จอมยุทธแม่ลูกอ่อน

    ตอนที่ 26 . แม่มา



          ทั้งฟู่ถัง มู่จิและอู้เหมิงกง ในตอนนี้สภาพของทั้งสามไม่พร้อมที่จะสู้กับฉางเฟยเลยซักนิด อีกทั้งยังต้องรับมือกับพวกลูกสมุนของเขาอีก  ถือเป็นงานที่หนักเอาการต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหนแต่หากวรยุทธยังไม่ถึงขั้นก็ยากที่จะเอาชนะ ส่วนชิงหลงก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้เพียงแค่ยื้อเวลาเท่านั้นเพราะในตอนนี้ตนไม่ได้อยู่ในจุดที่จะได้เปรียบ 


    จุดที่ทำให้ฉางเฟยได้เปรียบเขามักจะไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไปเด็ดขาด และนี้ยังถือเป็นโอกาศอันดีที่เขาจะได้จัดการกับตาเฒ่าชิงหลง

    “ครั้งก่อนข้าพ่ายเพราะวรยุทธไม่ถึงเจ้า  แต่ครั้งนี้”พูดและแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวก่อนจะยกดาบในมือที่อาบไปด้วยเลือดขึ้นมา”ข้าจะได้จัดการเจ้าอย่างที่ข้าหวังล่ะ”

    “ข้ามันหนังเหนียว เจ้าจะเคี้ยวไหวเหรอ”


    ย๊า!!


          ฉางเฟยพุ่งเข้าหาพร้อมฟาดดาบในมือตนลงใส่ชิงหลง อีกฝ่ายใช้ไม้เท้าในมือของตนยกขึ้นรับการโจมตีของฉางเฟยทันที ทว่าพลังของชายหนุ่มนั้นเยอะกว่าครั้งก่อนมากจนทำให้ตาเฒ่าชิงหลงต้องกระอักเลือดออกมากองใหญ่

    “หลินเอ๋ออยู่ไหน!!”


    ผัวะ!!


    ใช้เท้าซัดเข้าที่อกของตาเฒ่าอย่างแรงทำเอาชิงหลงกระเด็นลงมานอนกองกับพื้นทันที อีกทั้งไม่รอช้าจัดการแกว่งดาบพร้อมรวมพลังใส่เข้าไป

    “วิชาดาบพิชิตมารโลหิต!  สูบกินเลือดเนื้อ!!!”

    “ท่านชิงหลงระวัง!!”เสียงของมู่จินตะโกนเตือนเมื่อนางได้ยินชื่อกระบวนท่า ยังจำได้ไม่ลืมถึงสิ่งที่ทำให้นางและอีกสองคนเกือบไม่รอดเพียงแค่โดนปลายของพลังที่แค่พาดผ่านเท่านั้น   ดาบใหญ่ในมือของฉางเฟยระเบิดพลังสีแดงฉานออกมาปรากฏดาบโลหิตขนาดยัก 


    ย๊ากกกกกก!!


           ไม่รอช้าจัดการฟาดคมดาบลงใส่หมายจัดการกับชิงหลงในดาบเดียว มู่จินเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาดึงตัวชิงหลงออกมาทันที และการฟาดฟันในคราเดียวก็ก่อให้เกิดพลังทำลายอันมหาศาล มากกว่าคราวก่อนเสียจนอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้เคียงเป็นต้องพังทลาย


    บึ่มมมม!!


           ฝุ่นควันจากการทำลายค่อยๆจางหาย เผยให้เห็นสิ่งที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังกระบวนท่าเดียวที่ฉางเฟยปล่อยออกมา  รวมถึงเจ้าของผลงานที่กำลังยืนถือดาบอยู่  ดาบใหญ่ที่มีโลหิตแดงฉานห้อมล้อมอยู่

    “ท่านชิงหลง”มู่จินกล่าวเรียกชายเฒ่าในอ้อมกอด  เสียเลือดมากแถมยังบอบช้ำภายใน  ตาเฒ่าหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแรง

    “หึ!.. ทีนี้บอกข้าได้หรือยังว่าหลินเอ๋อของข้าอยู่ที่ไหน”ถามพร้อมชี้ปลายดาบมาหาชิงหลงที่กำลังนอนกระอักเลือดอยู่  ทว่ามีเหรอที่ชิงหลงจะยอมพูด”ช่างดื้อด้านซะจริง  แต่ไม่เป็นไร ยังไงซะก็ยังมีคนที่ข้ายังสามารถหาคำตอบได้”

