ความประทับใจที่จิ๋งหลานมีต่อลู่ฮหวายนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะคำพูดไม่กี่คำของเว่ยเชียนเฉินแต่อย่างใด ถ้าบอกว่าเฉินเจิ้นถิงเลือกลู่ฮหวายเพราะตระกูลและเบื้องหลังของเขา อย่างนั้นจิ๋งหลานก็ชอบลู่ฮหวายเพราะความสุภาพเรียบร้อยและความนอบน้อมถ่อมตนมีมารยาทของเขา สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ลู่ฮหวายนั้นเอาใจใส่เฉินอันหลานเป็นอย่างมาก ตลอดการรับประทานอาหาร ลู่ฮหวายเอาแต่ดูแลเอาใจใส่และคอยเลือกรสชาติอาหารที่ถูกปากของเฉินอันหลานให้ทั้งสิ้น ส่วนตัวเองนั้นกลับแตะไปได้เพียงไม่กี่คำ
“ลู่ฮหวาย เธอเองก็กินเยอะ ๆ หน่อยนะ อย่ามัวแต่ถามอันหลานว่าชอบกินอะไรสิ”
“ไม่เป็นไรครับ คุณป้า ผมกินอิ่มแล้ว”
“กินแค่นี้ก็อิ่มแล้ว?” จิ๋งหลานยิ้ม แล้วมองไปทางลูกชายของตัวเอง ก่อนพูดขึ้นว่า “อันหลาน ลูกดูสิ ลู่ฮหวายเอาแต่ดูแลลูก ลูกก็อย่ามัวแต่กินของตัวเองสิ ถามเขาบ้างว่าชอบกินอะไร”
เฉินอันหลานได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นพลางหั่นเนื้อไปพลาง
“นายชอบกินอะไร?”
ลู่ฮหวายยิ้ม
“ชอบทุกอย่างเลย”
“แบบนั้นไม่ได้สิ” เฉินอันหลานหั่นเนื้อแล้วตักเข้าปาก “ฉันกินอาหารตะวันตกน้อยมาก ปกติแล้วจะสั่งซื้อมาจากข้างนอก อาหารทุกอย่างฉันกินได้หนึ่งเดือนก็ไม่เบื่อ… จริงสิ ฉันเห็นนายแทบไม่ได้แตะมันฝรั่งในจานเลย ไม่ชอบเหรอ?”
“ฉันเป็นคนกินน้อย”
“ฉันชอบมันมาก”
“งั้นเหรอ?”
“แน่นอน” เฉินอันหลานหั่นเนื้ออีกชิ้นแล้วตักเข้าปาก จากนั้นก็เคี้ยวตุ้ย ๆ “มันฝรั่งบด มันฝรั่งแผ่น มันฝรั่งทอด ฉันชอบกินหมด อาหารที่บอกว่าซื้อกินข้างนอกได้หนึ่งเดือนก็ไม่เบื่อนั่นก็คือมันฝรั่ง”
ลู่ฮหวายยิ้ม โดยไม่พูดอะไร
“อันหลาน ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ?” จิ๋งหลานตำหนิลูกชายเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มเพื่อทำลายบรรยากาศ “อันหลาน เด็กคนนี้ก็ชอบพูดตรงเกินไป ไม่มีความหมายอื่นหรอก ลู่ฮหวายอย่าไปใส่ใจเลยนะ”
“ไม่เป็นไรครับ คุณป้า การพูดตรงเป็นเรื่องที่ดีนะครับ”
“ขอโทษนะ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน”
เฉินอันหลานวางส้อมและมีดลง จากนั้นก็หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดปาก แล้วลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปยังทิศทางของห้องน้ำทันที จิ๋งหลานยิ้มไปทางลู่ฮหวาย กวักมือไปเรียกให้เขากินต่อ
เมื่อเข้ามาถึงในห้องน้ำ เฉินอันหลานที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างมือก็ดึงหูกระต่ายลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองได้หายใจสะดวกยิ่งขึ้น
