TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 10
ปัญหาฉุกเฉิน (1)
ผมเดินตัวปลิวกลับมาที่รถหลังจากปลดปล่อยทรัพย์สินให้เป็อิสระ ภาระทั้งหลายที่เคยแบกไว้ตกเป็ของเหล่าพนักงานบริษัทเป็ที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่าในอนาคตทรัพย์สินเงินทองที่พวกเขาได้รับจะหมดความหมายแต่อย่างน้อยมันยังมีประโยชน์พอ สำหรับการจัดหาสัมภาระจำเป็ในการเดินทาง
สองปู่หลานยังทนนั่งสงบนิ่งในรถเปิดประทุนตามคำบอกของผมที่ว่าจะพาไปลงทะเบียนเมื่อเสร็จธุระทางนี้ไม่คิดว่าพวกจะไม่คิดขยับขาลงจากรถแม้แต่ก้าวเดียวทนรับความอบอ้าวภายใต้ชายคาโรงจอดรถด้วยแววตาใสซื่อแม้แค่ไอแดดตอนบ่ายยังร้อนระอุรามไปในเงาตึก นำพาแผ่นหลังทั้งคู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่ออาจเป็เพราะอาการชายชราไม่สู้ดีอยู่ก่อน แกไอรุนแรงตลอดเวลานับแต่มาถึงโรงงานยังคงไอหนักขึ้นจนแทบไร้เรี่ยวแรงแค่หายใจปกติยังยากลำบาก ดูท่าเฒ่าชรากำลังป่วยหรือไม่ก็อ่อนเพลียเกินไปหลานสาวที่ยังเป็แค่เด็กหญิงตัวเล็กแสนบอบบางไร้หนทางช่วยบรรเทา ทำได้แค่เอามือลูบแผ่นหลังเป็ห่วงอาการปู่จนเกินกว่าจะสนใจขยับกายไปสำรวจรอบบริเวณ
ผมจัดการธุระในโรงงานเรียบร้อยแล้วแต่ธุระทางบ้านมันรอผมไปจัดการอย่างเร่งด่วนไม่แพ้กัน ไม่มีเวลาถามไถ่อาการใดแล้วดูเหมือนจู่ๆชายชราสะกดอาการไอรุนแรงนั้นหายเป็ปลิดทั้ง เมื่อผมสตาร์ทรถ
ดังนั้นจึงเปลี่ยนใจพุ่งรถตรงกลับบ้านทันทีแล้วพยายามไม่พูดถึงเื่ลงทะเบียนอะไรนั่นอีก
ใจจริงผมไม่คิดจะพาปู่กับหลานไปสำนักงานเขตั้แ่แรกอยู่แล้วเพราะเวิร์มกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ การเสียเวลาเข้าคิวลงทะเบียนอันเต็มไปด้วยเงื่อนไขยาวเหยียดมันคงมีประโยชน์เพียงแค่รับสิทธิ์เล็กๆน้อยๆเท่านั้นสำหรับพลเมืองหน้าใหม่
เมื่อพ้นเขตตัวเมืองที่หนาแน่นไปด้วยหมู่ตึกระฟ้าสองฝากถนนกลับรายล้อมไปด้วยพุ่มไม้รกชัฏหนาทึบตามธรรมชาติที่ไร้การตกแต่งสลับกับแนวทุ่งหญ้าสีเขียวอันกว้างใหญ่ไพศาลราวชนบทเรียกได้ว่าเป็พื้นที่ชายแดนที่แบ่งเขตเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอกออกจากกัน
เมืองชั้นในถูกอุปโลกน์ให้เป็สรวง์แห่งอิทัปอันเป็ดินแดนแห่งอภิสิทธิ์ชนที่มักเหยียบย่ำชนชั้นอื่นใต้ฝ่าเท้าแล้วถือตัวอวดอ้างตนเองเป็ชนชั้นสูงส่งราวกำเนิดจาก์อย่างไม่มีทางปฏิเสธได้
บริเวณโดยรอบหมู่ตึกระฟ้าในเมืองหลวงชั้นในจะเป็พื้นที่สีเหลือง อันประกอบไปด้วย ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบิน ท่าเรือกลุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรม โรงงานประกอบชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ของผมไม่พ้นต้องตั้งอยู่ภายในอาณานิคมแห่งนี้พื้นที่สีเหลืองนี้ยังนับเป็ส่วนหนึ่งของหัวเมืองชั้นในอีกด้วย
