มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 58 ราคาที่ต้องจ่าย

    ………………………

     

    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก……” ศรีสมรหอบถี่  แผ่นหลังพิงประตูทางเข้าตำหนัก  ใจรู้สึกเต้นตูมตามจนแทบระเบิด 


    “ เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น  นี่เราเกือบจะโดนข่มขืน  ใช่มั้ย ” สาวใหญ่วัยสะคราญถามตัวเอง  ความรู้สึกแลสับสนไปหมด  อันอยู่ระหว่างสยองปนสยิว  นางเลยใช้เวลาทำใจอยู่นานพอดู  สุดท้ายก็สงบลง


    “ ฟู่……แต่สุดท้าย  เราก็อยู่รอดปลอดภัย  ดังนั้นรีบไปหาท่านอาจารย์ดีกว่า ”


     

                ทันทีที่สิ้นความคิด  สาวใหญ่ก็ตกใจจนแทบกรี๊ด…ด้วยจู่ๆ  ท่านอาจารย์ใหญ่ก็ดันมาปรากฏตัวตรงหน้าซะอย่างนั้น  เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยละอ่อน  แต่สีหน้ากลับกระด้างดุจแผ่นเหล็กเรียบๆที่ถูกวางทิ้งกลางหิมะ 


    “ ทะ….ท่านอาจารย์ ” ศรีสมรขนานนาม  แต่ยังคิดคำพูดถัดไปไม่ออก  เพราะยังอึ้งอยู่  อาจารย์หนุ่มจึงพยักหน้าให้นิดนึง  ก่อนจะกล่าวแผ่วเบา 


    “ เจ้าโชคดีที่รอดมาได้  วันนี้จะมาเพิ่มของรึไง ”


     

                พอได้ยินอาจารย์หนุ่มพูดแบบนั้น  ศรีสมรก็เก็ตทันทีว่า….คนผู้นี้รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  ทำให้แอบเดือดที่ไม่ยอมช่วยเหลือ  แต่สุดท้าย  สาวใหญ่วัยสะคราญก็กล้ำกลืนทุกอารมณ์  เพราะความเกรงกลัวต่อหมอไสยศาสตร์ตรงหน้ามีอิทธิพลมากกว่า


     

               กระนั้นอาจารย์หนุ่มก็เหมือนจะเข้าใจทุกสิ่ง  จึงอธิบายความเป็นไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยดุจเดิม 


    “ ส่วนสาเหตุที่ข้าไม่ยอมช่วย  ทั้งที่หยุดไอ้ยอดได้ง่ายๆ  เป็นเพราะเวลาเราที่เลี้ยงสัตว์ป่า  จะคุมขังมันให้อยู่ในกรงอย่างเดียวไม่ได้  ต้องปล่อยให้อาละวาดบ้าง  จึงจะไม่เสียสมดุล ”


     

               คำตอบนั้นไม่ได้ช่วยให้ศรีสมรรู้สึกดีขี้นมาเลย  ตรงกันข้าม  กลับเสื่อมจิตหนักกว่าเก่า  ประมาณอยากตัดพ้อว่า “สรุปนี่ชั้นเป็นเหยื่อให้หมาป่าที่อาจารย์เลี้ยง  ได้ฝึกล่าหรือไง”  แต่สุดท้ายก็ชะงักวาจา  พร้อมแจงเสียงขุ่น 


    “ ค่ะ  เข้าใจแล้ว  และในวันนี้  ดิชั้นจะมาปรึกษาท่านอาจารย์ในเรื่องทำของ ”


     

                อาจารย์หนุ่มที่แลเป็นผู้ใหญ่เกินวัย  ดูไม่ใส่ใจน้ำเสียงของลูกศิษย์สาววัยสะคราญ  จึงผายมือไปยังห้องทำพิธี  พร้อมกล่าวเชื้อเชิญ 


    “ งั้นตามข้ามา  เราจะไปคุยกันข้างใน ” 


    ………………………… 

                 

