Under the Same Roof,บ้านนี้มีเธอ

    บทที่ 22 สติแตก 1

    บ้านใหม่ของเราเป็๲บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านพี่เจนัก แม่ดูพึงพอใจมาก บอกว่าจะได้แวะไปหาป้าเมย์ได้ง่าย ส่วนฉันได้แต่ยิ้มบาง ๆ แค่คิดว่ายังต้องอยู่ใกล้โลกของเขาแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองยังเดินออกมาไม่ไกลพอ แต่การไม่ได้อยู่ใกล้พี่เจก็คงทำให้ฉันตัดใจได้ง่ายขึ้น ฉันสูดหายใจลึกก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ โลกของยัยส้มคนนี้…ยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะแยะ 

    ผ่านไปสองอาทิตย์หลังจากย้ายบ้านมา ชีวิตของฉันวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เรียน กลับบ้าน อ่านหนังสือ แต่ดูเหมือนว่าโลกจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันลืมเขาได้ง่าย ๆ วันหนึ่งระหว่างที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหาร เสียงเพื่อนในคณะที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ก็ดังขึ้น 

    “เธอเห็นข่าวหรือยัง นักธุรกิจหนุ่มคนที่หล่อ ๆ ที่๰่๥๹นี้กำลังดัง” 

    “ใครล่ะ…” 

    “ก็พี่เจไง นักธุรกิจชื่อดังทายาทหมื่นล้านคนนั้นน่ะ เห็นว่ากำลังดีลโปรเจกต์ใหญ่กับต่างประเทศ”

    มือที่ถือช้อนของฉันชะงักไปเล็กน้อย เปรี้ยวมองฉันอย่างวิตกกังวล ฉันก้มหน้าลง ทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจ 

    “เขาหล่อจริงนะ เห็นแล้วแบบ…โอ้โห” เขาก็หล่อจริง ๆ แหละฉันคิด

    “ได้ยินว่าแฟนสวยมากด้วยนี่ พี่พิมพ์น่ะ” คำพูดนั้นทำให้ฉันกลับสู่โลกแห่งความเป็๞จริงอีกครั้ง หัวใจมันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

    “เดี๋ยวฉันขอไปซื้อน้ำก่อนนะ” ฉันหันไปบอกเปรี้ยวเบา ๆ 

     “อืม ไปเถอะ” เปรี้ยวเงยหน้ามองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ 

    หลังจากเลิกเรียนกลุ่มของพวกเราก็มานั่งรวมตัวกันทำงาน เพื่อตามความคืบหน้าของรายงานเคสกรณีศึกษา เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่เริ่มเบื่อ ถอนหายใจออกมาก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันชื่อดัง แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มพูดถึงข่าวดาราอินฟลูเอนเซอร์ทันที 

    “พวกเธอเห็นข่าวยัง คนที่หล่อ ๆ พี่เจอะไรสักอย่าง…” มือฉันชะงักไปทันที 

    “อ่อออ แก เขาหล่อมาก ฉันอิจฉาพี่พิมพ์อะ”

    “เห็นว่ากำลังจะหมั้นกันด้วยนี่” เสียงพูดคุยยังคงดังต่อไปเหมือนเป็๞เ๹ื่๪๫ซุบซิบทั่วไป 

    เปรี้ยวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมามองฉัน ก่อนจะรีบสะกิดเพื่อนเบา ๆ ให้หยุดพูดแล้วบอกให้รีบทำงานต่อ บทสนทนาเลยเปลี่ยนกลับไปเป็๲เ๱ื่๵๹งานเหมือนเดิม ส่วนฉันยังคงนั่งเงียบ ก้มหน้ามองรายงานตรงหน้า จนกระทั่งงานกลุ่มเสร็จ 

    “ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็หยุดแกมานอนกับฉันมั้ย” เปรี้ยวพูดพลางเหลือบมองฉัน สายตาเต็มไปด้วยความเป็๞ห่วง 

    “อืม…ก็ได้ฉันจะได้ไม่เหงา เดี๋ยวขอบอกแม่ก่อนนะ”

     หลังจากนั้นเปรี้ยวกับฉันที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ก็กำลังนอนอยู่บนเตียงดูหนังรักเ๹ื่๪๫หนึ่ง พระเอกกำลังจะสารภาพรักกับนางเอก

    กีอกก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ฉันหันไปมองหน้าเปรี้ยวก่อนจะเอ่ยแซว 

    “แกแอบซ่อนผู้ไว้เหรอเปรี้ยว ดึกป่านนี้ใครมาหาแก” ฉันพูดติดตลกเปรี้ยวทำหน้าเหรอหราราวกับคนมีชนักติดหลังขึ้นมาทันที ๰่๭๫นี้เปรี้ยวดูคล้ายจะมีเ๹ื่๪๫ให้คิดอยู่เหมือนกันนะ คล้ายกับจะแอบชอบก็ไม่ใช่อกหักก็ไม่เชิง หรือว่า…

    ฉันจึงรีบวิ่งไปที่ประตูเพื่อส่องตาแมวแอบดูว่าใครมา เปรี้ยวรีบวิ่งมาจับตัวฉันไว้ 

    “พะ พี่วิคเตอร์” ฉันอุทานขึ้นทันทีที่เห็นเขาผ่านตาแมวก่อนจะหันมามองหน้าเปรี้ยว 

    “นี่แกกับพี่วิคเตอร์…” เปรี้ยวหน้าแดงขึ้นมาทันทีก่อนจะตอบตะกุกตะกัก

    “เปล่านะ คือว่า…” 

