ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนกว่าสุสานดาบจะเปิด
อี้เฉินจึงกลับที่พักกระท่อมริมน้ำของเขา
เขายังเห็นเสี่ยวชิงยังอยู่ที่กระท่อมริมน้ำไม่ยอมไปไหน
"เ้านี่ดื้อจริงๆ นะเสี่ยวชิง ข้าชนะแล้วเ้าก็ยังไม่ยอมรับ"
"แต่ข้าไม่เคยพูดยอมแพ้นะ ท่านอย่าเข้าใจผิดสิ"
"เ้า เ้า"
"ถ้าเกิดอยู่แบบนี้ต่อไประวังเป็ขี้ปากคนในสำนักเข้าล่ะ"
"พี่อี้เฉินก็ให้ กระท่อมริมแม่น้ำกับข้าสิ "
"ข้าไม่พูดกับเ้าแล้วเสี่ยวชิงเ้าช่างดื้อจริงๆ"
อี้เฉินใช้ปราณพลังสร้างคันเบ็ดตกปลาอยู่ใต้ต้นไม้ริมแม่น้ำ เพื่อฝึกควบควมปราณพลังให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกระดับ
อี้เฉินเคยเห็นคนที่ควบคุมปราณพลัง สร้างแม้กระทั่งตัวอักษรรายละเอียดเล็กๆ
คนพวกนี้ ควบคุมปราณพลังที่มีความละเอียดระดับสูง อี้เฉินตอนนี้เหมือนสร้างปราณพลังหยาบๆ
ไม่มีรายละเอียดออกมาเท่านั้น ทำให้พลังที่สำแดงนั้นน้อยจนเกินไปเขาจึงพยายามฝึกควบคุมปราณพลัง
ใครที่ผ่านแถวนั้นก็คิดว่าอี้เฉินนั้นบ้านั่งตกปลา อยู่แบบนั้นแม้แต่ปลาก็ไม่ได้สักตัว
อี้เฉินใช้เวลาถึงเดือนกว่าเขาถึงจะสร้างคันเบ็ดที่มีเส้นเอ็นเล็กๆ พร้อมตัวเบ็ด
เสี่ยวชิงที่เห็นอี้เฉินตกปลาเป็เวลานานถึง 1 เดือน เขายังคิดว่าอี้เฉินเป็คนประหลาด
ก่อนที่เขาจะไปสุสานดาบ เขาตกปลาได้ปลาตัวใหญ่มา 1 ตัวเขาดีใจอย่างมาก
ปกติปลาที่กินเยื่อเส้นเอ็นเบ็ดจะขาดเสมอแต่ คราวนี้เส้นเอ็นที่เขาสร้างจากปราณพลังนั้น
แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากมันไม่ขาด บ่งบอกถึงการพัฒนาของเขาที่ควบคุมปราณพลังอีกระดับ
เขาใช้เวลาฝึกฝนเกือบๆ จะ2เดือน กว่าจะสำเร็จ
ไม่นานสำนักก็ประกาศ"ใครที่จะไปสุสานดาบให้มารวมตัวกันที่ หน้าสำนักั"
"ผู้าุโจะช่วยคุ้มกัน
มิติลับสุสานดาบ มีความอันตรายสูงมากอาจถูกคนอื่นฆ่าได้ตลอดเวลา แล้วยังมีสัตว์อสูร
ที่อันตรายที่สุดคือ คนที่ได้ของล้ำค่า อาจถูกฆ่าได้"
อี้เฉินนั้นไปรวมกลุ่มกับคนหลายคน แต่คนส่วนใหญ่ที่ไปนั้นมีน้อยมาก ไม่ถึง30คน ส่วนใหญ่ล้วนปิดขั้นพลังกันหมด
อี้เฉินเห็นคนรู้จักอยู่ ห้า หก คน หนึ่งในนั้นก็ หารสิ้น หลินหลง รั่วหยิน อันโจ อี้โจ