จริง ๆ แล้ว เฉินอันหลานไม่ได้เกลียดลู่ฮหวายแต่อย่างใด ก็เหมือนกับที่แม่ของเขาพูดนั่นแหละ ตอนเด็ก ๆ ตัวเองมักจะชอบเดินตามก้นลู่ฮหวายอยู่เสมอ ดังนั้นเขาจึงมีความประทับใจต่อลู่ฮหวายดีมากทีเดียว เมื่อโตขึ้นลู่ฮหวายนั้นมีวิชาความรู้และมีมารยาท รูปร่างหน้าตาดีใช้ได้ และยังดูแลเขาดีมากอีกด้วย จะต้องเป็นคู่สมรสที่ดีและไม่จู้จี้อย่างแน่นอน แต่เฉินอันหลานไม่ได้สนใจเขา ——
บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเฉินอันหลานนั้นไม่พอใจกับการตัดสินใจของพ่อ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะไม่ได้เจอกันนานหลายปี เลยทำให้รู้สึกไม่สนิทกันก็เป็นได้ ความรู้สึกที่มีต่อลู่ฮหวายนั้นยังคงหยุดไว้อยู่ที่ตอนเด็กที่เขาเอาแต่ตามอีกฝ่ายเพื่อไปเล่นสนุกด้วยกัน ยากที่จะพัฒนาไปอีกขั้นได้
ในตอนที่เฉินอันหลานกำลังมองเงาสะท้อนตัวเขาในกระจกอย่างเหม่อลอยอยู่นั้น จู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกปิดลงอย่างฉับพลัน เสียงปิดประตูที่ไม่ได้ดังมากนักนั้นได้ดึงเฉินอันหลานที่กำลังเหม่อลอยกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เฉินอันหลานปิดก๊อกน้ำ ใช้มือทั้งสองค้ำยันอ่างล้างมือพร้อมกับหันไปมองที่ประตู แล้วก็เห็นว่าคนคนนั้นไม่เพียงแต่จะปิดประตูเท่านั้น อีกทั้งยังทำการล็อกประตูอีกด้วย
“คิดจะทำอะไร?” เฉินอันหลานรู้สึกได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขายืดตัวขึ้นแล้วมองไปทางผู้ชายที่หันหลังให้เขา
ผู้ชายคนนั้นได้หมุนตัวกลับมาแล้วเดินเข้ามาหาเฉินอันหลานในที่สุด
“ทำไมเป็นนายอีกแล้วเนี่ย?”
“ตกใจมากเหรอ?”
“ฉันแค่แปลกใจ... นายสะกดรอยตามฉัน?”
ลานเซลอตดึงเฉินอันหลานเข้าหา จากนั้นก็ลากเข้าไปในห้องสุขาห้องหนึ่ง ไม่ทันรอให้เฉินอันหลานได้พูดประโยคต่อไปจบ อีกฝ่ายก็โอบเอวของเขาแล้วก็ดันจนชิดติดประตูไม้ ดวงตาสีดำทมิฬยากที่จะคาดเดาคู่นั้นจ้องเขม็งไปทางเฉินอันหลาน
สายตาคู่นั้นที่มองมาทำเอาเฉินอันหลานรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
“ปล่อย!”
เฉินอันหลานพยายามดิ้นอยู่ประมาณสองครั้งแต่ก็ดิ้นไม่หลุด เขาเลยดึงผ้าปิดปากบนใบหน้าของลานเซลอตออก ทว่าใบหน้าขาวซีดไม่มีแม้แต่เลือดฝาดของอีกฝ่ายกลับปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเฉินอันหลาน
แทบจะในวินาทีต่อจากนั้น เฉินอันหลานก็พูดไม่ออกขึ้นมาทันที
“นี่นาย...”
“ฉันทำไม เจอฉันต้องประหลาดใจขนาดนี้เลยเหรอ?”
“นายยังไม่ตอบคำถามเมื่อสักครู่ของฉันเลยนะ” เฉินอันหลานกดความรู้สึกประหลาดใจนั้นไว้ในใจ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น “ทำไมนายถึงได้สะกดรอยตามฉัน?”
ลานเซลอตไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวลงมาเพื่อต้องการจูบริมฝีปากของเฉินอันหลาน
เฉินอันหลานเบี่ยงหน้าหลบ
ดวงตาสีดำทมิฬได้ฉายแววเคร่งขรึมในทันที ลานเซลอตโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของเฉินอันหลาน
“ทำไม มาเดตกับคู่หมั้นแล้วกลัวคนอื่นรู้เหรอ?”
