“ฉินหมิงพวกนายสามารถจากไปได้ แต่คนผู้นี้ต้องรั้งอยู่ก่อน!” จ้าวกั๋วเทาเอ่ยเสียงเย็นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่โม่หยาง!
“รั้งอยู่หรือ? อากั๋วเทาคิดจะทำอะไร?” แววตาของฉินหมิงพลันคมกริบขึ้นมาทันที!
เท่าที่ดูกระบวนท่าของเชียนมู่เซวี่ยเมื่อครู่เขาก็คาดคิดได้แล้วว่าเชียนมู่เซวี่ยเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่สู้ต่อและเลือกที่จะจากไปก่อน!
แม้จะเกรงกลัวเชียนมู่เซวี่ยแต่ฉินหมิงก็ไม่ได้หวาดกลัวไปเสียทีเดียว เพราะเขาเองก็เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5เช่นกัน และยังเป็นผู้วิวัฒนาการสองสาย ที่เด่นทั้งความเร็วและมีพลังธาตุดิน
ด้วยเหตุนี้ฉินหมิงจึงมีพละกำลังแข็งแกร่งนับตั้งแต่ที่ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้วิวัฒนาการมาเขาก็แทบไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่สูสีกันเลย ต่อให้เป็นฉู่หย่งเจี๋ยที่เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ5 ก็ตาม แต่ฉินหมิงก็มั่นใจว่าตัวเองมีโอกาสชนะ!
“จะคุกเข่าขอโทษเสียดีๆหรือจะให้ฉันหักขาทั้งสองข้างของเขา?” จ้าวกั๋วเทาเอ่ยอย่างไม่ยี่หระแม้จะเป็นเพียงน้ำเสียงเบา แต่กลับแฝงไปด้วยความเด็ดขาด
“คุกเข่าขอโทษหรือ? เมื่อครู่นี้ผมก็ขอโทษไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”
“ไม่พอ!หากจะขอโทษก็ต้องขอโทษอย่างจริงใจ!โบราณมีธรรมเนียมการขอขมาโดยใช้มีดกรีดร่างกายถึงสามครั้งแถมยังต้องแทงเข้าจุดตายอีกหกจุด ฉันไม่ต้องการให้เขาทำถึงขนาดนั้นหรอก เพียงแค่ก้มลงคุกเข่าและรินชาขอโทษก็พอ!”
คุกเข่าขอโทษหรือ!
แถมยังต้องทำต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้อีกในคนจำนวนนี้ยังมีคนของตระกูลฉู่ถึงสามคนดังนั้นฉินหมิงจึงไม่มีทางยอมเสียหน้าเช่นนี้เด็ดขาด!
หากเขาทำตามคำพูดที่ว่าก็เท่ากับยอมแพ้ต่อไปนี้ตระกูลฉินของเขาก็คงไม่มีทางที่จะรวบฐานที่มั่นมหานครแห่งนี้และขึ้นเป็นใหญ่ได้อีก
“อารองข้อเรียกร้องนี้ผมคงทำให้ไม่ได้จริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องหักขาของเขาแล้วละ!”จ้าวกั๋วเทาพูดจบก็ทำท่าจะลุกขึ้น ดูแล้วก็คล้ายกับว่าต้องการจะลงมือเอง
ถังฮ่าวเห็นก็ลุกขึ้นและเอ่ยออกมา
“ลุงจ้าวจะฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดวัวเชือดด้วย เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ปล่อยให้ผมจัดการเถอะ ต้องการหักขาเขาทั้งสองข้างใช่หรือไม่? เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ผมจัดการครู่เดียวก็เรียบร้อยแล้ว”
ถังฮ่าวขยับคอไปมาก่อนจะบีบข้อมือดังกร๊อบ พริบตาถัดมาก็มีคลื่นพลังของผู้วิวัฒนาการระดับ 5ระเบิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง!
เมื่อคลื่นพลังของถังฮ่าวปรากฏทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างก็ตกตะลึงมีเพียงเชียนมู่เซวี่ยและเย่ชิงเฉิงเท่านั้นที่ไม่ได้ประหลาดใจส่วนคนอื่นกลับรู้สึกเหมือนมีอสุรกายที่น่าสะพรึงกลัวตื่นขึ้นมา!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินหมิงฉู่หย่งเจี๋ยและพวกอีกหกคน เพราะพวกเขาได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังนี้มากที่สุด!
