ตอนที่ 12: หินเพชรกี่ก้อนกัน ?
ในเมืองซูเซียนภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง หยางเฉินนั่งตัวโป๊เปือยลงบนเตียงพร้อมกับใช้ผงยาทาตามตัวเขาไม่กล้าใช้ยาที่โถงวรยุทธ หนึ่งเพราะกลัวว่าจะโดนเห็น สองคือเพราะกลัวว่าจะพบกับสัตว์อสูรต้องรู้ก่อนว่าส่วนที่อันตรายที่สุดตอนที่บ่มเพาะคือการโดนรบกวน
เถาเถานั่งอยู่บนพู่กันลอยอยู่ในอากาศแล้วพูดขึ้นมา “ เสี่ยวหยางผิวเ้านี่ดีจริงๆหากเ้าคิดจะไล่จีบสาวๆเ้าต้องดูแลตัวเองดีๆเอาไว้ ”
หยางเฉินกรอกตาใส่ เขาเลิกสนใจเถาเถาแล้วรวบรวมสมาธิและทำการทดสอบผลของยา หากยานี่เร่งความเร็วในการบ่มเพาะของเขาได้จิรงหลังจากนี้อีก 1 ปี เขาก็จะได้สู้กับหลิวหยู เป้าหมายของเขาคือทำให้หลิวหยูพิการ หากเขาทำได้เขาจะฆ่าอีกฝ่ายเสียระดับการบ่มเพาะของหลิวหยูนั้นอยู่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 8 หยางเฉินอยากจะขึ้นไปถึงขั้น8 ได้ใน 1 ปีภายใต้เงื่อนไขปกติแล้ว มันแทบเป็ไปไม่ได้เลย ดังนั้นเขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้กับยานี่หากเขาเอาชนะหลิวหยูได้จริงๆงั้นคนต่อไปก็ต้องเป็เชินเจียนเซียว
ทักษะกุยหยวนเริ่มใช้งาน ยาบนผิวหยางเฉินค่อยๆแทรกซึมเข้าไปในผิวของหยางเฉินช้าๆ ยาค่อยๆละลายและไหลไปตามเส้นเืก่อนจะไหลเข้าไปในเส้นเืหลัก ความรู้สึกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว เขาถึงกับครางออกมามันช่างรู้สึกดีจริงๆ!
เถาเถามองไปที่เป้าที่พองของหยางเฉินและคิดว่าไอ้เด็กนี่ปรุงยาแบบไหนขึ้นมา รึว่าจะเป็ยาปลุกนกเขา?
สักพัก ยาที่ซึมไปในผิวหยางเฉินก็เริ่มแสดงอาการ มันมีความอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่ว มันค่อยๆหลอมรวมกับเืและเส้นเืของเขาก่อนจะแผ่ไปทั่วทั้งตัวราวกับเขากำลังอาบแดดอยู่
มันเป็แบบนี้อยู่สักพักถึงจะหยุด ผงยาบนตัวหยางเฉินได้ไหลเข้าไปในร่างของเขาหมดแล้วแทบจะพร้อมกันนั้นเขาก็ได้ทำการดึงปราณในห้องเข้าหาตัว ปราณเหล่านี้ได้ไหลเข้ามาหาหยางเฉินอย่างต่อเนื่องและโดนดูดซับในทันที
เพราะมีการไหลของปราณจึงทำให้เกิดลมขึ้นมา เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงลมเถาเถาก็ถอนหายใจออกมา“ สมกับเป็ทักษะที่ส่งต่อกันมาความเร็วในการบ่มเพาะที่น่าทึ่งแบบนี้ ตระกูลของนายท่านก็มีทักษะลับแบบนี้เช่นกันแต่ด้อยกว่าทักษะของเสี่ยวหยางเล็กน้อย น่าเหลือเชื่อจริงๆ! ”
