บทนำ ปาฏิหาริย์ แด่ ผู้วิงวอน
‘พรุ่งนี้ที่สดใสรอเราอยู่~’ เ้าพวกที่พูดแบบนั้นออกมาก็มักจะโดนบึ้มกระเด็นไกลอยู่ร่ำไป ถึงจะพยายามหลอกตัวเองมากแค่ไหน แต่โลกใบนี้ก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
ความเป็จริงนั้นโหดร้ายกว่าที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเด็ก จากที่เคยละเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ดีๆเวลาก็ได้ผ่านพ้นไปเร็วจนไม่ทันรู้ตัว
ในกลุ่มคนมากมายจากทั่วโลก จะมีสักกี่คนที่จะประสบความสำเร็จได้?
ในสมรภูมิรบแห่ง ‘ชีวิต’อันโหดร้ายผู้ที่สามารถเอาชีวิตรอดจากาแก่งแย่งชิงดีอันแสนวุ่นวายนั้นมีไม่มาก เหล่าผู้ห้าวหาญต่างไต่เต้าและประสบความสำเร็จได้อย่างงดงามพลทหารธรรมดาก็จะยังคงเป็พลทหารธรรมดาอยู่วันยังค่ำ ส่วนเหล่าผู้อ่อนแอ...ก็ต้องพ่ายแพ้ในาครั้งนี้ไปไม่ใช่ต่อศัตรู ไม่ใช่ต่อมิตร แต่เป็โชคชะตาของตัวเอง
พวกที่ประสบความสำเร็จไปแล้วบางคนมักจะออกมากล่าวเสมอว่า ‘ที่ผมประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ก็เพราะความพยายาม! หากคุณมี ‘ความตั้งใจ’มากพอแล้วหละก็...คุณจะไปถึงฝั่งฝันได้โดยไม่ทันรู้ตัว!’
แล้ว... อะไรคือไอ้ ‘ความตั้งใจ’ ที่ว่านั่นกัน?
จากประชากรกว่าแปดพันล้านคนที่มีท่าทีว่าจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เหล่าคนรุ่นใหม่ทั้งหลายต่างต้องเผชิญกับความยากลำบากและจำนวนคู่แข่งที่มีมากกว่าในอตีด
อย่างเช่นว่า
—ในการแข่งขันที่คุณพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะได้ติดท็อปร้อยแต่ดันต้องมาได้อันดับร้อยเอ็ด เพราะดันดวงซวยมาเจอคนที่เก่งตัวเองร้อยคนในคราวเดียว
เหตุการณ์แบบนี้บ่อยครั้งยังทำให้ใครหลายคนนึกกันเล่นๆ เลยว่า ‘อาห์...ทำไมถึงดวงซวยแล้วได้มาแข่งที่นี่กันน้า~’หรือไม่ก็ ‘อาห์...เราช่างเลือก่เวลาได้เหมาะเจาะเสียจริง...’เป็ต้น
บางครั้งไอ้สิ่งที่เรียกว่า ‘ความตั้งใจ’ หรือก็คือ ‘ความพยายาม’ที่มีความหมายคล้ายกันทั้งสองอย่างนี้ก็ไม่อาจนำมาเป็เกณฑ์ในการวัดอัตตราการประสบความสำเร็จได้ แต่จะต้องรวมเข้ากับปัจจัยยิบย่อยอื่นๆอีกมาก
เอาเป็ว่ามาลองเปรียบเทียบอัตราการประสบความสำเร็จของผู้คนในยุคสมัยนี้กับสูตรคณิตศาตร์ง่ายๆกันดีกว่า
[เหล่าผู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอด]
ความตั้งใจ/พยายาม = โอกาสประสบความสำเร็จ < 50%
[เหล่าทหารธรรมดา]
ความตั้งใจ/พยายาม + พร์ =โอกาสประสบความสำเร็จ> 50%
[เหล่าทหารหาญ]
ความตั้งใจ/พยายาม + พร์ + ภูมิหลังและการผลักดันที่ดี = โอกาสประสบความสำเร็จเกือบถึง100%
จากเพียงสูตรคณิตศาตร์ง่ายๆ นี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า พร์เองก็เป็สิ่งจำเป็เหมือนกัน!
