หลังจากที่ฉันรู้ต้นสายปลายเหตุทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเ้าของร่างเดิมทำให้ฉันยิ่งรู้สึกโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น
กะอีแค่เด็กตัวเล็กๆคนนึงถึงกับต้องโบยถึง 15 ไม้เลยหรอ แล้วทำไมถึงไม่สืบหาความจริงก่อนที่จะลงโทษ
ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลยอย่างนี้ก็เท่ากับว่าเ้าของร่างคนเดิมก็ต้องเจ็บตัวฟรีทั้งที่ไม่มีความผิดอะไรเลยเนี่ยนะ
" ฉันขอสัญญาว่าฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู "
ฉันได้แต่รำพึงรำพันคนเดียวในใจ
" พี่ผิงอัน ข้าขอน้ำดื่มหน่อยเ้าค่ะ "
ในขณะที่นางเอ่ยออกไปด้วยสุ่มเสียงค่อนข้างแหบ เนื่องจากเ้าของร่างเก่าหลับไม่ได้สติมา 3 วันแล้วทำให้ร่างกายค่อนข้างที่จะขาดน้ำและอาหารทำให้เื่แรงของเธอในตอนนี้แทบไม่มีเลย
"นี่เ้าค่ะคุณหนู ค่อยๆเดินนะเ้าคะ"
"วันนี้ข้าวต้มผักใส่เกลือคุณหนูฝืนทานนิดนะเ้าคะ จะได้มีเรี่ยวแรง"
เสียงเอ่ยออกมาอย่าง ห่วงใย จากร่างของสาวใช้ตรงหน้ายิ่งทำให้ นางรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องใครได้เลย แม้กระทั่งคนที่ซื่อสัตย์และรักตัวของนางเองยิ่งกว่าชีวิตของตน นางยิ่งเศร้าใจมากยิ่งขึ้น
"พี่ผิงอัน ข้าขอเรียกท่านว่าพี่เสี่ยวผิงได้ไหมเ้าคะ"
"ได้เ้าค่ะคุณหนู ข้าน้อยยินดียิ่งนักที่คุณหนูเอ็นดูข้าน้อย"
ผิงอันกล่าวออกมาอย่างซาบซึ้งใจ เพราะว่าในฐานะของนาง มาจะถูกกดขี่ ข่มเหง ไม่มีการถามความสมัครใจจากตัวของพวกนางความพึงพอใจหรือไม่
แต่จะเป็เหล่าบรรดาเ้านายทั้งหลายใช้พวกนางเป็ที่ระบายอารมณ์ ของตน โดยการ ตบตี ด่าทอ บางที่อาจ อาจร้ายแรงถึงถูกโบยจนตายเลยก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถที่จะเอาผิดกับเ้านายได้
เนื่องจากสัญญาทาส ส่วนใหญ่เป็สัญญาที่ขายทั้งชีวิต ซึ่งตัวของทาสเอง เป็ผู้ยินยอมที่จะกระทำสัญญาด้วยความเต็มใจ ในการซื้อขายทาส ถึงแม้จะถูกทรมานจนตายก็ไม่สามารถเอาผิดกับเ้านายได้ เพราะถือว่าตัวทาสรับใช้ผู้นั้น ยอมที่่ขายชีวิตให้กับเ้านายพูดกันแล้ว
"พี่เสี่ยวผิงเ้าคะ อาหารนี้พี่ได้มาจากโรงครัวหรือพี่ทำเองเ้าคะ"
"บ่าวทำเองเ้าค่ะคุณหนู ทางโรงครัวไม่ให้อะไรเลยเราเลยเ้าค่ะ"
"ข้าก็คิดอย่างนั้นแหละ ข้าถึงแปลกใจไงว่าพี่จะเอาข้าวต้มที่มีผักมาให้ข้าได้ยังไง "
"ถ้าเป็ข้าว ข้าแอบไปขโมยมาจากโรงครัวเ้าค่ะ ส่วนผักนี้เป็ผักที่ข้าปลูกไว้ด้านหลังของจวนเ้าค่ะ"
"เอาละเอาละพี่ต้องระวังตัวนะถ้าเขาจับได้ว่าเราไปขโมยข้าวมาเราจะต้องถูกโบยกันอีกแน่ๆ"
"บ่าวจะระวังตัวเ้าค่ะ คุณหนูโปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำให้คุณหนูต้องเป็ห่วงอีกเ้าค่ะ "
ถึงแม้ว่านางจะเป็คุณหนูของตระกูลฝูพูดถึงก็ตามแต่ทางฝั่งของบิดานางไม่ได้มีความสำคัญมากมายสำหรับตระกูลนี้