           ภายในห้องทำพิธียังดูเข้มขลังดุจเดิม  บรรยากาศเต็มไปด้วยความหนักหน่วง  อาจเป็นเพราะหิ้งบูชาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นอสูรที่น่าสะพรึง  หรือไม่ก็ได้รับอิทธิพลจากดวงไฟสีส้มบนเพดานที่หรี่จนเกือบดับ  และถึงศรีสมรจะเคยเข้าห้องนี้มาหลายครั้ง  แต่นางก็ไม่เคยคุ้นชินหรือชื่นชอบมันเลย 


    “ บรื้อ….ที่นี่น่าขนลุกชะมัด  ถ้าเป็นไปได้  ไม่อยากมาอีก ” ศรีสมรห่อกาย  ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนเสื่อสาน  โดยมีอาจารย์หนุ่มวัยละอ่อนนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้า  


    “ เอาล่ะ  ทีนี้มีอะไรก็ว่ามา ” สำเนียงที่อาจารย์หนุ่มเอื้อนเอ่ย  ดูแตกต่างกว่าครั้งก่อนๆ  คล้ายกับว่าคนผู้นี้จะอ่านออกว่าคุณนายสาวมีเจตนาที่ไม่เหมือนเดิม 



                ศรีสมรดูอึดอัด  เธอเงียบไปอึดใจหนึ่ง  ก่อนจะเริ่มไถ่ถาม  ด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก 


    “ เอ่อ…..พอดีหนูอยากจะถามอาจารย์เรื่องนึง  ไอ้ของที่เคยทำใส่คน  เราสามารถถอนมันได้มั้ย ”


     

                 หลังสิ้นสุดคำถาม  มุมปากของอาจารย์หนุ่มเหมือนกระดกขึ้นมานิดๆ  เป็นนัยว่าจะยิ้ม  แต่สุดท้าย  สีหน้าของเขาก็กลับมาไร้อารมณ์เหมือนเดิม  พร้อมปล่อยกระแสเสียงที่ราบเรียบ  ดุจน้ำนิ่งในบ่อลึก 


    “ สามารถทำได้  เจ้าอยากจะถอนของที่เคยทำใส่ไอ้ณัฐ  ผัวเด็กของเจ้ารึ….”


     

                ศรีสมรผวาอีกครั้ง  เพราะเธอจำได้ว่าตัวเองไม่เคยบอกชื่อผัวหนุ่มให้ท่านอาจารย์รับรู้  แต่จากร่วมสองเดือนที่ไปมาหาสู่กัน  เลยเห็นปาฏิหาริย์แบบนี้มาหลายครั้ง  ความแปลกใจจึงมีไม่มากนัก 


    “ อ่า….ใช่ค่ะ  ดิชั้นต้องการแบบนั้นจริงๆ ” 


    “ ทั้งที่รู้ชัดว่า…ถ้าหยุดทำ  ผัวเด็กของเจ้าจะเลิกสนใจ ” อาจารย์หนุ่มตามติด  ทำให้ศรีสมรสะอึก  ก่อนจะก้มหน้ารับคำแผ่วเบา 


    “ ค่ะ  ท่านอาจารย์  ดิชั้นอยากให้ถอนของ ”


     

                อาจารย์หนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะตอบกลับเบาๆ  น้ำเสียงเยือกเย็น 


    “ งั้นก็ทำได้  แต่หลังจากถอนของ  มันจะมีกฎสามข้อ  ที่เจ้าต้องห้ามฝ่าฝืนเป็นอันขาด ” 


    “ อ้า….กฎสามข้อนั้นคืออะไรคะ ” ศรีสมรตกใจเล็กน้อย  กายอวบอัดสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด  อาจารย์หนุ่มเลยมองหน้านิ่งๆอยู่อึดใจ  ก่อนจะคลายความสงสัย 


    “ ข้อแรกก็คือ….เจ้าห้ามกินมะเขือยาวตลอดชีวิต ” 


