บทที่15 คำเชิญเ้าสำนักเว่ย
เฉินหนานแปลกใจเล็กน้อยที่พบกับปรมาจารย์เว่ยไม่ใช่ว่าเขาเป็นักสู้หรือไงเหตุใดจึงมาอยู่ในหอศิลป์เฉินหนานถามตัวเองในใจ เขาเดินเข้าไปหาเหยาหลันแล้วก็เอยถาม
“ไม่ทันรู้ว่าคุณรู้จักเหยาหลันด้วย”
“ปรมาจารย์เฉินฉันแปลกใจนะที่คุณก็มางานนี้”เฉินหนานรู้สึกแปลกๆในใจที่โดนคนที่มีคนแก่กว่าเขามาเคารพแบบนี้ยังไงก็ตามในแดนเซียนมีแต่คนกราบไหว้เขา ทว่าดวงตาของเหยาหลันที่มองมาที่เฉินหนานดวงตาเป็ประกาย
“โอ้ เรียกผมเฉินหนานก็พอผมยังเป็แค่นักเรียนนะ”
“จะเป็แบบนั้นได้ยังไงผมแพ้คุณอย่างราบคาบแถมคุณยังไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำ”เฉินหนานยิ้ม
“อย่าพูดอย่างนั้นเลยคุณเองก็ทำได้ดีแล้ว”เ้าสำนักเว่ยเขาอยากรู้ว่าเฉินหนานอยู่ขั้นไหนแต่เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดีเฉินหนานมองเขาแล้วพอเดาออกว่าเขาจะถามอะไร
“คุณอยากถามอะไรผมงั้นหรือ”เฉินหนานเอ่ยถามแล้วยิ้ม
“ท่านปรมาจารย์เฉินตอนนี้คุณอยู่อยู่ขั้นไหนแล้วงั้นหรือ”เฉินหนานเกาหัวเขาเองไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบกับพลังในโลกนี้ยังไงด้วยพลังตอนนี้ของเขาอยู่ในขั้นก่อตั้งรากฐานขั้นกลางแล้ว เฉินหนานจึงแสดงอะไรนิดหน่อยให้เขาดู
“ผมไม่รู้ว่าคุณวัดระดับยังไงแต่ผมสามารถทำแบบนี้ได้”เฉินหนานหงายฝ่ามือ มีสายฟ้าเล็กและเปลวไฟสีฟ้าวิ่งรอยสายฟ้าพวกนี้ แน่นอนว่าเขายังใช้มันไม่ได้คือการใช้ไฟหรือสายฟ้าพุ่งไปโจมตีคู่ต่อสู่แต่สามารถนำมาเคลือบที่มือแล้วใช้โจมตีได้
“นี่มัน…คุณสามรถใช้พลังธรรมชาติได้แล้วงั้นหรือ” ปรมาจารย์เว่ยถึงกับคุกเข่าให้เขาเฉินหนานต้องรีบดึงเขาขึ้นมาส่วนเหยาหลันถึงกับตกตะลึงเธอไม่คิดเลยว่าเฉินหนานจะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้ทำให้เธอมีความสุขมากเ้าสำนักัรุ่งโรจน์คือใครเขาเป็สำนักที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ถึงกับคุกเข่าให้กับเขานั่นหมายถึงอะไรนั่นหมายความว่าเขาต้องเก่งจนเ้าสำนักเว่ยไม่อาจเทียบได้
“อย่าทำแบบนี้เลยคุณเป็ถึงเ้าสำนักนะ”
“ในโลกของพวกเราผู้แข็งแกร่งคือคนที่ตัดสินทั้งหมด”เฉินหนานไม่ได้ยินคำนี้มานานแค่ไหนแล้วทว่าโลกนี้มันมีกฎหมายผู้มีอำนาจต่างหากคือคนตัดสินและอำนาจที่ดีที่สุดคือเส้นสาย ทว่าเฉินหนานจะทำให้เขาคือเส้นสายที่แข็งแกร่งที่สุด