ส่วนหลุมยุบปริศนาที่ผมต้องไปสำรวจแทบไม่เว้นแต่ละวันนั้นเกิดขึ้นในเขตพื้นที่สีเหลือง ไม่ไกลจากโรงงานเท่าใดนัก
ถัดจากนั้นจึงเป็พื้นที่สีเขียวอาณาเขตที่แบ่งแยกเมืองชั้นในให้เป็เอกเทศ หากมองดูจากแผนที่ทางดาวเทียมจะเห็นวงแหวนสีเขียวล้อมรอบเมืองชั้นใน อันมีทรีเวิลด์เป็จุดศูนย์กลางที่ถูกรายล้อมด้วยกลุ่มอาคารระฟ้าขนาดมโหฬารที่เปรียบประดุจสรวง์ไว้อีกชั้นความสูงของกลุ่มอาคารจะลดทอนระดับลงไปเรื่อยเมื่อไกลจากศูนย์กลางจนเหลือความสูงในระดับของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่สีเหลืองวงแหวนสีเขียวนี้หากกะขนาดเคร่าๆ คงจะประมาณ3ใน10ของพื้นที่หัวเมืองชั้นใน
เมืองชั้นนอกนั้นอยู่สุดปลายพื้นที่ทุ่งหญ้าเป็เมืองที่นับว่ามีความเจริญรุ่งเรืองด้อยกว่าเมืองชั้นในความห่างชั้นนั้นเรียกได้ว่าเกินกว่าครึ่ง เปรียบเช่นอำเภอเมืองกับเมืองหลวง
แต่ถึงกระนั้นความสะดวกสบายทางด้านเทคโนโลยีกลับไม่แตกต่างกันจนเกินไป เพียงแต่ไม่เลิศหรูอลังการงานสร้างเท่านั่นเองอาคารสูงของเมืองชั้นนอกนับไปยังไม่มีตึกใดสร้างเกิน100ชั้น หากวัดกันจริงจังสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือโอกาสความได้เปรียบทางรายได้และเศรษฐกิจอันเป็ตัวชี้วัดอนาคตของบุคคลในสังคมชนชั้นสูง
สุดถนนข้ามเขตทุ่งหญ้าไปตามแนวถนนคอนกรีตสีเทา ผ่านซุ้มประตูเมืองไปไม่ไกลก็ถึงจุดหมาย...ลานโล่งปลอดโปร่งเบื้องหน้าปรากฏในกรอบสายตา ไร้สิ่งปลูกสร้างใดบดบังนอกจากมันถูกสกัดกั้นขวางไว้ด้วยแนวกำแพงสูงชัน ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา
พื้นที่เื้ักำแพงอิฐขาวเป็อาณาเขตบ้านของผมเองที่ดินแปลงนี้มีขนาดไม่ต่ำกว่า1000ไร่จำได้ว่าตอนนั้นผมซื้อต่อจากเ้าของเดิมมาเกินราคากลางไปถึงเท่าตัวหากไม่นับราคาที่ดินที่นับวันมีแต่มูลค่าเพิ่มขึ้น ยังนับว่าคุ้มค่า เพราะทำเลที่ตั้งถูกใจผมกับเจทมากที่สุดและมันยังถือว่าใกล้กับเมืองชั้นในมากที่สุดอีกด้วย...ไม่ต้องใ ผมไม่ได้อวดรวยเว่อร์วังอลังการหรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินฐานะส่วนใหญ่เศรษฐีเมืองชั้นนอกทั่วไปก็มีการลงทุนและมีอาณาเขตบ้านไม่น้อยกว่าผม
ประตูรั้วอัลลอยเลื่อนเปิดอัตโนมัติทางเดินรถพาดผ่านสวนหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยไม้ยืนต้นและแมกไม้นานาพันธ์ เพื่อนผมหลายคนเรียกว่าป่ารกชัฏเด็กสาวตื่นเต้นกับสัตว์ประหลาดข้างทางพลางชี้ให้ปู่เหลียวดูราวกับไม่เคยพบเคยเห็นที่จริงมันเป็แค่นกยูงตัวโตเต็มวัยกำลังรำแพนหางของมันภายใต้โคนไม้พะยุงมันสั่นหางกระดกรัว แผ่สีสันกรีดกรายไปมาเรียกร้องความสนใจจากรอบข้างอันที่จริงยังมีสัตว์เลี้ยงอีกหลายประเภทหลบตามพุ่มไม้บ้างบางตัววิ่งะโตัดถนนราวกับออกมาทักทายแขกบ้างสัตว์เหล่านี้ผมไม่ได้นำมาเลี้ยงเองส่วนใหญ่เป็พวกคนงานในบ้านแอบนำมาปล่อยให้หากินตามธรรมชาติทำราวกับว่าสวนบ้านผมเป็เขตป่าสงวนก็มิปาน ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างน้อยจอสส์อาจมีเพื่อนเล่นสนุกเพิ่มขึ้น
