บทที่ 31 คุณลุงที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้เธอมีตั้ง 5 คน
เสียงของถังโย่วโย่วฟังแล้วน่าประหลาดใจมาก
หลิวเฉิงได้ยินก็หยุดเดิน หันหน้ากลับไปมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ผู่จิ่งเดินเข้ามาด้วยความน่าเกรงขามจนคนไม่กล้ามองตรง ๆ ผู่จิ่งไม่ใช่คนที่เกิดและเติบโตในประเทศ Z เขามีเืเกาหลีครึ่งหนึ่ง และในประวัติตระกูลของผู่จิ่งมีบรรพบุรุษคนหนึ่งเคยเป็ราชวงศ์เกาหลี
ใบหน้าของผู่จิ่งผสมผสานระหว่างลักษณะเฉพาะของชาวเกาหลีกับความงดงามแบบตะวันออก เขาสูงถึง 188 เิเ ใบหน้าสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบดุจนกอินทรี เมื่อจับจ้องใครแล้วจะไม่ปล่อยง่าย ๆ
เขาสวมสูทตัดพิเศษ บุคลิกเต็มไปด้วยความเ็าที่ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าเข้าใกล้ การยืนอยู่ใกล้เขาเหมือนกับการอยู่ในอุณหภูมิติดลบของขั้วโลกเหนือ ทำให้เส้นขนบนหลังลุกชันทันที
ผู่จิ่งยืนห่างจากทุกคนประมาณห้าเมตร ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อย สายตาเย็นเยียบมองไปที่หลิวเฉิง ซึ่งกำลังเตรียมจะเดินออกไป หลิวเฉิงถูกสายตาของผู่จิ่งจับจ้องก็ชะงักค้าง และร่างกายสั่นสะท้านโดยไม่อาจควบคุมได้
เมื่อเห็นว่าหลิวเฉิงไม่กล้าเดินต่อ ผู่จิ่งจึงเลื่อนสายตาไปที่ถังโย่วโย่ว ในขณะที่มองไปยังถังโย่วโย่ว สายตาของเขากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
อืม… เขาก็เป็คนใจดี
หืม? ใช่ ใจดี!
"มาหาลุงมา" ผู่จิ่งเริ่มปล่อยเสียงทุ้มน่าฟังออกมา
"ลุงคะ!"
์! เขากำลังพูดถึงใคร? หรือว่าเด็กน้อยคนนี้ข้าง ๆ ผู้เฒ่าอวี้!?
พอนึกถึงเมื่อครู่ที่เด็กน้อยคนนี้เรียกว่า "ลุง" ทุกคนต่างไม่คิดอะไร คิดว่าเธอเรียกผิด เธอจะเป็หลานสาวของผู่จิ่งได้อย่างไรกัน!?
แต่ตอนนี้ผู่จิ่งกลับพูดกับเด็กน้อยคนนี้อย่างอ่อนโยนว่ามาหาลุงสิ?
นี่มันอะไรกัน!
ถังโย่วโย่วยิ้มหวานแล้วปล่อยมือของผู้เฒ่าอวี้ วิ่งตรงไปหาผู่จิ่ง
ผู่จิ่งก้มตัวลงเล็กน้อยและอุ้มเธอขึ้น เมื่อถังโย่วโย่ววิ่งเข้ามา เสียงทุ้มก็ดังขึ้นเหนือศีรษะของถังโย่วโย่ว "น่ารักมากเลย หนูมาหาลุงใช่ไหม?"
"ฮ่า!" ถังโย่วโย่วมองลุงของเธอจากระยะใกล้ ก็รู้สึกว่าผู่จิ่งหน้าตาดีราวกับภาพวาด
ดูเหมือนนักแสดงเกาหลีที่กำลังโด่งดัง ผิวพรรณไร้ที่ติ แต่ผู่จิ่งวัยสามสิบปลาย ๆ แล้ว ความสง่างามที่สั่งสมมาตามวัย ทำให้ดูไม่เหมือนนักแสดงหนุ่มสาว กลับยิ่งดูน่าดึงดูดมากกว่า
"เปล่าค่ะ หนูมากับอาจารย์" ถังโย่วโย่วพูดด้วยเสียงเล็ก ๆ น่ารัก
"เฮ้อ! ลุงเสียใจจังเลย"
ถังโย่วโย่วรีบจุ๊บแก้มของผู่จิ่งทันที "จุ๊บแล้วก็จะไม่เศร้าใจนะคะ"
ทุกคนมองดูภาพนี้แล้วปากอ้ากว้างจนเกือบจะยัดไข่เป็ดเข้าไปได้
นี่มันแปลกเกินไปหรือเปล่านะ? ประธานผู่ถึงกับมีด้านที่อ่อนโยนขนาดนี้ด้วย?