ถึงแม้จะมีความตั้งใจ/พยายามมากเพียงไหน หากแต่ไร้ซึ่งพร์ ก็อาจทำให้พ่ายแพ้แก่ผู้มีพร์(มาก)ที่ไม่แม้แต่จะเคยดิ้นรนพยายาม
บางคนเกิดมาเพื่อเป็อัจฉริยะ เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็เหตุผลว่าทำไมบางคนที่พยายามแล้วแต่ก็ยังแพ้คงต้องโทษโชคชะตาที่ทำให้ตัวเอง ‘เกิดมาไม่มีพร์มากพอ’ หรือไม่ก็ ‘ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่มีภูมิหลังดีๆ’
ความอยุติธรรมนั้นได้ถูกตัดสินไว้ั้แ่ตอนที่เราลืมตาดูโลก!
ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอสรุปว่า สิ่งเหล่านี้ที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น เป็สาเหตุการเพิ่มจำนวนขึ้นของบุคคลที่ยอมรับความพ่ายแพ้ในชีวิตยุคสมัยนี้
ไม่ใช่เพราะพวกเขาอ่อนแอ ไม่ใช่เพราะพวกเขาพยายามไม่มากพอ ไม่ใช่เพราะพวกเขาบลาๆๆอีกเหตุผลกว่าร้อยแปดพันเก้าที่ไม่ว่าผมจะบรรยายออกมายังไงก็ไม่มีทางหมด
คนเ่าั้ไม่ได้ผิด...โชคชะตาต่างหากที่ผิด...เป็โลกนี้ต่างหากที่ผิด!
Alias
—หลังบทความถูกโพสต์ลงเว็บไซต์ได้เพียงสิบนาทีก็มีคนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็น
—Goodwill: เป็งานเขียนที่น่าสนใจดีนะครับถ้าแก้ไขอะไรอีกนิดหน่อยก็น่าจะสมบูรณ์ได้มากกว่านี้ (b ᵔ▽ᵔ)b
—Zolas958: พวกตรรกะขวางโลกโผล่มาอีกแล้ว...
—Thinman: เห็นด้วยเลยคับ!ผมเองก็เป็เหยื่อความอยุติธรรมของโลกใบนี้เหมือนกัน ( ̄ω ̄)
—25482468: เม้นบนเป็พวกพลทหารธรรมดาป่าววะ?
—Fanboy: พอดีตรูตาบอทั้แ่เกิดว่ะเลยไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก! แบบนี้แปลว่าตรูยังไม่เคยถูกความอยุติธรรมของโลกตัดสินใช่ปะ?#หัวเราะเยาะหนักมาก
—Hell4508: ห่วยแตกมาก!ไปฝึกเขียนมาใหม่ไป! 凸( ` ロ ´ )凸
—NeetNo.9: สงสัยว่าคนเขียนมันจะเป็หนึ่งในพวกเราว่ะ!
—FakeAdmin: มีข้อมูลมารองรับรึเปล่า?ไม่ใช่ว่ามั่วๆ ขึ้นมาเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหรอกนะ?
—BlackSignal: เฮ้ย!นี่ตรูมาผิดเว็บป่าววะ? (o_O) !
-คลิกๆ
หน้าจอสไลท์ลง เลื่อนผ่านความคิดเห็นที่เพิ่มมาใหม่
-ใจร้ายกันจัง...
ความคิดเห็นด้านลบผ่านสายตานับไม่ถ้วน
4:43:20
—....ไปฆ่าตัวตายดีไหมนะ
ชายหนุ่มผู้ไม่เห็นคุณค่าของชีวิต
*
สายตาจ้องมองไปที่หน้าจออย่างร่วงโรย รู้สึกห่อเหี่ยวอย่างอธิบายอธิบายไม่ถูก
แม้จะเป็่เช้าตรู่ แต่ก็มี‘เหล่านักปราชญ์’ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่ขาดสายเป็กลางบ้าง รุนแรงบ้าง ถึงที่เห็นผ่านตาส่วนใหญ่จะเป็แต่แบบรุนแรงก็เถอะ...
