บทที่ 01 : สตรีอ่อนแอ
เย่วจิ่งเม่ย กำลังยืนอยู่หน้าลานปะา
ร่างระหงของสตรีวัยสามสิบ สวมชุดสีขาวมอซอ สองมือถูกตรวนด้วยโซ่หินสะกดพลังปราณ สภาพนางดูตกต่ำอย่างถึงที่สุด สิ้นฉายา ‘นางพญาเม่ย’ ยอดจอมยุทธ์หญิงอันดับหนึ่งแห่งแคว้น ‘ต้าฟง’ แคว้นที่นางเพิ่งช่วย หยางโม่เหยี่ยน ต่อสู้รวบรวมดินแดน และสถาปนาตนเองขึ้นเป็ฮ่องเต้
อันความจริงแล้ว ที่ที่เย่วจิ่งเม่ยสมควรยืน คือเบื้องขวาเคียงข้างคนรักในตำแหน่งฮองเฮา มารดาของแผ่นดิน ด้วยเพราะนางฝ่าฟันเอาชนะามาจากเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลาย จนกระทั่งสูญเสียพลังปราณและสัตว์มนตราไปมาก
แต่สิ่งตอบแทนที่หยางโม่เหยี่ยนมอบให้นาง กลับกลายเป็การตัดสินปะาชีวิตเพราะโทษก่อฏ ทั้งๆ ที่นางไม่มีใจคิดเช่นนั้นแม้แต่น้อย และผู้ป้ายความผิดนี้ไม่ใช่ใครอื่น
“น่าสงสารจริงๆ พี่จิ่งเม่ย”
หญิงงามบอบบางในชุดสีชมพูอ่อนพริ้วลม ดวงหน้าขาวซีดท่าทางอ่อนแอและขี้โรค นางคือ เฉินมู่อิง ผู้รักษากิริยาบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับดอกบัวขาวอยู่เสมอ
แต่เื้ันั้นจิ่งเม่ยรู้ดี ั์ตาที่ดูซื่อใสไร้เดียงสา กลับซ่อนพิษร้ายไม่ต่างจากดวงตาของอสรพิษ
“เสียทีที่ข้าไว้ใจเ้ามาตลอด”
ทั้งที่นางให้ความเอ็นดูหญิงไร้ที่มาและชาติตระกูล ไม่ต่างไปจากน้องสาวแท้ๆ แต่มู่อิงกลับตอนแทนนางด้วยการแย่งชิงคนรัก เกียรติยศ และอำนาจไปจนหมดสิ้น
หากหญิงแพศยาตรงหน้ากลับทำเพียงเลิกคิ้วย้อนถามกลับ
“จะโทษว่าเป็ความผิดข้าหรือ มันเป็เพราะพี่เองต่างหาก ตำแหน่งมารดาของแผ่นดินจะเป็ผู้หญิงที่หยาบกระด้างได้อย่างไรกันเล่า”
“นี่เ้า!”
จิ่งเม่ยขึ้นเสียงใส่ด้วยความโกรธแค้น หารู้ไม่ว่ามันกลับเข้าทางอีกฝ่าย ร่างบอบบางทรุดกายลงกับพื้น ยกมือขึ้นปิดใบหน้าร่ำไห้อย่างหวาดกลัว
“ฮึก...ทำไมพี่จิ่งเม่ยจึงตะคอกข้าเยี่ยงนี้...”
เหตุการณ์บนลานปะาทำให้หยางโม่เหยี่ยนซึ่งมองอยู่ใกล้ๆ รีบรุดเข้ามาโอบกอดปลอบประโลมหญิงคนรักที่เนื้อตัวสั่นเทา และหันมาตำหนิตัวการด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
“มู่อิงอยากจะมาคุยกับเ้าเป็ครั้งสุดท้ายแท้ๆ แต่เ้ายังคิดรังแกนางได้อีก นังผู้หญิงชั่วช้า!”
