“เฮ้ย พวกมึง! ดินสอกูหาย!”
เสียงไอ้แป๊ะ ป.3 ดังลั่นจากหลังห้อง เหลือแค่เสียงกลืนลมหายใจกับขนมอบกรอบบนพื้น กล่องเละ ๆ ที่มีรอยเท้าบางอย่างเหยียบซ้ำเกินสองครั้ง
“เมื่อเช้าอยู่ในกระเป๋าแน่ ๆ เลยนะเว้ย!” แป๊ะพูดตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้
“หรือจะโดนยึดวะ?” เวฟกระซิบกับแทนขณะเก็บเศษซากขนมที่ปั้นกำลังนอนดูอยู่ข้าง ๆ แบบไม่มีเจตนาช่วย
“ใช่แน่” แบคพูดทันที “สองวันนี้โดนกันไปสามสี่คนแล้ว ดินสอ ยางลบ ขนม ทั้งที่ซื้อจากพวกเราแท้ ๆ”
แทนไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจรู้ดีว่าเื่นี้มันไม่ใช่เื่บังเอิญ
มันคือ “ฝีมือบอล”
หลังจากวันนั้นที่บอลถอยไปแบบไม่พูดอะไร แทนก็รู้ว่ามันไม่ได้หมายถึงความพ่ายแพ้จริง ๆ มันแค่รอ “แก้หน้า” ด้วยวิธีอื่น
และวิธีของเด็ก ป.6 แบบมัน…คือเล่นงานเด็กเล็กที่ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้
“เฮ้ย พวกมึงรู้ใช่มั้ยว่าใครทำ” แทนถามพลางนั่งพับเพียบเรียกประชุมใต้ต้นไม้
“รู้ดิ” ฟลุ๊คตอบทันที “พวกบอลทั้งนั้น แต่แม่งทำเนียนมาก หลบครูตลอด แถมยังเลือกแต่คนที่ไม่มีพวก”
“อย่างแป๊ะ อย่างน้อง ป.2 ที่ซื้อกิ๊บจากพี่วันก่อน…” บิ้กพูดพลางพลิกสมุดบัญชีจดยอดขนมที่ขายหาย
“ถ้าอย่างนั้น…เราต้องจบมันก่อนที่จะกลายเป็ปัญหาใหญ่” แทนพูดเรียบ ๆ
“ยังไง?” เวฟถาม
แทนยิ้มมุมปาก “คุยกันแบบลูกผู้ชาย”
เย็นวันถัดมา สนามว่างข้างโรงเรียน กลางแดดอ่อนยามเย็น แทนยืนกอดอกมองเด็ก ป.6 คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมลูกสมุน
บอล.
“มึงเรียกกูมาทำไม?” เสียงห้วน หัวร้อน ชัดเจน
“แค่จะถามว่า พี่จะเอายังไงกันแน่? จะอยู่ด้วยกันดี ๆ หรือจะเล่นลับหลังไปเรื่อย ๆ”
บอลจ้องหน้าก่อนจะเหยียดยิ้ม “อยากเป็ลูกพี่ก็พูดดี ๆ สิวะ ไม่ต้องแกล้งทำเป็พระเอก”
“ไม่” แทนตอบเรียบ “เพราะลูกพี่ไม่ใช่ตำแหน่งที่ขอได้ แต่ต้องได้มาจากการยอมรับ…แล้วตอนนี้ พี่ยังไม่เหมาะ”
บอลกัดฟัน “งั้นต่อยกันเลยดิ มึงสู้ได้ก็เป็ลูกพี่ไปเลย!”
แทนถอนหายใจ ก่อนถอดรองเท้าแตะวางลงข้างสนาม เดินเข้ามากลางวง ขณะเด็กคนอื่นเริ่มรวมตัวดูเงียบ ๆ
เสียงฝีเท้าแรกของบอลดังขึ้น พร้อมหมัดขวาเหวี่ยงเข้ามา
แต่แทน…หลบ
หมัดซ้ายตามมา – หลบอีก
หมัดที่สาม – หลบ พร้อมกับก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว แล้ว…
“ตุ้บ!”
หมัดสั้นๆ หนึ่งที ลงที่ท้องของบอลแบบพอดี ไม่หนักเกินไปแต่ก็จุกพอให้ทรุดลงนั่งน้ำตาซึม
“กะ…กูแพ้แล้ว…”
เสียงนั้นดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับมือที่วางลงกับพื้น หัวก้มต่ำ หยาดน้ำตาหยดลงดิน
แทนเดินเข้าไปยื่นมือให้
“ไม่มีใครต้องชนะหรือแพ้หรอก ถ้าพี่อยากอยู่ด้วยกันดี ๆ เราก็พร้อมต้อนรับเสมอ แต่ถ้าจะใช้อำนาจกับพวกเด็กที่ไม่มีทางสู้ กูไม่ยอม”
บอลจับมือแทนขึ้นมา ยืนขึ้นช้า ๆ ก่อนพยักหน้า “เข้าใจแล้ว…ลูกพี่”
เย็นวันนั้น กลุ่มหลักของแทนนั่งล้อมกันใต้ต้นไม้ของของ กินข้าวโพดคั่วกันพลางหัวเราะกับเื่วันนี้
“กูว่าแทนแม่งเป็ลูกพี่แบบ…แม่งไม่เหมือนลูกพี่” เวฟพูดพลางเคี้ยวป๊อบคอร์น
“เหมือนอาจารย์เถื่อนอะ” ฟลุ๊คแทรก
“กูยังไม่เชื่อเลยว่าพวกมึงจริงจังขนาดทำบัญชี” ปั้นพูดแล้วหัวเราะ
แทนลุกขึ้นไปหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาเปิดหน้ากระดาษที่เขียนว่า:
“การแบ่งหุ้น: กลุ่มหลัก 5 คน – ฟลุ๊ค เวฟ บิ้ก แบค ปั้น – ได้ส่วนแบ่งกำไรคนละ 15% รวม 75%
แทนไม่รับส่วนตัว ถือในนามกองกลางเพื่อพัฒนากลุ่ม”
“จริงจังดิ” แทนพูด “พวกมึงทำงานกันหนัก ต้องได้ค่าตอบแทน ส่วนของกูไว้เป็ทุนหมุนเวียน”
บิ้กยิ้มพลางนับเหรียญที่หยอดใส่กล่อง “โห…ถ้ามีแบบนี้ตอนโต มึงต้องเป็รัฐมนตรีแน่ ๆ”
แบคยักคิ้ว “ไม่อะ กูว่าแทนเหมาะเป็เ้าพ่อใต้ต้นไม้มากกว่า”
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน
และในค่ำคืนหนึ่ง แทนนั่งอยู่เงียบ ๆ คนเดียวหน้าบ้าน มองดวงดาวเหนือฟ้า พลางเขียนในสมุดเล่มเดิม
“เด็กทุกคนมีศักยภาพ ถ้าเราช่วยกันผลักให้ถูกทาง…”
“…แม้แต่บอล ก็เปลี่ยนได้”
เขาปิดสมุดลงเบา ๆ ก่อนยิ้มมุมปาก
โลกใบนี้มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่ “เด็กบางคน” อาจไม่ต้องกลายเป็ผู้ใหญ่ที่ผิดทาง ถ้ามีใครสักคน…ยื่นมือให้ก่อนที่จะสายเกินไป