"สหายหลิน คุณมาที่นี่ทำไมเหรอครับ?" หลี่เหว่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ เขาอยากจะทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นกว่านี้
หลินชิงชิงคลี่ยิ้มบางๆ ให้กับคุณพระเอก "ฉันมาเก็บสมุนไพรค่ะ เพื่อนำไปขายที่ตลาดมืด" เธอตอบชายหนุ่มไปตามตรงเพราะเธอรู้จักนิสัยพระเอกธงเขียวคนนี้ดี ถ้าเขาได้รับความช่วยเหลือจากใครเขาจะตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน
หลี่เหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย "ตลาดมืด?" เขาทำเสียงทุ้มต่ำลง "มันค่อนข้างจะอันตรายมากเลยนะครับ"
ดวงตาของหลินชิงชิงเป็ประกาย "ฉันรู้ค่ะ" เธอกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน "แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น ตอนนี้ครอบครัวของฉันแยกออกมาจากตระกูลหลิน ทำให้พวกเรามีเงินเหลืออยู่ในมือไม่เยอะมาก ถ้าได้สมุนไพรราคาแพงมา จะทำให้ครอบครัวของพวกเราสามารถลืมตาอ้าปากได้ค่ะ"
หลี่เหว่ยรู้สึกทึ่งในตัวของหญิงสาว เธอช่างเป็เด็กกตัญญูเสียจริงๆ เหมาะสำหรับการเป็ภรรยาของเขา
แม้ในใจเขาจะคิดเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยคำนี้ออกไป รอให้เขาจีบเด็กสาวได้สำเร็จเมื่อไหร่เขาจะขอเธอแต่งงานทันที
"สหายหลินก็ระวังตัวด้วยนะครับ" เขาพูดอย่างเป็ห่วง "ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกผมได้เลย"
หลินชิงชิงยิ้มกว้างในความห่วงใยของคุณพระเอก "ขอบคุณค่ะ สหายหลี่ ฉันจะจำไว้"
ในขณะที่สนทนากัน หลินชิงชิงสังเกตเห็นว่าหลี่เหว่ยมีาแฉกรรจ์ เืไหลออกมาไม่หยุด เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง "สหายหลี่ คุณได้รับาเ็สาหัสมากเลยนะคะ"
หลี่เหว่ยพยายามฝืนยิ้ม "ผมแค่โดนหมูป่าไล่ขวิดน่ะครับ เลยมีเืออกมานิดหน่อย โชคดีที่มันาเ็อยู่แล้ว เลยไม่มีแรงพอจะฆ่าผมได้" เขาหัวเราะแห้ง ๆ าแนี้ทำให้ชายหนุ่มเจ็บจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่เขาไม่อยากให้เด็กสาวต้องกังวล
หลินชิงชิงขมวดคิ้วมุ่น มองาแนั้นด้วยสายตาเป็ห่วง เธอแสร้งล้วงมือเข้าไปในตะกร้า ก่อนจะหยิบขวดยาสีเข้มออกมาออกมาจากห้องปรุงยาในมิติของเธอ ทันใดนั้น หลี่เหว่ยก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นขวดยา "นั่นอะไรน่ะครับ?" เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
"ยาห้ามเืค่ะ" หลินชิงชิงตอบ พลางเปิดฝาขวด เทผงยาสีน้ำตาลลงบนาแอย่างเบามือ
หลี่เหว่ยรู้สึกแสบเล็กน้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเืหยุดไหลอย่างน่าประหลาดใจ "ยาดีนี่ ขอบคุณมากนะสหายหลิน" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มเข้ม
หลินชิงชิงคลี่ยิ้มบาง มือเรียวเก็บขวดยาเข้าตะกร้าสานใบเล็กอย่างเรียบร้อย ภายในตะกร้าเต็มไปสมุนไพรและผักป่านานาชนิดที่เธอเก็บมาจากในมิติ
