“ชุ่ว~อย่าเสียงดังไปสิ มันจะเป็ไปได้ยังไง แกเคยเห็นภรรยาของร้อยหลี่รึไงกัน?นั่นอาจจะเป็ภรรยาสาวของนายทหารบางคนก็ได้ เพราะฉันเคยได้ยินมาว่าภรรยาของร้อยหลี่นั้นี้เีเหมือนหมูไม่มีทางที่จะมาทำงานอย่างพวกเราได้หรอก”
“โอ้ยถ้ามีสามีเป็ผบ.ร้อย ฉันก็ไม่มาทำงานงกๆ ให้เหนื่อยอย่างนี้หรอกภรรยาร้อยหลี่โชคดีจริงจริ๊งที่ได้สามีดีๆ อย่างนั้น จะมีใครที่กล้าหาญองอาจเท่าร้อยหลี่ล่ะไม่มีหรอก คนอะไร๊ไปปฏิบัติภารกิจพิเศษแต่ละครั้งไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ทำสำเร็จทุกครั้ง!นี่จะบอกให้นะ หากสามีฉันไม่ได้ร้อยหลี่ ป่านนี้คงไม่ได้กลับมาหรอกคงเหลือแค่กระดูกนู่นละมั้ง”
“ป้าจางร้อยหลี่นี่เก่งขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ?” เด็กสาวเนื้อตัวมอมแมมผมถักเปียเอ่ยถาม
“เก่งสิเก่งที่สุดในค่ายเลยก็ว่าได้ ร้อยหลี่เก่งถึงขนาดที่ว่าได้ฉายาว่าพยัคฆ์ของค่ายเราเลยล่ะอายุยังไม่เท่าไรแต่สามารถไต่เต้าจากพลทหารขึ้นเป็ผบ.ร้อย เธอว่าเก่งไหมล่ะ”ป้าจางพูดอย่างชื่นชม ตัวเธอนั้นเห็นหลี่เหวินไคมาั้แ่แรกเริ่ม
เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็แววตาเป็ประกาย “นั่นมันสุดยอดมากเลยนะป้าจาง เมื่อไรพ่อหนูจะเก่งเหมือนกับร้อยหลี่บ้างนะ”
เด็กสาวไม่สนใจเลยว่าหากพ่อของเธอมาได้ยินเข้าจะกระอักเืหรือเปล่า
ส่วนทางด้านของไช่ซุนหลันเมื่อได้ยินคำเยินยอเกี่ยวกับสามีเธอก็แอบฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
“พี่สาวพี่เพิ่งมาทำงานที่นี่เหรอคะ ดูเหมือนว่าพี่ไม่เคยทำงานมาก่อนเลย พี่ไปกับหนูตรงโน้นดีกว่าตรงนี้มันร้อน”เด็กสาวผมเปียชี้ไปแปลงผักกาดที่มีร่มไม้บังอยู่
ไช่ซุนหลันเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาคุยด้วยเธอก็พยักหน้าตกลงและเดินตามเด็กสาวผมเปียไป
“สหายน้อยเธอชื่อว่าอะไรอย่างนั้นเหรอ?” ไช่ซุนหลันถามพลางยิ้มกว้างให้เด็กสาวคนนี้
“หนูชื่อเป่ยเอ้ย ซือเยว่ค่ะ พี่สาวจะเรียกหนูว่าเยว่เอ๋อร์ก็ได้นะคะ”
“โอ้วเยว่เอ๋อร์สวัสดีนะ”
“พี่สาวพี่เป็ภรรยาของร้อยหลี่ใช่ไหมคะ?” ซือเยว่เอ่ยถาม
“หืมแล้วเยว่เอ๋อร์มั่นใจได้ไงว่าพี่คือภรรยาของร้อยหลี่” ไช่ซุนหลันเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ก็หนูมั่นใจนี่คะถึงหนูจะมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน แม้จะไม่รู้จักชื่อของทุกคน แต่ว่าเื่จดจำใบหน้าคนหนูไม่พลาดหรอกพี่สาวน่ะดูไม่คุ้นหน้าเลย มันพอดีกับเื่ที่หนูได้ยินมาว่าภรรยาของร้อยหลี่มาที่ค่ายใน่นี้หนูเลยคิดว่าพี่ต้องเป็ภรรยาของร้อยหลี่แน่ๆ เลยล่ะค่ะ แต่ก็น่าแปลกนะคะ บางทีข่าวในค่ายพวกนี้ก็เชื่อถือไม่ค่อยได้เพราะพี่สาวน่ะดูขยันมากๆ เลย ไม่เหมือนที่คนอื่นพูดกันเลยสักนิด” เด็กสาวเอ่ยเจื้อยแจ้ว