พ้นเขตสวนป่าผ่านซุ้มกล้วยไม้ออกมาคฤหาสน์ทรงโดมปรากฏเด่นชัดตรงหน้า สุดถนนเป็วงเวียนมีบ่อน้ำผุดขนาดใหญ่ประดับกลุ่มโลหะประติมากรรมม้าน้ำและโลมาพ่นน้ำพุออกจากศูนย์กลางผมจอดรถใต้ชายคาหลังน้ำพุ ซึ่งมีคนรับใช้ทำหน้าที่เป็เด็กรับรถคอยต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว
ปู่กับหลานสาวมัวตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตมโหฬารและความอลังการของคฤหาสน์จนหลงลืมที่จะก้าวขาลงจากรถทั้งที่ประตูเปิดค้างทิ้งไว้นานแล้ว จนเด็กรับรถที่ใส่สูทผูกหูกระต่ายต้องหรี่ตาดูแคลน ประมาทพวกเขาที่ทำท่าเหรอหราน่าขบขัน สองปู่หลานอารามดูคล้ายคนจรจัดพลัดถิ่นแสดงอาการประหม่าขาดความมั่นใจอย่างปิดไม่มิด อีกทั้งการแต่งกายยังซอมซ่อคล้ายพวกพเนจรตกยุคแต่เพราะเห็นเป็แขกของเ้านายเด็กรับรถจึงสงบคำไม่กล้าเปิดปากว่ากล่าวสิ่งใดแต่ในใจยิ้มเยาะ หึหึ ไม่พ้นคำว่าไอ้พวกบ้านนอกเข้ากรุง
ทันทีที่ผมเปิดประตูบ้านเ้าไจโก้ หมาพันธุ์ดุ บูลมาสติฟฟ์ตัวโคร่งหน้าย่นก็พุ่งตัวออกมาต้อนรับมันดีใจะโโลดเต้นไปรอบๆก่อนจะเลียแข้งขาผมจนกางเกงเปียกโชก ผมเตะขาสลัดมันทิ้งแต่ไม่พ้นมันยังวนเวียนเข้ามานัวเนียพัลวันเลยออกแรงเตะมันกระเด็นไปจริงๆสักที
ไจโก้ไม่ค่อยยอมฟังคำสั่งใครมันชอบทำตามใจตัวเองเหมือนเ้าของ ความจริงมันไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในบ้านเพราะส่วนตัวแล้วผมแพ้ขนหมา ไม่ว่ามันจะสกปรกหรือสะอาดเอี่ยมเพียงใดหากมันเข้าใกล้จนเกินไปผมก็จะรู้สึกถึงกลิ่นคาวสนิมและลมหายใจติดขัดจนรู้สึกแสบร้อนในโพรงจมูกขึ้นมาทันที
“อึก!!!” ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ที่ยอมทนให้จอสส์เลี้ยงมันได้ก็เพราะเจทดันให้มันเป็ของขวัญวันเกิดอย่างขัดใจ แล้วจอสส์ก็ดูแลมันอย่างทิ้งขว้างจนเสียนิสัยขนาดโรงเรียนฝึกสุนัขอันดับต้นๆที่เจทส่งไปอบรมยังขอเอาเงินมาคืนสิ่งเดียวที่ไจโก้ได้มาจากโรงฝึกคือการะโไกล ความปราดเปรียวในการต่อสู้และที่สำคัญ มันดื้อยิ่งกว่าเก่า คงแอบะโเข้ามาทางหน้าต่างตอนผู้ดูแลเผลอ
ไจโก้เ้าหมานิสัยเสีย มันทั้งเห่าทั้งขู่ใส่ลุง แต่กับเด็กสาวมันกลับต้อนรับอย่างดิบดีด้วยการเสนอตัวหมอบคลานเข้าไปหาแล้วกลิ้งเกลือกหมุนตัวไปมาหลายรอบหน้าแข้งของเธอหนีไม่พ้นการพัวพันและชุ่มไปด้วยน้ำลาย หางสั้นดุ๊กดิ๊กกระดิกถี่รัวไม่ต่างจากตอนเจอหมาสาวข้างบ้านเด็กสาวยืนแข็งทื่อไม่กล้าแม้ขยับตัวคงทำตัวไม่ถูกว่าจะแสดงอาการหวาดกลัวหรือแกล้งชื่นชมมันต่อหน้าเ้าบ้านอย่างผมดี...