“เอาล่ะงั้นตามใจคุณ”เฉินหนานไม่อยสกเถียงกับเขาแล้วจึงยอมรับ จากนั้นเ้าสำนักเว่ยจึงมอบนามบัตรให้เขา
“อีกสองอาทิตย์จะมีการแลกเปลี่ยนทักษะการต่อสู้กับสำนักกิเลินขาวในจงซานทางเราอยากเชิญคุณไปเป็ตัวแทนคุณสนใจไหม”เฉินหนานขมวดคิ้วแค่ได้ยินคำว่าจงซานเขาก็ไม่อยากไปแล้วเขายังจำผู้หญิงน่าลำคานจากจงซานได้ดีเมื่อเ้าสำนักเว่ยเห็นสีหน้าเขาก็รีบพูดออกมาทันที
“แน่นอนว่าเรามีค่าตอบแทนให้”สีหน้าเฉินหนานเริ่มดีขึ้นมาหน่อยเขา้าเงินมากๆ
“ค่าตอบแทนเท่าไรหรือ”
“สองร้อยล้านเป็ยังไง”
“ห้าร้อยล้านผมตกลง”
“ได้ๆ ฮ่าๆๆ”เ้าสำนักเว่ยรีบตกลงทันทีการประลองนี้มีมูลค่าเป็พันล้านทั้งชื่อเสียงและสปอนเซอร์ที่จะเข้าสำนัก การหาเงินของสำนักนั้นแต่ละครั้งก็หลักร้อยล้านแล้วงานคุ้มกันหรืองานนำสินค้าไปส่งไม่เว้นแม้แต่งานขายอุปกรณ์กีฬาหรือแม้แต่นำคาแรคเตอร์ของนักสู้ของสำนักที่ที่มีชื่อเสียงไปทำเป็เกมส์และนำชื่อสำนักไปอ้างอิงปีๆหนึ่งมีเงินเข้าสำนักเกือบพันล้าน เฉินหนานแปลกใจเล็กน้อยที่เขาตกลงทันทีสรุปแล้วเขาเรียกน้อยไปหรือ จากนั้นทั้งสองก็จับมือกันเฉินหนานไม่ได้รู้เลยว่าหลังจากที่เขาเอาชนะเ้าสำนักเว่ยได้ค่าตัวเขาก็มากกว่าห้าร้อยล้านแล้วเ้าสำนักเว่ยจึงรีบตกลงทันทีเมื่อเฉินหนานเรียกมาแค่นั้นอย่างไรก็ตามเฉินหนานก็ไม่ได้ขาดทุนถือว่าเสมอตัว จากนั้นเฉินหนานจึงถามเหยาหลันว่าสำนักต่อสู้หาเงินได้ง่ายอย่างนั้นเลยหรือแต่เมื่อได้คำตอบเขาก็ได้แต่ด่าเ้าสำนักเว่ยที่จะจ่ายเขาสองร้อยล้าน เขาคิดว่าต้องศึกษาธุรกิจให้มากกว่านี้
“อ่อจริงสิแล้วเ้าสำนักเว่ยมางานนี้ทำไมงั้นหรือ”เฉินหนานถามเหยาหลันที่ตอนนี้เธอกำลังชื่นชมเขามากกว่าเดิม
“เขาอยากได้ภาพวาดนายน่ะ”
“งั้นหรือ”เฉินหนานไม่คิดเลยว่าคนอย่างเ้าสำนักเว่ยจะสนใจศิลปะด้วย
“คนเรานี่ดูยากจริงๆ”ไม่นานงานประมูลก็เริ่มขึ้นภาพกว่ายี่สิบภาพถูกประมูลราคารวมกันกว่าพันล้านเฉินหนานใที่ตระกูลเหยาหาเงินพันล้านภายในคืนเดียว
“นี่บ้านเธอทำธุรกิจอะไรบ้างเนี่ยแค่ฉันเห็นเธอขายงานศิลปะอย่างเดียวก็ได้เงินมากขนาดนี้แล้ว”เหยาหลันหัวเราะ
“เรายังมีคอนโดอยู่ในแหล่งธุรกิจทำเงินอยู่ทั่วประเทศและคุณแม่ทำธุรกิจน้ำหอมอีกด้วย”เฉินหนานไม่อยากเชื่อเลยว่าตระกูลเหยาจะร่ำรวยขนาดนี้แต่ว่าเฉินหนานก็คิดอะไรได้ความจริงแล้วเขามีสูตรน้ำหอมอยู่สองชนิดคือ ผีเสื้อ์ และพันบุปผาสูตรแรกไม่สามารถผลิตได้ที่โลกนี้เนื่องจากต้องใช้ดอกไม้ผีเสือ์ในโลกนี้ไม่มีส่วนสูตรที่สองนั้นใช้ดอกไม้อะไรก็ได้แต่หากเฉินหนานผลิตเองก็เกรงใจคุณป้ามันเป็การตัดรายได้ตระกูลเหยาช่วยเหลือเขาพอสมควร
