24 ชั่วโมงผ่านไป บนยานบัญชาการ
โจเดินถือแก้วกาแฟแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร เขาจิบกาแฟไปเล็กน้อยและมองไปยังมนุษย์ตัวเขียวซึ่งกำลังสวาปามอาหารราวกับอดอยากมาแรมปี
“กินช้าๆก็ได้มั้ง ไม่มีใครมาแย่งหรอกเดี๋ยวก็ติดคอตายกลายเป็นข่าวโด่งดัง…มนุษย์ตัวเขียวฉายารถถังที่เลื่องลือเสียชีวิตเพราะอาหารติดคอ…ฮ่าๆๆ” โจพูดไปหัวเราะไป
“ติดคอตายบ้านเอ็งดิ” คายเฟอร์ตอกไปหนึ่งทีพร้อมกับกัดเนื้อที่ชุ่มซอสเข้าปาก
หลังจากคายเฟอร์ได้ขึ้นมาบนยานบัญชาการเขาก็ได้กินน้ำแล้วไปพักผ่อนเพราะร่างกายอ่อนแรง หลังจากผ่านไปเกือบ 24 ชั่วโมงเขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาหารหิวโหยอย่างรุนแรง
แม้ว่าสภาพร่างกายในตอนนี้ไม่เต็มร้อย แต่ว่าการใช้ชีวิตประจำวันไม่มัปัญหาแต่อย่างใด ด้วยความแข็งแกร่งแล้วคงใช้เวลาไม่กี่วันก็กลับมาสมบูรณ์เป็นปกติ
คายเฟอร์ยัดเนื้อชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนจะดื่มน้ำตามไปหลายอึกแล้วส่งเสียงเรอออกมาด้วยความพอใจ เขาไม่เคยกินอะไรที่รู้สึกอร่อยได้เท่านี้มาก่อนในชีวิต
ไม่แปลกที่เป็นเช่นนั้นเพราะหากใครก็ตามที่อดอยากหิวโซ ต่อให้กินแมลงสาบเข้าไปก็รู้สึกเหมือนได้กินอาหารรสเลิศ
“นายโอเคนะ?” โจกล่าวถามเมื่อเห็นสีหน้าหดหู่ของคายเฟอร์
คายเฟอร์ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ไม่เลย ตอนนี้รู้สึกแย่สุดๆ” เขาถอนหายใจก่อนจะพูดต่อว่า “หากไม่ใช่เพราะว่าข้ารับภารกิจนั้นมาทุกคนก็คง…”
โจเอื้อมมือไปตบไหล่คายเฟอร์เบาๆก่อนจะพูดว่า “ข้าเชื่อว่าพี่น้องที่ตายไปไม่ต้องการให้แกต้องรู้สึกผิด พวกเราเป็นทหารอวกาศรับภารกิจเสี่ยงตายมากมาย ทุกคนย่อมรู้อยู่แล้วว่าอาจมีสักวันที่ต้องตาย…ในฐานะที่แกเป็นหัวหน้าหน่วยของพวกเขา แกต้องปล่อยวางแต่ต้องไม่ลืมพวกเขาและทำตามเจตจำนงนั้นต่อไป”
เมื่อได้ยินคำของโจ คายเฟอร์เริ่มมีความหนักแน่นและมั่นคงขึ้น เขานึกย้อนในวันนั้น…วันที่ทุกคนรวมตัวกันแล้วกล่าวเจตจำนงร่วมกัน
“เพื่อเผ่าพันธุ์…เพื่อพี่น้อง…เพื่อคนที่รัก…เพื่อจักรวาล!!”
คำเหล่านี้ดังก้องอยู่ในหัวไม่มีวันลบเลือน เขายังจำได้ว่าตัวเองกำหมัดแล้วชูมือขึ้นฟ้าพร้อมกับตะโกนคำเหล่านี้ด้วยความหนักแน่นและมั่นคง ตอนนั้นเต็มไปด้วยความฮึกเหิมของเหล่าชายหนุ่ม
“อืม…ข้าเข้าใจแล้ว” คายเฟอร์เงยหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
โจเห็นเพื่อนของตัวเองดีขึ้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ดีแล้ว”
จากนั้นโจก็ถามขึ้นมาว่า “ทำไมถึงไปที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นล่ะ?”