พวกเขาทั้งหมดถือเป็อัจฉริยะของสำนักั ขั้นพลังของพวกเขาอยู่ก่อกำเนิดระดับ ต้น กันแทบหมด
เสี่ยวชิง เ้าก็จะไปด้วยหรือ อี้เฉินเห็นเสียวชิงเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เขา แปลกใจอยู่เหมือนกัน
"ศิษย์พี่อี้เฉินก็ช่วยดูแลข้าสิ"
อี้เฉินถึงกับ เบ้ปาก หน้ามุ่ย
ไม่นานผู้าุโสำนักัหลายคนก็นำเหล่าลูกศิษย์สำนักัไปรวมตัวที่เมืองหลวง
สำนักเพลิงผลาญ สำนักหยก มีลูกศิษย์ แต่ละสำนักมาไม่มาก 30กว่าคนได้
คนส่วนใหญ่ที่มีทรัพยากรในการบ่มเพราะมั้งปิดขั้นพลังกันหมด ไม่มาเสี่ยงตายเล่น
สำนักเพลิงผลาญ ถึงกับมีศิษย์พี่ใหญ่ ที่เป็อันดับ1ของสำนักมาด้วยตัวเอง ศิษย์พี่ใหญ่คนนี้อยู่
ขั้นก่อกำเนิด ระดับ ปลาย แถม10เปิด
ประตูวิถี แล้วด้วย เขาไม่ใช่คนที่อี้เฉินจะสามารถสู้ได้เลย อี้เฉินอยู่ต่อหน้าเขาก็เหมือน มดปลวก
สำนักหยกเองก็ส่ง เมิ่งอี้ มานางมีขั้นพลังกำเนิดระดับ กลางแล้ว แถมรอบๆ นางยังมีลูกศิษย์คอยคุ้มกันนางอีก
ส่วนศิษย์สำนักัที่เขาอยู่นั้นมีแค่ขั้นก่อกำเนิดระดับต้น เท่านั้น พวกศิษย์พี่ปิดขั้นพลังกันหมด
ผู้าุโที่จัดค่ายกลเคลื่อนย้ายเสร็จก็ให้เหล่าลูกศิษย์ เคลื่อนย้ายมิติไปยังเมืองใกล้ๆ มิติลับสุสานดาบ
พวกเขาไม่รอช้าพอเดินทางมาถึงเมืองสองธารา
ก็มุ่งหน้าไป มิติลับสุสานดาบเลย หมายจะตรวจสอบข้อมูลคนที่เข้าไป มีเยอะขนาดไหน
หน้ามิติลับสุสานดาบมีประตูหินโบราณที่ปิดสนิท ตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ของเมืองเก่าโบราณ
ฝูงชนไม่เยอะมากล้วนแต่เป็จอมยุทธ์รุ่นเยาว์ มิติลับสุสานดาบนั้นเป็มิติที่ราชันโบราณสมัยก่อนสร้างขึ้น
เพื่อมอบวิชาหรือของล้ำค่าให้อนุชนรุ่นหลังจึงไม่สามารถให้คนที่ขั้นพลังสูงกว่าขั้นนภาเข้าไปได้
ถ้าฝืนเข้าไปใน มิติจะถูกบดขยี้ร่างจนตาย
อนุชนของอาณาจักรสายฟ้านั้นแข็งแกร่งมากหลายคน ขั้นก่อกำเนิด นั้นมีอยู่20กว่าคนได้
แต่ที่อี้เฉินสะดุดสายตาคือ นางผู้ที่อยู่ท่ามกลางผู้คนของอาณาจักรสายฟ้า
นางดูเ็าและอำมหิต นางสวมอาภรณ์สีแดง ผิวขาวดั่งหยก คิ้วโค้งเป็คันศรธนู ปากอวบอิ่มสีแดง
งามไร้ที่ติ
นางปลดปล่อยปราณสายฟ้าออกมา เหมือนร่างนางเป็หนึ่งเดียวกับสายฟ้านับไม่ถ้วนนาง