กว่าผู้ดูแลจะออกแรงลากเ้าไจโก้ออกไปสองปู่หลานก็ไม่ทันรู้ว่าผมหายตัวไปยังมุมไหนของบ้าน ได้แต่ส่งสายตาแอบสำรวจไปพลางเพราะเกรงใจหัวหน้าแม่บ้านที่เป็คนนำไปยังห้องรับแขก คฤหาสน์หรูหรากว้างใหญ่ของผมช่างเรียกร้องความสนใจแค่ไม่นานพอหัวหน้าแม่บ้านลับสายตา พวกเขาก็เริ่มก้าวเท้าสำรวจไปทั่ว พอผ่านห้องรับแขกอันโอ่โถงก็เป็โรงฝึกขนาดใหญ่ มีเครื่องออกกำลังกายครบครัน รวมทั้งอุปกรณ์การกีฬาเกือบทุกชนิดรอบๆห้องรายล้อมไปด้วยเวทีสนามซ้อมมวย ด้านข้างเป็ห้องแต่งตัวที่มีผนังถูกเจาะเป็รูกลวงโบ๋วซึ่งยังไม่ได้รับการซ่อมแซมบริเวณกลางห้องจะเป็ลานโล่งๆสำหรับฝึกศิลปะการต่อสู้ ส่วนที่เด่นชัดดึงดูดสายตามากที่สุดคือผนังปีนผาเทียมที่สูงชันไปจนถึงฝ้าเพดานโค้งจรดพื้นเป็รูปทรงคล้ายกับผนังถ้ำหินผา
ทั้งคู่จู่ๆรู้สึกตกเป็เป้าสายตาจนต้องมองย้อนกลับไปบนฝ้าผนังถ้ำหินผานั้นปรากฏกลุ่มคนที่กำลังปีนป่าย หยุดชะงักตัวเพ่งสายตามายังแขกแปลกหน้าเป็ศูนย์กลางเดียวแต่เพียงครู่เดียวอาการพวกเขาก็กลับเป็ปกติ เมื่อสำรวจแล้วว่าอาคันตุกะเป็แค่เด็กหญิงกับชายแก่ที่ไม่มีทีท่าคุกคามพวกเขาก็ก้มหน้าก้มตา กลับไปปีนผาเทียมกันต่อ
กลุ่มคนที่ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนตนเองบนฝ้าเพดานอยู่นั้นคือคนงานในบ้านผมเองไม่ใช่ว่าพวกเขาแอบเบียดบังเอาเวลางานมาฝึกออกกำลังกายกันนะครับแต่นี่เป็หน้าที่หลักของกลุ่มคนเหล่านี้โดยเฉพาะ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องขึ้นทรีเวิลด์จริงๆกลุ่มคนเหล่านี้จะเป็กำลังสำคัญรับผิดชอบในการบรรทุกสำภาระและคอยสำรวจตรวจตราระวังเภทภัยต่างๆให้กับสมาชิกในตระกูลสเปนเซอร์
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของผมตู้หนังสือที่บรรจุจนเต็มถูกเลื่อนออกไปด้านข้างอย่างช้า ขณะกลไกทำงานส่งเสียงครางเล็กน้อยเมื่อเคลื่อนตัวไปสุดทาง ก็เผยให้เห็นสิ่งที่มันปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ ประตูปริศนาบานหนึ่งปรากฏขึ้นเื้ัตู้กล
มันคือประตูห้องนิรภัยที่สร้างขึ้นจากเหล็กกล้าชนิดพิเศษสีผิวโลหะมันวาวของมันยังสะท้อนรูปลักษณ์ที่แสดงถึงพลังความแข็งแกร่งหนักแน่นมั่นคงยากต่อการทำลาย แน่นอนว่าหลังประตูนี้ย่อมเป็ตู้เซฟขนาดใหญ่ สำหรับเก็บเงินทองของมีค่ารวมถึงสมบัติประจำตระกูล
