรู้สึกที่ผมจะมีมันจะต้องแตกต่างกว่าผู้หญิงคนอื่นแน่แตกต่างกันอย่างมากทีเดียวละ”
คิทเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆยื่นหน้าเข้าไปจูบเขาตรงแก้มเบาๆ
“เื่อย่างนี้มันต้องขึ้นอยู่กับเวลาด้วย”
ก่อนที่เขาจะทําให้จบนั้นยืดเยื้ออย่างที่ใจ้ามัวรี่ก็เดินลงบันไดเข้ามาในห้องและคนอื่นๆ ก็พลอยเดินตามเข้ามาด้วย
“นี่คือสิ่งที่คุณจัดเตรียมไว้เพื่อความสุขของตัวเองจริงๆนะจอห์น เทรวิส”
มัวรี่มองไปทางบาร์ที่ตั้งอยู่ข้างผนังด้านหนึ่งไม่ใส่ใจกับสายตาบอกความรําคาญของจอห์นเลยแม้แต่น้อย
“คุณมีสระว่ายน้ำด้วยหรือเปล่านี่”
เขาเดินไปยังประตูกระจกที่เปิดออกสู่ระเบียงที่ปูด้วยพื้นไม้
จอห์นจุดบุหรี่พ่นควันออกมาเป็ทางยาวสายตามองตามร่างคิทที่เดินไปหยุดพิจารณาแจกันกระเบื้องเคลือบอยู่
“ที่นี่ เรามีสระทั้งภายในและภายนอกนอกจากนั้นก็ยังมีเซาว์น่า, อ่างอาบน้ำร้อนห้องออกกําลังกาย ห้องใต้ดินที่ใช้เก็บไวน์มีการควบคุมอุณหภูมิอย่างดีเยี่ยมแล้วก็ยังมีห้องบิลเลียด สตูดิโอส่วนตัวทุกอย่างที่จะอํานวยความสะดวกทั้งในชีวิตการทํางานและความเป็ส่วนตัว”
“อ้าว...แล้วไม่มีรางโบว์ลิ่งด้วยหรอกหรือ”
มัวรี่ถามอย่างเป็เื่ขัน
“ไม่มีหรอก”
จอห์นหันไปมองชิพ
“สําหรับห้องแถลงข่าวนั่นจะมีทั้งเครื่องฉายหนังกับจอเตรียมไว้พร้อมเลยเราสามารถฉายหนังให้ผู้สื่อข่าวได้ชมกันทันที”
“เยี่ยมมาก”
สีหน้าของชิพแจ่มใสขึ้นเมื่อได้รับฟังเื่นี้
“ถึงแม้จะไม่มีเครื่องอํานวยความสุขหรือสิ่งที่ทําให้เจริญหูเจริญตาขนาดนี้บ้านหลังนี้มันก็ยังสวยที่สุดอยู่นั่นเอง”
อีวอน เดวิส ยืนอยู่กลางห้องกวาดสายตามองเครื่องแต่งบ้านล้ำค่าด้วยความชื่นชม
“คุณคงมาที่นี่บ่อยๆ สินะคะจอห์น”
“ถ้าจะให้พูดกันตามความจริงละก็ผมแทบจะไม่ค่อยมีโอกาสมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ และกําลังคิดจะขาย...”
“ทําไมล่ะ”
คิทร้องอย่างแปลกใจไม่ทันสังเกตว่าเขายังพูดไม่จบประโยค
“ผมซื้อบ้านหลังนี้มาเมื่อห้าปีก่อนในราคาล้านห้าแสนแต่ราคาในตลาดวันนี้มันขึ้นไปเกือบจะห้าล้านอยู่แล้ว”
คําบอกเล่าของเขาทําให้มัวรี่ถึงกับผิวปากวืด
“โอ้โฮ ได้กําไรงามจริงๆ”
“ใช่ กําไรงามมาก”
จอห์นพ่นควันบุหรี่อย่างสบายอารมณ์
“ผมคิดว่าคราวนี้คุณคงวางแผนที่จะให้บริษัทเช่าบ้านหลังนี้เพื่อการถ่ายทําหนังเื่ใหม่สินะอย่างน้อยก็ยังได้เงินเป็ค่าใช้จ่ายสักสองสามเหรียญบ้าง”
มัวรี่เดา
“เวลาที่หนังอยู่ในระหว่างการถ่ายทํามันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเื่ฉากที่ใช้ประกอบเื่อยู่แล้ว”
นั่นคือคําตอบของจอห์น เทรวิส
“เพียงแต่ว่าความสุขสบายมันไม่เท่าเทียมกันเท่านั้น”
มัวรี่พูดยิ้มๆ
“ว่าแต่คุณคิดจะเช่าอะไรบางอย่างแบบเดียวกันนี้ให้คิทอยู่หรือเปล่าล่ะ”
จอห์นดับบุหรี่ลงด้วยอาการกระแทกกระทั้นถามตัวเองอยู่ในใจ...ว่าเ้าน่าโง่คนนี้มันไม่รู้บ้างเลยหรือว่าถ้าเขา้าอะไรเป็พิเศษให้กับนักแสดงแล้ว เขาจะต้องระบุลงไว้ในสัญญาด้วย
“ไม่จําเป็หรอกมัวรี่”
คิทสอดขึ้น
“ฉันอยู่ที่บ้านไร่ได้”
จอห์นตวัดสายตามองหน้าเธอแวบหนึ่งและรู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบความคิดเช่นนั้นของเธอเลย
