ผมมี APP จากดาวโลก

    ทดสอบการได้ยิน

    ทดสอบการได้ยิน

              ในขณะที่ข้อมูลของแอปพลิเคชันบางอย่างในคอนโทรลแบนด์ของเพเนียสกำลังถูกเพิ่มเติมเข้ามานี่ก็ใกล้เวลาที่จะเริ่มแข่งขันทำอาหารในรอบสุดท้ายท้ายสุดจริงๆ แล้วก่อนที่จะถึงเวลา แฟนคลับเพเนียสที่ตบเท้ามาวันนี้เยอะมากๆก็อยากหาโอกาสเจอเขาและให้กำลังเขาก่อนเสียหน่อย แน่นอนว่าเพเนียสย่อมตามใจพวกเขาอยู่แล้วห่างออกมาจากลานจอดยานบินที่ตอนนี้ที่จอดเต็มทุกที่แล้วเพราะผู้คนมาร่วมงานกันเยอะมากๆตอนนี้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งนับคร่าวๆอยู่ที่ประมาณหลักพันได้กำลังล้อมรอบเพเนียสไว้อย่างตื่นเต้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรักษามารยาทไว้อยู่ ก่อนที่จะไปจองที่นั่งพวกเขาอยากจะมาพูดให้กำลังเพเนียสสักหน่อยไม่คิดว่าคำขอนี้ที่ใครบางคนโพสต์ไว้เพเนียสจะเห็นแล้วก็บอกว่า ‘ได้แน่นอน พวกเรามาเจอกันเถอะ’

    “น้องเออร์มินไม่ต้องกดดันกับการแข่งมากนะ ผลออกมายังไงพวกเขาก็ยังสนับสนุนอยู่เสมอ”

    “ใช่ๆ ไม่ต้องกดดันตัวเองไปนะ”

    “ทำให้ดีที่สุดก็พอน้องดีที่สุดสำหรับเราอยู่แล้ว”

    “ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่เดินทางมาให้กำลังใจผมมากขนาดนี้เลย”เพเนียสเอ่ยออกมาอย่างซาบซึ้งจากใจจริง แค่พวกเขาเสียสละเวลามาเพื่อเชียร์เขาเขาก็ดีใจมากแล้ว แถมยังมาเอ่ยถ้อยคำดีๆ ให้เขาฟังก่อนเริ่มการแข่งขันอีก

    “มันแน่นอนอยู่แล้วน้องของพวกเขาลงสนามแข่งทั้งที” สายตาแฟนคลับที่มองมาเหมือนกับว่าพวกเขามาส่งน้องน้อยลงแข่งจักรยานขาไถครั้งแรกในชีวิตยังไงยังนั้น

    “นั่นสิ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะแล้วนี่ก็งานใหญ่ด้วย”

    “ติด 1 ใน 50แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว”

    “เพเนียสชนะเชฟอีกหลายคนเข้ามาถึงรอบนี้เชียวนะแบบนี้เพเนียสก็เป็นว่าที่เชฟที่ทำอาหารอร่อยกว่าเชฟล่ะสิ”

    “ชอบคำนี่แหะ ว่าที่เชฟที่เก่งกว่าเชฟ”

    “ฮ่าๆๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับทุกคนก็พูดไป เดี๋ยวผมก็ถูกหมั่นไส้แย่หรอก แต่เอาเป็นว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงทุกคนห้ามดุผมนะ” เพเนียสทำเสียงออดอ้อนเหล่าพี่สาว ซึ่งนั้นมันเรียกเสียงหวัดได้ดีทีเดียวพวกเธอมันเขี้ยวอยากหยิกแก้มนั่นสักที แบ่งๆ กันคนละที แก้มเพเนียสคงช้ำได้ที่พอดี

    “น้องเก่งที่สุดสำหรับพี่ๆอยู่แล้วค่าบบบ”

    “แน่นอน! ถึงแม้เพเนียสจะได้ลำดับที่ 50 ก็เก่งที่สุดสำหรับพวกเขา”

    ผั่วะะะะ

    “หยาบคาย ปากเธอทำไมพูดอะไรไม่เป็นมงคลเลย”เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างกันตีแขนเพื่อนเสียงดังฟังชัดทันทีที่พูดอะไรแบบนั้นออกมาจริงๆ ก็อยากตบปากแหละ แต่เกรงว่าเพื่อนสาวจะเลือดกลบปากไปเสียก่อนได้กินของอร่อย

    “ก็ ก็อยากให้น้องได้รู้ว่าแค่นี้ก็ดีสำหรับเราที่สุดไง”

    “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ”

    “อย่าโทษพี่สาวเลยครับ ผมเข้าใจว่าเป็นเจตนาในทางที่ดีนะเอาเป็นว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง แต่ผมก็ดีใจที่ได้เจอทุกคนนะครับวันนี้เราก็มาพยายามไปด้วยกันเถอะนะ” เพเนียสว่าพร้อมกับรอยยิ้มกว้างก่อนจะหันมองไปรอบๆสบตาเหล่าแฟนคลับอีกหลายๆ คนที่ยืนล้อมเขาไว้อยู่ พูดคุยกันอีกหลายประโยค จนสมควรแก่เวลาที่เหล่าแฟนคลับจะต้องรีบไปจองที่นั่งใกล้ๆเวทีได้แล้ว ส่วนเพเนียสก่อนที่จะถึงเวลาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเช่นกัน

     

              กิจกรรมการทำจิตใจให้ว่างและเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันทำอาหารที่จะเริ่มต้นขึ้นอีก2ชั่วโมงข้างหน้าของเพเนียส นอกจากจะอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใสแล้วเพเนียสนั่งเอกเขนกปากคาบอมยิ้มอยู่บนโซฟานุ่มที่ห้องโดยสารของยานบินของคีเฟอร์อย่างผ่อนคลายพร้อมกับเปิดเพลงเพราะๆ จากในยูทูบไปด้วย พร้อมๆ กับเปิดดูรายการอาหารต่างๆเป็นครั้งสุดท้าย ไม่รู้ว่าได้ประโยชน์หรือว่าเพิ่มความหิวให้กับเขากันแน่นะเนี่ย

              ถ้าไม่ติดว่าอีกเดี๋ยวต้องไปแข่งขันทำอาหารแล้วเพเนียสคงรีบจดสูตรเมนูใหม่ที่กำลังดูอยู่ แล้วสั่งของมาทำตามแล้วล่ะ

    “ดูอะไรอยู่เหรอ หืม?” คนอื่นๆไปอยู่ในงานกันหมดแล้ว จะเหลือก็แต่คีเฟอร์ที่ยังอยู่เป็นเพื่อนกับเพเนียสอยู่นี่ส่วนหนึ่งก็ไปขายอาหาร อีกส่วนก็ต้องไปจับจองที่นั่งให้ใกล้เวทีการแข่งขันที่สุดเสียดายน่าจะมีเปิดให้ซื้อบัตรเข้าชม พวกเขาจะได้ไม่ต้องรีบไปจองที่นั่งกันแบบเอาเป็นเอาตายแบบนี้แต่ถ้าคิดอีกแง่หนึ่งก็ดีแล้วล่ะ ถ้าขายบัตรคนได้ก่นด่ากันใหญ่

    “อ้อ ก็ดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละครับว่าแต่ วู้วว แต่งตัวเสียหล่อเลย พี่ได้รับเชิญไปเป็นกรรมการเหรอครับ”เพเนียสตอบกลับก่อนจะเงยหน้ามองอีกคนแล้วก็ต้องตกใจกับอีกคนตรงหน้าที่แต่งตัวดูเป็นทางการเหมือนตอนที่ออกงานที่พวกเขาเจอกันครั้งแรกในงานเลี้ยงหลังจบงานเทศกาลดนตรีที่พี่ชายเขาได้เข้าร่วมเลยมาดนักธุรกิจและนักลงทุนจับจนวิบวับไปทั้งตัว ไหนจะทรงผมที่เซ็ตจนดูดีนั่นอีกแล้วเพเนียสก้มมองตัวเอง เราไปงานเดียวกันแน่นะ

    “เปล่า ก็แต่งให้ดูดีหน่อยก็เท่านั้นเอง”คีเฟอร์ตอบเสียงสั่นอย่างไม่มั่นใจก่อนจะหันหน้าหลบหนีอย่างเขินอาย ก็ดูสายตาที่เพเนียสมองมาสิเทียบจะตรวจสอบไปทุกตารางเซนติเมตรของเขาเลย

    “ดูดีมากเลยต่างหากล่ะครับ”

    “อืม ขอบใจนะ ว่าแต่เพลงใหม่เหรอ?เพราะดีนะ” คีเฟอร์รีบเปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนที่จะโดนแซวเรื่องชุดไปมากกว่านี้คีเฟอร์ปลดกระดุมเสื้อสูทให้เรียบร้อยก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามอีกคน

    “ฮะ เพลง?”เพเนียสถามออกมาอย่างสงสัยทันที

    “ก็เพลงที่เรากำลังเปิดอยู่นี่ไง เสียงเพลงออกจะดังแต่พี่ไม่ได้หมายความว่าเราเปิดดังเกินไปนะ แต่แค่อยากจะบอกว่าเพราะดีเพลงชื่อว่าอะไรเหรอ เผื่อพี่จะไปหาฟังบ้าง” คีเฟอร์อธิบายแต่สีหน้าเพเนียสดูแปลกไปเขาก็ยิ่งรีบแก้ตัวว่าไม่ได้ว่าอีกคนเปิดเพลงเสียงดังรบกวนแต่อย่างใดถึงแม้ว่าเพเนียสจะเปิดเพลงผ่านลำโพงตัวใหญ่เท่าบ้าน เขาก็ไม่บ่นหรอก

    “...”ที่เพเนียสทำหน้าแปลกไปไม่ใช่เพราะคิดว่าถูกตำหนิ แต่เขาตกใจต่างหาก ตกใจว่าคีเฟอร์ได้ยินเพลงที่เขากำลังเปิดฟังอยู่ได้ยังไงกันทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีใครได้ยินมันมาก่อน แม้แต่คนเดียว ...ดังนั้นแล้วเมื่อเขาเปิดเพลงหรือเข้าดูวิดีโออะไรก็ตามในYouTubeก็จะเร่งเสียงให้ดังอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร

    “พี่ไม่ได้ว่าเราจริงๆ นะ” คีเฟอร์ลนลานยิ่งกว่าเดิมเมื่อสีหน้าเพเนียสยิ่งแย่เข้าไปใหญ่แต่ดีที่สติถูดกู่กลับมาได้ก่อนเมื่อเพเนียสกระโดดข้ามโต๊ะกระจกมาหาเขาอย่างตื่นเต้นจริงๆ ที่ว่ากระโจนมาหาก็ออกจะเกินไปแต่ก็ข้ามฝั่งเอาสองแขนมาเกาะหน้าขาแกร่งของคีเฟอร์ไว้แน่นอยู่พอสมควรส่วนลำตัวก็มีโต๊ะรองไว้ ก่อนที่จะเอ่ยปากถามคีเฟอร์ว่า

    “พี่ได้ยินเพลงที่ผมเปิดอยู่จริงเหรอครับ?”มือหนึ่งรีบเอาอมยิ้มออกจากปากแล้วถือไว้แน่น ก่อนจะถามเรื่องที่สงสัยทันทีเพื่อความแน่ใจ

    “ทะ ทำไมเหรอหรือว่าเป็นความลับทางธุรกิจ” เพราะท่าทางของเพเนียสออกจะเกินกว่าปกติที่ควรจะเป็นไปหน่อยคีเฟอร์เลยปรับตัวตามไม่ทัน ไหนจะท่าทางแปลกๆอย่างลำตัวของเพเนียสที่พาดผ่านโต๊ะมาเกาะขาเขาแน่นแบบนี้อีกท่านี้เขารู้สึกไม่ดีเลยยิ่งเพเนียสจะต้องเงยหน้าที่อยู่ระดับท้องขึ้นมาจ้องเขาอีกและอีกอย่าง อมยิ้มก็ถูกวางแหมะไว้กับต้นขาของเขาแล้ว

    “ไม่ใช่แบบนั้นครับผมแค่อยากรู้ว่าพี่ได้ยินเสียงเพลงจริงๆ ใช่ไหม”

    “...” รีบพยักหน้ายืนยันอีกครั้งรัวๆ

              ดวงตาของเพเนียสเป็นประกายยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเมื่อได้ยิบคำยืนยันที่หนักแน่น(?)จากคีเฟอร์ ปกตๆ ไม่มีใครเคยได้ยินหรือเห็นสิ่งใดๆ ที่มีจากแอปพลิเคชันของดาวโลกมาก่อนนอกจากเขาขนาดว่าเพเนียสอธิบายให้พี่ชายและพ่อกับแม่ฟังแล้วพวกเขาก็ออกจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะไม่มีอะไรมายืนยัน สิ่งที่บอกได้ก็คงมีแต่สิ่งต่างๆที่เขาคัดลอกออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรของตัวเองนั่นล่ะ พวกเขาถึงมองเห็น และเชื่อขึ้นมาบ้างแต่มาวันนี้คีเฟอร์ได้ยินเพลงที่เขากำลังฟังอยู่เชียวนะเพลงนี้เป็นเพลงใหม่แม้แต่ในดาวโลกก็พึ่งจะเปิดตัวไปไม่กี่วันนี้เอง

    “เพื่อความแน่ใจพี่ร้องให้ผมฟังสักท่อนได้ไหมครับ?”

