วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม
คริสศักราชที่ 2049
เสียงฟ้าร้องที่แผดเสียงก้องไปทั่วเมืองเซนต์อาเรน ปกคลุมท้องฟ้าด้วยหมู่เมฆสีดำ สายฝนที่ตกลงมาไม่หยุดยั้งทำให้ถนนที่เต็มไปด้วยแสงนีออนจากป้ายโฆษณาดูราวกับถูกห่อหุ้มด้วยม่านหมอกแห่งความลึกลับ อาคารสูงตระหง่านราวกับสัตว์ประหลาดในตำนานที่เฝ้าดูเมืองนี้ด้วยความเ็าจากฟากฟ้า
ในตรอกมืดแห่งหนึ่ง ร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ใต้เงาของป้ายไฟนีออนที่กะพริบเป็จังหวะอย่างไม่สม่ำเสมอ ผมสีเงินขาวของเขาเปียกน้ำฝนที่ตกลงมาปรกหน้าผาก แต่ไม่ได้บดบังสายตาที่เปล่งประกายสีฟ้าเรืองแสงของเขา ิัของเขาดูเหมือนจะเป็สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเขากับความเป็มนุษย์ ขณะที่ส่วนที่เหลือของร่างกายดูเหมือนถูกเสริมด้วยเครื่องจักรที่สลักลายและเทคโนโลยีที่ซับซ้อน
**ไซลัส โรม** เป็ชื่อที่หลายคนหวาดกลัวในโลกใต้ดินของเซนต์อาเรน เขาเคยเป็ทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงในด้านการต่อสู้ที่ไร้ที่ติและไร้ความปราณี แต่บัดนี้เขาได้ทิ้งอดีตที่เคยรุ่งโรจน์และกลายมาเป็นักสืบเอกชนที่ไร้ตัวตนในเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม
เสียงฝีเท้าที่เงียบกริบของเขาดังก้องเบา ๆ ขณะที่เขาเดินผ่านตรอกซอยที่เปียกชื้น ผนังที่เต็มไปด้วยกราฟฟิตีและเศษขยะถูกแสงจากป้ายไฟนีออนส่องสว่างเป็่ ๆ แต่ไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้ไซลัสต้องหยุดมองได้ เขามุ่งหน้าไปยังข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมายที่แน่ชัด แม้จะรู้สึกได้ถึงเงาของบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในความมืดเขาก็ไม่สนใจจะเชยตามอง
ทันใดนั้น เสียงเหล็กที่ถูกเหยียบย่ำก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ไซลัสหันขวับไปอย่างรวดเร็ว สายตาสีฟ้าเรืองแสงของเขาสแกนผ่านความมืดอย่างละเอียด แววตาของเขาคำนวณทุกการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าเขาคงไม่ได้อยู่อย่างสงบตามเคย
เสียงของรองเท้าหนัก ๆ กระทบกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นจากทิศทางหนึ่ง แล้วร่างของชายฉกรรจ์สามคนก็โผล่ออกมาจากเงามืด พวกเขาสวมเสื้อคลุมกันฝนสีดำที่มีฮู้ดคลุมหน้า แต่ดวงตาที่เป็ประกายจากความโเี้และความเคียดแค้นก็ยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ปืนพก Scrapshot ในมือของพวกเขาชี้ตรงมาที่ไซลัส และหนึ่งในนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“แกทำให้เ้านายและพวกเราลำบากมากนะ ไซลัส” เสียงของเขาเป็เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ “แต่คืนนี้ แกจะไม่หนีไปไหนได้อีกต่อไปแล้ว”