“เธอช่วยนัดคุณป้าให้ฉันได้ไหมฉันอยากคุยธุรกิจสักหน่อย”เหยาหลันแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มออกมา
“ได้สิ”และแล้วภาพวาดของเขาก็ถูกนำออกมาจัดแสดงเมื่อเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นภาพวาดูเาและก้อนเมฆที่มีกิ่งไม้แห้งอยู่ในภาพ ความเหงาก็กระแทกจิตใจผู้ที่ชมภาพทันทีหลายคนน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ฉัน้ามัน”
“ฉันด้วย
“ฉันก็้า”ไม่นานทุกคนถูกดูดเข้าไปในภาพนี้จิตของพวกเขาได้รับผลของภาพอย่างชัดเจนน้ำตาไหลออกไม่ไม่หยุด
“อะแฮ่ม…”เสียงพิธีกรก็ดังขึ้นพวกเขาหลุดออกมาจากภาพวาดทันที
“นี่คือภาพห้วงคำนึงจากนักเขียน เฉินผู้ลึกลับเป็คนเดียวกับที่วาดภาพร่มเงาบรรพบุรุษ ราคาเริ่มต้นสองร้อยล้านสำหรับภาพนี้และเพิ่มครั้งละหนึ่งแสนหยวน”การสู้ราคาที่ดุเดือดก็เกิดขึ้นทันทีครั้งนี้มันบ้ามากแต่สิ่งที่เฉินหนานไม่อยากเชื่อคือหนานฮ่าวได้ภาพวาดของเขาไปแม่ของเขาดีใจมากเธอมีใบหน้างดงามและบ่งบอกถึงความใจดีของเธอผิดกับตัวของมันเสียจริง เงินประมูลที่ได้นั้นสูงถึง เจ็ดร้อยล้านหยวน
“ตระกูลหนานร่ำรวยเสียจริง”
“ฉันว่ารูปต่อไปของนายน่าจะถึงพันล้านเลยนะ”
“คงอีกนานที่ฉันจะวาดนะแต่ถ้าเธออยากได้ใช้จะมอบให้เธอในวันเกิดของเธอ”
“นายพูดแล้วนะ”
“แน่นอน”หลังจากได้รับเงินมาเฉินหนานก็ปวดใจอีกครั้งเมื่อโดนหักไปสิบเปอร์เซ็นต์เจ็ดสิบล้าน
“ดูนายไม่มีความสุขที่ได้เงินนะ”
“ฉันเ็ปนิดๆน่ะ”เหยาหลันหัวเราะ”ทั้งสองไปทานอาหารแล้วกลับคนโดด้วยกันเฉินหนานได้คำนวณการใช้เงินต่อไปว่าเขาต้องใช้อะไรบ้างจากนั้นก็เขาก็คำนวณยอดเงินทั้งหมดก็หนึ่งพันล้านได้ แต่เมื่อนึกถึงบริษัทที่กำลังสร้างทั้งหมดก็คงประมาณนั้นพอดีทั้งที่พักคนงานห้องแลปโรงงานเครื่องดื่มโรงงานเครื่องสำอางเฉินหนานเริ่มปวดหัว
เข้าวันต่อมาเฉินหนานไปเรียนตามปกตีทว่าตอนนี้เขาดังเสียแล้วสาวๆใจกล้าหลายคนมอบดอกกุหลาบให้เขาเฉินหนานถึงกับพูดไม่ออกไม่ใช่ว่าพวกเขาเกลียดฉันหลอกรึ แต่เฉินหนานก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับเด็กพวกนี้ ครูเมิ่งเองก็เรียกเขาไปคุยและทดสอบเขาเกี่ยวกับการสอบที่ใกล้เข้ามาในอีกไม่ถึงเดือนตกเย็นชิงเยว่มารับเขาที่โรงเรียนเฉินหนานขึ้นรถเธอไปวันนี้เธอแต่งตัวด้วยชุดรัดรูปสีทำเผยให้เห็นสัดส่วนได้อย่างชัดเจนรูปร่างของเธอนั้นจัดว่าเป็สิ่งที่ผู้หญิงทุกคน้ามันเธอมัดผมเป็หางม้าทำให้เห็นใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจนเฉินหนานมองหน้าเธอแล้วบอกได้เพียงว่าเธอนั้นงดงามมากมันเป็ความงดงามที่แตกต่างจากรินและเหยาหลันอย่างชัดเจนเธอร้อนแรงแต่สงบนิ่งในตัว ด้วยใบหน้าเรียวคมของเธอนั้นมันทำให้ผู้ชายทั้งโลกยอมสยบต่อเธอแม้เฉินหนานเจอเธอครั้งที่สองแล้วแต่ว่าครั้งแรกนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจมองเธอเท่าไรเขามัวแต่คิดเื่เงินพอมาเจอครั้งนี้เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอ
“เราจะไปที่ไหนคะบอส”เธอยิ้มบางๆแล้วถาม
“เขาชิงเหอ”เขาชิงเหอนั้นคือที่ดินที่เฉินหนานสร้างบริษัทของเขารวมถึงไร่สโนว์ด้วย
“เราจะไปเที่ยวกันหรือคะบอส”
“เมื่อเธอเห็นก็จะรู้เอง”ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงรถก็มาถึงเขตก่อสร้างด้วยการบอกทางของเฉินหนาน มันเป็การก่อสร้างขนาดใหญ่มากในความคิดของชิงเยว่เขาคิดว่านี่อาจเป็โครงการที่มีเงินสูงมากคงมาจากบริษัทั์ใหญ่เป็แน่
“เรามาที่นี่ทำไมหรือคะบอส”
“นี่คือบริษัทสโนว์ที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเรา”เธอถึงกับตะลึงนี่มันโครงที่หญ่มากๆเธอไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะหาเงินได้มากขนาดนี้ได้ อย่างไรก็ตามเธอไม่เชื่อทั้งหมด เฉินหนานพาเธอเขาไปในโครงการแม้ว่าจะเป็่ค่ำแล้วแต่งานก่อสร้างยังมีการดำเนินต่อไปเนื่องจากมันเป็ระบบสองกะงาน เฉินหนานเดินผ่านประตูเขาไปทุกคนที่เห็นเขาก็ทำความเคารพเขาทันที บอสใหญ่ได้ให้พวกเขาทุกคนดูรูปของเฉินหนานไว้แล้วเพื่อไม่ให้พวกเขาไปล่วงเกินพวกเขาจึงรับรู้ว่าเฉินหนานหน้าตาเป็อย่างไร
“ไม่คิดว่าคุณจามาวันนี้”หัวหน้างานคุมก่อสร้างรีบมาต้อนรับเขา
“พอดีผมพาผู้จัดการมาดูบริษัทของเราน่ะ”
“อ่อผมเจี้ยนจงเจ๋อยินดีที่ได้รู้จักครับ”ชิงเยว่กำลังตกตะลึงพื้นที่ข้างนี้มันกว้างใหญ่มากๆและมีการก่อสร้างตึกมากกว่าสามตึกเธอไม่คิดเลยว่าเด็กตรงหน้าเธอจะพูดความจริง
“อ่อฉันหยานชิงเยว่”เจี้ยนจงเจ๋อรู้สึกว่าชื่อเธอคุ้นมากแต่คิดไม่ออกว่าเป็ใคร
“เมื่อวานคุณหลงก็มาดูที่นี่ครับ”
“งั้นหรือเห็นทีฉันต้องเลี้ยงข้าวเขาเสียหน่อยที่ทุ่มเทงานของฉันขนาดนี้”
“อ่อคุณเจี้ยนที่ไร่มีคนยังอยู่ไหมครับ”
“ที่ด้านหลังยังมีอยู่นะครับผมเห็นไฟยังเปิดอยู่”
“โอ้…ขอบคุณครับผมอยากไปดูสักหน่อย”
“งั้นเดี๋ยวผมจะให้คนขับรถพาไปนะครับ”แล้วเฉินหนานก็พาชิงเยว่ไปดูไร่ของเขา เมื่อมาถึงพื้นที่ขนาดพันไร่ เต็มไปด้วยต้นอ่อนของกล้วยไม้ิญญามีคนงานปลุกบ้านหลังเล็กๆตามจุดต่างๆเพื่อเฝ้าไร่ไว้ทางเข้าด้านหน้ามาชายร่างกำยำสองคนเฝ่าอยู่แต่พอเห็นเฉินหนานพวกเขาก็โค้งให้
“บอสครับไม่คิดว่าคุณจะมา”
“ผมพาผู้จัดการมาดูไร่น่ะต่อไปผมจะให้พวกคุณติดต่อเธอหากติดต่อผมไม่ได้”เฉินหนานรู้สึกเหมือนพูดประโยคเดิม
“แล้วมีปัญหาอะไรไหม”
“ตอนนี้คนงานเราน้อยเกินไปครับจึงดูแลได้ไม่ทั่วถึง”เมื่อได้ยินปัญหาเฉินหนานกดโทรศัพท์ไปหาจีหลุนทันที
“ครับบอส”
“ได้ยินว่าคนงานไม่พองั้นหรือ”
“ใช่ครับผมกำลังพิจารณาจำนวนให้แน่นอนก่อนเสนอบอสครับ”
“ดีงั้นถ้าได้ตัวเลขแล้วก็แจ้งผมมาได้เลย”
“โอเคครับบอส”เฉินหนานตรวจไร่ของเขาแล้วพอใจมากจีหลุนทำตามคำสั่งเขาได้ดีมาก
“เอาล่ะเรากลับกันเถอะ”ดวงตาของชิงเยว่เป็ประกายเธอรู้สึกประทับใจในการตัดสินใจที่เด็ดขาดและแก้ปัญหาทันทีและที่สำคัญเมื่อเธอได้รู้ว่าคนออกแบบบริษัททั้งหมดคือเขานั่นทำให้เธอใมากแบบที่เธอเห็นมีแต่พระเ้าเท่านั้นที่เขียนออกมาได้
“คุณมีแผนยังไงกับไร่สโนว์หรือคะ”
“ผมจะทำเครื่องดื่มในขั้นแรก”
“ขั้นแรก”เธองงเล็กน้อย
“พืชที่ฉันปลูกมันพิเศษมากๆต้นมันสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง”ตาเธอเป็ประกาย
“แล้วเครื่องสำอาง”เฉินหนานพูดต่อก่อนที่เธอจะพูดจบ
“นั่นคือสินค้าหลักของเรา”เธอยิ้มออกมา
“อย่างไรก็ตามต่อไปงานเธอต้องหนักมากและเธอต้องเป็คนดูแลธุรกิจของฉันทั้งหมด”
“ทั้งหมด”เธอประหลาดใจไม่ใช่ว่าเครื่องสำอางกับเครื่องดื่มหลอกหรือ เฉินหนานยิ้ม
“เธอคงไม่คิดว่าฉันจะทำธุรกิจแค่สองอย่างหลอกนะฉันเพิ่งสิบเจ็ดจะให้ฉันหยุดอยู่กับที่ไม่ได้หลอก”เมื่อได้ยินคำนี้ตาเธอก็เป็ประกายนี่แหละคือสิ่งที่เธอเฝ้ารอความท้าทาย
“เธอควรหาผู้ช่วยมือดีมาช่วยเธออีกแรงนะเพราะมันอาจจะเหนื่อยมากหลังจากนี้”เธอมองไปที่หน้าของเฉินหนานอย่างไม่รู้ตัว
“เขาชั่งทะเยอทะยานเสียจริงอยากรู้จริงๆว่าเขาจะขยายธุรกิจไปทางไหนและจะสามารถสั่นคลอนผู้ครองตลาดเดิมได้หรือไม่”เธอคิดในใจ…