“ฮ่าๆพี่สาวเป็คนที่เยว่เอ๋อร์พูดถึงจริงๆ นั่นแหละจ้ะ เย่วเอ๋อร์เรียกพี่ว่าพี่สาวไช่ก็ได้นะ”ไช่ซุนหลันรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวตรงหน้าเป็อย่างมาก แม้เธอนั้นจะไม่ชอบเด็กแต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้คงจะเป็ข้อยกเว้น และนั่นเองทำให้ไช่ซุนหลันเปลี่ยนความคิดที่ว่าเด็กคือสิ่งมีชีวิตที่วุ่นวายเพราะมันคงจะเป็เพียงเด็กบางคนเท่านั้น
“ได้ค่ะพี่สาวไช่” สองสาวคุยเื่สัพเพเหระกันไปเรื่อยระหว่างที่เก็บผักกาด
อันที่จริงแล้วที่เป่ยซือเยว่มาทำความรู้จักกับไช่ซุนหลันนั้นเป็เพราะว่าเธอเองก็เพิ่งจะมาทำงานที่นี่ได้ไม่นานฝ่ายการผลิตของกองทัพนี้มีคนรุ่นใหญ่เสียส่วนใหญ่ คนที่จะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันหรืออายุไม่ห่างกันมากกับเธอนั้นมีไม่กี่คนซึ่งแต่ละคนนั้นเธอรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาสักเท่าไร มีเพียงไช่ซุนหลันที่มาใหม่เท่านั้นที่ดูเข้ากับเธอได้
เมื่อได้คุยกันกับเป่ยซือเยว่ไช่ซุนหลันก็ถึงรู้ว่าเด็กสาวนั้นอายุ 12 ปีแล้วเพียงแต่ตัวเล็กกว่าปกติเท่านั้นเองและขณะที่ฝ่ายผลิตรวมถึงไช่ซุนหลันกำลังเก็บผักอยู่นั้น พลทหารที่ฝึกซ้อมก็วิ่งผ่านมาทางนี้โดยผู้ที่รับหน้าที่คุมกองร้อยนี้ก็คือหลี่เหวินไคนั่นเอง
“พี่สาวไช่ดูเหมือนว่าจะเป็สามีพี่สาวนะคะ นั่นน่ะดูสิ เอ้าแล้วพี่ไม่ทักทายร้อยหลี่หน่อยหรือ?”เป่ยซือเยว่ชี้ไปที่คนตัวโตที่อยู่ไม่ไกล
ไช่ซุนหลันยิ้มเจื่อนเพราะระหว่างเธอกับหลี่เหวินไคนั้นมันจะไปมีอะไรให้ทักทายกันล่ะ แค่หาเื่คุยระหว่างกินข้าวยังทำได้ยากเลย
เป่ยซือเยว่เห็นว่าไช่ซุนหลันไม่ยอมขยับตัวเลยผิดกับหญิงสาวคนอื่นที่มองหลี่เหวินไคด้วยสายตาฉ่ำเยิ้มเหมือนจะกลืนกิน รวมถึงซูเจี๋ยที่ั้แ่ไช่ซุนหลันเดินเข้ามาซูเจี๋ยพยายามหลบหลีกไม่สนใจ และหวังว่าไช่ซุนหลันจะไม่เห็นเธอด้วยเพราะกังวลว่าไช่ซุนหลันจะหลุุดปากเื่ที่เธอเป็คนปากมากไปบอกเื่ความสัมพันธ์ของคุณหนูลูกผู้บังคับการกับหลี่เหวินไค
เื่นี้มันมีสาเหตุมาจากการที่ซูเจี๋ยได้รู้ว่าหม่านหยูนั้นชื่นชอบหลี่เหวินไคมากการที่จะมีผู้หญิงมาชอบหลี่เหวินไคนั้นไม่ใช่เื่ผิดปกติอะไร เพราะใครๆ ล้วนชอบคนที่หน้าตาดีและเก่งกาจรวมถึงยศใหญ่ด้วยกันทั้งนั้นรวมถึงเธอด้วยแต่หม่านหยูนั้นต่างออกไป หากหลี่เหวินไคชอบหม่านหยูขึ้นมา เธอจะเดือดร้อนเป็อย่างมากเพราะนั่นหมายความว่าสิทธิ์ที่เธอจะแย่งหลี่เหวินไคนั้นจะไม่เหลืออยู่เลย ไช่ซุนหลันเป็แค่ชาวนาในชนบทที่ห่างไกลนานๆ ทีจะมาที่ค่ายเพื่อมาหาสามี แต่ระหว่างนั้นหลี่เหวินไคต้องอยู่ที่นี่เพียงลำพังและนั่นหมายความว่าซูเจี๋ยยังมีโอกาสแย่งมาได้ แต่หากภรรยาของหลี่เหวินไคไม่ไช่ซุนหลันผู้โง่งมแต่เปลี่ยนเป็คุณหนูลูกนายนายพันล่ะ?