    “ หา……อะไรกันคะ  มีข้อห้ามแบบนี้ด้วยเหรอ ” คราวนี้คุณนายสาวตกใจจนร้องเสียงหลง  ความรู้สึกเเอบเจือปนความเสียดาย  ด้วยมะเขือยาวนั้นคือ…อาหารโปรดของเธอ 


    “ ใช่แล้ว  อย่าได้เอามันเข้าปากเป็นเด็ดขาด ” อาจารย์ยืนยัน  สีหน้าจริงจัง


     

                เมื่อได้รับประกาศิตเช่นนี้  ศรีสมรได้แต่ต้องยอมคล้อยตาม  กระนั้นเจ้าหล่อนก็ไม่วายต่อรอง 


    “ เอ่อ…ถ้านานๆที  พอจะรับประทานได้มั้ยคะ  เพราะดิชั้นชอบมันมาก ”


     

               เหมือนแววระอาจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของอาจารย์หนุ่มแวบนึง  ก่อนจะเลือนหายไป  พร้อมวาจาเสียงโมโนโทนที่หลุดจากปาก 


    “ ย่อมได้  แต่ทุกครั้งที่กินมัน  จะทำให้สติของเจ้าวิปลาสไปทั้งคืน ” 


    “ สติวิปลาส…หมายถึง…บ้า  ใช่มั้ยคะ ” ศรีสมรทวนคำ  เพราะไม่เข้าใจ  ทำไม...แค่กินผักชนิดหนึ่ง  เธอถึงต้องกลายเป็นบ้า  แต่ไม่นาน  อาจารย์ก็แถลงไข 


    “ ใช่แล้ว  และเหตุที่เป็นเช่นนี้  เพราะของที่ฝังในตัวเจ้าจะแผลงฤทธิ์ทันทีที่มะเขือยาวเข้าปาก  ด้วยมันคือข้อห้ามที่เจ้าของอาคมได้บัญญัติขึ้นมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ” 


    “ ละ….แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง  หนูจะมีอาการยังไงบ้างคะ  ถึงขั้นอาละวาดฆ่าคนมั้ย ” คุณนายสาวยังคงถามต่อ  ท่าทางตระหนก  อาจารย์หนุ่มจึงเฉลยให้หายสงสัย 


    “ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก  เจ้าจะแค่ควบคุมตัวเองไม่ได้  และอยากเสพสังวาสโดยไม่เลือกหน้าเพียงอย่างเดียว


     ” 

                 ความเงียบงันเข้ามาเยือนทันควัน  และพอสาวใหญ่วัยสะคราญตั้งสติได้  เธอก็เริ่มวีนแตก 


    “ นี่มันข้อห้ามอะไรกันคะ  บ้าบอที่สุด  อาจารย์ดึงของออกแบบถาวรเลยไม่ได้หรือ  จ่ายเท่าไหร่ก็ได้  ดิชั้นพร้อมโอน….”


     

                แม้เจ้าหล่อนจะยัดเงินก้อนโตชนิดอันลิมิต  แต่อาจารย์หนุ่มดูเมินเฉย  ราวกับมองไม่เห็นคุณค่าของกระดาษที่มนุษย์อุปโลกน์  มิหนำซ้ำยังจ้องกลับ  พร้อมท้วงติงถึงสิ่งๆนึง 


    “ จำได้มั้ย  ในตอนที่เจ้าพบข้าครั้งแรกเมื่อสองเดือนก่อน  ข้าเคยถามว่า……เจ้าพร้อมทำเรื่องแบบนี้มั้ย  เพราะถ้าเริ่มแล้ว  มันจะไม่มีทางถอยหลัง ”


     

                 น้ำเสียงที่เยือกเย็น  และประกายตาที่ว่างเปล่าของหมอไสยศาสตร์  ทำให้ศรีสมรรู้สึกหวาดหวั่น  เลยพยายามนึกทบทวนอยู่อึดใจ  จึงจดจำได้ว่า…อาจารย์หนุ่มเคยพูดแบบนี้จริงๆ  จึงกล่าวเสียงอ่อยแบบคนสำนึกผิด 


    “ อ่า…จำได้ค่ะ  ดังนั้นก็แปลว่า…..” 