เมื่อเฉินอันหลานได้ยินคำถามนั้นก็ตกใจขึ้นมาทันที แต่เพียงพริบตาเดียวก็ปรายตามองไปทางลานเซลอต
“ทำไมนายถึงได้...”
หลังจากที่พูดออกไปได้ครึ่งประโยค เฉินอันหลานก็ต้องหยุดชะงักลง
“ทำไมฉันถึงรู้น่ะเหรอ?” ลานเซลอตยิ้ม พร้อมกับกระชับแขนที่โอบเอวของเฉินอันหลานให้แน่นขึ้น ทำให้เฉินอันหลานขยับเข้ามาในอ้อมแขนของเขาอย่างแนบชิดยิ่งกว่าเดิม “ฉันไม่เพียงแค่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นคู่หมั้นนายแล้วเท่านั้นนะ ฉันยังรู้ด้วยว่านายเติบโตมากับเขา และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตั้งแต่เด็ก ๆ”
“แล้วยังไง มันเกี่ยวกับที่นายสะกดรอยตามฉันตรงไหน?”
“ฉันแค่อยากตาม ต้องอธิบายอะไรด้วยเหรอ?”
“นายลิดรอนอิสรภาพของฉัน”
“อิสรภาพ?” ลานเซลอตหัวเราะออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปมองตาของเฉินอันหลาน “นายคิดว่าฉันควรจะใช้สถานะไหนมาให้อิสระกับนายดีล่ะ? คนที่ช่วยนายที่ท่าเรือ หรือว่าโอดิน?”
เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปทางดวงตาของลานเซลอตด้วยความงุนงง
“ไม่ว่าสถานะไหน นายก็ติดหนี้ฉัน และยังหวังจะให้ฉันให้อิสระกับนายอีกงั้นเหรอ?”
“นายกำลังจะพูดอะไร?”
“ไม่เข้าใจ? งั้นฉันจะทำให้นายเข้าใจละกัน”
เมื่อลานเซลอตพูดจบ เขาก็เข้าประกบจูบริมฝีปากของเฉินอันหลานทันที เฉินอันหลานพยายามดิ้นด้วยการผลักเขาออกไป แต่พลังของเขาก็ไม่เคยสู้ลานเซลอตได้เลย ไม่นานมือทั้งสองข้างก็ถูกจับกดไปบนกำแพง ยิ่งเขาดิ้นมากเท่าไร ลานเซลอตก็ยิ่งออกแรงมากขึ้นเท่านั้น ราวกับต้องการให้ข้อมือของเขาหักอย่างไรอย่างนั้น ความเจ็บตรงข้อมือนั้นมากเสียจนเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากเลยทีเดียว
แต่ลานเซลอตก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาแต่อย่างใด
ปลายลิ้นเรียวตวัดไปบนฟันของเฉินอันหลาน จากนั้นก็สอดแทรกเข้าไปในช่องปากอย่างชำนาญ ก่อนจะกวาดไปทั่วโพรงปากของเขาอย่างหยาบคายและทรงพลัง ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เฉินอันหลานถูกบดจูบอย่างรวดเร็วจนหายใจแทบไม่ทัน แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาง่าย ๆ แต่อย่างใด ยังคงพัวพันกับปลายลิ้นของเขาและกัดลงมาอย่างรุนแรง เฉินอันหลานรู้สึกเจ็บจนดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
ลานเซลอตยังคงไม่ปล่อยเขา มือใหญ่เพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองของเฉินอันหลานกดเอาไว้เหนือศีรษะของเขาไม่ให้เขาขยับไปไหน ส่วนมืออีกข้างก็สอดแทรกเข้าไปภายในเสื้อสูทของเฉินอันหลาน และปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกทันที
“ไม่อยากเหรอ?”
“นายบ้าไปแล้วรึไง!”