เนื่องจากความสำคัญส่วนใหญ่จะวัดกันจากรากฐานพลังปราณของบรรดาบุตรหลานที่มีมาแต่กำเนิด
แต่ทางฝั่งของครอบครัวนาง นอกจากนางที่ไม่มีรากฐานพลังปราณแล้ว พี่ชายและพี่สาวของนางก็ไม่ได้มีรากฐานพลังปราณที่สูงหรือโดดเด่นใดๆ
แต่กลับกันอีกฝั่งกับมีบุตรที่มีรากฐานพลังปราณสูงกำเนิดขึ้นถึง 2 คน ทำให้ฝั่งนั้นได้รับตำแหน่งของผู้นำตระกูลคนต่อไป เพราะเหตุนี้ตัวนางเองที่ไม่มีพลังรากฐานใดๆเลยจึง กลายเป็ขยะของตระกูล อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ที่นางยังไม่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล เนื่องจากบิดาและมารดาของนาง ยังมีผลประโยชน์ต่อตระกูลอยู่ ทางตระกูลฝูเลยยังยินยอมให้นางใช้แซ่ ถึงแม้ว่าทางผู้นำตระกูล อยากขับไล่นางออกจากตระกูลมากเพียงใด แต่ด้วยมารดาของนางเป็ผู้ปรุงโอสถเพียงคนเดียวของตระกูลในตอนนี้ ส่วนบิดาของนางเป็นักล่าอสูร
2 อาชีพนี้ค่อนข้างที่จะมีความสำคัญภายในแคว้นอย่างมากอย่าว่าแต่ภายในแคว้นเลยต่อให้นอกแคว้นหรือตามทวีปต่างๆก็มีความสำคัญทั้งสิ้น
ไป๋หลิน เป็บุตรธิดาของ ฝูเหยี่ยนจิ่ง กับ เซียวซื่ออิง มีพี่ชายคนโตคือ ฝูเทียนิ อายุ 18 ปี มีพี่สาวคนรอง คือ ฝูจิงหยู อายุ 16 ปี
ถึงแม้ตระกูลฝูจะเป็ตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะ และมั่นคงมีชื่อเสียงพอสมควร แต่ฝั่งครอบครัวของนางกลับไม่ได้รับความเป็ธรรมใดๆเลย
ผู้นำตระกูลของตระกูลฝูคือบิดาแท้ๆของแม่ทัพฝู ส่วนบิดาของนางเป็ลูกชายของน้องชายผู้นำตระกูลฝู หรือเป็ลูกพี่ลูกน้องของแม่ทัพฝูนั่นเอง
ครอบครัวของนางอาศัยอยู่ ณ แคว้นหลิง
ซึ่งเป็ส่วนหนึ่งของทวีปเป่ยจิง โดยแคว้นหลิง ค่อนข้างที่จะมีพื้นที่ติด 1 ใน 5 ของพื้นที่ทั้งหมดใน ทวีปเป่ยจิง มีพื้นที่อยู่ราวๆเกือบ 2 ล้านลี้ (ประมาณ 1 ล้านกิโลเมตร)
สถานที่แห่งนี้เป็โลก อีกโลกหนึ่ง ที่มีทั้งหมด 3 ทวีปหลัก ในโลกนี้จะมีพลังปราณและพลังิญญา มีตำหนัก มีสำนัก แล้วมีตระกูลลับอีกมากมายที่ยังไม่เปิดเผย โลกแห่งนี้คือโลกที่วัดค่าของผู้คนโดยใช้รากฐานพลังปราณเป็ตัวชี้วัด
นอกจากพลังปราณที่มากมายในโลกใบนี้แล้ว ในโลกแห่งนี้ยังมีสัตว์อสูร ให้ได้พบเห็นอีกมากมาย ผู้ที่มีพลังปราณแทบทุกคนสามารถสร้างพันธะสัญญากับสัตว์อสูรได้ ทำให้นักล่าอสูรถือว่ามีความสำคัญอันดับต้นๆของโลกนี้
ในแต่ละแคว้นจะมีกฎไม่เหมือนกัน แต่โดยกฎหลักของแคว้นนี้คือ รายได้ทั้งหมดของตระกูลจะถูกจัดสรรปันส่วนตามความสามารถของสมาชิกในตระกูล
โดยรายได้ทั้งหมด ที่ได้ในแต่ละเดือนผู้นำของแต่ละตระกูล จะเป็ผู้แจกจ่ายให้กับสมาชิกภายในตระกูล เรียงตามลำดับความสำคัญและความาุโ
ซึ่งทางผู้นำตระกูลฝูคนปัจจุบันย่อมเข้าข้างและเอียงไปทางหลานสาวหลานชายของตัวเองอย่างแน่นอน
โดยไม่ว่าบิดาและมารดาของนางจะทำรายได้ให้กับตระกูลมากน้อยเท่าไหร่ ครอบครัวของนางก็ได้ส่วนแบ่งแค่ 2 ใน 10 เท่านั้นโดยทางผู้นำตระกูลได้ให้เหตุผลว่า