    “ แปลว่า….มันจะต้องเป็นแบบนี้ต่อไปจนกว่าวิญญาณของเจ้าจะไปสู่ปรภพ ” อาจารย์หนุ่มต่อให้จบ  ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงที่ชวนขนหัวลุกเลยทีเดียว


     

                  ศรีสมรไร้คำพูดใดๆ  มีแววหลอนปรากฏบนใบหน้าเนียนใส  และไม่ถึงชั่วเคี้ยวหมากแหลก  อาจารย์หนุ่มก็กล่าวถึงกฎข้อสอง 


    “ ข้อสอง  เจ้าต้องห้ามด่าใครในเวลากลางคืน ” 


    “ หา……” ศรีสมรร้องเหวออีกครั้ง  เพราะข้อห้ามนี้ดูจะแปลกกว่ากฎข้อแรกเสียอีก  ร้อนถึงอาจารย์ต้องแจงให้เข้าใจ 


    “ เหตุที่เป็นแบบนี้  เพราะรอบตัวเจ้ายังมีผีพรายที่ข้าเรียกมาใช้งาน  คอยวนเวียนอยู่  เจ้าพวกนี้จมูกไวต่อกลิ่นอายด้านลบ  โดยเฉพาะตอนกลางคืน  ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ” 


    “ แบบนี้ก็แปลว่า……” ศรีสมรเริ่มคาดเดาถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตน  ซึ่งไม่ผิดไปจากความจริง  เพราะอาจารย์หนุ่มเป็นฝ่ายเฉลยจากปาก 


    “ ก็แปลว่า…ถ้าเจ้าด่าใครในตอนกลางคืนเมื่อไหร่  ภูตพรายพวกนี้จะปรากฏตัวให้เห็น ” 


    “ เหวอ……” ศรีสมรแทบจะกระโดดหนี  สายตาเหลือบมองไปรอบกาย  อาการบ่งบอกว่าหวาดระแวง 


    “ ไม่ต้องกลัวไปหรอก  ขอเพียงไม่ด่าหยาบคายในตอนที่อาทิตย์ตรงดิน  ไอ้พวกที่รายล้อม  ก็ไม่อาจโผล่มาให้เจ้าเห็นได้ ” อาจารย์หนุ่มสาธยายต่อ  ซึ่งถ้าพิจารณาจากเนื้อความ  ก็ใกล้เคียงกับคำปลอบใจ  ศรีสมรเลยนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่นึง  ก่อนจะแอบขบคิด  


    “ อืม…จะว่าไป  ข้อห้ามนี้ก็ไม่แย่เท่าไหร่  แค่ทำใจให้เย็นๆ  หลีกเลี่ยงการพบหน้าใครในตอนกลางคืน  ก็พอจะรอดตัวแล้ว ”

      


               ทว่ากฎเกณฑ์ทั้งหลายยังไม่หมดแค่นั้น  ท่านอาจารย์จึงเผยถึงบัญญัติข้อสุดท้าย 


    “ ข้อที่สาม  หลังจากถอนไสยศาสตร์ที่กระทำ  เจ้าต้องห้ามมองหน้าใครเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ” 


    “ หา……ไม่จริงน่า….” คราวนี้ศรีสมรถึงกับผุดลุกขึ้นยืน  เพราะมันเป็นอะไรที่หนักหนาขั้นสุด  ด้วยถ้าเป็นแบบนั้นจริง  เท่ากับว่า…เธอต้องเสียเวลาทำงานไปหนึ่งวันเต็ม  เลยลองต่อรองหมอไสยศาสตร์วัยละอ่อน 


    “ อะ..เอ่อ…ข้อนี้เห็นจะทำไม่ได้ค่ะ  เพราะดิชั้นอาจสูญเสียรายได้มหาศาล  ด้วยมีการงานที่ต้องเข้าไปควบคุม  ดังนั้นพอจะอะลุ้มอะล่วยได้มั้ยคะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน