ตามรายงานที่ข้าได้รับเ้าขัดขืนการจับกุมของเ้าหน้าที่หน่วยที่ 5 ของข้าแล้วยังเกิดการต่อสู้ ทำให้สมาชิกหน่วยที่5 าเ็ไปสองคน ตายหนึ่งคนที่ตายเป็ถึงระดับหัวหน้าหน่วยที่ 5 แห่งหน่วยความมั่นคง ยังไงคนเหล่านี้ก็คือคนของข้า ตอนนี้เ้ายังมีสถานะเป็คนแดนนอกเ้าฆ่าคนของอาณานิคมยังไงก็ถือว่ามีความผิด
“ท่านเริ่มต้นด้วยความไม่เท่าเทียมกันท่านชี้ให้เห็นว่าตัวข้ากับลูกน้องท่านอยู่คนละระดับกันความยุติธรรมมันก็ไม่เกิดขึ้นั้แ่ต้นอยู่แล้วเนื้อหาความเป็จริงข่าวสารข้อมูลต่างๆกับเื่ที่เกิดขึ้นข้าเชื่อว่าคนระดับท่านที่คุมหน่วยระดับนี้ย่อมรู้ดีถ้าท่านมาถามหาเอาความผิดกับคนระดับข้า ข้าก็คงผิดในสายตาท่านอยู่ดี
“กฎเกณฑ์ของพวกเรานั้นไม่ได้เกิดจากการคิดเองแล้วพูดขึ้นเองกฎเกณฑ์พวกเราเกิดจากบทบัญญัติจากผู้มีอำนาจชั้นสูงในอาณานิคมที่มีมายาวนานมากแล้วถ้ากฎเกณฑ์กำหนดบทบาทให้ชาวอาณานิคมเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ ตัวข้าก็ต้องทำตามหน้าที่ของข้าเพราะพวกข้าเป็คนที่ได้รับอำนาจให้ควบคุมกฎเกณฑ์เหล่านี้
“กราฟ เหลือบมองไปที่ข้อมือที่โดนมัดไว้ด้วย เชือกแดงหากจะมองว่าข้าลำเอียง แต่ข้าก็ยังปฏิบัติตามคำสั่ง เว้นเสียแต่ว่าเ้าจะเป็คนของ อาณานิคมแล้ว จากนั้นข้าจะเปิดโอกาสให้เ้าหาหลักฐานข้อมูล มาแก้ต่างให้ตัวของเ้าเอง
“นาฟ เริ่มสงสัยในคำพูดของหัวหน้ากราฟ”
ข้าจะให้เวลาเ้าเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็คนของ อาณานิคม จากนั้นเ้าจะมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากับพวกเรา
“นาฟ เริ่มครุ่นคิด เหมือนเค้าจะเคยได้ยินว่า ผู้ที่ปลุกพลังได้จะได้สิทธิ์เป็คนของอาณานิคม นาฟ เริ่มจะเข้าใจในสิ่งที่หัวหน้ากราฟ อยากจะบอกตน “หมดธุระแล้วเ้าออกไปได้! “ นาฟ ทำสีหน้างุนงงแล้วเดินออกไปจากประตูห้อง จู่ๆมีเ้าหน้าที่คนหนึ่งรู้สึกจะนั่งอยู่ข้างๆ ห้องหัวหน้ากราฟเดินเข้ามาปลดเชือกสีแดงออก “เ้าไปได้แล้ว! นาฟ ทำอะไรไม่ถูกค่อยๆเดินออกมาจากเต็นท์หน่วยความมั่นคง พอเดินออกมาสักพัก ค่อยๆ ปรับสภาพร่างกายคืนสู่สภาพปกติรู้สึกมวลพลังในร่างเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน “นึกได้ถึง เสี่ยวซู รีบเดินทางไปจุดพักสำหรับเช่าอยู่มองหาอยู่สักพักหนึ่ง เห็นเสี่ยวซู เดินออกมาจากเต็นท์หลังหนึ่ง นาฟ รีบเดินเข้าไปหา“เสี่ยวซู! “นาฟ ! นายมาแล้ว เป็ยังไงบ้างพี่เสี่ยวหมานล่ะมาด้วยรึเปล่า “ใจเย็นๆเื่มันยาว ฉันจะเล่าให้ฟัง พาฉันเข้าไปที่พักนายก่อน “เสี่ยวซู พานาฟ เข้ามา รับฟังเื่ราวจากนาฟ ทำสีหน้าหลากหลายอารมณ์