“สงสัยจะใช่...” ลานเซลอตถอนริมฝีปากออกจากปากของเฉินอันหลาน จากนั้นก็โน้มเข้าไปหัวเราะข้าง ๆ หูของเฉินอันหลานด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่าก่อนพูดขึ้น “ฉันเกือบลืมไป เมื่อคืนนายเพิ่งฉีดยาระงับเข้าไป ฤทธิ์ยามันคงไม่หมดง่าย ๆ หรอก”
เฉินอันหลานถลึงตาใส่ลานเซลอต
“นายคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“คิดจะทำอะไร?” ลานเซลอตยิ้ม “ก็ทำเรื่องที่ผู้ชายเขาชอบทำไง”
สิ้นคำพูดนั้นเสื้อเชิ้ตตัวในของเฉินอันหลานถูกกระชากออก มือของลานเซลอตถลันเข้าไปยังจุดต้องห้าม ลูบไล้ไปบนผิวหนังของเขาอย่างหน้าไม่อาย
เฉินอันหลานกัดฟันกรอด
“ปล่อย!”
“หยุดส่งเสียง” ลานเซลอตขบกัดไปบนติ่งหูของเฉินอันหลานเบา ๆ “แน่จริงก็เรียกคนเข้ามา… นายคงไม่อยากให้ฉันเผชิญหน้ากับคู่หมั้นของนายหรอกจริงไหม?”
ร่างกายของเฉินอันหลานอ่อนแรงลงในทันที
“หุบ หุบปาก”
“หัวใจนายเต้นเร็วนะ”
“อย่ากัด ฉันขอให้นาย… อย่ากัด...”
“ตกลงอยากให้ทำ?” ลานเซลอตกัดไปบนติ่งหูที่ไวต่อความรู้สึกของเฉินอันหลานแผ่วเบา “หรือว่าไม่อยากให้ทำ? นายพูดให้มันชัดเจนหน่อย ฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายอยากหรือไม่อยาก?”
เฉินอันหลานตัวสั่นเทาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ลานเซลอตยิ้ม หลังจากที่ปล่อยจากติ่งหูของเฉินอันหลานแล้ว ก็เลื่อนริมฝีปากลงมาจูบบริเวณซอกคอของเฉินอันหลานต่อ และหลังจากนั้นก็กัดไปบนริมฝีปากที่บวมแดงของเฉินอันหลานอีกครั้ง และออกแรงดูดดึงอย่างดุเดือด
เฉินอันหลานพยายามงอตัวเพื่อสะบัดให้หลุดพ้นจากเกมของลานเซลอต แต่ไม่ว่าเขาจะดิ้นอย่างไร ก็ไม่สามารถสะบัดให้หลุดพ้นจากน้ำมือของลานเซลอตได้ ทำได้เพียงแค่ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่อีกฝ่ายมอบให้ด้วยความอับอาย
ทันใดนั้น ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากด้านนอก
“ปล่อย... อื้อ อื้อ...”
เมื่อประตูเปิดไม่ออก คนที่อยู่ด้านนอกก็เริ่มเคาะเรียก
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’
“อันหลาน นายอยู่ข้างในไหม?”
ลู่ฮหวาย!
เฉินอันหลานได้สติขึ้นมาทันใด เขาพยายามเบี่ยงหน้าหนีออกจากการจูบแสนบ้าระห่ำของลานเซลอต แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาเลยสักนิดเดียว ยังคงยื่นหน้าเขาเข้ามาและจูบอีกครั้ง
“อันหลาน? อันหลาน?
“อันหลาน นายอยู่ข้างในไหม?”
เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างกายของเฉินอันหลานเกิดอาการเกร็งขึ้นมาอย่างฉับพลัน ลานเซลอตจึงหยุดชะงักลงทันที เขาถอนริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจก่อนจะมองไปทางอีกฝ่าย ในตอนนั้นเองลู่ฮหวายก็ตะโกนเรียกชื่อของเฉินอันหลานอีกครั้ง แววตาของลานเซลอตเคร่งขรึมลงในทันที เขาดึงมือทั้งสองข้างของเฉินอันหลาน ก่อนจะถอดเสื้อสูทของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว เฉินอันหลานพยายามต่อต้าน แต่กลับทำให้การกระทำของลานเซลอตนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น
“ปล่อยฉัน!” เฉินอันหลานพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง “นายบ้าไปแล้วรึไง?!”