หยางเฉินที่หลับตาบ่มเพาะอยู่รู้สึกแค่ว่า ปราณได้ไหลเข้ามาในรูขุมขนของเขาตลอดเวลาปราณได้ไหลไปยังตันเถียนผ่านเส้นเื ปราณที่เบาบางราวกับเส้นไหมนั้นได้อัดแน่นกันอย่างต่อเนื่องตราบใดที่ปราณรวมตัวกันได้ในระดับหนึ่งมันจะมุดผ่านชั้นกั้นในตันเถียนออกมา ปราณนับไม่ถ้วนได้สั่งสมกันในตันเถียนปราณสั่งสมกันมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็รังไหม
‘เร็วขึ้นจริงๆหลังจากที่ใช้ยาไปความเร็วในการบ่มเพาะก็เพิ่มขึ้นมามันจะช้าลงอีกในอนาคตแต่เขาไม่บ่มเพาะเร็วไปหน่อยรึ ?’เถาเถาสูดหายใจเข้าลึกๆ
ไม่นานปราณในห้องก็ถูกดูดซับไปจนหมดก่อนที่จะมีปราณด้านนอกไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
คนในห้องอื่นรู้สึกว่าปราณรอบตัวพวกเขาไหลเร็วขึ้นกว่าเก่า พวกเขาพากันเผยสีหน้าตะลึงออกมามีคนแข็งแกร่งระดับไหนกันมาบ่มเพาะที่นี่ ?ช่ างเป็พลังที่น่าทึ่งจริงๆ
แน่นอนว่าหยางเฉินไม่รู้เลยว่าเขาสร้างความวุ่นวายแค่ไหนขึ้นมา เขาจมอยู่กับการบ่มเพาะเขารู้สึกดีอย่างมากปราณในตันเถียนเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆเขาถึงขีดจำกัดเมื่อเวลาผ่านไปกว่า1ชม.
‘ถึงขีดจำกัดแล้วตราบใดที่ทำลายชั้นกั้นนั้นมาได้เขาก็จะทะลวงผ่าน แต่จากนั้นความเร็วในการบ่มเพาะของเขาจะช้าลงกว่าเดิม ’ เถาเถาถึงจะดูเด็กแต่สายตานั้นแม่นยำ ยังไงซะเขาก็เป็คนที่เคยเห็นโลกมาก่อนกำแพงชั้นแรกในตันเถียนหยางเฉินได้พังลงไปแล้ว ปราณในตันเถียนถูกปล่อยออกมาปราณที่รวมตัวกันเริ่มกระจายไปโดยรอบแต่มันห่างไกลกว่าจะทะลวงผ่านชั้นที่สองได้
ตอนที่กำแพงชั้นแรกแตกออกก็มีพลังหนึ่งปะทุออกมาจากตันเถียน และไหลไปทั่วตัวเขา มันทำให้กระดูกและข้อต่อของเขาราวกับเกิดการะเิร่างกายเขาเต็มไปด้วยพลัง พลังนี้น่าทึ่งซะจนทำให้เถาเถาตะลึง
ผลของการะเิพลังนี้กินเวลาอยู่สักพักก่อนที่จะหยุดลง หยางเฉินถอนหายใจออกมาก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นตาสีดำของเขาส่องประกายขึ้นมา เขากำหมัดแน่นและรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก
“ เสี่ยวหยางเ้าคิดว่าเ้าทำลายหินเพชรได้กี่ก้อนกัน? ” เถาเถามองไปที่หยางเฉินด้วยสีหน้าคาดหวัง
หยางเฉินหมุนคอไปมาก่อนจะะโลงจากเตียงแล้วบิดตัวไปมา เขาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ ข้ายังไม่รู้ข้าต้องไปที่คลังในเมืองที่มีหินเพชร แต่มีคนดูแลที่นั่นอยู่ ข้าต้องระวังตอนที่เข้าไปไม่งั้นแล้วข้าอาจจะโดนฆ่าเพราะถูกหาว่าเป็โจร ”