ไซลัสยิ้มเบา ๆ ขณะที่มือซ้ายของเขาขยับเบา ๆ ใต้เสื้อคลุมที่เปียกน้ำ ฝ่ามือของเขาัักับพื้นผิวเ็าของอาวุธที่ซ่อนอยู่ภายใน แขนซ้ายที่ดูเหมือนจะเป็มนุษย์ทั่วไปเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็ใบมีดที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าจากพลังงานพลาสม่าอันรุนแรง
“ใครบอกว่าฉันเคยหนีบ้างล่ะ” ไซลัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจที่ท้าทาย “พวกแกควรจะหันหลังกลับไปถือว่าฉัยเตือนแล้วนะ”
ชายฉกรรจ์ไม่พูดอะไรต่อ แต่ปลายนิ้วของเขาเตรียมที่จะเหนี่ยวไกปืน ทันใดนั้น ไซลัสก็พุ่งเข้าหาโดยที่ไม่ให้พวกมันมีเวลาตอบสนอง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วราวกับสายฟ้าที่พุ่งผ่านอากาศ ฝ่ามือของเขาหมุนเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและจัดการกับศัตรูได้อย่างแม่นยำ
เสียงปืนที่ดังขึ้นในตรอกมืดกลายเป็เสียงสะท้อนก้องไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ะุที่ยิงออกมาจากปืนถูกพลังงานพลาสม่าจากใบมีดของไซลัสสะบัดออกไปในทันที ศัตรูคนแรกถูกแทงทะลุร่างด้วยใบมีดที่คมกริบ ในพริบตา แสงสีฟ้าจากพลาสม่าส่องสว่างในตรอกมืดราวกับแสงจากนรก ศัตรูคนที่สองพยายามจะลอบโจมตีจากด้านหลัง แต่ไซลัส เสี้ยววินาทีถัดมา ไซรัสนั้นเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ร่างของเขาบิดตัวก่อนที่ขาข้างหนึ่งจะถูกยกขึ้นสูงเหนือศีรษะ การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็นเป็เส้นทางที่ขาขวาของเขาวาดผ่านอากาศ
ปลายเท้ากระทบกับแก้มของศัตรู เสียงดัง "ฟุบ!" ก่อนที่ชายร่างใหญ่จะรู้ตัว ร่างของเขาก็ถูกเหวี่ยงออกไปทางด้านข้าง แรงหมุนทำให้เขาล้มลงกับพื้นราวกับถูกขว้างด้วยแรง
ชายคนสุดท้ายหวาดกลัวจนตัวสั่น พยายามจะหนีแต่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่จะหันหลังแล้วก็พบว่าปลายใบมีดของไซลัสจ่ออยู่ตรงหน้าอกของเขา
“บอกเ้านายของแกว่า ฉันยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจของฉัน” ไซลัสกระซิบเบา ๆ ก่อนจะดันใบมีดเข้าไปในร่างของศัตรูคนสุดท้ายอย่างช้า ๆ ให้ทรมาณ
เืที่สาดกระเซ็นปะปนกับสายฝนที่ตกลงมาเป็สายยาว
ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะถูกล้างออกไปด้วยความเ็าของน้ำที่หลั่งไหลลงมา ไซลัสยืนอยู่ท่ามกลางซากศพที่เขาเพิ่งจัดการไป มือข้างหนึ่งของเขายังคงถือใบมีดที่เปื้อนเื ขณะที่สายตาสีฟ้าของเขาจ้องมองไปยังเมืองที่ยังคงอยู่ใต้ความมืดมนของคืนนี้
“เซนต์อาเรน” เขาพึมพำกับตัวเอง “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล และไม่มีวันปลอดภัยสำหรับใคร”
เมื่อเขาเก็บใบมีดกลับเข้าไปในแขนซ้าย สายฝนยังคงตกลงมาอย่างหนัก ไซลัสเดินออกจากตรอกนั้นและหายไปในความมืดของเมืองอีกครั้ง ทิ้งร่องรอยของการต่อสู้ที่ดุเดือดไว้เื้ั เสียงฝนกลบเกลื่อนเสียงแห่งความตาย แต่ไม่สามารถกลบเกลื่อนความเป็จริงที่ว่าในเมืองนี้ไม่มีใครสามารถหลบหนีจากเงามืดที่แฝงตัวอยู่ได้