คายเฟอร์ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เรียกทุกคนมาฟังด้วยกันเถอะ เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรรู้”
โจพยักหน้า “โอเค ตามนั้น”
หลังจากนั้นครู่หนึ่งบุคคลที่มีตำแหน่งสูงได้มารวมตัวกันในห้องบังคับการโดยยืนล้อมรอบโต๊ะ
“ถ้างั้นผมเริ่มเลยนะ?” คายเฟอร์มองไปรอบๆ
“เริ่มได้เลย” โจพยักหน้า
คายเฟอร์รวบรวมความคิดแล้วเริ่มกล่าวว่า “พวกเรารับภารกิจ ภารกิจหนึ่งมาแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างเพราะเป็นนามแฝง แต่เนื้อหาภารกิจทำให้พวกเราไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้จึงต้องรับภารกิจนี้มาทำอย่างช่วยไม่ได้” คายเฟอร์กลืนน้ำลายแล้วพูดต่อว่า “นี่คือเนื้อหาในภารกิจ”
พูดจบคายเฟอร์ก็ดึงข้อมูลจากนาฬิกาข้อมือส่งไปที่โต๊ะภาพเสมือน จากนั้นภาพเสมือนก็ปรากฏเหนือโต๊ะ เป็นเนื้อหาในภารกิจ
เมื่อทุกคนได้อ่านเนื้อหาของภารกิจต่างก็ตกใจไม่เว้นแม้แต่ตัวโจเอง
“เรื่องจริงหรือเปล่า?” โจขมวดคิ้วกล่าวถามคายเฟอร์
คายเฟอร์พยักหน้า “เรื่องจริง เพราะหน่วยของพวกเราได้ค้นพบสิ่งนั้นจริงๆ”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากคายเฟอร์ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบ โจจับคางตัวเองพร้อมกับใช้ความคิดและเหลือบมองเนื้อหาของภารกิจอีกครั้ง
เนื้อหาในภารกิจก็คือ…ผู้ว่าจ้างได้รับข้อความที่เชื่อถือได้และบอกว่าเผ่าพันธุ์กอลเอลได้สร้างวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมา วัตถุชิ้นนั้นมีความสามารถแปลกประหลาดในการเรียกพวกสเปค และสถานที่วัตถุชิ้นนี้อยู่ก็คือดาวเคราะห์ที่พวกเขากำลังอยู่เหนือมันในตอนนี้
“แปลก…” หลังจากความเงียบโจก็พูดขึ้น
“แปลก? แปลกยังไง?” คายเฟอร์กล่าวถามด้วยความสงสัย
“ถ้าตามที่ผู้ว่าจ้างบอกว่ามีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อกับรัฐบาลกลางแทนที่จะติดประกาศภารกิจในฟอรั่มแทน” โจกล่าว
“นี่…ไม่รู้เหมือนกัน” คายเฟอร์เองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“แต่คุณบอกว่าได้พบกับวัตถุชิ้นนั้นจริงๆใช่ไหม?” โจกล่าวถาม
เมื่อทั้งคู่ร่วมประชุมกับคนอื่น พวกเขาจะใช้คำที่เป็นทางการแทน
คายเฟอร์พยักหน้า “ถูกต้อง”
พวกมายด์เองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แต่ก็ไม่รู้ว่าผิดปกติตรงไหน หากเป็นข่าวลวงเรื่องวัตถุชิ้นนั้นก็ไม่ควรได้พบเจอจริงๆ แต่ว่าหน่วยของคายเฟอร์ได้เจอวัตถุชิ้นนั้น
โจเดินไปที่หน้าต่างและมองลงไปยังดาวเคราะห์อันแห้งแล้งและร้อนระอุ
“หรือว่าสิ่งที่พวกเราพบมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด? มันไม่ใช่วัตถุชิ้นนั้น” คายเฟอร์พูดขึ้น
โจหันหน้ากลับมาและพูดว่า “ไม่หรอก ถ้าผมคิดไม่ผิดวัตถุที่คุณเจอเป็นของจริงแน่นอนเพียงแต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นการใช้เรื่องจริงเพื่อลวงมากกว่า”
“หมายความว่ายังไง?” คายเฟอร์ขมวดคิ้ว
“จุดประสงค์ของผู้ว่าจ้างน่าจะต้องการให้หน่วยไหนก็ได้รับภารกิจไปและมุ่งหน้ามาที่แห่งนี้…แต่ผมยังคิดไม่ออกว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร” โจครุ่นคิดอย่างหนักแต่ก็นึกไม่ออก
“อย่างไรก็ตาม ผมจะไปหาคำตอบนั้นเอง" โจกล่าว
“เดี๋ยวก่อน…คุณจะบุกไปยังฐานบัญชาการพวกมันคนเดียวเหรอ?” คายเฟอร์กล่าวถาม
“ใช่” โจพยักหน้า
“นี่…มันจะเป็นไปได้ยังไง” คายเฟอร์กล่าวด้วยความกังวล บุกไปที่ฐานของพวกกอลเอลด้วยตัวคนเดียวถ้าไม่เรียกว่าฆ่าตัวตายจะเรียกว่าอะไร? ทุกๆคนก็คิดเช่นนั้น
ไม่แปลกที่ทุกคนจะคิดแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าโจปลดขีดจำกัดไปแล้วทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าทุกคน แม้ว่าจะใช้พลังได้เพียงน้อยนิดก็ตาม
“ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังคิดอะไร แต่เชื่อผมเถอะ ผมไม่เป็นอะไร” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อโจตัดสินใจไปแล้วคายเฟอร์ก็ไม่คิดจะห้ามอีกเพราะรู้ดีว่าห้ามไปก็ไร้ประโยชน์หากโจตัดสินใจไปแล้ว
ในเวลาต่อมาโจได้กลับมาที่ดาวเคราะห์อีกครั้งในช่วงเวลากลางคืน ครั้งนี้เขามีจุดมุ่งหมายชัดเจนนั่นคือฐานบัญชาการของพวกกอลเอล