“ เมื่อมีข้าอยู่ด้วยเ้าจะกลัวอะไร? ” เถาเถายิ้มออกมา “ แม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะลดลงอย่างมากแต่แค่พึ่งร่างพู่กันนี้ผู้บ่มเพาะขอบเขตธุลีก็ไม่อาจจะเป็ภัยต่อเราได้ นอกซะจากว่าเ้าโชคร้ายเจอกับคนระดับสูงกว่านั้นตอนนั้นเ้าก็คิดซะว่าเ้าเองที่โชคร้ายละกัน”
หยางเฉินใส่เสื้อผ้าก่อนจะคาดพู่กันไว้ที่เอว ก่อนจะออกจากโรงแรมแล้ววิ่งไปที่คลังของเมืองก่อนที่จะออกจากโรงแรมหยางเฉินก็ไม่ลืมที่จะปลอมตัวเป็เสี่ยวิเสี่ยวิเองก็ถือว่าเป็คนรูปหล่อพอตัว
ไม่นานหลังจากนั้นหยางเฉินก็มาถึงคลัง มันมียามสองคนเฝ้าทางเข้าคลังเอาไว้ สองคนนี้สวมชุดสีเทามีมีดที่เอวใบหน้าพวกนี้ดูดุร้ายอย่างมาก
“ เสี่ยวหยางเ้าคงไม่ได้คิดจะฆ่าสองคนนี้หรอกนะ? ” เสียงของเถาเถาดังขึ้นมาจากพู่กัน
“ ข้าไม่ได้โง่เหมือนเ้า! ” หยางเฉินพูดจบก็ได้เข้าไปในตรอกอ้อมไปด้านหลังคลังที่นั่นมีหญ้าขึ้นสูงเมื่อแหวกหญ้าออกก็พบกับรูที่กำแพง
“ กลับเป็ว่าเ้าเตรียมตัวเอาไว้แล้ว ” เถาเถาเข้าใจในทันที
หยางเฉินมุดเข้าไปในรูไม่นานเขาก็พบกับกล่อง เขายกกล่องนั่นออกแล้วะโออกมาจากโพรง
คลังนี้มีขนาดใหญ่และสลัวมันเงียบจนดูผิดปกติ ด้านในนั้นมีกล่องกองกันอยู่ทั่วทุกที่ เมื่อเปิดกล่องออกหยางเฉินก็ได้ทำการขนหินเพชนออกมาจากกล่องไม่นานเสียงของเถาเถาก็ดังขึ้นมา “ เสี่ยวหยางเ้าคิดจะทดสอบกี่ก้อนกัน ?เ้าอยู่แค่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 2 ข้าเสนอว่า 3 ก้อนพอ”
“ 3 ก้อนรึ ? ตอนนี้ข้าทำลายหินได้ 3 ก้อนแล้ว! ” หยางเฉินยิ้มออกมาและเอาหินมาซ้อนกัน 5 ก้อน
“ ขี้โม้! ” เถาเถาไม่ได้สนใจคำพูดของหยางเฉิน
หยางเฉินไม่ได้สนใจว่าเถาเถาจะเชื่อรึไม่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆและมองไปยังหินตรงหน้าแล้วพูดกับตัวเอง“ วันนี้หินนี่จะโดนทำลายอีก 1 ปี จากนี้จะเป็หลิวหยูและเชินเจียนเซียวที่โดนทำลาย! ”
ลมพัดกรรโชกพร้อมกับหยางเฉินที่ก้าวออกไปต่อยเข้าใส่หินเพชร!
แกร๊ก...หินเพชรทั้งห้าก้อนแตกออก เถาเถาต้องพูดขึ้นมาด้วยความตะลึง “ เป็ไปได้ยังไงเ้าอยู่แค่ขั้น2 แต่กลับทำลายหินได้ถึง 5ก้ อน! นายของข้าทำลายหินได้แค่4 ก้อนเอง ”
หยางเฉินสูดหายใจเข้าลึกๆและกดความตื่นเต้นในใจเอาไว้ ความมั่นใจตของเขาเพิ่มขึ้นเขาเพิ่มหินขึ้นมาอีกก้อนครั้งนี้มันเป็6 ก้อน หากเื่แบบนี้แพร่งพรายออกไปอาจจะทำให้ทุกคนตะลึง
‘ร่างกายเขาพิเศษรึ ? รึว่าจะเป็สายเื ? ’เถาเถาใจสั่นตอนั้นเองเขาก็เห็นหยางเฉินลงมืออีกครั้งเขายิ่งตะลึงกว่าเก่า‘ เด็กนี่มันสัตว์ประหลาดรึไงกันเขากลับคิดทดสอบด้วยหิน6ก้อน!’