    “อยากพบนางอย่างนั้นเหรอ  อยากพบนางเจ้าต้องเจอกับข้าก่อน!”ฟู่ถังที่จู่ๆก็ปรากฏตัว ใช้กระบี่ในมือพุ่งเข้าหาและกระหน่ำกระบวนท่าใส่ฉางเฟยทันที และอีกฝ่ายก็ใช้ดาบของตนรับการโจมตีของเขาเอาไว้ได้ทุกกระบวนท่าเช่นกัน  ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ฟู่ถังหยุดจู่โจมแต่อย่างใด

    “ท่านชิงหลง ท่านอย่าเป็นอะไรนะ”มู่จินเอ่ยบอกในขณะพยายามช่วยรักษาด้วยกำลังภายในของนาง ทว่าตาเฒ่ากลับใช้มือของตนจับมือของนางเอาไว้พร้อมทั้งส่ายหน้าเบาๆ  ทำเอามู่จินต้องหลั่งน้ำตาออกมา

    “ไม่.. ไม่มีประโยชน์หรอก..”มู่จินกุมมือของตาเฒ่าแน่นในขณะร่ำไห้เงียบๆ  เสียงของการต่อสู้จากฟู่ถังและฉางเฟยดังอยู่ตลอดทำให้นางต้องปล่อยมือชิงหลงและคว้ากระบี่ของนางเอง 

    “ย๊า!!”


          ไวเท่าความคิดมู่จินพุ่งเข้ามาร่วมสู้ด้วยทันที สองกระบี่ปะทะกับหนึ่งดาบต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันจนกระทั้งเมื่อเห็นโอกาส  มู่จินใช้กระบี่ตนพุ่งเข้าเสียบแทงหมายเล่นงานที่ขาของฉางเฟย เจ้าตัวใช้วิชาตัวเบาลอยตัวขึ้นหนีการโจมตีทันที

    “ฟู่ถัง!  เราใช้กระบี่คู่สายลมกันเถอะ!”มู่จินหันไปกล่าวกับฟู่ถังและอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับทันที ทั้งสองจัดการกวัดแกว่งกระบี่ในมือรวบรวมพลังเข้ามาไว้ด้วยกัน

    “กระบี่คู่สายลม!”ทั้งสองตระโกนพร้อมกันรวมถึงพุ่งขึ้นเข้าจู่โจมฉางเฟยที่ลอยอยู่กลางอากาศ

    “หึ!  วิชาดาบโลหิต!  สูบกินเลือดเนื้อ!!!”


    ตูมมม!!!......


            ร่างของทั้งฟู่ถังและมู่จินล่วงหล่นลงมาหลังถูกวิชาของฉางเฟยเล่นงานเข้าอย่างจังจนกระบี่ในมือทั้งคู่แตกหักไม่เหลือ ในขณะที่ทั้งคู่นอนกระอักเลือดอยู่ฉางเฟยค่อยๆลอยลงมาโดยที่ร่างกายของเขาไร้แม้แต่ลอยขีดข่วนใดๆ  แววตาของชายหนุ่มมองสลับร่างของทั้งสองที่แม้จะลุกก็ไม่มีท่าที

    “นี่นะเหรอ ศิษย์ของหมู่ตึกบัณฑิต ข้าคงประเมินพวกเจ้าสูงไปจริงๆ”พูดจบก็ค่อยๆเดินไปหาร่างของชิงหลงที่ยังคงนอนอยู่  และเมื่อมาถึงฉางเฟยหยุดเดินและก้มมองร่างชายแก่”รู้สึกเช่นไรบ้าง  ทรมาณ เจ็บปวด  หรือว่าทั้งสองอย่าง”


          ชิงหลงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ฉางเฟยกลับส่งยิ้มให้กับเขาก่อนจะยืดตัวขึ้นตรงและหันไปมององครักษ์ทองคำที่คุมตัวเทียนเปาอยู่  ให้พานางออกมาหาเขา

    “รู้ไหมว่าข้าจะทำอะไรกับนาง ข้าจะทำให้นางบอกข้าว่าแม่ของนางอยู่ที่ไหน  ด้วยวิธีที่เจ้าเองก็คาดไม่ถึง”พูดจบก็ใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจิกผมของเทียนเปาที่ตอนนี้ถูกพันธนาการทั้งมือและเท้า  ปากก็ถูกผ้ามัดปิดเอาไว้ 

    “แต่ก่อนอื่นเลย ขอข้าจัดการเจ้าก่อนก็แล้วกัน!!!”

