“แม่จะเข้าไปแล้วนะ”
ผัวะ!
ประตูถูกอวี๋ฮูหยินเปิดออกจั๋วเหรินหาวนอนหันหลังยื่นแขนหนึ่งกอดนางไว้ทำทีลุกขึ้นนั่ง เขาค่อยๆหันหน้ากลับไปมอง สาวใช้สองคนที่เดินตามหลังมาถือถาดไว้คนละถาด
“เ้ามาดูสิน้ำแกงบำรุงร่างกายพวกเ้า แม่ตั้งใจเคี่ยวอย่างดี ยามนี้อาการเริ่มเย็นลงอีกแล้วดื่มเข้าไปเถอะ ร่างกายจะได้อบอุ่น”
“ท่านแม่ไม่น่าจะต้องลำบากเลยขอรับ”
“เป็ไรไปเล่า?แม่ก็หวังอยากให้พวกเขารีบมีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นี่ล่ะ”
สาวใช้วางถาดน้ำแกงลงที่โต๊ะหนึ่งในสองคือสาวใช้าุโมีตำแหน่งเป็หมัวมัว ปกติรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่าฉงหยวนหยวนขมวดคิ้วจ้องมองใบหน้าของนางผู้นั้น
“หมัวมัวสวินเหตุใดท่านจึงได้มาดูแลท่านแม่ของข้า?”
อวี๋ฮูหยินหันไปมองหมัวมัววัยกลางคน“อ้อ!ท่านย่าเ้าบอกว่าอยากให้นางมาช่วยดูแลแม่เพราะเห็นว่า่นี้แม่มีอาการวิงเวียนอยู่บ่อยๆน่ะ”
จั๋วเหรินหาวลอบสังเกตหมัวมัวที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังแต่สายตาของนางกลับเหมือนจะสำรวจตัวเขาและฉงหยวนหยวนอยู่ในที
“ฮูหยินใหญ่ยามนี้ร่างกายไม่สู้ดีข้าจึงได้รับคำสั่งให้มาดูแลเป็การชั่วคราวเ้าค่ะหากว่าฮูหยินใหญ่แข็งแรงแล้วก็ต้องกลับไปดูแลฮูหยินผู้เฒ่าเหมือนเดิม”
“ขอบใจหมัวมัวมากที่ยอมลำบากมาช่วยดูแลท่านแม่ของข้า”
“เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วเ้าค่ะ”
ด้วยความเกรงใจจั๋วเหรินหาวกับฉงหยวนหยวนจึงได้ตักน้ำแกงดื่มไปคนละเล็กละน้อยแต่กลับถูกอวี๋ฮูหยินรบเร้าให้ดื่มให้หมดทั้งสองจึงหันไปสบตากันแล้วรีบดื่มเพื่อให้มารดาของฉงหยวนหยวนรีบกลับไปเสียที
แอ้ด! ปึง!
จั๋วเหรินหาวแทบผวาไปสอดไม้ปิดประตูทันทีเขากลัวว่าจะมีคนคิดเข้ามาในยามกลางดึกอีกหากความลับว่าเขากับฉงหยวนหยวนแต่งกันเพียงในนามเกิดรั่วไหลคนร้ายจะต้องไหวตัวทันแน่นอน
“มีคนแอบอยู่ข้างนอกท่านอย่าเพิ่งดึงที่นอนออกมา” คุณหนูแปดกระซิบ นางยังไม่ได้ดับเทียน
จั๋วเหรินหาวจึงกวักมือต่ำๆให้นางขยับเข้ามาใกล้ “เราคงต้องเล่นงิ้วกันสักฉากเพื่อให้พวกเขากลับไปเสียที”
หญิงสาวพยักหน้ารับชายหนุ่มเหลือบมองเห็นเงาศีรษะของสตรีสองคนยังคงอยู่ที่หน้าต่างเขาจึงดึงนางเข้ามาบังไว้แล้วแสร้งเอียงร่างนางลงคร่อมร่างนางไว้เหมือนกำลังกอดจูบกันอยู่
“ไปหรือยัง?”ชายหนุ่มกระซิบถาม
“ยังเลยเหลืออีกคน” ฉงหยวนหยวนเห็นเงาหนึ่งวูบหายไป ทว่ายังเหลืออีกเงาหนึ่งนางเดาว่านั่นคือเงาของหมัวมัวสวิน
ชายหนุ่มก้มต่ำลงนอนทาบเยื้องกับร่างของนาง ฉงหยวนหยวนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่างเขาเอียงข้างหันมาถามอีกครั้ง ครานี้ลมหายใจของเขาพ่นอยู่ใกล้ใบหูหน้าของนางร้อนผ่าว ผิวแก้มฉ่ำสีระเรื่อ
“ท่านไปดับเทียนเถอะหมัวมัวคงจะไม่ไปง่ายๆ หรอก”
“ไม่ได้ๆดึงมาห่มมาคลุมจะดีกว่า” ชายหนุ่มหันไปดึงผ้าห่มมาคลุมร่างคนทั้งสองเอาไว้
ใต้ผ้าห่มเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งสองจั๋วเหรินหาวเองรู้สึกร้อนขึ้นจนมือชื้นเหงื่อกลิ่นน้ำอบแป้งหอมที่นางใช้ลอยอวลเข้าปะทะจมูก ชายหนุ่มขนลุกไปทั้งตัวเขารู้สึกอยากจะยื่นหน้าไปหอมแก้มนางดูนักว่ากลิ่นจะหอมกว่าที่เขาสูดดมหรือไม่?
