“ทีมลูก โอเคไหม” ผมลืมตาขึ้นมาช้า ๆ หลังจากได้ยินเสียงอันแสบแก้วหูเรียกตลอดเวลา สภาพรอบข้างผมตอนนี้ คือคุณหญิงพยายามเอายาดมยัดที่รูจมูกผม และถือพัดลมจิ๋วกลอกหน้าผมอยู่ ส่วนป้าเพ็ญก็ถือพัดอยู่ข้างซ้าย คอยพัดให้ผม ส่วนฝั่งตรงข้ามก็มียัยหนูนั่งช็อกอยู่
“คุณน้าคะ ทีมฟื้นแล้วค่ะ”
“ลูกแม่ เป็ยังไงบ้าง” หลังจากที่เธอเห็นว่าผมฟื้น ก็คว้าตัวผมไปกอดแน่น จนผมเกือบตาย
“จะตายเพราะที่แม่กอดนี่แหละครับ” ผมค่อย ๆ ผลักเธอออกจากตัว ก่อนจะแย่งยาดมจากเธอ มาดมเอง ไม่งั้นยาดมคงอุดจมูกผมตายแน่ ๆ
“อุ๊ย แม่ขอโทษจ้ะ” เธอพูดก่อนจะปล่อยอ้อมแขนออกจากตัวผม
“ป้าเพ็ญคะ ไปบอกคุณสารวัตรที ว่าตาทีมฟื้นแล้ว ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว” เธอหันไปบอกป้าเพ็ญ เพราะตอนนี้ไอสารวัตรกำลังเตรียมรถเพื่อพาผมไปโรงพยาบาล สิ้นเสียงคำสั่งของเธอ ป้าเพ็ญก็รีบวิ่งไปที่ลานจอดรถทันที
“เป็ไงบ้างจ้ะลูก โอเคขึ้นไหม”
“ผมอยากกลับห้อง ผมอยากอยู่คนเดียวครับ” ผมหันไปบอกคุณหญิง ก่อนจะส่งสายตาไปหายัยหนู ผมรับรู้ถึงความเกลียดชังนี่แล้ว ผมอยากขอโทษเธอสักพันครั้งกับเหตุการณ์ทั้งหมด ถึงผมจะไม่ได้ก่อ แต่รับรู้ได้เลยว่าที่ผ่านมาเธอเ็ปแค่ไหน ผมมองเธอด้วยแววตารู้สึกผิด น้ำตาคลอเอ่อ ผมอ้าปาก ‘ขอโทษ’ โดยไม่ออกเสียง เพราะผมไม่กล้าพอ ก่อนที่คุณหญิงจะเข็นวีลแชร์ไปที่ลิฟต์ เพื่อพาผมกลับห้อง พอถึงห้องเธอก็ค่อย ๆ พยุงตัวผมเพื่อนั่งบนเตียง
“ให้แม่อยู่ด้วยไหม”
“ไม่ต้องครับ”
“แม่จะให้ป้าเพ็ญรออยู่หน้าห้องนะ มีอะไรก็เรียกได้เลย” หลังจากเธอพูดเสร็จ ก็เดินออกจากห้องไป ผมนั่งตั้งสติ นึกถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ผมไม่กล้าคิดที่จะให้เธอให้อภัยเลย ผมต้องปกป้องเธอยังไงในร่างของคนที่เธอน่าจะโคตรเกลียดเข้าไส้ขนาดนี้ เหตุการณ์แรกที่พุ่งเข้าผมเลย คือ ฉากในห้องเรียน แน่นอนไอเด็กนี่เป็หัวโจกประจำห้อง
ไอเด็กนั่นนั่งพิงเก้าอี้พร้อมไขว่ห้าง พร้อมชี้นิ้วไปที่เด็กนักเรียนคนหนึ่ง ก่อนจะะโบอกลูกกะจ๊อกของมัน
“เฮ้ย มึงเห็นไอนั่นปะ”
“ทำไมวะ”
“วันนั้นพ่อกูไปจับพวก เอ่อ เขาเรียกอะไรนะ กูนึกไม่ออก”
“เฮ้ย มึงอ่ะ แม่มึงทำอาชีพไรนะ ที่ต้องไปนอนกับไอแก่ที่ให้เงิน พวกมึงนึกออกปะวะ ห้ะ กูนึกไม่ออกว่ะ ฮ่าฮ่า” มันะโถามเด็กคนนั้น ก่อนจะหันมายิ้มให้เพื่อนของมัน พลางส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันไปด้วย