ดูอำมหิตผิดแปลกใจสาวงาม ทำให้ใจคนสั่นสะท้าน นางขั้นพลัง ก่อกำเนิด ระดับ ปลาย แล้วยังเปิด 10 ประตูวิถี
แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่สำนักเพลิงผลาญยังดูด้อยกว่านาง นางดูสูงศักดิ์และทรงสง่าแม้แต่คนของอาณาจักรสายฟ้า
ยังเคารพยำเกรงนาง
แม้แต่อาณาจักรลมก็ยังมาเข้าร่วม ผู้ชายที่เป็ผู้นำไม่ด้อยไปกว่านาง แถมปราณพลังยังดูบ้าคลั่งกดดันทุกสารทิศ
หลายคนที่เห็นเขาก็จำเขาได้เฟิงชิว เขาคืออันดับ 3 ของงานประลอง 5 อาณาจักร
หลายคนที่รู้ยังใจสั่นสะท้าน เป็ถึงอันดับ 3 ของจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ ของทั้ง 5 อาณาจักร อยู่ใต้คนเพียงแค่สองคน
ก่อนประตูหินโบราณจะเปิดผู้าุโย้ำเตือนอีกรอบ ภายในมิตินั้นอันตรายแต่ก็แฝงด้วยโชค
เวลามิติ ปิดนั้นคาดเดาไม่ได้ 10ปีก่อนใช้เวลาถึง 1 ปี ประตูหินถึงจะเปิดให้กลับออกมา บางครั้ง
แค่3เดือนก็เปิดให้กลับออกมา ใครที่ออกไม่ทันอาจตายหรือจะต้องรอประตูเปิดอีก 10 ปี ก็เป็ได้ ไม่มีใครรู้
ไม่นานพวกเขาก็เริ่มทยอยกันเข้าไปในประตูหิน
มิติภายในให้ความรู้สึกเก่าแก่โบราณท้องฟ้ามืดครึ้มดำหม่น ไร้แสงสี มองไกลๆ เห็นเสา 8 ต้นมีอักขระสลักอยู่เต็มเสา
สูงเสียดฟ้าตั้งอยู่ในซากเมืองเก่าที่หักพัง ข้างๆ ห่างกันไม่มาก มีูเาลูกใหญ่ที่เต็มไปด้วยดาบ
นับล้านเล่มปักอยู่เต็มูเาดั่งสุสานของดาบ ตรงกลางูเามีถ้ำสมุนไพรที่ร่ำลือกันว่า มีแต่สมุนไพรชั้นเลิศ
แต่ภายในถ้ำก็มีสัตว์อสูรดุร้ายเช่นกัน
กลุ่มคนแบ่งออกเป็ 3 กลุ่ม กลุ่มที่ไปหาสมุนไพรก็ขึ้นไปที่ถ้ำบนูเา
กลุ่มที่ไปหา ดาบวิเศษ ก็พากันขึ้นเขาหาดาบ
ส่วนกลุ่มคนที่อยากได้วิชาสืบทอดของราชันก็ไปที่เสาทั้ง 8 เพื่อตระหนักรู้อักขระที่อยู่บนเสา
ว่ากันว่าเสาทั้งแปดเป็ตัวแทนของราชันทั้ง 8 คน แต่การตระหนักรู้นั้นยากมากอักขระส่วนใหญ่
นั้นสลัวเลือนรางมากตามกาลเวลา
คนส่วนใหญ่มักไปตระหนักรู้วิชาของราชัน มันเป็วิชาสมัยโบราณหลายคนยากจะอดใจไหว
ยิ่งมีเวลามากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสตระหนักรู้วิชาได้มากเท่านั้นพวกเขาจึงไปที่นั่นโดยไม่ลังเล