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ คุณไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน "แต่คราวหลังสหายหลี่ก็ต้องระวังตัวหน่อยนะคะ อย่าให้ต้องเจ็บตัวอีกเลย" ดวงตาใสซื่อสบตามองหลี่เหว่ยด้วยความห่วงใย
หลี่เหว่ยรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้กับความอยุติธรรม กลับเต้นแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ใบหน้าคมคายแดงระเรื่อ "ครับ ผมจะระวังตัวให้มากขึ้น" เขาตอบรับคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาจ้องมองหลินชิงชิงไม่วางตา ไม่ใช่เพียงเพราะยาดีที่เธอมีให้ แต่เพราะความห่วงใยจากใจจริงที่เธอมีให้ต่างหาก มันทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก
หลินชิงชิงหันไปมองหมูป่าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น "เดี๋ยวหมูป่าตัวนี้เราแบ่งกันคนละครึ่งนะคะ ก่อนที่ฉันจะฆ่ามัน คุณก็ได้จัดการมันจนาเ็สาหัส" เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลี่เหว่ยส่ายหน้าปฏิเสธ "คุณเป็คนฆ่ามันให้ตาย ไม่งั้นผมคงจะไม่มีชีวิตรอด ผมขอแค่เนื้อบางส่วนก็พอครับ นอกนั้นสหายหลินเอาไปเถอะ"
หลินชิงชิงยิ้มรับ "ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปหาคนมาช่วยขนหมูนะคะ "
"ผมคงต้องรบกวนคุณอีกแล้ว" หลี่เหว่ยกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าเล็กน้อย
หลินชิงชิงมองคนร่างสูงที่พยายามพยุงตัวเองขึ้นอย่างยากลำบาก ใบหน้าคมคายนั้นซีดเผือด แต่แววตากลับมุ่งมั่น
คนร่างบางรู้สึกใจเต้นแปลกๆ ใบหน้าหล่อเหลาของคุณพระเอกในระยะใกล้ชวนให้ใจสั่น และเธอก็พยายามระงับความรู้สึกนั้นไว้ เตือนตัวเองว่านี่คือพระเอกของนิยาย และเธอต้องไม่เข้าไปพัวพันกับเขามากเกินไป
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเต็มใจช่วย" หลินชิงชิงตอบ พยายามบังคับน้ำเสียงให้เป็ปกติ "แต่ว่า...คุณเดินไหวเหรอคะ ดูท่าทางจะเจ็บหนักอยู่นะ"
หลี่เหว่ยพยายามขยับขา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความเ็ป "ผมว่า...คงพอไหวครับ แต่คงจะช้าหน่อย"
หลินชิงชิงลังเล เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพระเอกมากเกินไป แต่ในเมื่อเธอช่วยเขาไว้แล้ว ก็คงต้องรับผิดชอบจนกว่าเขาจะปลอดภัย
"งั้น...เดี๋ยวฉันช่วยพยุงนะคะ" หลินชิงชิงตัดสินใจ เธอก้าวเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกไปประคองแขนของชายหนุ่ม "จับไว้ให้แน่นนะคะ ระวังล้ม"
หลี่เหว่ยสบตามองหลินชิงชิง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง มือหนาเอื้อมมาจับมือเล็กของเธอไว้ ััที่อบอุ่นส่งผ่านมา ทำให้หลินชิงชิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว
ทั้งสองค่อยๆ เดินไปตามทาง หลินชิงชิงพยายามประคองหลี่เหว่ยอย่างระมัดระวัง สายตาของเธอเหลือบมองใบหน้าคมคายของเขาเป็ระยะ และหลี่เหว่ยเองก็รู้สึกถึงความอ่อนโยนจากััของเด็กสาว หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทั้งสองคนค่อยๆ เดินไปตามทางดินแคบๆ สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของพวกเขาเป็ระยะๆ คล้ายกับจะปลอบประโลมความเ็ป
เมื่อเดินมาถึงจุดที่น้องชายของเธอกำลังเก็บฟืนอยู่ หญิงสาวเอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงสดใส "เสี่ยวหลง น้องเก็บฟืนได้เยอะหรือยัง"
"ผมเก็บฟืนได้เยอะเลยครับ พอใช้งานได้หลายวัน" หลินเสี่ยวหลงตอบกลับมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนเป็พี่สาว เขารู้สึกแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มแปลกหน้ายืนอยู่ข้างๆ
"แล้วนี่พี่ชายคนนี้คือใครครับ" เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ชายหนุ่มยิ้มให้หลินเสี่ยวหลงอย่างเป็มิตร "พี่ชื่อ หลี่เหว่ยนะ พอดีพี่โดนหมูป่าไล่ล่า แล้วถูกพี่สาวของเสี่ยวหลงช่วยชีวิตไว้"
หลินเสี่ยวหลงมองหลี่เหว่ยด้วยความชื่นชม "พี่ชายเก่งจังเลยครับ โดนหมูป่าไล่ล่า ยังรอดมาได้"
หลี่เหว่ยหัวเราะเบาๆ "ก็ไม่เชิงหรอก ถ้าไม่ได้พี่สาวของน้องช่วยไว้ พี่คงแย่แน่ๆ" เขาหันไปมองหลินชิงชิงด้วยดวงตาเป็ประกาย
ดวงตาของหลินเสี่ยวหลงเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "พี่สาวเก่งมากเลยครับ" เขาอุทานออกมาอย่างภาคภูมิใจ
"พี่สาวของเสี่ยวหลงเก่งจริงๆ นะ" หลี่เหว่ยพยักหน้าเห็นด้วย "เธอใช้ธนูยิงหมูป่าจนมันตาย พี่เลยรอดมาได้"
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน หลินชิงชิงหันไปบอกหลี่เหว่ยด้วยรอยยิ้มหวาน "สหายหลี่..บ้านของพวกเราอยู่ท้ายหมู่บ้าน อยู่ไม่ไกลจากนี้แล้วค่ะ อีกเดี๋ยวก็ถึง อดใจรอนิดนึงนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปตามคนมาช่วยหามหมูป่าตัวนั้นลงมา"
เขาพยักหน้ารับ "ขอบคุณสหายหลินมากครับ"
เมื่อพวกเขาทั้งสามกลับมาถึงบ้าน เธอก็รีบยกตะกร้าที่ใส่ผักป่า สมุนไพร และฟืนที่เก็บมาได้ระหว่างทางเข้าไปไว้ในครัว ก่อนจะหันมาบอกหลี่เหว่ยที่ยังคงยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างใจเย็น "สหายหลี่ เข้าไปนั่งรอในบ้านก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปไปตามคนมาช่วยหามหมูป่าลงมา"
หลี่เหว่ยพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งรอที่โต๊ะที่อยู่ในลานบ้านอย่างว่าง่าย หลินชิงชิงมองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากบ้านไป
เธอรู้ว่าต้องรีบหน่อย เพราะตอนนี้ใกล้จะเย็นมากแล้ว ถ้าหากล่าช้าอาจจะมืดลงเสียก่อน การเดินทางก็จะยิ่งลำบากมากขึ้นเท่านั้น หลินชิงชิงมุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงหวัง เพื่อนสนิทของพ่อเธอ เธอรู้ว่าลุงหวังมีลูกชายที่แข็งแรงหลายคน พวกเขาน่าจะช่วยหามหมูป่าลงมาได้ไม่ยาก