มีเพียงบิดาและมารดาของนางเท่านั้น ที่สร้างชื่อเสียงและหารายได้เข้าสู่ตระกูล เพราะว่าพี่ชายและพี่สาวของนางไม่ได้มีชื่อเสียงเหมือนบุตรชายและบุตรสาวของอีกฝั่งหนึ่ง
พี่ชายของนางเป็เพียงแค่ผู้ช่วยบิดาของนางเท่านั้น ส่วนพี่สาวของนางถึงแม้นจะมีรากฐานพลังปราณแต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเท่านั้น
มีเพียงฝีมือทางด้านการเย็บปักที่เป็เลิศ จนทางตระกูลฝู ได้บังคับให้พี่สาวของนางปักผ้าเพื่อส่งขายในร้านค้าของตระกูลฝู ฝีปักของพี่สาวนางทำให้ผ้ามีราคาถึง 50 ตำลึงเงินเลยทีเดียว แต่พี่สาวของนางได้รับส่วนแบ่งเพียงแค่ 10 ตําลึงเงินต่อชิ้นเพียงเท่านั้น ถึงแม้ว่าบิดาและมารดาของนางอยากแยกตระกูลมากเท่าไหร่
ก็ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจาก ตัวของนางยังต้องใช้ชื่อเสียงของตระกูล เพื่อปกป้องนางไม่ให้มีใครมารังแก อย่างที่บอกถ้าเกิดในตระกูลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและมีอำนาจ
แต่ไม่มีระดับรากฐานพลังปราณ มักถูกกลั่นแกล้ง เหยียดหยาม ดูิ่ จากคนอื่นแต่น้อยก็ยังมีคนบางส่วนเกรงใจตระกูลฝูอยู่บ้าง จึงถือเป็ทางเลือกเดียวในตอนนี้ที่เปรียบเสมือนเป็เกราะกำบังให้แก่นาง
ส่วนมารดาของนาง เซียวซื่ออิง เป็นักปรุงโอสถระดับผู้ชำนาญการ ซึ่งถือว่าเป็ระดับกลาง ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายแต่ก็ยังคงสามารถสร้างรายได้ให้กับตระกูลอยู่
ในแต่ละเดือนกิจการของตระกูลฝูทั้งน้อยใหญ่มีรายรับมากถึง 10 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่ทางครอบครัวของนางได้รับส่วนแบ่งแค่ 2 ตำลึงทองเท่านั้น
ยังไม่หมดเท่านั้นครอบครัวของนางไม่ได้รับจำนวนเงิน 2 ตำลึงทองอย่างเท่าที่ควรจะเป็ ครอบครัวของนางยังถูกหักออกอีก 1 ตำลึงทอง เท่ากับแต่ละเดือนครอบครัวของนางมีรายรับแค่ 1 ตำลึงทองเท่านั้น แต่ถ้าเดือนไหนพี่สาวของนางปักผ้าได้เยอะ ก็จะมีรายรับเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย
เหมือนกับทางของบิดาและพี่ชายของนางต่อให้หาผนึกจิตอสูร หินปราณธาตุ หรือของต่างๆที่หายากมากมายก็ยังได้รับส่วนแบ่งเท่าเดิม
ในส่วนที่ถูกหักนั้น ผู้นำตระกูลฝู ให้เหตุผลว่าเป็ค่าที่อยู่อาศัย ที่ครอบครัวของนางอาศัยอยู่ในจวนตระกูลฝู เป็ทั้งค่าที่พักอาศัยและอาหารการกิน ที่ครอบครัวของนางซึ่งเป็ผู้อาศัยพึงต้องจ่ายในแต่ละเดือน
แต่ครอบครัวของนางก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยหวังแค่เพียงรอคอยวันที่ ฝูไป๋หลิน ได้ออกเรือน ตบแต่งกับคนดีๆดูแลนางได้เท่านั้น..
แต่ทว่าเหตุการณ์ในวันนี้ มันเป็เหตุการณ์ที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของฝูเหยี่ยนจิ่ง ได้ขาดสะบั้นลง อยากไม่สามารถต่อได้อีกแล้ว.........
( บิดาของนางเอกเริ่มเดือดแล้วจ้า )