บ้านใหม่ของเราเป็บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านพี่เจนัก แม่ดูพึงพอใจมาก บอกว่าจะได้แวะไปหาป้าเมย์ได้ง่าย ส่วนฉันได้แต่ยิ้มบาง ๆ แค่คิดว่ายังต้องอยู่ใกล้โลกของเขาแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองยังเดินออกมาไม่ไกลพอ แต่การไม่ได้อยู่ใกล้พี่เจก็คงทำให้ฉันตัดใจได้ง่ายขึ้น ฉันสูดหายใจลึกก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ โลกของยัยส้มคนนี้…ยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะแยะ
ผ่านไปสองอาทิตย์หลังจากย้ายบ้านมา ชีวิตของฉันวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เรียน กลับบ้าน อ่านหนังสือ แต่ดูเหมือนว่าโลกจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันลืมเขาได้ง่าย ๆ วันหนึ่งระหว่างที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหาร เสียงเพื่อนในคณะที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ก็ดังขึ้น
“เธอเห็นข่าวหรือยัง นักธุรกิจหนุ่มคนที่หล่อ ๆ ที่่นี้กำลังดัง”
“ใครล่ะ…”
“ก็พี่เจไง นักธุรกิจชื่อดังทายาทหมื่นล้านคนนั้นน่ะ เห็นว่ากำลังดีลโปรเจกต์ใหญ่กับต่างประเทศ”
มือที่ถือช้อนของฉันชะงักไปเล็กน้อย เปรี้ยวมองฉันอย่างวิตกกังวล ฉันก้มหน้าลง ทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจ
“เขาหล่อจริงนะ เห็นแล้วแบบ…โอ้โห” เขาก็หล่อจริง ๆ แหละฉันคิด
“ได้ยินว่าแฟนสวยมากด้วยนี่ พี่พิมพ์น่ะ” คำพูดนั้นทำให้ฉันกลับสู่โลกแห่งความเป็จริงอีกครั้ง หัวใจมันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“เดี๋ยวฉันขอไปซื้อน้ำก่อนนะ” ฉันหันไปบอกเปรี้ยวเบา ๆ
“อืม ไปเถอะ” เปรี้ยวเงยหน้ามองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
หลังจากเลิกเรียนกลุ่มของพวกเราก็มานั่งรวมตัวกันทำงาน เพื่อตามความคืบหน้าของรายงานเคสกรณีศึกษา เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่เริ่มเบื่อ ถอนหายใจออกมาก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันชื่อดัง แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มพูดถึงข่าวดาราอินฟลูเอนเซอร์ทันที
“พวกเธอเห็นข่าวยัง คนที่หล่อ ๆ พี่เจอะไรสักอย่าง…” มือฉันชะงักไปทันที
“อ่อออ แก เขาหล่อมาก ฉันอิจฉาพี่พิมพ์อะ”
“เห็นว่ากำลังจะหมั้นกันด้วยนี่” เสียงพูดคุยยังคงดังต่อไปเหมือนเป็เื่ซุบซิบทั่วไป
เปรี้ยวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมามองฉัน ก่อนจะรีบสะกิดเพื่อนเบา ๆ ให้หยุดพูดแล้วบอกให้รีบทำงานต่อ บทสนทนาเลยเปลี่ยนกลับไปเป็เื่งานเหมือนเดิม ส่วนฉันยังคงนั่งเงียบ ก้มหน้ามองรายงานตรงหน้า จนกระทั่งงานกลุ่มเสร็จ
“ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็หยุดแกมานอนกับฉันมั้ย” เปรี้ยวพูดพลางเหลือบมองฉัน สายตาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“อืม…ก็ได้ฉันจะได้ไม่เหงา เดี๋ยวขอบอกแม่ก่อนนะ”
หลังจากนั้นเปรี้ยวกับฉันที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ก็กำลังนอนอยู่บนเตียงดูหนังรักเื่หนึ่ง พระเอกกำลังจะสารภาพรักกับนางเอก
กีอกก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ฉันหันไปมองหน้าเปรี้ยวก่อนจะเอ่ยแซว
“แกแอบซ่อนผู้ไว้เหรอเปรี้ยว ดึกป่านนี้ใครมาหาแก” ฉันพูดติดตลกเปรี้ยวทำหน้าเหรอหราราวกับคนมีชนักติดหลังขึ้นมาทันที ่นี้เปรี้ยวดูคล้ายจะมีเื่ให้คิดอยู่เหมือนกันนะ คล้ายกับจะแอบชอบก็ไม่ใช่อกหักก็ไม่เชิง หรือว่า…
ฉันจึงรีบวิ่งไปที่ประตูเพื่อส่องตาแมวแอบดูว่าใครมา เปรี้ยวรีบวิ่งมาจับตัวฉันไว้
“พะ พี่วิคเตอร์” ฉันอุทานขึ้นทันทีที่เห็นเขาผ่านตาแมวก่อนจะหันมามองหน้าเปรี้ยว
“นี่แกกับพี่วิคเตอร์…” เปรี้ยวหน้าแดงขึ้นมาทันทีก่อนจะตอบตะกุกตะกัก
“เปล่านะ คือว่า…”
