(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 189 ลืมเจ้านายเก่า

    ตอนที่ 189 ลืมเจ้านายเก่า



    งานเลี้ยงในสมาคมแม่บ้านขุนนางยังคงดำเนินต่อไปอย่างชื่นมื่น มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันถึงเรื่องและกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะจัดขึ้นในเมืองหลวงกันอย่างออกรส หากแต่ว่า จุดสนใจของงานกลับไม่ใช่อาหารของพ่อครัวกามินหรือการนินทาตามประสาแม่บ้านอีกต่อไป

    ทว่า...กลับเป็นคุณผู้หญิง ภรรยาของท่านไวทเคานต์ต่างหากที่กำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยเหล่าแม่บ้านจากทั่วทุกสารทิศ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ภรรยาขุนนางระดับชั้นบารอนที่เคยแย่งที่นั่งรถม้าของเธอ เมื่อตอนขาเข้าคฤหาสน์ก็กระมิดกระเมี้ยนเดินเข้ามาร่วมวงสนทนานี้ด้วยเช่นกัน


    ซึ่งเจ้าตัวก็รีบเอ่ยปากขอโทษ ขอโพยเสียยกใหญ่ ที่ทำกิริยาไม่เหมาะสม รวมไปถึงเรื่องที่เธอแซงลำดับคิวของรถม้าโดยไม่ตั้งใจ


    “ดิฉันขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ที่หน้าประตูคฤหาสน์ด้วยนะเจ้าค่ะ ดิฉันตื่นเต้นกับการได้รับเชิญเข้างานเลี้ยงนี้มากเกินไปหน่อย ขอคุณหญิงโปรดให้อภัย” ไม่รู้ว่าคำพูดของภรรยาท่านบารอน นั้นมีความจริงใจอยู่มากน้อยเท่าไร หรือยอมขอโทษเธอก็เพราะอยากที่จะเข้าร่วมวงสนทนา


    แต่สำหรับคุณผู้หญิง เธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดอีกฝ่ายว่าจะมีความจริงใจหรือไม่ประการใด


    เพราะเธอนั้นไม่เคยสนใจกับเรื่องที่อีกฝ่ายกระทำมาตั้งแต่ตนนั่นเอง


    “ดิฉันไม่ได้ถือสาอะไร อีกอย่างการที่ฉันยอมสละที่นั่งบนรถม้าให้กับคุณหญิง ก็เพราะดิฉันต้องการที่จะออกกำลังกายเสียหน่อย การเดินขึ้นทางลาดแบบนี้ถือเป็นการบ้านที่พ่อครัวจากร้านอาหารสามเวลากำหนดให้ฉันทำเป็นประจำในๆ ทุกวันอีกด้วย ซึ่งประจวบเหมาะกับวันนี้มีงานเลี้ยงสมาคมพอดิบพอดี ยังคิดอยู่เลยว่าจะเอาเวลาไหนไปทำการบ้านข้อนี้ให้เสร็จ โชคดีจริงๆ ที่ทางเข้าคฤหาสน์ของราชินีลีอาห์ มีความลาดชันที่เหมาะสม ดิฉันเลยถือโอกาสนี้เดินขึ้นมาเสียเลย” คุณผู้หญิงตอบกลับเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องกังวลกับเรื่องที่ผ่านมา


    แต่กระนั้น หลังจากคุณผู้หญิงกล่าวจบ เหล่าภรรยาขุนนางที่กำลังห้อมล้อมเธออยู่และราชินีลีอาห์ เจ้าหญิงเอวา นักแสดงพริมโรส ก็พลันตกตะลึงกับคำพูดของคุณหญิงกันเป็นอย่างมาก


    “คุณหญิง เจ้าเดินขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ?” ราชินีลีอาห์ที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ ถึงกับเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

    “เจ้าค่ะ ท่านราชินี”