“เรียกกะหรี่ไง ไอสัตว์ ลูกกะหรี่นี่หว่า” เพื่อนคนอื่น ๆ ในแก๊งต่างเฮ และหัวเราะเยาะล้อเลียน จนเด็กคนนั้นโมโหจนลุกมาต่อยมัน และแน่นอนโดนมันสวน จนล้มลงไป ก่อนที่มันจะค่อมตัวและรัวหมัดใส่เด็กนั่นจนนับไม่ถ้วน
“ทีมพอได้แล้ว” ยายหนูส่งเสียงบอกให้มันหยุด ก่อนจะวิ่งมาจับข้อมือมันไว้
“ปล่อย” มันหันมามองค้อนยัยหนู ก่อนจะสะบัดข้อมือออก อยู่ดี ๆ มันก็กระชากหัวยายหนู จนหน้าแหงนขึ้น
“โอ๊ย มันเจ็บนะ ปล่อย” ยายหนูพยายามดึงมือมันออกจากหัว น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม
“ชอบเสือกดีนักอีสัตว์ ทั้งมึงและพ่อของมึง” มันพูดพร้อมลากยายหนูออกมาหน้าห้อง มันดึงหัวยายหนูไว้ตลอดทาง เพื่อนในห้องคนอื่น ๆ ได้แต่ยืนมอง ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเธอไว้สักนิด
“พวกมึงฟังนะ ใครก็ตามที่ยุ่งกับอีนี่ กูจะไม่ปล่อยไว้สักคน” มันพูดจบก็ผลักยายหนูออกไป และเดินออกจากห้องไปเลย สมุนทั้งหลายของมันก็คอยเดินตามออกไปด้วย หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉากต่าง ๆ ที่ตามเข้ามา ก็เต็มไปด้วยฉากที่ยัยหนูโดนรังแก ไม่ว่าจะเป็การตัดผม ในขณะที่ยัยหนูกำลังนั่งกินข้าวกลางโรงอาหาร ก่อนจะเอาเส้นผมโยนใส่ถาดข้าว เทอาหารรดหัว รุมปาไข่ใส่ แต่เหตุการณ์ที่เหี้ยที่สุดก็คงเป็ฉากในห้องน้ำ ที่ไอพวกเหี้ยมันรุมถอดเสื้อยายหนู เหลือไว้แค่ชุดชั้นใน แล้วถ่ายรูปเอาไว้ ยังดีที่ไม่มีใครเหี้ยพอที่จะข่มขืนยายหนู ผมรับรู้แล้วว่าสายตาทั้งโกรธเกลียด และหวาดกลัวมันเป็เพราะอะไร แต่ผมไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้เลย ผมเลยตัดสินใจจะขอโทษเธอ
“ป้าเพ็ญครับ อยู่ไหมครับ” ผมะโเรียกป้าเพ็ญเพื่อนที่จะให้เธอพาผมไปหายายหนู
“อยู่จ้ะ ว่าไงจ๊ะคุณหนู” เธอะโตอบกลับมา
“พาผมไปหาแพรวาหน่อยครับ ผมมีเื่จะคุยกับเธอ”
“ให้ป้าไปตามหนูแพรมาให้ไหมจ๊ะ”
“ไม่ต้องครับ ผมอยากไปหาเธอเอง” หลังจากผมพูด ป้าเพ็ญก็เข้ามาพยุงผมขึ้นวีลแชร์ ก่อนจะพาผมไปหายายหนูที่ห้องที่ถัดจากห้องผมไปอีก3ห้อง
ก๊อก ๆ ๆ
“หนูแพรจ้ะ” ป้าเพ็ญเคาะประตูเรียกยายหนู
“จ้ะป้าเพ็ญ มีอะไรหรือคะ” เธอพูดพร้อมเดินออกมาเปิดประตู ทันทีที่เธอเห็นผม ก็จะปิดประตูหนี แต่ผมก็ห้ามเธอไว้
“เดี๋ยว ยายหนู ฉันมีเื่จะคุย”
“เหอะ มีอะไร” เธอเปิดประตุอีกครั้ง ก่อนจะหันมาถามผม
“คุยข้างในได้ไหม” ผมเงยหน้ามองเธอ ด้วยแววตารู้สึกผิด
“อืม” เธอพูดก่อนจะเปิดประตูให้กว้างขึ้น เพื่อให้รถวีลแชร์ของผมเข้าไปได้ ป้าเพ็ญเข็นผมเข้าข้างใน ก่อนจะจอดรถไว้ที่หน้าเตียง
“ป้าเพ็ญครับ ผมขอคุยกับแพรวาแค่2คนได้ไหมครับ” ผมบอกกับป้าเพ็ญเพื่อให้เธอออกจากห้องไปก่อน ผมไม่กล้ารับสารภาพผิดเื่เหี้ย ๆ แบบนี้ต่อหน้าคนอื่นแน่ ๆ