    “อื้อออ!!!!”เสียงของเทียนเปาร้องขึ้นเมื่อฉางเฟยยกดาบของตนหมายเสียบลงใส่ชิงหลงที่ขยับตัวไม่ได้


    ฟิ๊ววว!!  เป๊งง!!!


           ไวเกินกว่าสายตาจะตรวจจับได้ คมกระบี่ที่ถูกฟาดฟันมาจากทิศเบื้องหน้าพุ่งเข้าสกัดดาบของฉางเฟยจนทำเอาเจ้าตัวยังต้องผงะถอยห่างออกมาทันทีไม่วายดึงตัวเทียนเปาถอยมาด้วย 


    พรึบบบบ.....


          ก่อนที่ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนจะค่อยๆลอยตัวลงมาช้าๆตรงหน้าของร่างชิงหลง  และเมื่อสายลมที่ช่วยพามาสงบลง ฝุ่นควันจางหายเทียนเปาที่พยายามมองกลับต้องหลั่งน้ำตาพร้อมลอยยิ้มดีใจของนาง

    “หลินเอ๋อ...”เสียงของฉางเฟยที่เอ่ยชื่อของนางเบาๆ   เมื่ออีกฝ่ายเห็นเทียนเปานางจึงโล่งใจแต่ไม่ได้ออกท่าทีอะไรก่อนจะละสายตาไปมองฉางเฟยที่กำลังมองนางอยู่เช่นกัน

    “ปล่อยบุตรสาวของข้ามา”เอ่ยบอกเพียงเท่านั้น  ฉางเฟยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้ม

    “ของเจ้าเหรอ.. หึ! ลืมไปแล้วเหรอว่าหลินเฟยก็เป็นบุตรของข้าเช่นกัน!”

    “พ่อของนางตายไปแล้ว”หลินเอ๋อสวนกลับทันทีทำเอาฉางเฟยพูดอะไรไม่ออก”คืนพวกนางมาให้กับข้าหากเจ้ายังไม่อยากตาย”

    “ตายเหรอ เจ้าน่ะเหรอจะฆ่าข้า อย่างเจ้าน่ะเหรอหลินเอ๋อ!  เจ้ารักข้า!  ตลอดมาและตลอดไปเจ้าก็ไม่มีวันหมดรักข้า!!”


    ควับบ!! 


          เพียงขยับดาบยกขึ้น แก้มซ้ายของฉางเฟยก็ปรากฏรอยถูกเฉือนเป็นรอยยาวจนเจ้าตัวเองก็แทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ  จนกระทั้งเมื่อมารู้สึกเจ็บแสบขึ้นมา

    “ครั้งนั้นข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว  ครั้งนี้ก็เช่นกันแต่เจ้ากลับปฏิเสธมัน  เช่นนั้นข้าขอดับลมหายใจเจ้าด้วยมือข้าเองเถอะ!!”พูดจบก็ทิ้งตัวเทียนเอาแล้วพุ่งเข้าหาหลินเอ๋อทันทีในขณะที่นางยังไม่ขยับไปไหน

    “วิชาดาบโลหิต! สูบกินเลือดเนื้อ!!!  ย๊า!!!”ลอยตัวขึ้นกลางอากาศง้างดาบขึ้นเหนือหัวและรวมพลังใส่มันก่อนจะทิ้งตัวลงฟันใส่นางทันที


    บึ่มมม!!!!