— ขอค้านครับ! ขอต่อต้านความรุนแรง
หากโลกนี้ปราศจากความรุนแรงแล้วจะต้องน่าอยู่ขึ้นอย่างแน่นอน
—คำค้านตกไป ศาลไม่รับพิจรณาคำค้านที่เป็ไปไม่ได้
ว่าไปนั่น...
เอาเป็ว่ากลับมาเข้าเื่ก่อนจะออกทะเลไปมากกว่านี้ดีกว่า
ถ้าอิงตามการใช้ชีวิตของผู้คนสมัยนี้ ก็ใช่ว่าจะต้องขยันทำงานจนต้องตื่นแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็อาจแอบใช้่ว่างยามเช้ามาเข้าเว็บไซต์ประหลาดบนอินเตอร์เน็ตเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ที่มาใหม่
นอกจากนี้วันนี้ยังไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่คนทั่วไปเอาไว้ใช้ปลดปล่อยด้านลับๆที่ไม่อยากให้ใครเห็น
แล้วผู้คนเ่าั้มาจากไหน? ระบบตอบกลับอัตโนมัติที่สร้างขึ้นสำเร็จเป็ลำดับที่สองรองจากอเมริกางั้นเหรอ...ไอ้แบบที่ว่าไม่ว่าจะติดต่อไปทีไรก็ไม่มีคนจริงๆมารับสายสักทีแบบที่เคยได้ยินมาน่ะเรอะ?
คำตอบนั้นง่ายนิดเดียว...
—นั่นเพราะคนเ่าั้ไม่ใช่คนธรรมดายังไงล่ะ
เหล่าผู้คนไม่ธรรมดา...เหล่าผู้คนไม่ธรรมดา! จะว่าไปแล้ว...ก็ฟังดูดีอยู่เหมือนกันแฮะ
กลับมาเข้าเื่
คนธรรมดามักจะใช้ชีวิตกันอย่างธรรมดาซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีคนบางกลุ่มที่ใช้ชีวิตแบบคิดต่าง...เหล่าคนผู้ไม่ยอมไหลไปตามกระแสถ้าตกเป็เปอร์เซ็ตต์ก็คงราวๆ สักเกือบสิบเปอร์เซ็นของประชากรโลก
คนเ่าั้คือนักปราชญ์ ปราชญ์ผู้เจนจัดในชีวิต เหล่าทหารหาญผู้ได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ในสถานที่ที่เรียกว่าาชีวิตอาจมีบางคนที่พยายามลุกขึ้นสู้ต่อและแพ้อีกครั้ง หรืออาจสู้ต่อแล้วก็แพ้อีกครั้งไม่ว่าจะทำยังไงสุดท้ายก็แพ้อยู่ดี
อะไรน่ะ? เล่นเกมกันอยู่รึไง? นายน่ะตายไปแล้วนะ...แล้วจะลุกขึ้นไปสู้ต่ออีกทำไม?