“ค่ะ คุณหนู” เธอพูดก่อนจะเดินออกไป หลังจากที่ป้าเพ็ญออกไปแล้ว ยายหนูก็ลงมานั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะหันหน้ามาถามผม พร้อมส่งสายตาโกรธเกลียดมองมาที่ผม
“มีอะไรก็พูดมา แต่ถ้าจะไล่ฉันออกจากที่นี่ ฉันก็ยินดี เพราะไม่ได้อยากจะอยู่แต่แรกแล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ฉันขอโทษ”
“ขอโทษในเื่อะไร เื่ที่นายจับตัวฉันแล้วหมดสติไปอะนะ”
“ไม่ใช่ แต่เพราะตอนนั้นความทรงจำฉันกลับมา”
“นาย้าจะสื่ออะไร” เธอถามผมด้วยความสงสัย
“เื่ที่ฉันเคยทำกับเธอ ท..ทะทุกอย่าง ความทรงจำที่ฉันเคยทำกับเธอทุกอย่างมันกลับมาหมดแล้ว ฮึก ฉะ..ฉัน ฉันขอโทษจริง ๆ” ผมพูดไปทั้งน้ำตา ผมรู้สึกสงสารเธอ ที่เธอต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดจากร่าง ๆ นี้ ผมร้องไห้ในฐานะลุงที่ปกป้องเธอไม่ได้
“นายร้องไห้ทำไม ทุกครั้งที่นายทำ นายดูมีความสุขกับมันเสมอนิ”
“ฉันรู้แล้วยัยหนู จะ..จากนี้ไปให้ฉันปกป้องเธอนะ ฉันจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธออีกเลย”
“เหอะ บนโลกนี้คนที่ทำร้ายฉันก็คงมีแต่นายคนเดียวแหละ” เธอพูดก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู
“ไม่มีไรจะพูดแล้วใช่ไหม นายกลับไปเถอะ แล้วเลิกเรียกฉันว่ายายหนูด้วย นายเป็ตาลุงอายุ50หรือไง ประสาทกลับไปแล้วหรอ เหอะ” เธอหันมาบอกผมก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อหาตัวป้าเพ็ญ
“ป้าเพ็ญคะ คุยเสร็จแล้วค่ะ พาเขากลับไปได้เลยค่ะ” เธอะโเรียกป้าเพ็ญ ก่อนที่ป้าแกจะมาพาผมกลับไปที่ห้อง พอเข้ามาในห้อง ป้าแกคงสังเกตเห็นน้ำตาของผม จึงได้ถามไถ่เหตุการณ์
“คุณหนูเป็ไงบ้างคะ”
“ป้าครับ ผมจะสามารถดูแลใครได้ไหมครับ”
“ได้สิคะ คุณหนูของป้าเก่งอยู่แล้ว” เธอพูดก่อนจะค่อย ๆ ลูบหัวผม
“ถ้าผมทำเื่เหี้ยๆ มา ป้าจะรังเกียจผมไหมครับ” ผมพูดออกไปทั้งน้ำตา
“ป้าไม่รังเกียจหรอกค่ะ ต่อให้เื่ที่คุณหนูว่ามา คุณหนูจะทำกับป้า แต่ถ้าป้าเห็นว่าคุณหนูรู้สึกผิดขนาดนี้ ป้าก็คงไม่กล้าที่จะโกรธเกลียดคุณหนูหรอกค่ะ” เธอตอบผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะกอดผมไว้
“เมื่อถึงเวลา เขาจะให้อภัยเราเอง” เป็คำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยิน ผมร้องไห้ในอ้อมกอดของป้าเพ็ญจนหลับไป เธอค่อยๆ พยุงตัวผมไปนอนที่เตียง ก่อนจะห่มผ้าให้ผม แล้วเธอก็เดินไปปิดไฟก่อนจะออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