“อาการแบบนี้เป็อะไรอีก มันงานนะช่วยแยกแยะหน่อย เธอโวยวายแบบนี้ใครที่ไหนจะอยากร่วมงานด้วย”
“พี่แคทคะ ก็มือช่างผมมันหนัก วิภาเจ็บ จะให้นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้มันดึงหัวเล่นอยู่หรือไงคะ”
“ช่างผมเขาทำผมให้เธอมาเป็สิบครั้ง ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าเขาจะมามือหนักเอาเฉพาะวันนี้” ผู้จัดการรู้ทันเดินมาดักด้านหน้า หมายให้หญิงสาวพูดความจริง
“ทะเลาะกับคุณชานนท์มาใช่ไหม” หญิงสาวเบี่ยงหน้าไปทางอื่นไม่ตอบคำถาม
“ไม่เชิง” ครู่หนึ่งจึงตอบเบาๆ
“เล่ามา” ผู้จัดการยกมือขึ้นกอดอกอย่างหน่ายใจ กับพฤติกรรมเอาแต่ใจของอีกฝ่าย ที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น จนแทบควบคุมไม่อยู่
“วันนี้เขาไปฮันนีมูนกับแม่นั่น ป่านนี้ยังไม่โทรมาหาวิภาเลย ทั้งที่เขารับปากเป็มั่นเป็เหมาะ”
“นั่นไง! เพราะเื่นี้เธอเลยไปลงกับช่างทำผม ใช้ได้ที่ไหนกัน เธอเป็ดาราช่วยเก็บอารมณ์ แยกเื่ส่วนตัวกับเื่งานออกจากกันก่อน ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะพังไปหมด แม้แต่ฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ แล้วเื่ที่เขาไปฮันนีมูนกัน เธอจะไปตามหึงแบบนี้มันไม่ไหวหรอก เขาเป็สามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง พี่อยากให้เธอเดินออกมาซะ ก่อนที่เธอเองเป็คนเจ็บ”
“แต่ชานนท์เขาบอกแล้วว่าจะหย่า”
“แล้วเขาหย่าหรือยัง” วิภาเงียบไม่ตอบ
“ฟังพี่นะ เขาไม่มีวันหย่ากับภรรยาเขา เพราะอะไรรู้ไหม เพราะคุณหนูนาเธอเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลพิยะพันธ์ แล้วยิ่งตอนนี้มรดกทุกอย่างตกมาเป็ของคุณหนูนาแล้ว ดังนั้นไม่มีวันที่เขาจะปล่อยภรรยาที่รวยมหาศาลแบบนั้นให้หลุดลอยไปหรอก”
“เขาไม่ได้แต่งเพราะทรัพย์สมบัติ แต่แต่งเพราะพ่อเขาบังคับ พี่แคท กรุณาเข้าใจใหม่ด้วยนะคะ”
“พ่อเขาบังคับเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่อย่างที่ฉันพูด เขาบังคับให้ลูกชายแต่งงานได้ อีกหน่อยเขาก็บังคับให้ลูกชายเลิกกับเธอได้เหมือนกัน ดังนั้นตัดใจซะ พี่เตือนได้เท่านี้ ส่วนเธอจะคิดเห็นอย่างไรก็ตามใจ แต่ตอนนี้รีบกลับเข้าไปทำผมให้เสร็จ ทุกคนรอเธออยู่คนเดียว”
“ที่นี่สวยจังเลยนะคะ หนูนาไม่เคยมาพักผ่อนแบบนี้นามมากแล้ว” หญิงสาวนั่งลงบนโขดหินสีขาวด้านข้าง พลางปัดมือเพื่อเอาเศษฝุ่นที่เปื้อนออก แล้วเงยหน้ารับลมบริสุทธิ์จากธรรมชาติ
“ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าจะสวยงามสงบเงียบได้ขนาดนี้” ชายหนุ่มย่างเท้าเข้ามาแล้วย่อตัวลงนั่งที่โขดหินอีกก้อน ก่อนจะเผลอหันมองใบหน้าสวยผุดผ่องของภรรยา ทั้งสองสบตากันเพียงไม่กี่วินาที รอยยิ้มแสนบริสุทธิ์ของหญิงสาวทำเอาเขาต้องแสร้งเบือนหน้าไปทางอื่น