...ไม่เหลือกระทั่งความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันอีกต่อไป
ใช่ มู่อิงพิสูจน์ให้นางเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้หญิงที่ทำตัวน่าปกป้องและน่าทะนุถนอมเท่านั้นจึงจะคู่ควรให้รักใคร่ดูแล
“รีบปะานางได้แล้ว!”
สิ้นเสียงออกคำสั่ง เพชฌฆาตกดร่างนักโทษให้คุกเข่า ยกขวานวาววับง้างขึ้นเตรียมพร้อม
ดวงตาของนางพญาเม่ยเหม่อมองไปไกลด้วยคำถามที่หวังจะมีผู้ตอบนางได้
...เป็ผู้หญิงแกร่งแล้วมันผิดหรือ
...เป็ผู้หญิงที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อผู้อื่น แล้วเหตุใดถึงไม่ได้รับอะไรตอบแทน
เช่นนั้น หากชาติหน้ามีจริงฉันใด นางจะขอเป็เพียงผู้หญิงบอบบางอ่อนแอ และทำทุกอย่างเพื่อความสุขของตัวเองเพียงผู้เดียว
ฉึบ!
ꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥ
“คุณหนู...”
เสียงนั้นคล้ายลอยมาจากที่ไกลๆ ปลุกให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทรามานานฟื้นจากการหลับใหล เปลือกตาบางกะพริบถี่ ก่อนจะเปิดลืมขึ้นช้าๆ
“ฮึก...คุณหนูฟื้นแล้ว...ฮือ...”
น้ำเสียงสะอึกสะอื้นที่ได้ยินข้างหูก่อนหน้า เปลี่ยนเป็ความดีใจและโล่งใจเข้ามาแทนที ร่างคนที่นอนอยู่ค่อยๆ ลุกขึ้นมา อาการเวียนศีรษะพลันแล่นเข้าจู่โจมจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
เมื่อครู่ เย่วจิ่งเม่ยจำได้ชัดว่านางกำลังจะถูกปะา แล้วเหตุใดตอนนี้นางถึงมานอนอยู่บนเตียง มิหนำซ้ำยังเป็ห้องที่ไม่คุ้นเคย
...ไม่คุ้นเคยจริงหรือ?
บางอย่างในความทรงจำเดิมเริ่มซ้อนทับกันไปมา มันผสานเข้ากับร่างซึ่งกำลังหายใจพร้อมๆ ไปกับการปะติดปะต่อเื่ราวได้ทีละเล็กละน้อย
เจียงซูผิง นั่นคือชื่อของนางในตอนนี้
นางเป็ลูกสาวคนโตของตระกูลเจียง ตระกูลขุนนางที่มีเกียรติแห่งแผ่นดินต้าฟง นางเกิดมาร่างกายอ่อนแอ ขี้โรค และได้ป่วยหนักจนสิ้นชีวิตไปเพียงชั่วยาม ก่อนิญญาของเย่วจิ่งเม่ยจะมาสถิตแทนที
“ฮือ...คุณหนูของบ่าว...ขอบคุณ์จริงๆ”
และผู้ที่กำลังโค้งศีรษะคำนับขอบคุณฟ้าดินอยู่นั้น เป็บ่าวคนสนิทของนางชื่อ ไป๋หลัน สาวรับใช้ที่ซื่อสัตย์เพียงคนเดียว ซึ่งไม่เคยทอดทิ้งนางไปไหน
“ไป๋หลัน...ปีนี้ปีอะไร”
คำถามแรกจากผู้เป็นายที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา สร้างความงงงันจนไป๋หลันคิดว่าตัวเองฟังผิดเพี้ยน
“อะไรนะเ้าคะ”
หากหญิงสาวบนเตียงยังคงทวนคำถามซ้ำอย่างใจเย็น
“ั้แ่เริ่มสถาปนาแผ่นดินต้าฟง ปีนี้เป็ปีที่เท่าไรแล้ว”
“ปีนี้เป็ปีที่ 14 ในรัชสมัยของฮ่องเต้หยางยู่หลง นับั้แ่เริ่มสถาปนาแผ่นดินต้าฟงก็เป็เวลา 499 ปีพอดีเ้าค่ะ”
...เกือบห้าร้อยปี ลูกหลานตระกูลหยางของหยางโม่เหยี่ยนยังคงสืบทอดรัชสมัยของตัวเอง เถลิงอำนาจบนแรงกายแรงใจของนาง นับว่ากฎเบื้องบน คนชั่วได้ชั่วคงอาจไม่ถูกต้องเสมอไป แต่อย่างน้อย ฟ้าก็ยังเมตตาให้คำอธิษฐานสุดท้ายของนางเป็จริง
นางได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง มิหนำซ้ำ ยังเป็หญิงสาวที่แสนบอบบางอ่อนแอ กระทั่งล้มป่วยจนตายได้ง่ายๆ ตามคำขออีกด้วย
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวรู้ดีว่าคุณหนูเพิ่งฟื้นขึ้นมา แต่บ่าวขอก้าวก่ายช่วยคุณหนูเร่งแต่งตัว เพราะงานฉลองวันเกิดของนายท่านกำลังจะเริ่มแล้วเ้าค่ะ”
นายท่าน ผู้ตำแหน่งสูงสุดในจวนและเป็บิดาแท้ๆ ของนางชื่อ เจียงจื่อลู่ มีหน้ามีตาเป็ถึงท่านราชครูประจำราชสำนัก จึงทำให้งานฉลองวันเกิดปีที่ 51 ยิ่งใหญ่สมเกียรติไปด้วย แต่ท่านราชครูผู้น่านับถือกลับปล่อยให้ลูกสาวนอนป่วยไข้ ไม่มีแม้แต่หมอมารักษาดูอาการ
นั่นก็เพราะมารดาของนาง เย่วซิ่งม่าน ผู้เป็ฮูหยินใหญ่ได้เสียสละชีวิตตนเอง เพื่อให้กำเนิดลูกสาวเช่นนาง จึงทำให้บิดาจงเกลียดจงชังและไม่เคยเหลียวแลใส่ใจบุตรคนนี้เท่าที่ควร ทั้งความเป็อยู่สภาพการใช้ชีวิตก็ถูกหมางเมิน ดูได้จากเครื่องเรือนเก่าทรุดโทรม รวมไปถึงสาวรับใช้ที่เหลืออยู่ข้างกายเพียงคนเดียว
เพราะเหตุนั้น การไปร่วมงานวันเกิดของท่านราชครู เพื่อเป็การแสดงความกตัญญูอาจจะพอส่งผลให้ท่านเมตตา และทำให้สถานะความเป็อยู่ดีขึ้นมาบ้าง
“ช่วยข้าแต่งตัวทีเถิด”
แต่ช่างประไร...นางไม่ได้สนใจผู้เป็บิดาในร่างนี้อยู่แล้ว
สิ่งที่นางอยากจะรู้ นั่นคือ ่เวลาเกือบห้าร้อยปีข้างหน้า นับั้แ่นางเคยมีชีวิตอยู่จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรบ้าง
และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางก็ขอยึดมั่นในความตั้งใจเดียว
‘นางพญาเม่ย’ จะใช้ชีวิตของ ‘เจียงซูผิง’ ในฐานะสตรีอ่อนแอ เพื่อหาประโยชน์สุขใส่ตัวเองให้มากที่สุดนับั้แ่นี้เป็ต้นไป
ꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥ
Writer's Talk
สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับสู่นิยายจีนโบราณเื่แรกของเรา ตื่นเต้นมากๆ
เื่นี้จะเป็แนวเทพเซียน มีพลังปราณ สัตว์มนตรา ของวิเศษออกมาให้วุ่นวาย
หวังว่าทุกคนจะชอบกัน ขอฝาก ซูผิง ว่าที่พระชายาในอนาคตด้วยนะคะ :)