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ หลินชิงชิงเร่งฝีเท้าจนในที่สุดก็มาถึงบ้านของลุงหวัง
"ลุงหวัง ลุงหวัง " เสียงของหลินชิงชิงดังขึ้นหน้าบ้าน หวังเค่อที่กำลังนั่งซ่อมเครื่องมือทำไร่อยู่รีบวางมือแล้วเดินออกมาดู
"ชิงชิง หลานมีเื่อะไรหรือ ถึงวิ่งมาตื่นมาถึงบ้านลุงได้" หวังเค่อเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นสีหน้าร้อนใจของหลานสาว
"คุณลุงคะ หนูพอดีหนูได้ช่วยยุวชนปัญญาที่ชื่อว่าหลี่เหว่ย เขาได้ถูกหมูป่าไล่ล่า ตอนนี้เขาได้รับาเ็สาหัสจากการถูกหมูป่าทำร้าย หนูได้ทำการช่วยชีวิตเขาโดยการฆ่าหมูป่าที่ได้รับาเ็ตัวนั้น จนมันเสียชีวิตค่ะ หนู้าให้ลุงช่วยขนหมูตัวนั้นลงจากูเา" หลินชิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
"อะไรนะ แล้วเ้าหนุ่มยุวชนปัญญาเป็อย่างไรบ้าง" หวังเค่อรู้สึกใ
"เขาาเ็ที่ขาค่ะ เดินไม่ไหว หนูเลยประคองเขาลงมาจากูเาและรีบวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากลุง"
"ไม่ต้องห่วงนะชิงชิง เดี๋ยวลุงจะไปหามหมูป่าลงมาจากูเาเอาลงมาให้" หวังเค่อปลอบใจหลานสาว ก่อนจะหันไปะโเสียงดัง "อาเฉียง อาหลง อาจิ้น รีบมาเร็วเข้า มีเื่ด่วน" ลูกชายทั้งสามของหวังเค่อรีบวิ่งหน้าตั้งมาหาบิดาด้วยความร้อนใจ
"เกิดอะไรขึ้นพ่อ" หวังเฉียง ลูกชายคนโตเอ่ยถาม
"หลี่เหว่ย ยุวชนปัญญาโดนหมูป่าทำร้าย หลินชิงชิงไปช่วยไว้ได้ แต่หมูป่าตัวนั้นตาย พวกแกรีบขึ้นเขาไปดูหน่อย แล้วเอาหมูป่าตัวนั้นลงมาด้วย" หวังเค่อสั่งลูกชายทั้งสาม
"ได้เลยพ่อ พวกเราพร้อมแล้ว" หวังหลง ลูกชายคนกลางตอบรับ
"ชิงชิง หนูรีบพาพวกเราไปหาหมูป่าเถอะ ถ้ามันตัวใหญ่หนูก็สามารถนำมาขายให้พวกชาวบ้านได้จะได้มีเงินมาซ่อมแซมบ้านเรือนที่ผุพังของหนู" คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหวังดีต่อเด็กสาว
หลินชิงชิงเงยหน้าขึ้นมองลุงหวังด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณมากค่ะลุง" เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สดใส ก่อนจะรีบพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังจุดที่หมูป่านอนเสียชีวิต
เมื่อมาถึงจุดหมาย ทุกคนต่างช่วยกันหามหมูป่าตัวใหญ่ลงมาจากเนินเขาด้วยความยากลำบาก และในที่สุด พวกเขาก็สามารถนำหมูป่าลงจากูเาสูงชันได้สำเร็จ
"โอ๊ย...เหนื่อยเสียจริง หมูตัวนี้ก็ตัวใหญ่มาก" หลินชิงชิงได้แต่บ่นอยู่ในใจ เธอปาดเหงื่อที่ไหลอาบหน้าผากด้วยหลังมือ
"ตัวนี้น่าจะขายได้หลายหยวน ในที่สุดฉันก็จะมีเงินอยู่ในมือแล้ว" หลินชิงชิงยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะฮัมเพลงไปตลอดทาง
...................................................................................
อีพี่นี้คิดกับน้องไปไกลแล้ว ยังไม่ทันได้จีบจะเอามาเป็ภรรยาซะแล้ว