—เกมที่เรียกว่า ‘ชีวิต’นี่ช่างห่วยแตกจริง #ฝากไปบอกพระเ้าให้มาแก้บัคที
ชายหนุ่มผู้หวังให้โลกนี้ง่ายดายกว่าเก่า #ขอให้การส่งของขวัญซานต้าครั้งหน้าเป็ไปได้ด้วยดี
*
ความคิดเห็นด้านลบยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถึงหลักร้อยแม้จะลองอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคำขอนั้นจะส่งไปไม่ถึง
ไม่แปลกอะไรที่บทความนี้จะได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบขนาดนี้ นั่นเพราะเว็บไซต์นี้มีชื่อว่า[กลุ่มเฝ้าระวังภัยจากนอกโลก] นั่นเอง
[กลุ่มเฝ้าระวังภัยจากนอกโลก]เป็เว็บไซต์ที่เปิดทำการมาแล้วหลายสิบปี แต่ก็ไม่ได้โด่งดังอะไรถึงอย่างนั้นที่นี่ก็มีพวกขาประจำที่พากันเรียกตัวเองว่า ‘ปราชญ์แห่งโลกไซเบอร์’อยู่
บทความตอกย้ำแผลเก่าเช่นนี้ย่อมทำให้ฝ่ายปราชญ์ไม่พอใจ นอกจากนี้ยังเพราะตัวเว็ปไซต์เกี่ยวข้องกับเื่ของภัยอันตรายจากนอกโลกการมาโพสต์บทความขัดวัตถุประสงค์หลักของเว็ปไซต์ จึงได้ทำให้คน(ธรรมดา)ที่อาจจะมีปะปนอยู่บ้างไม่พอใจไปด้วย
“.........”
รู้อยู่แล้วล่ะครับ ต้องขอโทษด้วย แค่คิดว่าถ้าไม่เขียนออกมาตอนนี้ก็จะไม่มีทางเขียนอะไรแบบนี้ออกมาได้อีกเท่านั้นเอง
แต่สิ่งนี้อาจเป็หนทางนำพาไปสู่เป้าหมายชีวิตที่กำลังตามหาอยู่ ...อย่างการเป็นักเขียน!
-อ๊ะ คำว่าห่วยเต็มหน้าจอไปหมดเลย ไปฆ่าตัวตายดีไหมนะ?
—ความจริงแล้ว ชีวิตมันคืออะไรกันแน่น้า~
ชายหนุ่มผู้สงสัยถึงความหมายของชีวิต อ๊ะ หรือเราจะเกิดมาเพื่อหายใจไปวันๆ กัน? ชายหนุ่มคิด
*
หลังหาวออกมาหนึ่งทีก็เริ่มที่จะจะรู้ตัว...ว่าการอ่านความคิดเห็นพวกนี้ต่อไปก็รังแต่จะทำให้คิดลบไม่รู้อะไรดลใจให้ตื่นั้แ่ตีสี่มาเขียนบทความบ้าๆ พรรค์นี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยเขียนอะไรแบบนี้มาก่อน
เทพองค์ไหนกันที่ดลใจ บอกมานะ ซานต้างั้นเหรอ...ไม่สินั่นมันตัวละครจากนิทานไม่ใช่เรอะ...เดี๋ยวนะ ถ้าจำไม่ผิดมันต้องเป็อีกตัวหนึ่ง...แต่จะยังไงก็ช่างการที่ต้องมาใช้สมองยามเช้าหลังจากที่เพิ่งนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงมันช่างเป็การทรมานร่างกายดีจริงๆ
ในเวลาแบบนี้ถ้ามีครูสาวสุดเซ็กซี่มาพูดกับตัวเองว่า ‘ทำไมนายถึงได้บิดเบี้ยวแบบนี้’ พร้อมมองมาด้วยสายตาเหยียดๆหรือไม่ก็ เพื่อนสาวสมัยเด็กที่มาพูดด้วยว่า ‘คิดอะไรของนายอยู่กัน ทะ ทะที่ถามนี่ไม่ใช่ว่าเพราะฉันเป็ห่วงนายหรอกนะ’ พร้อมหน้าแดงไปด้วย...อะไรประมาณนี้ดวงตาที่ใกล้ปิดก็อาจลุกโพลงขึ้นมาพร้อมสติที่แจ่มชัด คงจะช่วยให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปไม่น้อย
มะ ไม่ใช่ว่าว่าผมมีรสนิยมทางเพศแบบมาโซนิดๆหรือว่าชอบสาวแนวซึนเดเระนิดหน่อยหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าได้ลองโดนพูดแบบนั้นใส่สักครั้งในชีวิตอาจทำให้เปลวไฟที่เคยดับมอดดับไปลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเท่านั้นเอง
...แต่จะว่าไปแล้วผมไม่มีเพื่อนสักคนเลยนี่หว่า
“..........”
.