    “แต่ท่านอา ถนนเส้นนั้นมันทั้งชันและไกลมากเลยนะคะ? ท่านอาเดินขึ้นมาเองจริงๆ เหรอ” เจ้าหญิงเอวาที่อยู่ในวัยสาวและดูจะแข็งแรงมากกว่า ลำพังตัวเธอเองก็ยังไม่กล้าที่จะเดินเท้าขึ้นมาบนคฤหาสน์หลังนี้เลย


    ไฉนเลยที่คุณอาหญิง ที่เมื่อก่อนเคยผอมแห้งแรงน้อย จะสามารถเดินเท้าขึ้นมาบนคฤหาสน์นี้ด้วยตัวคนเดียว...มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว


    “ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท ดิฉันในนามของภรรยาขุนนางชั้นบารอน ขอเป็นพยานให้กับคุณหญิงเองเจ้าค่ะ คุณหญิงได้เดินเท้าขึ้นมาจริง อีกทั้งเธอยังได้ถือห่อสัมภาระขึ้นมาอีกด้วย เรื่องนี้ฉันเห็นเต็มสองตา ไม่กล้าพูดปดอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” ภรรยาบารอนเหมือนสบโอกาสในการทำความดี เอาใจคุณผู้หญิงของท่านไวทเคานต์


    เธอรีบบอกเล่าถึงเรื่องของคุณผู้หญิงที่เธอเดินขึ้นมาบนคฤหาสน์ให้กับคนอื่นๆ ได้รับฟัง แม้จะมีบ้างที่ดูเหมือนจะเกินจริงไปเสียหน่อย ดั่งเช่นที่ว่า คุณผู้หญิงเธอขึ้นมาโดยที่ไม่มีหยาดเหงื่อไหลรินแม้แต่หยดเดียวก็ตาม

    แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็อยู่ในกรอบความจริงที่ว่า คุณผู้หญิงสามารถเดินเท้าขึ้นมาบนคฤหาสน์แห่งนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทเกื้อหนุนนั่นเอง


    “คุณหญิงของท่าบารอนก็พูดเกินไป...ตอนเดินขึ้นมา ดิฉันเองก็รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับตอนที่อยู่ในป่าดาราฉาย ทางลาดนี้ก็ดูจะสบายกว่ามากจริงๆ”

    และจากคำพูดนี้เอง คนที่ได้ยินก็พากันทึ่งในตัวของคุณผู้หญิงกันไปหมดแล้ว เหล่าภรรยาขุนนางและทางด้านของเจ้าหญิงเอวาและนักแสดงพริมโรส ต่างเชื่อกันอย่างสนิทใจว่า การที่รูปร่างของคุณผู้หญิง ดูสมส่วนเข้ารูปได้เช่นนี้ มันต้องเป็นผลมาจากพ่อครัวจากร้านอาหารสามเวลาอย่างแน่นอน



    คุณผู้หญิงเลือกที่จะไล่ไปตามน้ำก่อน เธอไม่ได้อธิบายถึงรายละเอียดของการมีรูปร่างแบบเธอไปมากกว่านี้ แม้ใจความสำคัญของร่างกายที่เธอได้รับรู้มาจาก ไลท์ จะบอกเธอไว้ว่า อาหารเป็นปัจจัยหลักให้มีรูปร่างที่ดีกว่า 70% ส่วน 30% ที่เหลือแบ่งย่อยออกเป็นการพักผ่อน 15% และการออกกำลังกายที่เหมาะสมอีก 15%


    แต่เรื่องนี้เอาไว้ค่อยพูดกันตอนเย็นที่คฤหาสน์ของเธอ คงจะเหมาะสมกว่า ได้ชิมอาหารไปพลาง บอกเล่าถึงการออกกำลังกายให้เห็นไปพลาง ดีกว่าต้องมาโอ้อวดด้วยคำพูด ประหนึ่งเป็นคำพูดขี้โม้เหมือนกับเหล่าขุนนางที่กำลังโอ้อวดในความร่ำรวยของตัวเองกันอยู่ในงานแห่งนี้ เสียเป็นไหนๆ


    อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่คุณผู้หญิงกำลังสนทนากับกลุ่มผู้คนที่สนใจเธอกันอยู่นั่นเอง ทางด้านของพ่อครัวกามินที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแขกในงานก็พลันปรากฏตัวขึ้นในงาน


    พ่อครัวกามิน ยิ้มร่าท่ามกลางเสียงชื่นชม อันไม่ขาดปากจากเหล่าภรรยาขุนนางที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สเต๊กของพ่อครัวกามินนั้นอร่อยนักอร่อยหนาและที่สำคัญ ดูเหมือนว่าพ่อครัวกามินผู้นี้ จะได้รับข้อเสนอจากทางขุนนางในงานนี้ไปแล้วอีกด้วย


    ใช่แล้ว ที่กามินปรากฏตัวก็เพื่อตั้งใจที่โชว์ตัวของมันให้กับแขกในงานได้ ยื่นข้อเสนอให้กับตนเองได้นั่นเอง


    ซึ่งในหมู่แวดวงขุนนางเองก็พอจะรู้กันมาว่า ในตอนนี้พ่อครัวกามินไม่ได้เป็นพ่อครัวประจำตระกูลให้กับท่านไวทเคานต์นิคและคุณผู้หญิงอีกต่อไปแล้ว


    ดังนั้นการดึงตัวไปจึงถือเป็นเรื่องปกติและขุนนางที่ยื่นข้อเสนออันหวานหอมให้กับกามิน จนเดินลำพองได้เช่นนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น


    หากแต่คือ ภรรยาของดยุกมาร์ติน หัวหน้ากลุ่มแม่บ้านที่มีความสนิทสนมกับตระกูลมาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดที่จงใจหาเรื่องคุณผู้หญิงในก่อนหน้านี้นั่นเอง

    จะบอกว่า การดึงตัว พ่อครัวกามินที่ได้รับคำชมจากแขกในงานเลี้ยงแห่งนี้อย่างล้นหลาม เข้าเป็นพ่อครัวประจำตระกูลของดยุกมาร์ติน ถือเป็นการตอกหน้าคุณผู้หญิง ก็มีเหตุผลที่เข้าเขาอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง


    ส่วนอีกประการที่ภรรยาของดยุกมาร์ติน ยื่นข้อเสนอให้กับกามินทั้งๆ ที่ตระกูลของตนเองก็มีพ่อครัวประจำอยู่แล้วนั้นก็คงเป็นเพราะเชื่อว่า ในตอนที่พ่อครัวกามินนั้นเคยรับใช้ตระกูลของไวทเคานต์นิค

    ทางด้านของพ่อครัวกามินนั้นก็ตามไปรับใช้ถึงป่าดาราฉาย แม้จะถูกไล่ออกและถูกส่งกลับมา


    เธอก็พอจะเชื่อว่าพ่อครัวกามิน น่าจะพอรู้หรือมีเคล็ดลับอะไรดีๆ ที่ทำให้ รูปร่างของคุณผู้หญิงที่ดูงดงามอยู่บ้างและที่สำคัญ หากรูปร่างของเธอดีวันดีคืน สามีของเธอ ดยุกมาร์ติน จะหันกลับมาสนใจตนเอง


    “ยินดีด้วยนะพ่อครัวกามิน โชคดีจริงๆ ที่ได้รับใช้ตระกูลของท่านดยุกมาร์ติน ดีกว่าต้องทนอยู่รับใช้ตระกูลชั้นต่ำมาตั้งนานนม” ภรรยาของดยุกแอชตัน กล่าวชื่นชม พลางแอบจิกกัดคุณผู้หญิงอย่างตั้งใจ

    “นับว่าเป็นเกียรติของกระผมจริงๆ ครับ ที่ได้รับความเอ็นดูจากภรรยาของท่านดยุกมาร์ติน ส่วนที่เคยผ่านมาอาจเป็นเพราะผมเองที่ทำผิดพลาดไป” คำพูดนี้ พ่อครัวกามินฟังดูกำกวมอยู่มาก


