หลิน เวย เวย ลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐีหลิน หม่า หวัง ในเมืองกุ้ยหลินซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงเกือบ 100 ลี่ เป็หญิงสาวที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยสด งดงาม อย่างหาที่ติมิได้...
หลิน เวย เวย ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากท่านเศรษฐี ผู้เป็พ่อชนิดที่เรียกได้ว่า"ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม" โดยให้อยู่เรือนชั้นในสุดและมีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเข้ามาได้ แต่...ธรรมชาติของมนุษย์โลก!... "ยิ่งปิดบัง ยิ่งมีคนอยากรู้อยากเห็น" ในบรรดาบ่าวไพร่ในเรือนเอง จะมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับใช้ ส่วนบางคนที่ยังไม่เคยได้เห็นรูปโฉมโนมพรรณของคุณหนูเวย เวย ต่างก็พยายามหาโอกาสให้ได้เห็นความงดงามของคุณหนูเพื่อเป็บุญตาสักครั้ง.
บ้างก็ใช้วิธีถามไถ่เอาความกับคนรับใช้ที่อยู่ใกล้ชิดกับคุณหนู เมื่อได้ฟังคำบอกเล่า พรรณนาถึงความงดงามนั้นแล้ว ก็นำมาซึ่งการบอกกันไปปากต่อปาก จาก 1คน เป็ 2 คนจาก 2 คนก็เป็ 3 คนและไม่เพียงแค่คนในคฤหาสน์ท่านเศรษฐีเท่านั้น แต่ความนั้นได้ร่วงรู้ไปถึงคนนอก จนเป็ที่เลื่องลือกันไปทั้งเมืองกุ้ยหลิน.
เมื่อคุณหนูเวย เวย มีอายุเข้าปีที่ 18 นั้นเอง!.ความวุ้นวายจากข่าวลือเื่ความงามของคุณหนูเวย เวย ก็เกิดขึ้น! ณ ที่บ้านท่านเศรษฐีหลิน มีการนำของกำนันจากหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่มามอบให้มากมาย หลั่งไหลมาสู่ประตูบ้านท่านเศรษฐี สร้างความหนักใจให้กับท่านเศรษฐีเป็อย่างมาก ด้วยความที่ท่านเศรษฐีเป็คนสุภาพ ขี้เกรงใจคน ไม่กล้าปฏิเสธใคร เกรงว่าจะเป็การสร้างศัตรู แล้วจะเกิดภัยอันตรายกับครอบครัวของท่านเศรษฐี เพราะพวกบรรดาหนุ่มๆ ที่หมายหมั้นจะเข้ามาเป็ลูกเขยของท่านเศรษฐีนั้น ต่างเป็ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ หรือเป็ผู้มีอิทธิผลในเมืองกุ้ยหลินกันทั้งนั้น
แล้ววันหนึ่งท่านเศรษฐีก็ได้พบกับทางออกในการแก้ปัญหาของเื่นี้ มาจากการที่ฮ่องเต้ เต้ออัน มีราชองค์การแต่งตั้งให้ท่านอ็องฮั้น หยางเป็ผู้ตรวจการแผ่นดิน และให้ออกเดินทางไปตรวจราชการ ดูแลทุกข์สุขของราษฏรในหัวเมืองต่างๆ ทั้งใกล้และไกล จนมาถึงเมืองกุ้ยหลิน.
เมื่อท่านเศรษฐีทราบข่าวการเดินทางมาของท่านอ๋องผู้ตรวจการฯ ก็จัดแจงรับอาสากับท่านเ้าเมืองกุ้ยหลิน ว่าตนเองจะเป็เ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านผู้ตรวจการฯ โดยเสนอให้ใช้คฤหาสน์ของตนเป็ที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ด้วยหมายจะฝากบุตรสาวของตนให้ท่านอ๋องนำไปถวายตัวเป็นางในของฮ่องเต้ หากโชคดีอาจจะได้รับตำแหน่งเป็พระสนม หรือเ้าจอมหม่อมห้ามบ้าง ก็ถือว่าเป็วาสนาของวงศ์ตระกูล รวมไปถึงความปลอดภัยว่า"จะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ามาแย่งชิงผู้หญิงของฮ่องเต้ไปได้
ในงานเลี้ยงต้อนรับท่านอ๋องผู้ตรวจการฯ นั่นเอง คือการปรากฏตัวครั้งแรกของคุณหนูเวย เวย ... ที่ทุกๆคนรอคอยกันมานาน เสียงเพลง และการร่ายรำของสาวๆ นางรำที่ท่านเศรษฐีจ้างมาโชว์ในงานเลี้ยง จบลง... เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง...