ลานเซลอตถอดเสื้อสูทของเฉินอันหลานออกแล้วโยนลงไปบนพื้น จากนั้นก็เริ่มถอดเข็มขัดของเขา
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ ปล่อยฉัน!”
“เบา ๆ หน่อย คนข้างนอกอาจจะได้ยินก็ได้นะ”
“ลาน... นายคิดจะทำอะไรกันแน่? อย่าถอดนะ!”
“ฉันคิดจะทำอะไรมันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“นาย!”
ดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้คนที่อยู่ด้านนอกได้เริ่มออกันเข้ามามากขึ้น เฉินอันหลานได้ยินเสียงลู่ฮหวายกำลังคุยกับใครบางคนราง ๆ จากนั้นเสียงไขกลอนประตูก็ดังขึ้น ภายใต้ความร้อนใจ เฉินอันหลานรีบกดมือที่กำลังซุกซนของลานเซลอตเอาไว้ทันที
วินาทีต่อจากนั้นประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก
ลู่ฮหวายเดินเข้ามาหาเฉินอันหลาน ตะโกนเรียกอยู่สองสามครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับ เขาเริ่มไล่เคาะประตูทุกห้องในห้องน้ำ
หัวใจของเฉินอันหลานเต้นเร็วจนราวกับจะตีตื้นขึ้นมาขวางลำคอ
“ทำไม กลัวว่าคู่หมั้นจะเห็นเหรอ?” ลานเซลอตยังคงไม่ยอมขยับออกห่าง ซ้ำยังกัดลงไปบนใบหูของเฉินอันหลานเบา ๆ
ร่างกายของเฉินอันหลานอ่อนแรงลงในทันที จนเกือบจะกดมือของลานเซลอตเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนจะพูดเสียงต่ำ ๆ ด้วยความโมโหว่า
“นายอย่าขยับได้ไหม?!”
“ไม่ได้”
“ลานเซ...”
คำพูดของเฉินอันหลานหยุดชะงักลงในทันใด เพราะลู่ฮหวายได้เคาะมาถึงประตูที่เขาอยู่แล้ว… ในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ เฉินอันหลานจึงได้จำยอมส่งสายตาอ้อนวอนไปทางผู้ชายที่อยู่เบื้องหน้า
ลานเซลอตยิ้ม จากนั้นก็ยื่นหน้ามาทางริมฝีปากของเฉินอันหลาน
“รู้ไหมว่าต้องทำยังไง?”
เฉินอันหลานถลึงตาใส่ลานเซลอต พยายามที่จะข่มความโกรธนั้นเอาไว้ จากนั้นก็จุ๊บไปบนปากของลานเซลอต
“ได้ไหม?!”
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’
“มีใครอยู่ข้างในไหม?”
ลานเซลอตยังคงไม่ขยับ
เฉินอันหลานขมวดคิ้วแน่นขึ้น จากนั้นก็มองไปทางลานเซลอตด้วยความกระวนกระวายใจ
“อันหลาน?”
“ผิดคนแล้ว”
ลานเซลอตเอ่ยปากปฏิเสธ แต่สายตายังคงจับจ้องไปยังร่างกายท่อนบนของเฉินอันหลานไม่ได้เลื่อนไปมองอย่างอื่นแม้แต่นิดเดียว เฉินอันหลานอยากให้เขาช่วยไล่ลู่ฮหวายออกไป จึงได้ไม่หลบสายตาของเขา และยังจ้องมองไปทางเขาด้วยความโกรธอีกด้วย
“นายได้ยินเสียงเคาะประตูข้างนอกไหม?”
“ได้ยิน”
“แล้ว...”
“อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน”
เมื่อลานเซลอตพูดออกไป เสียงด้านนอกก็เงียบลง จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้าไปข้างใน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเฉินอันหลานก็ยังไม่กล้าวางใจ ยังคงฟังเสียงการเคลื่อนไหวจากข้างนอกจนแทบจะหยุดหายใจ
ไม่นาน เสียงฝีเท้านั้นก็เดินกลับมาอีกครั้ง และไม่ได้ไปไหน ยังคงหยุดอยู่หน้าห้องของพวกเขา
เฉินอันหลานขมวดคิ้วแน่น ลู่ฮหวายคิดจะทำอะไรกันแน่?