    จะบอกว่าการที่ตนเองทำผิดพลาด อาจเป็นเพราะเคยทำเรื่องผิดพลาดกับท่านไวทเคานต์จนนำไปสู่การถูกไล่ออก หรืออีกประการจะมองว่า ที่ตนเองเคยทำผิดพลาดไป คือการไปรับใช้ไวทเคานต์นิค ก็ได้เช่นเดียวกัน


    ซึ่งในมุมมองของแขกเหรื่อและคุณผู้หญิง ก็ดูเหมือนจะเชื่อว่า พ่อครัวกามินตั้งใจในอย่างหลังเสียมากกว่า


    พ่อครัวกามินทักทายแขกเหรื่ออยู่นาน ได้รับเสียงชื่นชมและคำอวยพรกับงานใหม่ จนใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง ก่อนที่พ่อครัวหนุ่มจะเดินมาถึงอดีตเจ้านายของตนเองอย่างคุณผู้หญิง ที่ยืนสงบเงียบไม่ได้ยินดียินร้ายกับพ่อครัวที่เคยทำงามหน้ากับตนเอง จนเกือบจะต้องผิดใจกับไลท์และร้านอาหารสามเวลาไปเสียแล้ว


    “ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ คุณผู้หญิง” พ่อครัวกามินต่อหน้าแขกเหรื่อ วางตัวราวกับคนอ่อนน้อมถ่อมตน


    ทำการทักทายต่ออดีตเจ้านายที่เคยไล่ตนเองออกจากตระกูล ด้วยคำพูดสุภาพที่ใครเห็นก็อดสงสารพ่อครัวผู้นี้ไม่ได้

    มือของกามินได้ยื่นเข้าไปหาคุณผู้หญิง เพื่อแสดงการทักทาย


    “เห็นว่าได้ไปรับใช้ท่านดยุกแอชตันแล้วสินะยินดีด้วย ทางฉันเองก็ขออวยพรให้คุณโชคดี” คุณผู้หญิงก็ดูเหมือนจะรู้ถึงธาตุแท้ของกามินอยู่ไม่น้อย เธอนั้นอยู่ในสังคมของชนชั้นสูงที่ต้องใส่หน้ากากมาตลอดอยู่แล้ว

    เรื่องปั้นหน้า วางตัวสุภาพแต่เบื้องหลังพร้อมทิ่มแทงกันทุกเมื่อ เธอเองก็ทำมันได้

    และยังทำได้ดีกว่า พ่อครัวกามินผู้นี้อีกด้วย! คุณผู้หญิงยื่นมือของเธอออกมาจับ


    “หึหึ เจ็บใจล่ะสิ ที่ฉันได้รับข้อเสนอจากท่านดยุกมาร์ตินผู้ยิ่งใหญ่กว่าตระกูลของแก?” ดูเหมือนกามินจะพ่ายแพ้ให้กับสงครามปั้นหน้า


    ในระหว่างที่มือของคุณผู้หญิงและมือของมันได้จับประสานกัน กามินก็ตั้งใจโบกสะบัดข้อมือแรงๆ ตามประสาพ่อครัวที่คุ้นชินกับการใช้ข้อมือเหวี่ยงกระทะ พร้อมกันนั่นเอง มันก็ได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ กับคุณผู้หญิงเพื่อกระซิบกระซาบคำพูดนี้ ที่ตั้งใจให้คุณหญิงได้ยินเพียงคนเดียวออกมา


    “เจ็บใจ? ไม่เลย...ฉันพูดจริงๆ นะท่านกามิน ฉันดีใจแทนท่านจริงๆ ที่ได้รับใช้ดยุกมาร์ตินผู้ยิ่งใหญ่” คุณผู้หญิงเว้นจังหวะลงเล็กน้อย เพื่อปรับโทนเสียงของเธอให้เบาลง คล้ายกับกระซิบตอบกลับ

