ระบบเปลี่ยนชีวิต

    บทที่ 32 : ​บ้านสุดหรู

    บ้านสุดหรู
    หน้าทางเข้าของหมู่บ้านที่หรูหราแห่งหนึ่งภายในเมืองซิงโจว มีรถ BMW วิ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่คงที่ ไม่ได้ช้าหรือไม่ได้เร็วมากเกินไป
    ไป๋เฉินที่นั่งอยู่ในรถต้องเบิกตากว้างเล็กน้อย เมื่อเขามองผ่านเลนส์กระจกรถ เขาเห็นบ้านหลังใหญ่โตและงดงามตามทางโดยรอบที่รถขับผ่าน
    เขาไม่คิดเลยว่าหลงซูอินจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่หรูหราขนาดนี้
    “ซูอิน คุณอาศัยอยู่ที่นี่เหรอ?” เขาต้องสงบใจลงและหันหน้าไปถามหลงซูอินที่กำลังขับรถอยู่
    หลงซูอินเหลือบมองไป๋เฉินเล็กน้อย ขณะเดียวกันเธอก็ขมวดคิ้ว
    ดูจากการแสดงออกของเขา เธอคิดว่าเขาคงจะแกล้งทำเป็นตกใจเป็นแน่ เพราะในสายตาของเธอ เธอมองว่าเขาเป็นลูกของคนรวยรุ่นที่สอง
    เห็นได้ชัดว่าเธอได้เชื่อไปแล้วว่าเขาเป็นลูกของคนรวยรุ่นที่สอง
    ส่วนสาเหตุนั้น แน่นอนว่าเป็นเพราะแว่นตาวิเศษที่เขาให้เธอมา มันทำมาจากทองคำบริสุทธิ์นั่นเอง มันจึงช่วยไม่ได้ที่เธอจะคิดแบบนี้
    “ใช่” แต่เธอก็พยักหน้าเป็นการตอบคำถามของเขา “เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
    ได้ยินแบบนี้ ไป๋เฉินก็กลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ดูเหมือนว่าหลงซูอินจะร่ำรวยเป็นอย่างมาก
    แต่เมื่อเขานึกไปว่าเธอเป็นอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ เขาเข้าใจขึ้นมาในทันทีว่าทำไมเธอถึงร่ำรวย
    เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที รถ BMW ก็ขับมาถึงสุดทาง ซึ่งสุดทางเป็นประตูสแตนเลสสีเงินอันสวยงามบานใหญ่แบบเลื่อนเปิดตั้งอยู่
    ข้างๆ กันนั้น ยังมีป้อมยามเล็กๆ อยู่ด้วย
    ในป้อมยามมีชายวัยกลางคนคนหนึ่ง กำลังนั่งดู Youtube ผ่านโทรศัพท์มือถืออยู่
    เมื่อเขาเห็นรถ BMW อยู่ขับมาถึงหน้าประตูสแตนเลสสีเงิน เขาก็รีบปิดโทรศัทพ์และกดปุ่มเปิดประตูในทันที
    ประตูสแตนเลสสีเงินได้เลื่อนเปิดออก พริบตาเดียวก็เปิดออกจนสุดบาน
    หลงซูอินขับรถเข้าไปแทบจะในทันทีที่ประตูสแตนเลสสีเงินถูกเลื่อนเปิดออกจนสุด
    ไป๋เฉินจ้องมองอย่างโง่งมไปที่ประตูสแตนเลส เขาพบว่ามันเหมือนกับหนังที่เคยดูมาไม่มีผิด ที่พวกบ้านของพวกคนรวยจะมีระบบเปิดประตูอัตโนมัติแบบตรงหน้าของเขาในตอนนี้กัน
    หลังจากขับเข้ามาข้างใน หลงซูอินก็ขับเข้าไปจอดรถไว้ที่โรงเก็บรถ ซึ่งภายในโรงเก็บรถมีรถยี่ห้อหรูๆ อยู่อีกสองถึงสามคัน
    ไป๋เฉินลงมาจากรถ BMW พร้อมกับหลงซูอิน แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเธอรวยมากจริงๆ เพราะเพียงแค่รถสี่คันที่เธอมีก็รวมๆ แล้วน่าจะเป็นเงินมากกว่า 20 ล้านหยวนแล้ว
    “ตามมาสิ”
    หลงซูอินดูเหมือนจะไม่ได้สนใจใบหน้าที่เขาแสดงออกมามากนัก เธอบอกกับเขา ก่อนจะเดินออกไปจากโรงเก็บรถ
    ไป๋เฉินได้แต่ส่ายหน้าไปมา เพื่อสลัดความคิดที่มีอยู่ในตอนนี้ออกไป
    เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะเห็นอะไรจากบ้านสุดหรูของหลงซูอินอีก เขาจะทำเป็นไม่สนใจและไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น
    เขาพลันเดินตามหลงซูอินจนไปถึงประตูบ้านที่เป็นกระจกอย่างหรูหรา โดยที่หลงซูอินไม่ได้เปิดเองก็มีหญิงวัยกลางคนเดินมาเปิดให้
    หญิงวัยกลางคนคนนี้อยู่ในชุดแม่บ้าน เธอมองมาที่หลงซูอิน ก่อนจะยิ้ม
    “คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ?”
    “ฉันกลับมาแล้วป้าฮุ่ย รบกวนป้าไปบอกเชฟที่อยู่ในห้องครัวทีนะ ว่าวันนี้มีแขกคนสำคัญมา ให้เขาทำอาหารที่ดีที่สุดมาหลายๆ อย่าง” หลงซูอินยิ้มและพูด
    เพียงได้ยินคำพูดของหลงซูอิน สายตาของแม่บ้านที่ถูกเรียกว่าป้าฮุ่ยก็หันเหสายตาไปตกลงที่ร่างของไป๋เฉินโดยอัตโนมัติ
    เธอมองเขาด้วยความสนใจเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยเห็นคุณหนูของตัวเอง พาผู้ชายคนไหนมาที่บ้านมาก่อนเลย ยิ่งเป็นการเลี้ยงอาหารแล้วยิ่งแล้วใหญ่
    “เขาคือ...” เธออดหันหน้ากับมาถามกับหลงซูอินด้วยความสงสัยไม่ได้
    ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแม่บ้าน แต่เธอก็ช่วยเลี้ยงดูหลงซูอินในตอนที่แม่ของเธอออกไปทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและหลงซูอินเป็นที่สนิทกันมาก
    “สวัสดีป้าฮุ่ย เรียกผมว่าไป๋เฉินก็ได้ ผมเป็นเพื่อนของซูอิน”
    โดยไม่รอให้หลงซูอินพูดอะไร ไป๋เฉินก็แนะนำตัวเองกับป้าฮุ่ย
    “เพื่อนของคุณหนู...” ริมฝีปากของป้าฮุ่ยเปิดขึ้น เธอพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา
    เธอรู้สึกตกใจอยู่ภายในใจที่ได้ยินจากปากของเขา ที่เขาเรียกคุณหนูของตัวเองว่าซูอินเฉยๆ และยังบอกว่าเป็นเพื่อนอีก เพราะสถานการณ์แบบนี้ เธอไหนจะเคยพบมาก่อน
    ‘ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน? ทำไมคุณหนูถึงยอมให้เขาเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้’
    เธอได้แต่รู้สึกสงสัยอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าที่จะถามออกมา เธอรีบกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปบอกเชฟตามคำสั่งของคุณหนูของตัวเองในทันที
    หลังจากป้าฮุ่ยเข้าไปในบ้านแล้ว หลงซูอินก็พาไป๋เฉินเข้าไปในบ้านที่หรูหรา ไม่ว่าจะมองมุมไหน ภายในบ้านก็เต็มไปด้วยสิ่งตกแต่งที่ดูสวยงามทั้งนั้น
    เขาถูกนำไปที่ห้องรับแขกสุดหรู โซฟาขนสัตว์ที่ได้นั่งนั้นนุ่มเกินบรรยาย มันให้ความรู้สึกที่สบายอย่างมาก ตรงหน้าของเขาเป็นทีวีจอยักษ์ขนาดตั้งไม่รู้กี่นิ้ว
    “ดื่มน้ำมะนาวก่อนสิ”
    หลงซูอินดูเหมือนจะรู้สึกกระปรี้กระเป่าเป็นพิเศษ เธอเดินไปที่ตู้เย็นและเอาน้ำมะนาวใส่แก้วมายื่นให้กับเขา
    “ขอบคุณ” ไป๋เฉินรับน้ำมะนาวจากมือของเธอมา ก่อนจะดื่มลงไปอึกหนึ่ง
    ความเย็นของน้ำมะนาวที่สดชื่นได้ไหลผ่านลำคอของเขา ทำให้เขารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก
    หลงซูอินมองเขา รอยยิ้มที่พบเห็นได้ยากพลันปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
    แต่รอยยิ้มของเธอก็อยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น จึงทำให้ไป๋เฉินไม่ได้เห็นมัน เนื่องจากว่าเขากำลังดื่มน้ำมะนาวอยู่
    หลังจากดื่มน้ำมะนาวไปครึ่งแก้ว ไป๋เฉินก็วางแก้วน้ำมะนาวลงที่โต๊ะกระจกสีดำที่อยู่ตรงหน้า พลางถามออกไป “ตกลงว่าคุณพาผมมาที่บ้านของคุณทำไม?”
    “ฉันอยากจะขอบคุณนาย ฉันจึงพานายมาที่บ้านของฉันเพื่อเลี้ยงข้าว” หลงซูอินตอบอย่างสงบ
    “แค่นี้?”
    ไป๋เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าที่เธอพาเขามาที่บ้านของเธอและไม่ยอมบอกอะไรจนมาถึงที่บ้าน จะเพียงแค่คิดพาเขามาเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการขอบคุณเพียงเท่านั้น
    “ยังมีอีกเรื่อง คือฉันอยากจะรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ของนาย!” เธอพูด ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นมา
    จบบทที่ 32