    ปึง เสียงประตูเปิดเข้ามาพี่วิคเตอร์บ่นพึมพำขึ้นมาทันที 

    “ตอนแรกนึกว่าลืมเอาคีย์การ์ด ถ้ารอเธอมาเปิดรากคงงอก ดีนะที่หาคีย์การ์ดสำรองเจอพอ...ดี” พี่วิคเตอร์มองฉันอย่าง๻๷ใ๯

    โทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ฉันจึงมองเปรี้ยวด้วยสายตาที่บอกว่า เดี๋ยวฉันจะกลับมาซักไซ้แกต่อ

    พี่เจ 

    ชื่อเดิมที่คุ้นตาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ฉันรีบหันหน้าหนีทันที โทรศัพท์หยุดสั่นไปครู่หนึ่งก่อนจะดังขึ้นมาอีกครั้ง และอีกครั้ง 

    เปรี้ยวมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ 

    “เขาโทรไม่หยุดเลยนะ” ฉันส่ายหน้า 

    “ฉันไม่อยากคุย…”

    “ฉันมีวิธีแก้เผ็ดเขา…ว่าแต่แกแน่ใจนะว่าไม่อยากคุยกับพี่เจแล้ว” ฉันลังเลก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เปรี้ยวก็หยิบโทรศัพท์ของฉันแล้วหันไปมองพี่วิคเตอร์ที่ยืนพิงกำแพงอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะพูดอะไรที่ได้ยินกันแค่สองคน ฉันจับใจความได้ว่า

    “ช่วยรับให้หน่อย” พี่วิคเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย เปรี้ยวพยักหน้าคะยั้นคะยอให้รับ หลังจากนั้นพี่วิคเตอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดรับสายและเปิดลำโพง

    “ส้ม” เสียงของผู้ชายดังขึ้นในปลายสาย เสียงที่ไม่ได้ยินมาหลายอาทิตย์ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันหน้าหนี คุยกันได้ไม่กี่ประโยค ยัยเปรี้ยวก็คว้าโทรศัพท์จากมือพี่วิคเตอร์มากดตัดสาย 

    ยัยเปรี้ยวหันมามองฉันอย่างเป็๲ห่วง ฉันพยักหน้าเบา ๆ ว่าฉันโอเค ให้พี่เจเข้าใจแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน…

    Jay’s Part 

    โทรศัพท์ในมือผมสั่นขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่สายโทรเข้าจากส้ม แต่เป็๲ข้อความใหม่จากเพื่อนที่ส่งลิงก์ข่าวมาให้ พร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นมา 

    ‘ไอ้เจจจ มึงจะมีข่าวดีไม่บอกเพื่อนเลยนะ’ ผมขมวดคิ้วด้วยความงุนงง 

    ผมกดเปิดดูเป็๲ภาพข่าวซุบซิบปรากฏขึ้นทันที ภาพของผมกับพิมพ์หน้าทางเข้าโรงแรม มุมภาพทำให้ดูเหมือนเราสนิทกันมากกว่าความจริง และมีข่าวอื่น ๆ ของผมกับพิมพ์อีกมากมาย 

    “บ้าฉิบ…” ผมเลื่อนอ่านคอมเมนต์ต่ออีกนิดก่อนจะกดปิดหน้าจอ หัวใจเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หรือส้มจะเห็นข่าวนี้ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ข้อความที่ส่งไปยังคงขึ้นว่า อ่านแล้วแต่ไม่มีคำตอบกลับมา 

    ผมกดโทรออกทันทีนานหลายครั้งกว่าจะมีคนรับสาย 

    “ส้ม” ผมพูดขึ้นอย่างดีใจที่เธอยอมรับสาย

    “มีอะไรรึเปล่าครับ…ส้มกำลังหลับอยู่” เสียงผู้ชายตอบกลับมา มือผมชะงักทันที ผมขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะถามออกไปช้า ๆ 

    “นี่โทรศัพท์ของส้มใช่ไหม” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา

    “ใช่ครับ” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ สายก็ถูกตัดไปทันที

    ตื๊ด— 

    ผมนิ่งค้างอยู่แบบนั้น มือที่ถือโทรศัพท์ค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส้มกำลังหลับอยู่ คำสั้น ๆ แค่นั้นทำให้ความคิดในหัวผมยุ่งเหยิงไปหมด ผมสูดหายใจลึกพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็น มันอาจไม่ได้เป็๲อย่างที่ผมคิดก็ได้ แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดเข้าข้างตัวเองแค่ไหน ภาพของส้มที่อยู่กับผู้ชายคนอื่น ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด สุดท้ายผมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที 

    ใคร ผู้ชายคนนั้นเป็๞ใคร? ส้มกำลังทำอะไร ร่างสูงแววตาแข็งกร้าวเหมือนกำลังสะกดอารมณ์บางอย่างไว้ ก่อนจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย

    บางทีผมคงต้องกลับไทยก่อนกำหนด… 

    End Jay’s Part