ปึง เสียงประตูเปิดเข้ามาพี่วิคเตอร์บ่นพึมพำขึ้นมาทันที
“ตอนแรกนึกว่าลืมเอาคีย์การ์ด ถ้ารอเธอมาเปิดรากคงงอก ดีนะที่หาคีย์การ์ดสำรองเจอพอ...ดี” พี่วิคเตอร์มองฉันอย่างใ
โทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ฉันจึงมองเปรี้ยวด้วยสายตาที่บอกว่า เดี๋ยวฉันจะกลับมาซักไซ้แกต่อ
พี่เจ
ชื่อเดิมที่คุ้นตาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ฉันรีบหันหน้าหนีทันที โทรศัพท์หยุดสั่นไปครู่หนึ่งก่อนจะดังขึ้นมาอีกครั้ง และอีกครั้ง
เปรี้ยวมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“เขาโทรไม่หยุดเลยนะ” ฉันส่ายหน้า
“ฉันไม่อยากคุย…”
“ฉันมีวิธีแก้เผ็ดเขา…ว่าแต่แกแน่ใจนะว่าไม่อยากคุยกับพี่เจแล้ว” ฉันลังเลก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เปรี้ยวก็หยิบโทรศัพท์ของฉันแล้วหันไปมองพี่วิคเตอร์ที่ยืนพิงกำแพงอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะพูดอะไรที่ได้ยินกันแค่สองคน ฉันจับใจความได้ว่า
“ช่วยรับให้หน่อย” พี่วิคเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย เปรี้ยวพยักหน้าคะยั้นคะยอให้รับ หลังจากนั้นพี่วิคเตอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดรับสายและเปิดลำโพง
“ส้ม” เสียงของผู้ชายดังขึ้นในปลายสาย เสียงที่ไม่ได้ยินมาหลายอาทิตย์ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันหน้าหนี คุยกันได้ไม่กี่ประโยค ยัยเปรี้ยวก็คว้าโทรศัพท์จากมือพี่วิคเตอร์มากดตัดสาย
ยัยเปรี้ยวหันมามองฉันอย่างเป็ห่วง ฉันพยักหน้าเบา ๆ ว่าฉันโอเค ให้พี่เจเข้าใจแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน…
Jay’s Part
โทรศัพท์ในมือผมสั่นขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่สายโทรเข้าจากส้ม แต่เป็ข้อความใหม่จากเพื่อนที่ส่งลิงก์ข่าวมาให้ พร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นมา
‘ไอ้เจจจ มึงจะมีข่าวดีไม่บอกเพื่อนเลยนะ’ ผมขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
ผมกดเปิดดูเป็ภาพข่าวซุบซิบปรากฏขึ้นทันที ภาพของผมกับพิมพ์หน้าทางเข้าโรงแรม มุมภาพทำให้ดูเหมือนเราสนิทกันมากกว่าความจริง และมีข่าวอื่น ๆ ของผมกับพิมพ์อีกมากมาย
“บ้าฉิบ…” ผมเลื่อนอ่านคอมเมนต์ต่ออีกนิดก่อนจะกดปิดหน้าจอ หัวใจเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หรือส้มจะเห็นข่าวนี้ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ข้อความที่ส่งไปยังคงขึ้นว่า อ่านแล้วแต่ไม่มีคำตอบกลับมา
ผมกดโทรออกทันทีนานหลายครั้งกว่าจะมีคนรับสาย
“ส้ม” ผมพูดขึ้นอย่างดีใจที่เธอยอมรับสาย
“มีอะไรรึเปล่าครับ…ส้มกำลังหลับอยู่” เสียงผู้ชายตอบกลับมา มือผมชะงักทันที ผมขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะถามออกไปช้า ๆ
“นี่โทรศัพท์ของส้มใช่ไหม” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา
“ใช่ครับ” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ สายก็ถูกตัดไปทันที
ตื๊ด—
ผมนิ่งค้างอยู่แบบนั้น มือที่ถือโทรศัพท์ค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส้มกำลังหลับอยู่ คำสั้น ๆ แค่นั้นทำให้ความคิดในหัวผมยุ่งเหยิงไปหมด ผมสูดหายใจลึกพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็น มันอาจไม่ได้เป็อย่างที่ผมคิดก็ได้ แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดเข้าข้างตัวเองแค่ไหน ภาพของส้มที่อยู่กับผู้ชายคนอื่น ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด สุดท้ายผมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
ใคร ผู้ชายคนนั้นเป็ใคร? ส้มกำลังทำอะไร ร่างสูงแววตาแข็งกร้าวเหมือนกำลังสะกดอารมณ์บางอย่างไว้ ก่อนจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย
บางทีผมคงต้องกลับไทยก่อนกำหนด…
End Jay’s Part