หยางเฉินกำหมัดแน่นโคจรปราณในตันเถียนออกมาทั้งหมด แล้วต่อยเข้าใส่หินเพชรตรงหน้าหมัดเล็กๆนั้นเหมือนจะไม่มีพลังพอที่จะทำลายหินได้แต่กลับมีพลังอันน่าทึ่งอัดเข้าใส่หินเพชร
แกร๊ก...หินเพชรทั้ง 6 ก้อนส่งเสียงแตกดังขึ้น ร่างลวงตาของเถาเถาลอยออกมาจากพู่กันและมองไปยังหินทั้ง 6 ก้อนด้วยตาที่เบิกกว้าง “ แตก...จริงๆ... ”
“ 6 ก้อน... ” สุดท้ายเถาเถาก็ได้สติและมองไปที่หยางเฉินสายตาของเขากลับเป็ประกายขึ้นมา
“ ใครกัน ? ” ก่อนที่จะได้ดีใจก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงนี้ดังจนเขาหูอื้ออีกฝ่ายต้องเป็คนที่แข็งแกร่งแน่ๆหยางเฉินสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเขารีบมุดเข้าไปในโพรงแต่โชคร้ายที่มันสายเกินไป!
ร่างหนึ่งโผล่มาด้านหลังและจับเสื้อของเขาเอาไว้!
หยางเฉินรู้สึกได้ถึงลมที่พัดมาจากด้านหลังเขาใจนเหงื่อชุ่มตัวเขารีบดึงพู่กันออกมาจากเอวแล้วแทงเข้าใส่มืออีกฝ่าย
“ ช้าไป! ” ชายคนนั้นฮึดฮัดออกมาฝ่ามือของเขาพลิกไปมาราวกับผีเสื้อที่บินหลบพู่กันและจับคอของหยางเฉินเอาไว้
มือของเขานั้นมีไฟลุกขึ้นมา ไฟนี้ถึงกับไหม้คอเสื้อของหยางเฉิน “ ฝ่ามือไฟระบำดุดัน! ”
หยางเฉินกลัวจนิญญาแทบหลุดจากร่าง ‘ พระเ้านี่คือ1 ใน 4 คน ที่แกร่งที่สุดในเมืองข้ามาเจอกับเขาได้ยังไง!บัดซบทำไมเถาเถาถึงยังไม่รีบช่วยข้าอีก ?’
วูเล่ยสวมชุดสีแดงตัวสูงหนวดเคราสีแดงของเขาทำให้เขาดูแกร่งอย่างกับราชสีห์
ตอนที่วูเล่ยคิดว่าเขาจับหยางเฉินได้แล้ว พู่กันในมือหยางเฉินก็บินออกมา มันมีลมวนก่อตัวขึ้นไม่ว่าปลายพู่กันจะแทงไปที่ไหนก็ทำให้เกิดเสียงแตกดังขึ้นมันเร็วซะจนมองเห็นได้ไม่ชัดมันเห็นได้แค่เงาดำตรงหน้า
วูเล่ยใและรีบถอยกลับเขาเองก็รวดเร็วอย่างมากจนหยางเฉินมองเห็นได้ไม่ชัด
แม้ว่าเถาเถาจะมีความแข็งแกร่งขอบเขตธุลีขั้น 9 แต่เมื่ออยู่ในร่างหลักของเขาแล้วความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้น
วูเล่ยหลบอยู่สักพัก พู่กันกลับขยายขนาดขึ้นมาปลายพู่กันตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังขึ้นมันดูคมยิ่งกว่าดาบปราณเสียอีก
เสียงตัดอากาศดังขึ้นอีกครั้งปลายพู่กันได้ฟันเข้าใส่วูเล่ยในพริบตา สีหน้าของวูเล่ยก็เปลี่ยนไปทันที
“ เป็ไปได้ยังไงอาวุธจิต! ”
นอกจากความกลัวแล้วมือของวูเล่ยก็สะบัดไปมา ปราณตรงหน้าเขาไหลอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนเป็สิงโตไฟพุ่งเข้าหาพู่กันโดยไม่ลังเล!
ปัง!สิงโตไฟโดนตัดออกเป็สองส่วนเปลี่ยนเป็ประกายไฟหายไปในอากาศวูเล่ยที่กระเด็นออกไปก็ได้หายไปเช่นกันเขากลับใช้โอกาสนี้ที่จะหนีไป
หยางเฉินอึ้ง 1 ใน 4 คนที่แกร่งที่สุดในเมืองซูเซียนอย่างวูเล่ยกลับหนีไปเช่นนี้รึ? เถาเถาผู้นี้แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยรึ? หยางเฉินจำคำพูดของเถาเถาได้ ‘ ดาบที่คมที่สุดในโลกก็ต้องลดความคมเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ’