“รุมมันเลย! ส่วนพวกเ้าไปตามคนมาเพิ่ม”หนึ่งในยามที่เหลือรอดะโออกมาแล้วสั่งให้ยามที่โดนจัดการทั้งสองคนไปตามพวกมาเพิ่มมันคิดว่าขอทานตรงหน้าคงจะมีฝีมือในระดับหนึ่งบวกกับอาศัยจังหวะทีเผลอเล่นงานโดยไม่ให้ตั้งตัวเลยจัดการเพื่อนของมันไปได้ง่ายๆ
“แน่จริงเ้าก็เข้ามา!” เย่ซีหันกลับไปทำเสียงเข้มใส่คำพูดนี้เขาจำมาจากหนังเื่หนึ่ง คิดอยู่ภายในใจว่ามันดูเท่ดี
ฟึ่บ ฟึ่บยามทั้งสองคนพยักหน้าให้กันแล้วพุ่งเข้าโจมตีชายหนุ่มจึงต้องผละออกมาจากรถเข็นเพื่อรับมือหอกของยามทั้งสองประสานกันได้อย่างลงตัว หนึ่งจู่โจมซึ่งหน้า หนึ่งจู่โจมที่ลับตาในความจริงเย่ซีใช้ร่างกายรับตรงๆก็ไม่ะเืิั เขาแค่อยากจะเรียนรู้การต่อสู้เพิ่มเติมเลยเอาแต่หลบไปมาแทน
“หลบเก่งจริง หอกทะลวง!” ยามผู้หนึ่งเรียกใช้เคล็ดวิชาระดับต่ำวิชานี้จะทำให้หอกพุ่งทะลวงเป็เส้นตรงด้วยความไวดุจม้าป่ามันสามารถทิ่มแทงทะลุต้นไม้ได้ภายในหอกเดียวต่อให้เป็ผู้ฝึกตนระดับสามก็ไม่กล้าใช้ร่างกายรับตรงๆ
“แย่แล้ว!” เย่ซีอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าหอกด้ามหนึ่งกำลังแทงเข้ามาด้วยความเร็วในจุดบอดของเขาพอดีเขาหลบไม่ทัน!
“เสร็จข้าล่ะ ตายซะ!” ยิ่งเห็นท่าทางของชายหนุ่มตื่นใยามเฝ้าโรงเตี๊ยมผู้ซึ่งสำแดงเคล็ดวิชาหอกทะลวงออกมายิ่งได้ใจทุ่มพลังเข้าไปสุดตัวในเพลงหอกนี้
แต่ทุกสิ่งกับไม่เป็อย่างที่เขาคาดคิดยามเมื่อหอกของเขาััเข้ากับร่างกายชายเบื้องหน้ามันก็เหมือนการแทงหอกเข้าใส่กำแพงเหล็กกล้าตัวหอกหักลงในทันทีเพราะแรงจากการพุ่งเข้าใส่ของตัวผู้ใช้และเคล็ดวิชา
“อืม ก็ใช้ได้นะ ดีกว่าไม้เกาหลังสักหน่อย”เย่ซีกล่าวออกมาแล้วใช้มือตบเข้าไปที่หัวของยามโรงเตี๊ยมที่ยืมอึ้งอยู่ด้านหน้าจนร่างนั้นกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงและหมดสติไปแน่นอนว่าเขาออมแรงไว้แล้วไม่อย่างนั้นคงหัวะเิตายคาที่
“หยุดเดี๋ยวนี้เ้าโจรร้ายบังอาจมาทำร้ายคนในโรงเตี๊ยมของข้ารึ?”เสียงที่ฟังดูเย่อหยิ่งดังขึ้นมาจากทางด้านโรงเตี๊ยมเมื่อมองไปก็พบกับร่างของชายหนุ่มในชุดสีแดงที่เอวเหน็บกระบี่ที่มีออร่าดูไม่ธรรมดาเอาไว้
“เก่งจริงก็เข้ามา”เย่ซีกวักมือเป็เชิงท้าทายทันที ทำให้ชายคนนั้นหน้าเสียไปนิดหน่อย
“เหอะ! อย่างเ้าไม่ต้องถึงมือข้าหรอกทุกท่านที่ยืนอยู่ด้านนอก ข้าขอเชิญทุกท่านมารุมกำจัดโจรร้ายช่วยข้าใครที่ยินดีช่วยเหลือจะได้รับสิทธิ์เข้าพักโรงเตี๊ยมพลบค่ำรวมถึงอาหารเช้าฟรีหนึ่งเดือน!!”ชายหนุ่มวางตัวอย่างเย่อยิ่งแล้วประกาศออกมาด้วยเสียงอันดัง
พลันสิ้นเสียงก็มีผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ให้ความสนใจไม่น้อยเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้น้อยคนนักจะเข้าพักได้ เนื่องจากค่าเข้าพักต่อคืนอันแพงระยับแถมอาหารของที่นี่ก็นับว่าดีเทียบเท่าภัตตาคารหงส์เพลิงได้เลย
“พวกข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเ้ามีสิทธิ์ทำเช่นนั้นได้?เ้าอาจจะหลอกใช้พวกข้าก็ได้” ผู้ฝึกตนมุงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นสิทธิ์แบบนี้ใช่ว่าใครหน้าไหนก็จะมามอบให้ซี้ซั้วได้
“เหอะ! เ้าพวกตาต่ำท่านผู้นี้เป็ถึงนายน้อยของโรงเตี๊ยมพลบค่ำเชียวนะ ท่านมีสิทธิ์อยู่แล้ว” หนึ่งในผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกล่าวออกมาท่าทางที่เขาแสดงออกเหมือนกับว่าเขากำลังพูดคุยกับคนชั้นต่ำกว่าทำให้มีหลายคนไม่ชอบใจแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก
“เห้อ ข้าว่าเ้ารีบไปจะดีกว่านะไม่อย่างนั้นคงบอบช้ำ กระดูกแตกหักไม่ใช่น้อย”ผู้ฝึกตนชรามุงคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความเป็ห่วงชายหนุ่มท่าทางเหมือนขอทานเบื้องหน้าจะเอาอะไรไปสู้ผู้ฝึกตนนับร้อยที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่ได้เล่า
“ไม่ต้องห่วงข้าหรอกท่านผู้เฒ่าแต่ข้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะกล่าว...”ชายหนุ่มทำท่าทางเหมือนมีความลับจะเปิดเผย ทำให้ผู้คนต่างเงียบและตั้งใจฟัง
“เก่งจริงก็เข้ามา!!”
ครึ่งหลัง
[“ขอแสดงความยินดี...หลบการโจมตีครบหนึ่งหมื่นครั้ง”]
[ได้รับ ท่าร่างดาราจักร]
ท่าร่างดาราจักร (ระดับเซียน)
ความสามารถ : “วรยุทธใต้หล้าแพ้ชนะวัดที่ความเร็ว” ผู้ที่มีเคล็ดวิชาท่าร่างนี้และฝึกฝนจนเชี่ยวชาญจะมีประสาทััเหนือล้ำยิ่งกว่าผู้ใดในใต้หล้า ถ้าท่านไม่้าก็จะไม่มีสิ่งใดััตัวท่านได้หนึ่งการก้าวเท้าไปได้ไกลนับพันลี้
[“มีภารกิจแบบนี้ซ่อนไว้ด้วย?ท่าร่างนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าไม่เคยััอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”] หลังผ่านการตะลุมบอนจากผู้ฝึกยุทธหมู่มาได้เกือบชั่วโมงชายหนุ่มก็สำเร็จภารกิจที่ซ่อนไว้แบบไม่ตั้งใจ
ผู้คนโดยรอบรวมถึงคนจากฝั่งโรงเตี๊ยมที่เห็นว่าชายตรงหน้าไม่ยอมโต้ตอบก็พากันคิดว่าที่เป็เช่นนั้นเพราะชายตรงหน้าต้องคอยหลบการโจมตีและป้องกันตัวจนไม่อาจทำอันใดได้ถึงแม้พวกเขาจะไม่มีใครที่สามารถบ่งบอกระดับการฝึกตนของชายตรงหน้าได้แต่ทุกคนก็คาดว่าน่าจะเป็เพราะชายตรงหน้ามีของวิเศษปิดบังระดับการฝึกตนมากกว่าพวกเขาจึงกล้าเข้าไปกลุ้มรุมเยี่ยงนี้
แน่นอนที่ไม่มีใครมองออกก็เพราะผู้ฝึกยุทธโดยรอบมีระดับปราณแค่ระดับหนึ่งและสองเท่านั้นจะมามองเห็นปราณระดับสี่ของเย่ซีได้อย่างไร
เวลานี้ทุกคนเลิกมองว่าชายหนุ่มที่ถูกล้อมรอบอยู่เป็เพียงขอทานธรรมดาไปแล้วจึงไม่มีใครกล้าประมาทแม้แต่น้อย ผู้เข้าประชิดตัวจะใช้อาวุธรุมโจมตีจากทุกทิศทางวงหน้าก็มีผู้ฝึกยุทธคอยซัดพลังธาตุใส่
“เหมือนเขาจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป”หนึ่งในผู้ฝึกยุทธมุงที่ไม่ได้ลงมือกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นว่าในตอนนี้ไม่มีใครสามารถโจมตีถูกตัวของชายหนุ่มได้แม้แต่น้อยก่อนหน้านี้ก็ยังมีการโจมตีที่สามารถเข้าถึงตัวได้บ้างแม้จะทำอันตรายอันใดไม่ได้
“หมดเวลาเล่นแล้ว..”เสียงดังขึ้นมาจากชายที่ถูกรุมโจมตีอยู่แล้วร่างของชายตรงหน้าก็หายไปจากสายตาของทุกคน
อ๊ากกกก!
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังลั่นมาจากทางโรงเตี๊ยมเมื่อหันไปมองก็พบเข้ากับร่างที่หายไปก่อนหน้านี้กำลังจับมือข้างหนึ่งที่หักผิดรูปของนายน้อยโรงเตี๊ยมพลบค่ำอยู่
ร่างของนายน้อยคุกเข่าน้ำหูน้ำตาไหลกองอยู่กับพื้นแขนข้างที่เขาชี้สั่งการไปก่อนหน้านี้ ถูกหักกระดูกไปหลายสิบท่อน นิ้วมือบิดเบี้ยวความเ็ปอันมากล้มถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบสิ้นสติไป
“เ้าบังอาจใช้มือข้างนี้ชี้หน้าข้าสั่งการผู้คน เพราะเหตุนั้นข้อเลยขอหักมือของเ้าสักเล็กน้อย”
“ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย และไม่อยากลงมือมากนักเ้าจงบอกให้ทุกคนกระจายตัวออกไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะหักมืออีกข้างของเ้า” เสียงเ็าดังออกมาจากปากของชายหนุ่มที่ปกติจะยิ้มแย้มตลอดเวลาเพราะเขาค่อนข้างจะเบื่อหน่ายอยากพักผ่อนเต็มทน
เดิมเขาก็ไม่ชอบสังหารคนพร่ำเพรื่อเท่าไหร่ไม่อย่างนั้นทุกคนที่นี่ได้ไปอยู่ในท้องของฟิชกันหมดแล้ว
“ได้ ได้ ได้ ข้าขออภัยท่านด้วย” นายน้อยที่นั่งกองอยู่กับพื้นรีบรับคำทันที
“ไป ทุกท่านออกไปให้หมด!อย่าทำให้คุณชายท่านนี้ขุ่นเคืองอีกต่อไป ส่วนพวกเ้าไปเตรียมห้องที่ดีที่สุดอาหารที่มีคุณภาพมากที่สุดในอาณาจักรนี้มาให้คุณชายรับประทาน” นายน้อยรีบสั่งการให้ผู้ฝึกตนของโรงเตี๊ยมไปทำงานทันที
เวลานี้เขารู้ตัวว่าเหยียบตอเข้าให้แล้วตัวเขาก็เป็ถึงผู้ฝึกตนระดับหนึ่ง ขั้นเก้าแถมผู้าุโที่เป็เพื่อนสนิทกับพ่อของเขา ผู้ฝึกตนระดับสามขั้นสิบนับว่าแข็งแกร่งมากในอาณาจักรเป็รองแค่จักรพรรดิของอาณาจักรแห่งนี้และคนจำนวนน้อยเท่านั้น ก็ยังไม่อาจช่วยเหลืออะไรเข้าได้แม้แต่น้อยโดนตบไปกองอยู่ข้างเท้าเสียแล้ว