ฉงหยวนหยวนใจเต้นแรงขึ้นทั้งรู้สึกว่าตนเองร่างกายร้อนรุ่มราวกำลังเป็ไข้นางค่อยๆ แง้มผ้าห่มออกดูก็ยังเห็นเงาศีรษะของหมัวมัวาุโอยู่ที่เดิม
“นี่นางไม่คิดจะกลับไปนอนหรือไร?เฝ้าห้องพวกเราอยู่ได้” คุณหนูแปดบ่นพึมพำหันกลับมาเพื่อบอกจั๋วเหรินหาวในผ้าห่ม
ชายหนุ่มกำผ้าห่มจนเกร็งเขารู้สึกว่าร่างกายส่วนล่างเริ่มจะควบคุมเอาไว้ไม่อยู่เช่นเดียวกับฉงหยวนหยวนที่รู้สึกอยากจะซุกเข้าในอ้อมกอดของชายหนุ่มยิ่งนัก
“ข้าว่า...คงมีบางอย่างผิดปกติเกิดกับพวกเราแล้วล่ะ”
“ท่านหมายถึง?”
“ท่านแม่ของเ้าคงจะใส่บางอย่างลงไปในน้ำแกงของข้าแน่ๆ”จั๋วเหรินหาวกำผ้าห่มแน่น เหงื่อซึมออกมาตามใบหน้าเขาเกร็งร่างเพื่อมิให้ขยับเข้าไปใกล้นางมากนัก
“ท่านรู้สึกอย่างไรหรือ?”
“ขะข้า จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
ฉงหยวนหยวนคิดว่าเขาได้รับความเ็ปร่างกายจึงยื่นมือไปจับแขนชายหนุ่ม “ท่านปวดที่ใดหรือ?”
ชายหนุ่มไม่กล้าพูดตามตรงว่าท่อนเนื้อของเขานั้นเริ่มแข็งตึงขึ้นจนมีอาการปวดตุบๆเขาข่มใจกัดฟันถามนาง “แล้วเมื่อใด? หมัวมัวจะไปเสียที”
ฉงหยวนหยวนสุดจะข่มความปรารถนาเอาไว้ร่างกายของนาง้าความอบอุ่นจากร่างแข็งแรงบึกบึนตรงหน้า“เห็นทีนางคงจะรอดูพวกเราอยู่อีกนานเชียวล่ะข้าเคยได้ยินว่าตอนที่พี่ใหญ่เข้าห้องหอ นางคอยเฝ้าอยู่ทั้งคืน”
“ไอหยา!”จั๋วเหรินหาวได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะดึงผ้าห่มลงเพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะกระอักกระอ่วนนี้เสียทีเขารู้ตัวแล้วว่าถูกสตรีทั้งสองใส่ยาบำรุงร่างกายชนิดใดลงไปในน้ำแกง “ขะข้าต้องออกไปแช่น้ำเย็น”
“ท่านก็ร้อนเช่นกันหรือ?”
“ใช่! ข้าร้อนมากร้อนจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว” เหงื่อของเขาซึมออกมาตามไรผม ค่อยๆ ปล่อยมือจากผ้าห่มมาลูบแขนสองข้างของนาง
********************