“ข้าอยากกลับไป แคมป์ 13 ถ้า พี่เสี่ยวหมานออกมาไม่เจอข้า คงจะเป็ห่วงข้าแน่เลย “ข้าไม่ขัดข้องที่เ้าจะกลับไปแคมป์ 13 แต่มีเื่บางอย่างอยากให้นายทำให้ด้วย “เื่อะไรบอกมาได้เลยนาฟ
“ข้าซ่อนของสิ่งหนึ่งไว้แดนนอก อยากให้เ้าไปเอามาให้หน่อย
“ได้สิ! หลังจากที่ข้าไปเจอ พี่เสี่ยวหมานเสร็จแล้วข้าจะไปเอาให้ ว่าแต่มันคืออะไร “มันเป็สิ่งที่จะทำให้พวกเ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น “หรือว่าเป็ หินเท็นซี่สีเหลือง “ไม่ใช่เป็สีแดง! เสี่ยวซูถึงกลับในี่หินสีแดงยังเหลืออยู่อีกเหรอ “นายไปตามตำแหน่งนี้นาฟ หยิบกระดาษออกมาขีดเขียนระบุตำแหน่ง และสอนว่าต้องไปทางไหน ณ ตำแหน่งนั้นมีอะไรเป็สัญลักษณ์นาฟพยายามบอกซ้ำๆ อีกหลายรอบ เพื่อให้ เสี่ยวซู จดจำได้
“นาฟ นายไม่ต้องเป็ห่วงฉันจำได้ทุกอย่างแล้วเห็นฉันเป็แบบนี้ฉันก็เก่งนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนพวก ซูหม่าจับไปแล้ว “เพราะฉันรู้ไงว่านายทำได้ฉันถึงไว้ใจนาย” จำไว้นะอย่าให้ใครรับรู้จนกว่านายจะเอาของมาให้ฉันแม้กระทั่ง พี่ชายของนาย อย่าลืมว่าของสิ่งนี้จะทำให้ ทุกๆคนที่แดนนอกมีชีวิตที่ดีขึ้น “ได้ นาฟฉันจะทำสุดความสามารถ
หลังจากนั้น นาฟ ให้ถุงเงินกับ เสี่ยวซู ติดตัวไปอีกเพื่อความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงแนะแนวทางการเอาตัวรอดเพิ่มเติม หลังจากคุยเสร็จเสี่ยวซู เร่งเดินทางออกไปทันที
วันนั้น นาฟ เดินไปที่หน่วยสำรวจ อีกครั้งคาดหวังหลายอย่าง เช่นอยากเจอใครบางคน หรืออย่างน้อย เจอพวกท่านคักโปก็ยังดี
พอไปถึงหน่วยสำรวจ เจอคนเฝ้ายามคนเดิม “ไม่ทราบว่าพวกท่านจำข้าได้รึเปล่า “จำได้สิ เ้าคือ นาฟ แล้ววันนี้มีเื่อะไรรึเปล่า
“พวกท่านคักโป ยังอยู่มั๊ยครับ” “กลุ่มท่านคักโปกลับอาณานิคมั้แ่กลับมาจากออกสำรวจครั้งก่อนแล้ว ท่านรีบลำเลียงผู้าเ็กลับเข้าอาณานิคม “นาฟ พยักหน้ารับทราบแล้วเดินจากไป
ค่ำคืนนั้น นาฟ นึกทบทวนเื่ราวต่างๆ แต่แล้วใบหน้าผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคอยเป็ห่วงเป็ใยก็ลอยมาในจิตสำนึก ยิ่งหลับตายิ่งให้เป็ภาพของเธอ “เมญ่า เธอเป็ยังไงบ้าง สบายดีมั๊ย!
เช้าวันต่อมีเสียงเรียกมาจากนอกเต็นท์ที่พัก “น้องชาย นาฟ นายพักอยู่ที่นี่ รึเปล่า! นาฟได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเดินออกมาเจอ แม็ค “ฮ่า ๆ น้องชายเป็ยังไงบ้าง ข้าออกมาแล้ว “ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้าพักอยู่ที่นี่
“ฮ่าๆ มีอะไรบ้างที่ข้าไม่รู้ในแคมป์กลาง ข้าเป็ใครข้าเป็ถึงหัวหน้า หน่วย 3เชียวนะ นาฟสักเกตเห็นแม็คมีลูกน้องติดตามมาด้วย สองคน
“ปะ น้องชาย ไปหาอะไรกินกัน ข้าเลี้ยงเ้าเองวันนี้เป็วันหยุดของข้า
นาฟไม่ปฏิเสธ เดินตาม แม็ค ไปเป็สถานที่ไว้ดื่มกินที่นาฟเคยผ่านมาเห็นแต่ก่อน แม็คกับนาฟ นั่งอยู่มุมหนึ่งของร้านสั่งอาหารแห้งมานิดหน่อย และสุราขวดเล็ก นาฟเหลือบเห็นสุราอดนึกถึงคนที่ชวนดื่มเป็คนแรกไม่ได้ “น้องชาย เป็ไร เห็นจ้องขวดสุราอยู่สักพักแล้ว
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร
“แม็ค รินสุรา ใส่แก้วให้ นาฟ มาๆ! ดื่มด้วยกันน้องชาย ดื่ม! “แค๊กๆๆ
ดูท่าน้องชายคงต้องมาฝึกดื่มกับข้าบ่อยๆ แล้วนะ “ได้สิ! ข้าอยากฝึกดื่มเก่งอยู่เหมือนกัน “แม็ค อดขำไม่ได้ อะไรของเ้าเด็นนี่กัน
แต่วันนี้ข้าให้เ้าดื่มแค่นี้นะน้องชาย เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปที่หน่วยคัดกรอง
ไปลงทะเบียนเป็ชาวอาณานิคมให้เรียบร้อยซะ “นาฟ พยักหน้าตามและถามแม็ค ต่อ “การเป็ชาวอาณานิคม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
“ก็มีหลักๆ อยู่ 4 อย่าง เงื่อนไขที่1 ก็คือเหมือนข้า เกิดอยู่ในอาณานิคมอยู่แล้ว ก็เป็ประชากรของอาณานิคมเลย เงื่อนไขที่ 2 คือได้รับคำแนะนำจากคนใหญ่โตข้างในคล้ายๆ ว่าเป็แขกกิตติมศักดิ์ เชิญไปเป็ ประชากรโดยตรง พวกนี้เข้าไปก็จะเข้าไปอยู่ในฐานะผู้ที่ร่ำรวยสวนมากคนพวกนี้มีเอี่ยวการค้ากับคนใหญ่โตด้านใน เงื่อนไขที่ 3 ก็เหมือนพวกเ้าทำนี้แหละส่งของ บรรณาการแลกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าเป็ประชากร แต่ส่วนมากคนกลุ่มนี้เข้าไป ก็จะไปเป็แรงงานอยู่ดีคนกลุ่มนี้ที่เข้าไปส่วนมากเป็คนจากแดนนอก พื้นฐานก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วการใช้ชีวิตข้างในถ้าไม่มีเงินก็อยู่อย่างลำบาก ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเหมือนกันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดไว้ “นาฟอดคิดตามไม่ได้ ถ้าเหตุการณ์ไม่เกิดพลิกผัน พวกท่านคีแวน เข้าไปใช้ชีวิตข้างในอาจไม่สวยหรูอย่างที่คิดก็ได้
เงื่อนไขสุดท้าย คือนาย กลุ่มผู้ใช้พลังถ้าสามารถเปิดพลังได้ ก็จะได้สิทธิ์เป็ประชากรอาณานิคมทันที
กลุ่มผู้ใช้พลังมีอยู่จำนวนไม่มาก หากเทียบกับมนุษย์ทั่วไป ผู้ใช้พลังถ้ายังอายุน้อยอยู่เข้าไป ก็จะให้เข้าไปอยู่ในสถานศึกษาเพื่อรับการศึกษาเื่ราวต่างๆ และเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ถ้าอายุเยอะแล้วก็สามารถเข้าไปทำงานที่หน่วยงานต่างๆได้เลย คนกลุ่มนี้จะได้รับการเคารพเป็อย่างยิ่งเพราะว่าถือว่าเป็คนกลุ่มน้อยในมนุษย์ของเรา อีกอย่างผู้ใช้พลังจะถูกฝึกสอนให้เป็ผู้เที่ยงธรรมและให้ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