ช่างเป็วันที่ได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจมากกว่าใคร คือ ผู้เฒ่าอวี้ เขาไม่รู้เลยว่าลูกศิษย์ที่เขารับมานั้นมีญาติที่ทรงอิทธิพลขนาดนี้
ลุง? ปรากฏว่าผู่จิ่งเป็ลุงของลูกศิษย์เขา แต่ถึงจะใ ผู้เฒ่าอวี้ก็ไม่ได้แสดงออกให้เห็น
ผู่จิ่งถูกถังโย่วโย่วจูบแก้มหนึ่งทีก็รู้สึกพึงพอใจ กอดเด็กน้อยไว้แนบอก แล้วเลื่อนสายตาไปยังหลิวเฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ "เป็ไง? แพ้แล้วอยากหนีงั้นเหรอ?"
น้ำเสียงของผู่จิ่งเปลี่ยนไป มุ่งเป้าไปที่หลิวเฉิงทันที เห็นได้ชัดว่าหลิวเฉิงตัวอ้วนถอยหลังไปสองก้าว เขาไม่กล้าสบตาผู่จิ่งที่น่าหวาดกลัว พลางเอ่ยปากพูดติดอ่าง "นั่น... นั่น คุณ้าอะไร?"
หลิวเฉิงเป็คนไร้ศีลธรรม แต่เขาไม่กล้าแสดงความไร้ศีลธรรมต่อหน้าผู่จิ่ง
เงินทุนก็คือเงินทุน แม้ว่าตระกูลหลิวจะมีอิทธิพลบ้างในวงการเซียนหยก แต่จะไปเทียบกับกลุ่มตระกูลผู่ได้อย่างไร หากได้รับความไม่พอใจจากผู่จิ่งกลัวว่าไม่ใช่แค่ในวงการเซียนหยก แต่ในเมืองหลวงก็คงลำบากแน่
"กฎที่เพิ่งบอกไป คุณปฏิบัติตามให้ดีก็แล้วกัน"
"ได้ ได้" หลิวเฉิงหันกลับไปมองผู้เฒ่าอวี้ น้ำเสียงไม่อวดดีเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป "ผู้เฒ่าอวี้ ขออภัยด้วย คุณ้าให้ผมทำอะไร?"
ผู้เฒ่าอวี้ลูบหนวดแล้วเอ่ยขึ้น "คุณแพ้ให้กับศิษย์ของผม สืออัน คุณควรถามเธอมากกว่า"
หลิวเฉิงหันสายตามองไปที่ถังโย่วโย่ว "เธอ เธอ้าให้ฉันทำอะไร?"
"...อืม" ถังโย่วโย่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพบว่าเธอไม่มีอะไรจะให้ชายคนนี้ทำ จึงส่งคำพูดต่อไปยังผู่จิ่ง "ลุงคะ หนูไม่มีอะไรให้เขาทำ ลุงช่วยคิดหน่อยได้ไหมคะ?"
ผู่จิ่งลูบปลายจมูกของถังโย่วโย่วอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าเขาดูถูกพวกเราอย่างนี้ ก็ให้เขาคุกเข่าลงกับพื้น แล้วเรียกโย่วโย่วว่าบรรพบุรุษเลยดีกว่า"
บรรพบุรุษ? การลงโทษนี่ไม่ให้เกียรติหลิวเฉิงเลยสักนิด นี่คือการกดหน้าหลิวเฉิงให้จมดิน และแน่นอนว่าหลิวเฉิงไม่มีทางปฏิเสธ จำต้องยอมรับอย่างไม่มีทางเลือก
อย่างไรก็ตาม หากเขาไม่ทำ อาจเป็ปัญหาว่าวันนี้จะสามารถออกจากตลาดทองและเงินได้หรือไม่
หลิวเฉิงกัดฟันกลั้นความรู้สึกถูกดูิ่ในใจ เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า "ตกลง"
จากนั้นเขาคุกเข่าลงต่อหน้าทุกคน แล้วก้มหน้าอย่างนอบน้อมต่อถังโย่วโย่ว พลางกล่าวว่า "ท่านบรรพบุรุษ"
ถังโย่วโย่วอ้าปากยิ้มน้อย ๆ แล้วพูดเสียงหวานว่า "คุณลุงปากเหม็นลุกขึ้นมาเถอะ จำไว้ว่ากลับไปแล้วบ้วนปากด้วยนะคะ!"
"......"
หลิวเฉิงลุกขึ้นจากพื้น เขาถูกทำให้อับอายต่อหน้าสาธารณชน และไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะลุกลามมาถึงขั้นนี้ หลังจากเผชิญเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาคงไม่มีวันเชิดหน้าชูตาได้อีกแล้ว
"พอเถอะ เมื่อหลานสาวของผมให้อภัยคุณแล้ว คุณสามารถไปได้ แต่ต่อไปนี้ คุณจะไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่อีก"
ประโยคนี้เหมือนกับเป็คำพิพากษาปะาชีวิตให้กับหลิวเฉิง หรือที่ถูกต้องคือครอบครัวหลิว
การถูกห้ามเข้าตลาดทองและเงินหรือหอประชุมจินอิ๋นในวงการเซียนหยก เปรียบเสมือนนักสู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเวทีต่อสู้
หลิวเฉิงรู้ถึงความร้ายแรง ไม่กล้าก่อเื่อีก รีบหนีหัวซุกหัวซุนออกไปทันที
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ทุกคนเห็นหมดแล้ว พวกเขาถอนหายใจพลางคิดว่าถังโย่วโย่วมีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่ง และผู่จิ่งรักใคร่ถังโย่วโย่วมากเพียงนี้ น่ากลัวว่าในอนาคตเด็กน้อยคนนี้คงจะเดินในเมืองหลวงได้อย่างสบายใจ
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็จับประเด็นสำคัญได้
โย่วโย่ว? นี่เป็เื่อะไรกัน? ชื่อของเด็กหญิงที่ผู้เฒ่าอวี้เพิ่งแนะนำไม่ใช่อวี้สืออันหรอกหรือ?
"นี่... ผู้เฒ่าอวี้ ลูกศิษย์คนนี้ชื่อจริงว่าอะไรนะ" มีคนเอ่ยถามขึ้น
ผู้เฒ่าอวี้คิดทบทวน ดูเหมือนเมื่อวานนี้เขาได้ยินจากผู้เฒ่าไช่ว่าชื่อถังโย่วโย่วใช่ไหมนะ?
เขาจึงเอ่ยตอบว่า "ลูกศิษย์คนนี้ชื่อจริงคือถังโย่วโย่ว หลังจากเข้ามาเป็ศิษย์ของฉัน ได้ใช้ชื่อว่า อวี้สืออัน"
"อะไรนะ!! เป็ไปได้ยังไง ชื่อถังโย่วโย่วเหรอ!"
มีคนในฝูงชนร้องออกมาด้วยความใ
"เท่าที่ฉันจำได้ เมื่อไม่กี่วันก่อนในการประมูลปี้ลั่ว มีเด็กอัจฉริยะด้านการเลือกหยกนะ เขาใช้เงินหกสิบล้านประมูลหยกดิบก้อนหนึ่ง และเมื่อเปิดออกมาปรากฏว่าเป็หยกเขียวจักรพรรดิ เด็กอัจฉริยะคนนั้นเหมือนจะชื่อถังโย่วโย่วใช่ไหมนะ?"
"ฉันก็นึกออกแล้ว! แต่ฉันจำได้ว่าวันนั้นคนสำคัญที่อยู่กับเด็กอัจฉริยะคนนี้ไม่ใช่ชางโหยวหรอกเหรอ?"
ทันใดนั้น ความคิดที่น่ากลัวก็ผุดขึ้นในสมองของทุกคน
ไม่นะ ไม่จริงใช่ไหม!
หรือว่าถังโย่วโย่วจะมีลุงสองคน!! ทั้งชางโหยวและผู่จิ่งต่างก็เป็ลุงของเธอ!
"์!" เมื่อคิดถึงเื่นี้ ทุกคนต่างก็สั่นไปทั้งตัว
มีลุงที่เป็คนสำคัญเพียงคนเดียวก็ถือว่าน่าทึ่งแล้ว แต่กลับมีถึงสองคน นี่เป็บุญวาสนาที่สั่งสมมากี่ชาติกันนะ ที่ได้เกิดมาในตระกูลเช่นนี้!
ยังจำได้ว่าวันนั้นชางโหยวพูดอะไร เขาบอกว่าหลานสาวที่รักของเขาเป็ดาวนำโชค
"โอ้ นี่ไม่ใช่แค่ดาวนำโชคหรอกนะ นี่คือลูกรัก์ชัด ๆ!"
พื้นหลังครอบครัวที่น่าหวาดเกรงเช่นนี้ ทำให้ทุกคนต่างพากันอิจฉาอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลานคนนี้เป็คนใหญ่คนโตแค่ไหน ความจริงแล้วถังโย่วโย่วมีลุงถึงห้าคนเลยต่างหาก!