           ถือเป็นอีกหนที่การใช้กระบวนท่านี้ของฉางเฟยสร้างความเสียหายไว้จำนวนมากหากแต่มันรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆที่เคยใช้ เล่นเอาสิ่งก่อสร้างหรือแม้เศษซากถูกกวาดหายไปจนหมด   ฉางเฟยคิดในใจเพียงว่ามันจบแล้ว 


          ทว่าเขาคิดผิดอย่างแรง   เพราะเมื่อทุกอย่างจางลงสิ่งแรกที่เขาเห็นคือหลินเอ๋อยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนปลายกระบี่ของนางยังชี้ลงพื้น แต่กระบี่ที่กำลังงัดดาบของเขาอยู่นั้นมาจากชายอีกคนในชุดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน


    ‘วิชากระบี่เจ็ดเซียนจุติ กระบวนท่าที่สาม  เซียนหมางหงกั่ว’


           เสียงภายในใจของหลินเอ๋อดังขึ้น ในขณะที่เซียนหมางหงกั่วใช้พลังของตนผลักฉางเฟยจนกระเด็นลอยออกห่างไปและตวัดกระบี่ในท่าเดียวกับหลินเอ๋อ


    มู่จินที่ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือจากอู้เหมิงกงซึ่งพึ่งจัดการกับพวกลูกสมุนหมด  รวมถึงช่วยฟู่ถังมาด้วยมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    “นั้นคือ”

    “แม่นาง  หลินเอ๋อ”ฟู่ถังตอบพร้อมยิ้มอย่างดีใจทันทีเมื่อได้เห็นนาง

    “แล้ววิชาที่นางใช้ล่ะ”อู้เหมิงกงถามต่อ

    “วิชากระบี่เจ็ดเซียนจุติ วิชาที่สามารถต่อกรกับดาบพิชิตมารโลหิตของฉางเฟยได้”


           ฉางเฟยเมื่อถูกอีกฝ่ายตอบกลับก็เริ่มปะทุความโมโหขึ้นทันที จัดการรวบรวมพลังของตนและส่งเสียงคำรามดังลั่นจนทำเอาคนอื่นๆต้องยกมือขึ้นปิดหู

    “วิชาดาบโลหิต!! ฟาดฟันหั่นกระดูก!!!”


    ‘วิชากระบี่เจ็ดเซียนจุติ  กระบวนท่าที่ห้า  เทพธิดายู่เฉิงไห่’


          หลังเสียงภายในจิตของหลินเอ๋อดังขึ้น ร่างแรกที่นางเรียกออกมาหายไปก่อนจะปรากฏร่างใหม่ซึ่งเป็นผู้หญิงออกมาพร้อมขลุ่ยหยกในมือซึ่งนางใช้แทนกระบี่ เมื่อฉางเฟยฟาดดาบจนเกิดเป็นคมดาบขนาดใหญ่ถึงสามคมดาบ  พุ่งเรียงรายเข้ามา  เทพธิดายู่เฉิงไห่จัดการใช้ขลุ่ยในมือตนตวัดฟาดทำลายคมดาบไล่เรียงทั้งสามจนหมดทันที


    ควับบ!  ควับ!!!


          ก่อนจะฟาดขลุ่ยในมือผ่านอากาศเกิดเป็นคมกระบี่สีเขียวขึ้นจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ฉางเฟยทันที  ทำเอาอีกฝ่ายต้องยกดาบขึ้นป้องกัน  แรงปะทะนั้นถึงจะไม่มากแต่เพราะจำนวนที่มาไม่หยุดก็ทำเอาฉางเฟยจะต้านทานไม่ไหวแล้วเช่นกัน

    “ท่านฉางเฟย!”แต่แล้วองครักษ์ทองคำที่มาช่วยเมื่อเห็นผู้เป็นนายกำลังเสียเปรียบจึงได้หยิบเอาขวานใหญ่ในมือจนขึ้นมาแล้วรีบพุ่งเข้าหาคนที่กำลังโจมตีผู้เป็นายทันที   เมื่อหลินเอ๋อเห็นเช่นนั้นจึงได้หยุดการโจมตี


    ‘วิชากระบี่เจ็ดเซียนจุติ  กระบวนท่าที่หนึ่ง  เซียนขี้เมาต้าจิงลี่’


           แล้วก็ปรากฏร่างของเซียนคนใหม่ขึ้นมาแทนคนเดิมทันที  สภาพที่เมามายและกระบี่ไม้ในมือเดินเซพุ่งเข้าหาองครักษ์ทองคำทันทีและเมื่ออีกฝ่ายใช้อาวุธของตนฟาดฟันใส่ ก็หลบได้อย่างสบายๆและใช้กระบี่ไม้ในมือพาดที่ลำตัวของอีกฝ่ายก่อนจะสะบั้นผ่านร่างไปในที่สุด  ทำเอาองครักษ์ทองคำล้มทั้งยืนทันที