ไม่ได้!
ไม่มีทางอย่างไรเธอจะต้องขัดขวางไม่ให้หม่านหยูมายุ่งเกี่ยวกับหลี่เหวินไค แต่ด้วยสถานะของเธอจะไปเทียบอะไรกับหม่านหยูได้ล่ะอีกทั้งสิทธิ์ในตัวหลี่เหวินไคเธอก็ไม่มี ฉะนั้นแล้วเธอเลยต้องยืมมือไช่ซุนหลันโดยการส่งโทรเลขไปหาและโชคดีที่เหยื่อติดเบ็ด ไช่ซุนหลันรีบเดินทางมาจัดการเื่นี้ รวมถึงได้หาเื่ทะเลาะกับหลี่เหวินไคโดยมีเธอคอยให้คำปรึกษาและคอยเติมเชื้อเพลิงใส่ไฟ
เป่ยซือเยว่ะโโบกมือหยองๆ ไปทางกองร้อยที่วิ่งอยู่เพื่อทักทายหลี่เหวินไค และเพื่อให้หลี่เหวินไคสังเกตเห็นไช่ซุนหลันที่อยู่ข้างกัน
เถี่ยต้าตงสหายยศเดียวกันเอ่ยกับหลี่เหวินไคเมื่อเห็นว่ามีเด็กสาวท่าทางมอมแมมโบกมือให้ว่า
“เห้ดูเหมือนจะมีสาวน้อยหน้าใหม่มาชอบใจนายเข้าอีกแล้วล่ะนะ”
เมื่อได้ฟังที่เถี่ยต้าตงพูดสายตาของหลี่เหวินไคก็ละจากพลทหารที่ฝึกอยู่ไปจ้องที่เป่ยซือเยว่
“เด็กขนาดนั้นจะเป็ไปได้อย่างไรบางที่สหายน้อยนั่นอาจจะทักทายพ่อหรือคนรู้จักในกองร้อยนี้มากกว่า”
ขณะที่พูดสายตาของหลี่เหวินไคก็มองไปเห็นหญิงสาวที่ดูคุ้นเคย นั่งอยู่ใกล้ๆ กับเด็กสาวที่ยืนโบกมือเขาขมวดคิ้วโดยพลัน
‘นั่นมันซุนหลันไม่ใช่เหรอ!แล้วนี่เธอมาทำอะไรที่นี่กัน?’
“เหวินไคนายเป็อะไรหรือเปล่า เห้ ไม่เอาน่า ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง อย่าทำหน้าบึ้งแบบนั้นสิพลทหารกลัวกันหมดแล้ว” เถี่ยต้าตงกระทุ้งศอกเข้าที่หน้าท้องของหลี่เหวินไคเบาๆ
“เปล่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่นายพูดคือฉันเห็นเหมือนกับว่าซุนหลันอยู่ใกล้ๆ เด็กคนนั้นน่ะ”
เถี่ยต้าตงรีบหันไปมองและสังเกตที่แปลงผักก่อนจะพูดอย่างขำๆว่า “ฮ่าๆ นี่นายคงไม่ได้หมายถึงซุนหลันภรรยาของนายหรอกใช่ไหมเหวินไคนายกับเธอไม่ใช่เพิ่งจะทะเลาะกันจนนายต้องหอบที่นอนไปนอนค้างที่กองทัพหรอกเหรอ”
“อืมทะเลาะกันจริง แต่เมื่อวานไม่ได้ทะเลาะ เมื่อคืนฉันนอนที่บ้านน่ะ”