ด้านข้างประตูจะมีแป้นควบคุมทรงสี่เหลี่ยมสีโลหะทึมทึบสำหรับใช้กดรหัสเพื่อปลดล็อกเข้าคลังขุมทรัพย์ ผมเสียบกุญแจดอกหนึ่งที่ต้องใช้ร่วมกันกับรหัสเข้าที่ช่องเล็กๆในบานประตูเพื่อเริ่มกระตุ้นการทำงานของระบบและตัดสัญญาณเตือนหลังจากนั้นแป้นควบคุมก็เรืองแสงสีน้ำเงินขึ้น จึงได้เวลาป้อนตัวเลข10หลักเข้าไป ก่อนหมุนมือจับครบรอบแล้วบานประตูเหล็กกล้าหนาครึ่งฟุตก็ค่อยๆเปิดออก
นี่คือห้องลับที่ใช้เก็บสมบัติส่วนตัวโดยเฉพาะบรรยากาศภายในห้องถอดแบบมาจากห้องนิรภัยของธนาคารชั้นนำระดับโลกเครื่องประดับเพชรนิลจินดาอัญมณีล้ำค่าส่องประกายหรูหราของเจท ถูกจัดวางเป็ระเบียบในตู้โชว์กระจกใสทางด้านหนึ่งฝั่งตรงข้ามใช้เก็บธนบัตรสกูลต่างๆที่ใช้เป็เงินสดหมุนเวียนฉุกเฉิน และูเาทองคำที่เรียงตัวขึ้นจากทองแท่งรูปพรรณที่กำลังกองท่วมหัวจนล้นทะลักนอกตู้ออกมา...ใช่ว่าผม้าขนย้ายสมบัติเหล่านี้มันจะกลายเป็ของไร้ค่าทันทีเมื่อผมออกเดินทาง แค่สร้อยเพชรทั้งหมดรวมกันยังมีค่าน้อยกว่าเชือกปีนเขาเพียงเส้นเดียวเสียด้วยซ้ำ
สิ่งมีค่าที่สุดในห้องนี้มันอยู่ตรงหน้า
สุดผนังห้องด้านในเป็ที่เก็บสมบัติมีค่าที่สุดในห้องนี้เอาไว้ หีบโบราณใบเล็กถูกยกออกจากตู้เซฟอีกชั้นหนึ่งบรรจงเปิดฝาหีบออก ฝุ่นละอองที่เกิดจากความเก่าแก่คร่ำคร่าฟุ้งขึ้นมาเล็กน้อย แสดงว่ามันไม่ถูกแตะต้องมานานมากแล้ว
เมื่อนิ้วมือัักับสิ่งของที่อยู่ในหีบมันก็ตอบสนองโดยการเรืองแสงเย็นขึ้นมานวลตา ของสำคัญที่ว่านี้มันเป็แผ่นดิสก์เรืองแสงสีน้ำเงินห้าแผ่น เป็สิ่งที่ผมต้องใช้ในการเดินทางและสมควรพกมันติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา
แผ่นดิสก์เหล่านี้มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกับแผ่นจานดิสก์เบรกตรงกลางนูนมีลวดลายคล้ายเป็เครื่องกลโบราณที่ดูซับซ้อนแปลกตาถ้าคุณรู้จักแอนติคีเธอร่า คงนึกภาพออก
ดิสก์ทั้งห้าแผ่นเป็มรดกตกทอดจากรุ่นปู่ของผม...ไม่ได้ใช้งานมันมานานหลายสิบปีแล้วั้แ่ผมย้ายมาอยู่ที่นี่คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะสำรวจตรวจสอบจนแน่ใจว่าทั้งหมดพร้อมใช้งาน