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหญิงสาว ที่กำลังเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยง หญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนๆ เนื้อผ้าพริ้วๆลายกลีบกุหลาบ #เสียงท่านเศรษฐีหลินก็ดังขึ้น เพื่อกล่าวแนะนำหญิงสาวที่ปรากฏให้แขกในงานเลี้ยงทุกคนรู้จัก.."นางคือบุตรสาวของข้าน้อยเอง มีนามว่า หลิน เวย เวย..." แต่เสียงของท่านเศรษฐีนั้นไม่ได้เข้าไปอยู่ในโสตประสาทของผู้ใดเลยทุกคนกำลังตะลึงกับความงดงามของหญิงสาว ดังเหมือนถูกมนต์สะกดเอาไว้.
ด้วยรูปร่างอรชรอ่อนแอ่น สมส่วน ผิวกายที่ขาวราวกับหิมะ หากแต่ไม่ใช่แค่ผิวเนียนขาว ผุดผ่อง ส่องสว่างเมื่อต้องแสงจันทร์เท่านั้น ผิวกายของนางยังมีกลิ่นหอมละมุนชวนฝันหายิ่งนัก ใบหน้าวงรีรูปไข่ คิ้วเข้มโค้งงามรับกับดวงตากลมโตสีดำสนิท ขนตางอนยาว จมูกเป็สันโด่ง เหมาะรับกับริมฝีปากบางๆรูปกระจับ สีแดงอมชมพู ที่เห็นแล้วอยากจะััยิ่งนัก.
เมื่อหญิงสาวเดินมาหยุด อยู่ตรงหน้าโต๊ะ ที่ท่านอ๋องฮั้น หยาง นั่งอยู่ จอกสุราที่ถูกยกขึ้นเตรียมจะเข้าปากนั้น ก็พลันล่วงหลุดจากมือของท่านอ๋องฯ เสียงจอกสุราที่ตกกระทบลงกับพื้นทำให้ทุกคนที่กำลังสงบนิ่งอยู่ใน ณ ที่นั้น หลุดออกจากภวังค์กลับมารู้สึกตัวเป็ปกติ.
ท่านอ๋องฯ รีบลุกขึ้นยืน ใช้มือปัดสุราที่หกรดชุดที่สวมใส่อยู่ ท่านเศรษฐีเห็นดังนั้นแล้วก็รีบจัดแจงสั่งให้บ่าวรับใช้มาทำความสะอาด และเอาจองสุราอันใหม่มาเปลี่ยนให้ท่านอ๋อง
คุณหนูเวย เวย ที่ยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าที่นั่งของท่านอ๋องนั้น นางรีบดึงผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในชายแขนเสื้อของนางยื่นส่งให้กับท่านอ๋อง เพื่อใช้เช็ดคราบสุราที่ติดอยู่ ด้วยสัญชาตญาณของความมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะทำให้ท่านอ๋องเกิดความชื่นชอบในตัวนางเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ท่านอ๋องรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมา พลันได้กลิ่นหอมละมุนซึ่งเป็กลิ่นตัวของคุณหนูเวย เวย เมื่อลอยไปสัมพัสที่จมูกของท่านอ๋อง ทำให้ประสาทััทั้งหมด ของท่านอ๋องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทันที ท่านอ๋องรีบคว้าจอกสุรา ที่ถูกเปลี่ยนและรินไว้ให้ใหม่ยกขึ้นดื่มทันที เพื่อช่วยดับความเร่าร้อนภายในร่างกาย และควบคุมปฏิกิริยาให้เป็ปกติ.