การประชุมสภาสูงถูกจัดขึ้นในตอนเช้าหลังจากที่ฮิโรมาสะพูดคุยกับครอบครัวของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเอ่ยเรียกหัวหน้าองครักษ์ของมาซาชิเข้ามาในห้องก่อนจะพูดต่อหน้าทุกคนด้วยเสียงอันดังชัดเจน
"จงไปบอกท่านโชกุนว่าตระกูลอิชิฮาระจะยอมชดใช้ด้วยสิ่งที่ประเมินค่ามิได้เพื่อแลกกับการที่บ้านเมืองจะไม่เกิดสงคราม" ทุกคนตาเบิกโพลง มาซาโตะเอ่ยด้วยน้ำเสียงระคนตกใจ
"ท่านฮิโรมาสะ!" น้ำเสียงราวกับต้องการให้เขาคิดทบทวนใหม่อีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ทำให้ฮิโรมาสะเปลี่ยนใจแล้วเอ่ยต่อด้วยแววตาที่แน่วแน่
"และอีกเรื่องหนึ่ง ข้าขอแต่งตั้งมารุยามะ มาซาโตะ ขึ้นเป็นไดเมียวแห่งแคว้นชิงะแทนตระกูลอิชิฮาระ" สิ้นเสียง ทุกคนในห้องก็ตัวแข็งทื่อ มาซาโตะได้ฟังเช่นนั้นก็แทบจะล้มทั้งยืน ขอบตาของเขาร้อนผ่าวก่อนจะรีบค้อมตัวลงจนศีรษะแทบจะติดพื้น น้ำตาใสไหลพรากลงมาอย่างเงียบๆ ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทุกสิ่งที่เกิด ฮิโรมาสะเอ่ยต่อ
"ตระกูลมารุยามะเป็นตระกูลพ่อบ้านที่ดูแลชิงะมาอย่างยาวนานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลอิชิฮาระ ข้าขอมอบตำแหน่งไดเมียวให้แก่ตระกูลมารุยามะดูแลต่อ ขอเพียงท่านโชกุนได้โปรด อย่าทำร้ายประชาชนของข้า จงรีบนำคำกล่าวนี้ไปบอกกับท่านโชกุนเสียเถิด" สิ้นเสียง หัวหน้าองครักษ์ของมาซาชิก็รับคำสั่งนั้นแล้วเดินออกไปจากห้อง ฮิโรมาสะมองนิ่งไปยังผนังของห้องประชุมที่ถูกวาดรูปไว้อย่างสวยงามด้วยแววตาที่ว่างเปล่าก่อนจะเอ่ยต่อ
"ข้ากับครอบครัวปรึกษากันแล้ว… ข้าจะไม่ยอมให้ประชาชนเสียเลือดเนื้อเพื่อชดใช้ความผิดที่ข้าก่อ" ซามูไรชั้นสูงในห้องต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้กันอย่างถ้วนหน้า มาซาโตะรีบเช็ดน้ำตาของตนออกแต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงไหลลงมาไม่หยุด ฮิโรมาสะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงราวกับเป็นการบอกลา
"ขอให้ทุกท่านเคารพและเชื่อฟังท่านมาซาโตะเสมือนดั่งเชื่อฟังข้า ตระกูลอิชิฮาระหมดวาสนาแล้วในการปกครองชิงะ" เอ่ยเสร็จก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปในทันที เหลือทิ้งไว้ก็แต่บรรยากาศหมองหม่นในห้องประชุมที่ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมานอกจากความเจ็บปวดในแววตาของเหล่าข้าทาสบริวารที่ทำงานใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน
หัวหน้าองครักษ์ของมาซาชิที่กำลังเดินดุ่มๆ มุ่งหน้าไปยังเรือนฝั่งตะวันออกเพื่อบอกข่าวการยอมทำพิธีเซ็ปปุกุและการแต่งตั้งไดเมียวคนใหม่ให้แก่ผู้ส่งสาส์นนั้นต้องชะงักตัวกึกและหันมาตามเสียงเรียกที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขาเจอเข้ากับมาซาโตะที่เดินเร็วเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
"มีอะไรเช่นนั้นรึ ท่านมารุยามะ" เขาเอ่ยถามคนที่หอบเหนื่อยเล็กน้อย มาซาโตะรีบเอ่ยขึ้นในทันที
"ข้า… มีเรื่องอยากจะขอร้อง ท่านช่วยเขียนเรื่องนี้ลงไปในสาส์นที่จะส่งไปให้ท่านโชกุนด้วยได้ไหมขอรับ" หัวหน้าองครักษ์มองดูมาซาโตะด้วยแววตาที่แดงก่ำ ถึงแม้จะมีความเคียดแค้นหลงเหลืออยู่ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่อาจช่วยได้ เขาก็อยากจะลองช่วยดูสักครั้งด้วยความสงสาร ว่าแล้วก็หันมาประจันหน้ากับมาซาโตะพร้อมทำท่ารับฟัง
"ถ้าข้าช่วยได้ล่ะก็นะ… ว่ามาสิ"
ในค่ำคืนที่แสนจะยาวนาน เสียงสะอื้นไห้อย่างหนักดังขึ้นมาจากในเรือนของคิโยชิที่บัดนี้เขากำลังกอดเคนตะพร้อมกับร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเสียใจราวกับวิญญาณจะแตกสลายลง มือเล็กอ่อนนุ่มเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาของคนที่ตนรักเท่าชีวิตแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขอร้อง
"ได้โปรดท่านพี่… ทำเพื่อข้า" เคนตะที่มีสีหน้าเจ็บปวดทรมานส่ายหัวเบาๆ ปฏิเสธคำขอนั้นราวกับว่าเป็นคำขอที่ยอมให้เขาตายเสียดีกว่าที่จะทำเช่นนั้น คิโยชิสะอื้นไห้หนัก เขารีบเอ่ยด้วยน้ำตานองหน้า
"หากมาซาโตะขึ้นเป็นไดเมียว เขาจะไม่ไว้ชีวิตของท่านแน่ ท่านพาโชหนีไปเถอะ ข้าเป็นอิชิฮาระเพียงครึ่งเดียว ไม่มีสิทธิ์แย่งอำนาจ ท่านโชกุนอาจจะยอมไว้ชีวิตข้าก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ให้โชรอด… ได้โปรดท่านพี่" เคนตะน้ำตาไหลพรากกับคำพูดนั้น คิโยชิที่ร้องไห้จนแทบจะขาดใจทำให้เขาเองก็เจ็บปวดไปด้วยพร้อมๆ กัน เขามองคิโยชิด้วยแววตาสุดแสนจะอาลัยก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
"สัญญากับข้าก่อนว่าท่านจะรอข้า" คิโยชิพยักหน้ารัวเป็นคำตอบ เคนตะแนบจุมพิตลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มด้วยความรักอย่างสุดดวงใจก่อนจะผละตัวออกไปอย่างรวดเร็ว คิโยชิสะอื้นหนัก ดวงตากลมโตมองไปยังบานประตูที่เลื่อนปิดลงด้วยใจที่แหลกสลายเกินกว่าจะรับได้ไหว
นิยายอัพเป็นประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