“ดูไปก่อนก็แล้วกัน”
เขายุติเื่ลงเพียงแค่นั้นซึ่งก็พอดีกับที่โนแลน วอล์คเกอร์ กับเอ๊บ ซิกเลอร์ เดินเข้ามาในห้องทั้งสองต่างอยู่ในชุดที่พร้อมจะทํางานด้วยกันทั้งคู่
“เราคิดว่าได้ยินเสียงคุยกันอยู่ในห้องนี้”
โนแลนเดินแกมวิ่งลงบันไดมาเขาเป็คนรูปร่างสะโอดสะอง ผิวสีน้ำตาลท่าทางกระฉับกระเฉงแคล่วคล่อง
เอ๊บเดินตามหลังมาติดๆััมือกับชิพก่อนจะถามทุกคนขึ้นว่า
“เพิ่งมาถึงกันหรือครับนี่การเดินทางเป็ยังไงมั่งล่ะ”
“อย่าไปถามเขาเลย”
พอล่าสอดขึ้นทันที
“เพราะชิพน่ะนั่งหลับตามาตลอดทาง”
“แล้วคุณสองคนหายไปอยู่ที่ไหนกันมาล่ะ”
ชิพไม่สนใจในคําพูดของเธอ
“คิดว่าจะไปรับเราที่สนามบินเสียอีก”
“ลงไปอยู่ในห้องยิมเพื่อให้คลายความตึงเครียดน่ะสิ”
โนแลนตอบ
“ยังเข้าท่ากว่าจะไปยืนแขวนรอเวลาเครื่องบินเข้าไปไหนๆ”
“ขอโทษนะที่ต้องขัดจังหวะหน่อย”
อีวอน เดวิส เอ่ยขึ้น
“แต่คุณช่วยชี้ทางไปห้องฉันหน่อยก่อนได้ไหมคะจอห์นหรือว่าถ้าจะให้ดีนะ... ถ้าจะพิจารณาความใหญ่โตมโหฬารของบ้านหลังนี้ฉันว่าคุณเขียนแผนที่แจกเลยจะดีกว่า ตอนนี้ฉันมีงานด่วนอีกสองสามเื่จะต้องทํา”
“งั้นก็ช่วยบอกฉันด้วย”
พอล่ายกมือขึ้นเสยผมสีแดง
“ฉันก็อยากจะล้างหน้าล้างตาเหมือนกัน”
“ห้องเหรอ...”
เอ๊บทําเสียงเหมือนครางออกมา
“นี่มีการพูดถึงเื่ห้องพักที่นี่กันด้วยงั้นหรือ”
“เดี๋ยวคาร์ล่าจะเป็คนพาพวกคุณไปห้องพัก”
จอห์นพยักหน้าไปทางผู้หญิงคนที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างประตูแม้หล่อนจะอยู่ในชุดเครื่องแบบสีดําแต่มันก็ไม่ช่วยลดขนาดของรูปร่างใหญ่โตเท่าไรนัก
“ทําไมมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเื่ร้องที่นี่ล่ะ”
ชิพถามเพราะเกิดสงสัยในคําพูดของเอ๊บขึ้นมา
“ไม่ใช่เื่ห้องที่นี่หรอก”
โนแลนช่วยอธิบาย
“คือเอ๊บแทบจะหัวหงอกเพราะหาที่พักให้กับเ้าหน้าที่ในกองถ่ายอยู่แล้ว”
“ใช่ ถ้าโชคดีเราก็อาจจะพอหาที่พักให้กับทุกคนในบาซอลท์หรือเกลนวู้ด สปริง ได้”
เอ๊บทําเสียงบ่นอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
“ผมหวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะว่าการทําเช่นนั้นมันหมายถึงว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางแล้วก็ยังเวลาที่ต้องเสียไปในการเดินทางนั่นอีกด้วย”
“อ้าว...แล้วเราจะให้ทุกคนพักอยู่ด้วยกันในตัวเมืองแอสเพนนี้ไม่ได้หรือไง”
ชิพขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อในคําบอกเล่านั้น
“ไม่มีทางหรอกนอกเสียจากจะไปเล่นเก้าอี้ดนตรีอยู่ตามโมเต็ล และรับรองได้เลยว่าผลที่เกิดตามมาก็คือเ้าหน้าที่ทุกคนในกองถ่ายจะทํางานกันอย่างไม่มีความสุขถ้าจะต้องเปลี่ยนห้องอยู่ทุกสี่ห้าวัน”
“รู้สึกว่าการพูดคุยเื่นี้เหมือนการประชุมก่อนหน้าที่จะมีการถ่ายทําเพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่รังเกียจละก็ฉันเห็นจะต้องขอตามคาร์ล่าไปอีกคนแล้วละค่ะ”
คิทหันไปบอกกับชายหนุ่ม
ใจหนึ่งจอห์นอยากจะเรียกเธอไว้หรือจะให้ดีกว่านั้น ก็คือออกเดินตามเธอไปเสียเลย แต่เขาก็ไม่ได้ทําทั้งสองอย่างเพียงแต่มองตามร่างที่วิ่งขึ้นบันไดไปเท่านั้น