เอาเป็ว่า รีบไปนอนก่อนล่ะกัน
“-ปิดคอมพิวเตอร์”
ระบบอัตโนมัติตอบรับคำสั่งเสียง หลังจากใช้เวลาไม่กี่วินาทีหน้าจอก็ปิดตัวลง
ภายในห้องกลับคืนสู่ความมืด ต้องใช้เวลาซักพักกว่าสายตาจะปรับตัว
หลังเดินผ่านโต๊ะไม้เตี้ยใจกลางห้องโดยมีจุดหมายปลายทางคือเตียงที่กำลังรอให้กลับไปหาแต่ก่อนที่จะได้ล้มตัวลงนอนแดน์บนดินที่เรียกว่าเตียง ก็ดันลืมไปเลยว่าใกล้ถึงเวลาประจำวันแล้ว
-ได้เวลาทำความสะอาดมีดพกประจำวันแล้วเฟร้ย!ได้เวลาทำความสะอาดมีดพกประจำวันแล้วเฟร้ย! ได้เวลาทำความสะอาดมีดพกประจำวันแล้วเฟร้ย!
เสียงประหลาดดังขึ้นจากหัวเตียง เป็เสียงเหมือนเด็กที่กำลังพยายามเลียนแบบตำรวจโหดๆในดวงใจหลังเพิ่งดูหนังจบ...มาจากทิศทางของนาฬิกาปลุก
-ยังไม่ได้ลบอีกเรอะ!
—คราวนี้ล่ะ ฉันจะลบแกให้หายไปจากโลกใบนี้!
ชายหนุ่มตั้งมั่นไว้ไว้ในใจ
*
สภาพภายในห้องยังคงเหมือนเดิมทุกประการ ไม่ต่างจากตอนที่ย้ายมาใหม่ หลังจากมองวนรอบห้องเพื่อรำลึกความหลังหนึ่งรอบก็นั่งลงบนพื้นใกล้โต๊ะเตี้ยใจกลางห้องพร้อมทั้งหยิบอุปกรณ์ที่จำเป็ออกมาจากกระเป๋าคาดเอว
“...ได้เวลาบำรุกรักษามีดพกประจำวันแล้วสินะ”
ผมบ่นเสียงเบาเหมือนพูดแค่ให้ตัวเองฟัง
แต่ละคนย่อมมีงานอดิเรกเป็ของตัวเอง ซึ่งถ้าได้เห็นผมทำงานอดิเรกนี้จากทางด้านหลัง...ก็อาจทำให้เข้าใจผิดคิดไปเองว่าผมกำลังแอบทำภารกิจลับๆบางอย่างอยู่ แต่ความจริงแล้วก็แค่ขัดมีดพกเท่านั้นแหละ
การทำแบบนี้ก็ไม่ต่างไปจากพวกรักรถที่ต้องขัดเงาให้กับรถของตัวเองแต่สิ่งที่ต่างกันคือ...มีดพกที่คอยบำรุงรักษาอยู่เสมอเล่มนี้ไม่เคยได้ถูกใช้งานมาก่อน
ถึงจะรู้สึกผิดเล็กน้อย...ความจริงก็ไม่ได้รู้สึกผิดหรอก แค่พูด..เอ้ยแค่คิดไปตามมารยาทเท่านั้นเอง
เอาเป็ว่ามาเริ่มกันใหม่ดีกว่า... ถึงจะรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไม่เคยได้ใช้งานมีดเล่มนี้มาก่อนทั้งที่มันเกิดมาเพื่อฟาดฟันและตัดเฉือน แต่ด้วยความผูกพันแบบไม่อาจวัดค่าเป็ตัวเลขทำให้ผมไม่อาจทนเห็นมันต้องหม่นหมองหรือเสียความเป็ประกายไป
—เพียงแต่ไม่นานหลังขัดมีดพกไปได้ซักพักความง่วงก็เริ่มเข้าครอบงำ
อ่า...ในหัวมันเบลอไปหมด คิดหาเหตุผลดีๆ มาพูดกับตัวเองไม่ออกแล้วนี่สินะคือผลของการนอนดึก
—อ๊ะ แบบนี้มันแย่แล้วนะ...
ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยที่ใกล้เข้ามา หรือว่า... นี่จะเป็ลางบอกเหตุ! #ทำท่าทางใเกินเหตุพร้อมตาโต
*
สายตาจ้องมองไปยังมีดในมืออยู่นานโดยไม่ขยับสิ่งผมกลัวที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว ภายในหัวโล่งเตียนจนคิดอะไรไม่ออกอีกต่อไปความคิดด้านลบและเื่ราวในอดีตต่างพรั่งพรูเข้ามาไม่หยุดอยู่
มันเริ่มแล้วสินะ...
-ในบางครั้งผมก็เคยนึกสงสัยถึงเหตุผลที่เกิดมาในโลกใบนี้...
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...ทำไมพระเ้าถึงได้กลั่นแกล้งผมแบบนี้
-ได้โปรด...ปลดปล่อยผมให้เป็อิสระ...
เสียงอ้อนวอนคำกรีดร้องขออิสรภาพดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เปิดปากแต่กลับได้ยินเสียงฟังดูสมจริงจนคิดว่ามีคนมาะโสาปแช่งที่ข้างหู
-มันเป็ความรู้สึกที่มีแต่ผมที่เข้าใจไม่มีใครอื่นเลยที่จะเข้าใจ...
จิตใจของผู้ที่หลงเหลือเพียงคำสั่งแห่งการจองจำสั่งให้ทำตามหน้าที่ และไม่อาจไปไหน...มีแค่ผมเท่านั้นที่รู้
-มีดพกในมือนี้ถ้าแทงเข้ามา ทุกอย่างก็จะจบสิ้น...
ช่วยจบวังวนแห่งความทรมานนี้ลงที...ไม่ว่าวันไหนที่ลืมตาตื่นก็ไม่อาจพบกับความสุขแท้จริงที่โหยหามีเพียงความเงียบเหงา เปล่าเปลี่ยว และเดียวดาย
ผมทนอยู่แบบนั้นต่อไปไม่ไหวแล้ว!
ความสับสนเข้าครอบงำความคิดลบมากมายพรั่งพรูทะลักดั่งเกลียวคลื่นหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปด้วยความทรมานนี้เป็ของจริง...ไม่ได้เสแสร้ง
-ไม่สิ...ถึงทำแบบนั้นไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก
คนเรามักจะไม่รู้คุณค่าของชีวิตจนกว่าจะได้ัักับเศษเสี้ยวของดินแดนแห่งความตาย...ตัวผมที่เคยได้ัักับเศษเสี้ยวของดินแดนแห่งนั้นมาแล้ว ก็ไม่ควรที่จะทิ้งชีวิตไปง่ายๆอีก
“หากแต่พระเ้ามีอยู่จริง...ท่านก็ควรที่จะช่วยเหลือผมได้...ช่วยให้ผมหลุดพ้นจากคำสาปวังวนแห่งการจองจำนี้สักที!”
-ปัง
มือขวาที่ทุบลงบนโต๊ะััได้ถึงความเ็ป แต่มันกลับน้อยนิดจนรู้สึกเหมือนคิดไปเอง
-ไม่ว่าจะอ้อนวอนมากเพียงไหนก็ไม่เคยที่จะได้เห็นแสงแห่งความหวัง แม้เพียงริบหรี่—ไม่สิ...ผมเห็นแล้ว...ผมมองเห็นแล้ว!
“แต่อิแบบนี้มันจะจ้าเกินไปหน่อยไหมม...”
-วิ้งงงง!
—แสงสว่างสีขาวโพลงจ้าทั่วห้อง สิ้นแสงนั้นจากห้องที่เคยมีมนุษย์อยู่...ก็ไม่เห็นใครอีกเลย
ชายหนุ่ม...ผู้หายไป...จากโลกใบนี้...
Survival Man
ต่างโลกอันตรายกับไอ้ชายสู้ชีวิต
Project Signal