    “แต่ท่านกามินดูเหมือนจะเข้าใจผิดอะไรไปสักอย่างอยู่นะ เป็นทางนี้เองต่างหากที่ตัดสินใจผิดพลาดที่เคยจ้างท่านเป็นพ่อครัวประจำตระกูล” คำพูดอันเย็นเยียบ สายตาที่มองขวาง พร้อมกับข้อมือที่หยุดนิ่งไม่ไหวติง


    อึก~! นี้ไม่ใช่ความตั้งใจของกามินที่ได้หยุดสะบัดข้อมือของตัวเอง


    หากแต่เป็นเพราะถูกกำหนดและหยุดโดยคุณผู้หญิงที่ใช้แรงบีบมือกลับสะท้อนกลับมาตั้งหาก


    แรงบีบนี้ทำเอามือของพ่อครัวกามินถึงกับต้องเกร้งสู้ แต่ทนไปได้เพียงแค่อึดใจเดียว ก็หมดแรงที่จะต่อต้าน

    กามินไม่ได้โง่พอที่จะฝืนต้านแรงบีบนี้อยู่แล้ว พอรู้ว่าตัวเองกำลังตกเป็นเบี้ยล่างก็รีบปล่อยมือในทันที แต่ทว่าเป็นฝ่ายคุณผู้หญิงเองต่างหากที่รัดแน่นจนมันคลายมือออกมาไม่ได้


    มือของคุณผู้หญิงบีบแน่นอยู่ท่าเดียว ก่อนที่อีกฝ่ายจะอนุเคราะห์ปล่อยมือมันออก พร้อมกับฝ่ามือที่แดงก่ำและซีดเผือดเป็นจ่ำๆ ป่นระคนด้วยความเจ็บปวดที่ปวดระบมไปทั่วทั้งมือ


    “ใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ฉันก็หลงคิดว่าคุณจะก้าวหน้าขึ้นมากกว่านี้เสียอีก แต่น่าเสียดาย สุดท้ายก็ยังเทียบกับท่านไลท์ไม่ได้อยู่ดี” คุณผู้หญิงยื่นหน้าเข้ามาเพื่อกระซิบบางอย่างกับกามิน


    เธอชำเลืองมองพ่อครัวกามินด้วยหางตา ก่อนที่ในที่สุดคุณผู้หญิงก็ได้ถอดหน้ากากที่ปั้นหน้ายิ้มออกในที่สุด พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงปกติให้กับพูดเรื่องบางอย่างให้กับทุกคนได้ยินกันถ้วนหน้า


    “เนื้อสเต๊กของท่านกามินในวันนี้ ฉันรู้นะว่าคุณกำลังพยายามลอกเลียนหมูปิ้งของท่านไลท์อยู่ นิสัยขี้ขโมยแบบนี้ดูเหมือนจะแก้ไม่หายสินะ งั้นฉันขอเตือนเอาไว้ด้วยความหวังดีก็แล้วกัน อย่าได้พยายามลอกเลียนมันอีกเลย เพราะมันไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักนิด” คุณผู้หญิงทิ้งคำพูดนี้ไว้ พร้อมกับหันหน้าจากไป


    ปล่อยให้พ่อครัวกามินเกาะกุมมือที่บอบช้ำและความอับอายที่ถูกคุณผู้หญิงเปิดโปงเรื่องของเนื้อสเต๊กในวันนี้ ว่าที่จริงแล้ว มันได้ขโมยสูตรมาจากเมนูอันแปลกประหลาดที่ชื่อว่าหมูปิ้ง ที่คิดค้นขึ้นมาโดยคนที่ชื่อว่า...ท่านไลท์


    “โกหก ไม่เป็นความจริงนะครับ ผมไม่ได้ขโมยสูตรของใครมาทั้งนั้น...ทุกคนต้องเชื่อผมนะครับ” กามินดูเหมือนจะร้อนตัว จนร้องโหวกเหวกโวยวายอธิบายให้กับเหล่าภรรยาขุนนางได้ฟังเสียยกใหญ่


    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...


    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน