บทที่ 22 เข้าสู่ตำหนักนิพพาน
ตำหนักนิพพาน หนึ่งในห้าสายหลัก
เมื่อเซียวนั่วเดินทางมาถึงตำหนักนิพพาน ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
ูเาโบราณที่ตั้งตระหง่านราวกับเสาที่พุ่งตรงขึ้นไปในหมู่เมฆ บนจัตุรัสโบราณตรงหน้า ปรากฏแผ่นศิลาขนาดใหญ่ที่สลักคำว่า ‘ตำหนักนิพพาน’ เอาไว้
แผ่นศิลาดังกล่าวมีขนาดสูงมากกว่าสิบจั้ง ซึ่งมีรอยด่างดำจำนวนมากและมีบรรยากาศเคร่งขรึม
ชายหนุ่มสับสนมึนงง ในฐานะของหนึ่งในห้าสายหลักของสำนัก ตำหนักนิพพานแห่งนี้เงียบเกินไป
พึงรู้ไว้ว่าสำนักพยับเร้นลับนั้นมีศิษย์มากกว่าแสนคน โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตำหนักจะต้องมีศิษย์มากกว่าสองหมื่นคนเป็อย่างน้อย
แต่คนกว่าสองหมื่นคนของตำหนักนิพพานอยู่ที่ใด?
อย่าว่าแต่สองหมื่นคนเลย เพราะดูเหมือนจะมีไม่ถึงสองพันคนด้วยซ้ำ
ในเวลานี้ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของจัตุรัส ร่าง ๆ หนึ่งก้าวออกมาจากในความมืด
“ข้ารู้สึกได้ว่าค่ายกลคุ้มกันของตำหนักถูกเปิดออก แถมยังดึกมากแล้ว มีธุระอะไรกับตำหนักนิพพานของข้าอย่างนั้นหรือ?"
หลังจากนั้น ชายหนุ่มที่สวมชุดธรรมดาก็เดินมาตรงหน้าของเซียวนั่ว
ชายผู้นี้ดูธรรมดาและมีแววตาอ่อนโยน
ร่างผอมสูงตอบโดยไม่ต้องคิด “ข้าเพิ่งเข้าร่วมสำนักพยับเร้นลับ และข้าก็เป็ศิษย์ใหม่ของตำหนักนิพพาน!"
"หือ?" ชายหนุ่มตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเดินวนรอบเซียวนั่วสองครั้ง สีหน้าเปลี่ยนจากความสงสัยเป็อย่างรู้อยากเห็น และท้ายที่สุดก็เปลี่ยนเป็ดีใจ “เด็กดี เ้าเป็คนมีวิสัยทัศน์ ข้ารับประกันได้ว่านี่จะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในชีวิตของเ้า ฮ่า ๆๆๆ..."
หลังจากหัวเราะเสียงดัง ชายตรงหน้าก็เอ่ย "ข้าแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีศิษย์ใหม่เดินทางมายังตำหนักนิพพานคือเมื่อใด"
เมื่อเอ่ยเช่นนั้น อีกฝ่ายก็ประสานหมัดคารวะ
“นับแต่นี้ไป เ้าคือศิษย์น้องที่อายุน้อยที่สุดในตำหนักนิพพานของเรา ข้ามีนามว่ากวนเซี่ยง เป็ศิษย์พี่ของเ้า... เ้ามีนามว่าอะไร?"
"เซียวนั่ว!"
“เป็ชื่อที่ไม่เลวเลย เหมาะกับความสามารถอันโดดเด่นของเ้า"
เห็นได้ชัดว่ากวนเซี่ยงนั้นยินดีกับการมาถึงของศิษย์คนใหม่เป็อย่างมาก
เซียวนั่วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาถาม "ไม่ใช่ว่าตำหนักนิพพานคือหัวหน้าของตำหนักทั้งห้าหรอกหรือ? เหตุใดข้าถึงไม่เห็นคนอื่นเลย?"
"หัวหน้าของตำหนักทั้งห้า? ผู้ใดเป็คนบอกเ้า?" กวนเซี่ยงดูเหมือนกับหนูที่ถูกเหยียบหาง
"คนผู้นั้นโกหกข้าอย่างนั้นหรือ?"
กวนเซี่ยงกลอกตาและส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่ ไม่ เขาไม่ได้โกหกเ้าอย่างแน่นอน ตำหนักนิพพานคือหัวหน้าของตำหนักทั้งห้า ฟังศิษย์พี่ของเ้า ที่นี่เหมาะกับเ้าอย่างแน่นอน อย่าคิดที่จะหนี… ข้าปิดประตูแล้ว เ้าหนีไม่ได้แล้ว!"
กวนเซี่ยงก้าวไปข้างหน้าและกอดไหล่ของเซียวนั่ว จากนั้นดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามา
“สำหรับคำถามที่สอง มันเป็เพราะว่าพี่น้องของตำหนักนิพพานต่างมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะ พวกเขาจึงไม่ค่อยออกมา ข้าจะพาเ้าไปที่ศาลา และข้าจะแจ้งกับศิษย์พี่คนอื่น ๆ ในภายหลัง พวกศิษย์พี่หญิงเองก็จะมาพบเ้าเช่นกัน..."
แขนของกวนเซี่ยงรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงนิด ศิษย์คนใหม่อันแสนล้ำค่าจะหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เซียวนั่วส่ายหน้าไปมา ดูเหมือนว่ามันจะมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับตำหนักนิพพานแห่งนี้จริง ๆ
แต่ชายหนุ่มก็ไม่มีที่ให้ไปแล้ว อีกสี่ตำหนักไม่้าทำให้เหลียงซิงเฉินไม่พอใจ แม้ตำหนักนิพพานจะแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็มีที่ให้อยู่
"ตำหนักนิพพานมีคนอยู่กี่คนหรือ?" เซียวนั่วถาม
“เรามีคนอยู่ไม่มากนัก ตำหนักของเรานั้นดำเนินอยู่บนเส้นทางของยอดฝีมือ" กวนเซี่ยงยังคงหลอกต่อไป
เซียวนั่ว "..."
ในเวลานี้ กวนเซี่ยงก็ถามขึ้น “ศิษย์น้องเซียวนั่ว ระดับขั้นของเ้าเป็อย่างไร? อยู่ระดับใดแล้ว?
"ขั้นก่อร่างระดับเก้า!"
"ระดับเก้า? ต่ำกว่าศิษย์พี่ของเ้าเล็กน้อย ถือว่าไม่เลว ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่เ้าฝึกฝนอย่างหนัก ก้าวไปข้างหน้า และยึดมั่น ข้ารับประกันได้เลยว่าใช้เวลาเพียงไม่นานเ้าจะต้องทะลวงสู่ขั้นสร้างรากฐานได้อย่างแน่นอน เ้าเข้ามาทางประตูหลัง หรือท้าทายบันไดหมอก? เ้าดูไม่เหนื่อยมาก เ้าคงจะมาทางประตูหลังใช่หรือไม่?
"ข้า..."
“ไม่เป็ไร การเข้าทางประตูหลังใช่ว่าไม่ดี เ้าไม่จำเป็ต้องรู้สึกอาย หากมีพร์มากพอ สิ่งอื่น ๆ ก็ไม่สำคัญ ความแข็งแกร่งสามารถพัฒนาได้ ในอนาคต ศิษย์พี่จะเป็ผู้ดูแลการฝึกฝนของเ้า ข้าเป็อัจฉริยะขั้นสร้างรากฐานระดับสาม ข้าสอนเ้าได้สบาย!”
ยิ่งกวนเซี่ยงพูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกระตือรือร้นมากเท่านั้น ในขณะที่เซียวนั่วเลือกที่จะเงียบ
เมื่อเห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของเด็กคนนี้ กวนเซี่ยงก็ลอบพยักหน้ากับตัวเอง ดูเหมือนว่าคำพูดของตนจะทำให้อีกฝ่ายซาบซึ้งใจอย่างมาก เป็เด็กดีจริง ๆ
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
กวนเซี่ยงก็พาศิษย์น้องคนใหม่ไปยังศาลา
“ศิษย์น้องเซียวนั่ว ศิษย์พี่โหลวชิงและคนอื่น ๆ กำลังเรียนภาคค่ำอยู่ที่ ‘จวนหลิงอิน' ใกล้จะเสร็จแล้ว ข้าจะพาเ้าไปพบเขา!” กวนเซี่ยงเอ่ย
ชายหนุ่มงุนงง "ข้าไม่ต้องไปพบกับท่านจ้าวตำหนักก่อนหรือ?"
“ท่านจ้าวตำหนักไม่ได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้ ตำหนักนิพพานได้รับการจัดการโดยรองจ้าวตำหนัก แต่รองจ้าวตำหนักนั้นยุ่งมาก ดังนั้นข้าจึงพาเ้ามาพบศิษย์พี่โหลวชิงก่อน โดยปกติแล้ว ศิษย์พี่โหลวชิงจะเป็ผู้ดูแลภายในตำหนักนิพพาน"
ขณะที่เอ่ย กวนเซี่ยงก็เดินนำไปในจวนหลิงอิน
ห้องโถงขนาดใหญ่ถูกปูด้วยไม้สีแดง และมีโต๊ะยาวมากกว่าสิบโต๊ะวางอยู่ด้านใน
ชายหญิงกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งอย่างเป็ระเบียบ และจัดเรียงตำราโบราณตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น
“กวนเซี่ยง เ้ายังทำตัวี้เีอยู่อีกหรือ? ไม่ยอมมาจนกว่าชั้นเรียนภาคค่ำจะเลิก”
ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตู สตรีชุดน้ำเงินก็เอ่ยขึ้น นางมีรูปร่างหน้าตางดงาม แม้ว่าจะไม่ได้ถือว่าสะดุดตาเป็พิเศษ แต่รูปร่างของนางก็อวบอิ่มและได้สัดส่วน
“มันไม่ใช่แบบนั้น ศิษย์พี่หลานเมิ่ง..." กวนเซี่ยงรีบอธิบาย “ตำหนักนิพพานของเรามีศิษย์น้องมาใหม่ ข้าจึงไปรับเขา"
"หืม? มีศิษย์ใหม่หรือ? ไหนล่ะ?" ดวงตาของหลานเมิ่งเป็ประกายขึ้น
คนอื่น ๆ ภายในห้องโถงก็มองมาเป็ตาเดียว ด้านหลังของกวนเซี่ยง ปรากฏชายหนุ่มที่มีบรรยากาศไม่ธรรมดา และดวงตาเ็ายืนอยู่
“มีศิษย์ใหม่จริง ๆ หรือ?"
"มันนานแล้วจริง ๆ"
"นี่เป็สิ่งที่ดี"
ััได้ถึงสายตาของเหล่าศิษย์พี่ เซียวนั่วก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าการมีผู้มาใหม่มาที่ตำหนักนิพพานนั้นเป็เื่หายากมาก?
แต่ที่นี่คือหนึ่งในห้าสายหลักของสำนักพยับเร้นลับ มันก็ไม่ควรตกต่ำนักไม่ใช่หรือ?
“ข้าขอแนะนำให้รู้จัก ศิษย์น้องผู้นี้มีนามว่าเซียวนั่ว แม้จะเข้ามาในสำนักพยับเร้นลับโดยใช้ประตูหลัง แต่การบ่มเพาะก็ไม่เลวเลย เขามาถึงขั้นก่อร่างระดับเก้าแล้ว..."
"ข้าไม่..." ชายหนุ่มยังไม่ทันได้อธิบาย กวนเซี่ยงก็เอ่ยแทรกเสียก่อน “ไม่ต้องกังวล มันไม่ใช่เื่ที่น่าอาย ศิษย์ของสำนักพยับเร้นลับกว่าครึ่งเองก็ได้รับการแนะนำ และพวกเขาบางคนก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก"
จากนั้น กวนเซี่ยงก็หันไปหาเซียวนั่ว และชี้ไปยังกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง
“นี่คือศิษย์พี่หลานเมิ่ง พี่สาวคนสวยของตำหนักนิพพานของเรา คนนั้นคือศิษย์พี่ฉางชิง ปัจจุบันเชี่ยวชาญในวิชากระบี่และมุ่งมั่นที่จะเป็ราชันกระบี่ ส่วนนี่คือ..."
กวนเซี่ยงทำการแนะนำคนทั้งหมด และสุดท้ายก็ชี้ไปยังชายชุดน้ำเงินที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งหมด “สำหรับคนผู้นี้ เขาคือ 'ศิษย์พี่โหลวชิง' ที่ข้าเพิ่งพูดกับเ้า นอกจากรองจ้าวตำหนักแล้ว ศิษย์พี่โหลวชิงก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตำหนักนิพพานของเรา และยังเป็หน้าเป็ตาของเราเช่นกัน..."
หลังจากที่ฟังคำแนะนำของกวนเซี่ยง เซียวนั่วก็ยกมือขึ้นประสานหมัดคารวะและโค้งคำนับเล็กน้อย
"เซียวนั่วคารวะศิษย์พี่"
“ยินดีที่ได้พบ ในอนาคต ทุกคนในตำหนักนิพพานคือพี่น้องกัน และเราต้องเรียนรู้จากกันและกัน” หลานเมิ่งก้าวมาข้างหน้าและตบไหล่ศิษย์น้องคนใหม่เบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม ทำให้ชายหนุ่มผ่อนคลายลง
ฉางชิงผู้ปรารถนาที่จะเป็ราชันกระบี่แห่งยุคเองก็เดินเข้ามา เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวและมีบรรยากาศจริงจังแผ่ออกมาจากร่าง
“เป็เวลานานมากแล้วที่ไม่มีผู้มาใหม่มาที่ตำหนักนิพพาน พวกเราไม่ได้ออกไปต้อนรับ หวังว่าเ้าจะยกโทษให้เราด้วย"
ทันทีที่ประโยคดังกล่าวถูกเอ่ยออกมา กวนเซี่ยงก็ขยิบตาให้อีกฝ่ายทันที