ฉินหมิงกับฉู่หย่งเจี๋ยต่างก็หน้าเปลี่ยนสีบัดนี้ต่างก็สัมผัสได้ถึงอันตราย
เพราะชายหนุ่มตรงหน้าไม่เพียงแต่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ5 เท่านั้น แต่อาจจะเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ขั้นสูงสุดแล้ว แถมยังเป็นผู้แข็งแกร่งที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน!
ไอสังหารและไฟโทสะที่อัดระเบิดออกมาเกือบทำเอาพวกเขาขวัญกระเจิง
ส่วนโม่หยางที่ถูกถังฮ่าวจ้องมองก็รู้สึกได้ถึงความเย็นวาบไปทั้งตัว
เขารู้สึกว่าหากต้องสู้กับชายหนุ่มตรงหน้าละก็จะต้องถูกอัดจนขาทั้งสองข้างพิการอย่างแน่นอน!
โม่หยางรีบเหลือบมองไปทางฉินหมิงและเขาก็ได้เห็นความหวาดหวั่นในสายตาอีกฝ่าย ทันใดนั้นโม่หยางก็ตัดสินใจทำบางอย่าง!
เขาพลิกมือขวาก่อนจะมีมีดสั้นปรากฏขึ้นในมือ
“ทุกคนเมื่อครู่นี้ผมพูดจาไม่รอบคอบต้องขอโทษด้วยจริงๆ!” พูดจบก็มีเสียงฟันฉับดังขึ้นเพราะโม่หยางได้ใช้มีดแทงเข้าที่แขนซ้ายสามครั้ง และวินาทีถัดมาเขาก็พลิกมีดสั้นก่อนจะแทงเข้าที่ต้นขาซ้ายอีกสามครั้ง!
แม้จะไม่ใช่การกรีดร่างกายสามครั้งและแทงเข้าจุดตายหกจุดอย่างที่โบราณว่าไว้ก็ตามแต่ก็ถือเป็นการแทงเข้าจุดตายหกครั้ง!
หลังจากที่เห็นฉินหมิงและโม่หยางจากไปแล้วแววตาของถังฮ่าวก็มีประกายแห่งความเย็นเยียบปรากฏ!
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พวกเขาเป็นศัตรูกับตระกูลฉินแล้ว!
ศัตรูประเภทนี้แข็งแกร่งรอบคอบ และเด็ดขาดทีเดียว จึงนับว่าเป็นศัตรูที่น่ากลัว!
ฉินหมิงโม่หยาง!
ถังฮ่าวจดจำชื่อของคนทั้งสองเอาไว้ในใจแถมยังจัดคนทั้งสองเข้าไปในกลุ่มบุคคลอันตรายด้วย!
หากมีโอกาสพบกันอีกครั้งถังฮ่าวจะฆ่าพวกเขาอย่างไม่ลังเลแน่นอน
งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปตอนที่บุคคลชั้นสูงของตระกูลจ้าวหันมาหาถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยอีกครั้งก็มีท่าทีที่นอบน้อมมากขึ้น เพราะผู้วิวัฒนาการระดับ 5ที่แข็งแกร่งทั้งสองคนนี้ทำให้ผู้คนตระกูลจ้าวที่อยู่ในห้องโถงต่างก็รู้สึกตื่นเต้นไม่เพียงเท่านี้ แต่คนทั้งสองยังมีความสัมพันธ์กับจ้าวกั๋วเทาพอเป็นเช่นนี้ก็ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลจ้าวของพวกเขาด้วย!
ต่อให้เป็นตระกูลฉินกับตระกูลฉู่แล้วจะทำไม? ถึงแม้ฉินหมิงและฉู่หย่งเจี๋ยจะเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5และต่อให้พวกเขาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ก็ตามแต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังต้องจากไปอย่างอับอายอยู่ดี!
“พี่ถังเมื่อกี้เท่ระเบิดเลย! สุดยอด! มานี่ ผมขอชนแก้วด้วยหน่อย!” จ้าวจื่อหลิงและจ้าวจื่อเซียวต่างก็ยกแก้วขึ้นพร้อมกัน
เพราะพวกเขาเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ4 จึงเข้าใจความแข็งแกร่งของผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ดี!
ดูจากอายุแล้วถังฮ่าวน่าจะอายุไล่เลี่ยกับพวกเขา หรืออาจจะน้อยกว่าด้วยซ้ำ ต่อให้พวกเขาทั้งสองจะมีตระกูลคอยสนับสนุนและยังมีลูกน้องมากมายคอยช่วยฆ่าซอมบี้ แต่กว่าจะวิวัฒนาการเป็นระดับ 4ได้ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย!
ยิ่งเมื่อวานนี้ฉินหมิงและฉู่หย่งเจี๋ยได้วิวัฒนาการเป็นระดับ5 จึงยิ่งทำให้ตระกูลจ้าวรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนช่วงเวลาหนึ่งวันมานี้ พวกเขาได้มอบคริสตัลวิวัฒนาการทั้งหมดที่มีให้กับพวกเขาทั้งสองคนแต่พวกเขาก็ยังคงห่างไกลจากระดับ 5 อยู่ดี
ด้วยเหตุนี้ตระกูลจ้าวของพวกเขายังได้ส่งคนอีกสองทีมออกไปต่อสู้เพื่อหวังว่าจะได้คริสตัลวิวัฒนาการมา และเลือกที่จะผลักดันให้จ้าวจื่อหลิงหรือจ้าวจื่อเซียวคนใดคนหนึ่งได้วิวัฒนาการเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ5 ก่อน
หลังจากที่ดื่มไปได้สามแก้วถังฮ่าวและคนอื่นๆ ก็ไม่รีรอ และเริ่มถามไถ่ถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่กับเหล่าคนใหญ่คนโตของตระกูลจ้าวระหว่างมื้ออาหาร!
บุคคลแรกที่พวกเขาถามถึงก็คือเย่หมิงหยู่ที่เป็นพ่อของเย่ชิงเฉิงแต่พวกเขากลับได้รับข่าวร้าย!
“ฮุ่ยจื่อเท่าที่ทราบมา ช่วงบ่ายของวันที่วันสิ้นโลกมาเยือน หมิงหยู่ไปที่เกาะหยางหมิง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้ข่าวของเขาอีกเลย”
“เชียนซือหยวนซ่งปิงหยุนกับประธานบริษัทเชียนฟานหรือ? เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้แน่ชัดเท่าไรแต่คุณถังกับคุณเชียนก็อย่าเพิ่งกังวลไปเลยตราบใดที่ยังอยู่ในฐานที่มั่นมหานครแห่งนี้ ผมรับรองว่าจะต้องหาตัวพวกเขาได้แน่ จื่อหลิงจดชื่อเอาไว้แล้วรีบไปสืบเดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกในมือผมยังมีอีกหลายคนที่ต้องตามหา” ถังฮ่าวรีบเอ่ย เชียนมู่เซวี่ยและจ้าวเสี่ยวเยว่ที่นั่งอยู่คนละโต๊ะได้ยินก็ยื่นรายชื่อให้พวกเขา
จ้าวจื่อหลิงและจ้าวจื่อเซียวรับรายชื่อมาคนละชุดก่อนจะกวาดตามองอย่างรวดเร็ว!
ไม่นานนักจ้าวจื่อเซียวก็ชี้นิ้วไปที่สองชื่อ
“ผมพอจะคุ้นชื่อสองคนนี้อยู่ดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลจาง ไฉ่ย่วนมาดูหน่อยสิว่าชื่อพวกนี้ใช่คนตระกูลจางหรือเปล่า?”
จางไฉ่ย่วนกวาดตามองชื่อทั้งสองก่อนจะพยักหน้าตอบ
“ชื่อเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า”
ทันใดนั้นดวงตาของจางไฉ่ย่วนก็เบิกกว้างขึ้นก่อนจะชี้นิ้วไปที่อีกสองชื่อ
“ในทีมของตระกูลฉินมีสองคนที่ชื่อนี้!”
พอได้ยินเช่นนี้แล้วถังฮ่าวเชียนมู่เซวี่ย และคนอื่นๆ ต่างก็ดีใจ เพราะดูเหมือนว่าญาติพี่น้องของบุคคลสำคัญในฐานที่มั่นบางคนจะอยู่ที่นี่จริงๆ!
“คุณไฉ่ย่วนคุณพอจะพาพวกเราไปยืนยันตัวสองคนนั้นหน่อยได้ไหม” เชียนมู่เซวี่ยเดินไปหาจางไฉ่ย่วนก่อนเอ่ยถาม
“ได้สิ!”สำหรับจางไฉ่ย่วนแล้ว เธอรู้สึกขอบคุณถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้เป็นอย่างมากยิ่งเมื่อครู่นี้ได้เห็นความเก่งกาจของทั้งสองคนแล้ว ก็ยิ่งทำให้ความกังวลในใจมลายหายไปจนหมดสิ้นเธอยังคิดอยู่เลยว่าจะพาคนของตระกูลจางไปเข้าร่วมกลุ่มกับเชียนมู่เซวี่ยด้วยดีหรือไม่