    “แต่ว่า...”

    “นะ นะครับ”ด้วยความตื่นเต้นที่มากกว่าอะไรทั้งสิ้น เพเนียสเลยเผลอตัวออดอ้อนออกไปอย่างไม่รู้ตัวสองแขนที่พาดอยู่บนหน้าตักของคีเฟอร์เขย่าไปมาอย่างอ้อนวอน(มือข้างที่ถืออมยิ้มอยู่ก็ถูกอมยิ้มไปมากับกางเกงไปเรียบร้อย)ไหนจะสายตาที่มีประกายเล็กๆซ่อนอยู่ได้ช้อนมองขึ้นเพื่อร้องขอให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการนั้นอีก คีเฟอร์หลับตานิ่งเรียกสติไปสามวินาทีก่อนจะลืมตาขึ้นมาจ้องอีกคนอีกครั้ง เขาไม่รู้หรอกว่าคนที่ถูกขอร้องด้วยท่านี้มันรู้สึกยังไง

              คีเฟอร์ได้แต่คิดไม่ต้องมากะพริบตาปริบๆ แบบนั้นเลย ตัวเขาเองถึงกลับต้องเบี่ยงหน้าหลบไปด้านข้างเพื่อระบายอารมณ์แปลกปลอมที่กำลังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    “ว่าไงครับ ไม่ต้องร้องก็ได้แค่พูดเป็นเนื้อร้องสักท่อนก็ได้ครับ”เพเนียสคิดว่าคีเฟอร์น่าจะอายที่จะร้องเพลงให้เขาฟัง เลยลดให้ขอแค่ให้บอกเนื้อเพลง

    “อะ อืม ก็ได้”สรุปเขาก็ต้องทำตามคำของสินะ คีเฟอร์หยุดฟังท่อนที่เพลงร้องผ่านไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เอ่ยบอกออกมาช้าๆ อย่างไม่มั่นใจแต่เพราะมีสายตาคาดหวังจากเพเนียสมองมาอยู่ เขาก็ต้องทำ ดีที่ไม่ต้องร้องเพราะแค่พูดธรรมดาเขาก็รู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงพอ

    “พี่ได้ยินจริงด้วย ดีใจจัง”รอยยิ้มฉีกกว้างกว่าเดิมเมื่อพิสูจน์ได้แล้ว ว่าอีกคนได้ยินเสียงเพลงนั้นจริงๆ

              หลังจากความกระตือรือร้นและตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าคีเฟอร์ได้ยินเพลงค่อยๆน้อยลง(เพราะได้พิสูจน์ความจริงไปแล้ว) เพเนียสก็พึ่งจะรู้ตัวว่าตัวเขาเองพาดยาวอยู่บนโต๊ะกระจกเตี้ยๆที่คั่นอยู่ตรงกลางชุดโซฟานี่ แม้แต่อมยิ้มที่เขาอมอยู่เมื่อกี้ ถึงกับติดแน่นอยู่กับต้นขาของคีเฟอร์แล้วได้แต่ส่งสายตาขอโทษไปให้อีกคนอย่างรู้สึกผิด กางเกงตัวสวยเปื้อนอมยิ้มเขาแล้ว

            ในหัวเพเนียสเริ่มคิดหนักว่าเขาจะกลับไปนั่งแบบเดิมยังไงหมุนตัวกลับ? ดันตัวลุกขึ้น? หรือว่าจะค่อยๆกลิ้งจากกลางโต๊ะให้ตกลงไปยังพื้นพรมที่รองอยู่ข้างล่างดี

    “เอ่อ คือว่า ผม...”เพเนียสไม่รู้ว่าจะเอ่ยออกไปยังไง ได้แค่ส่งสายตาอ้อนวอนและรอยยิ้มแปลกๆที่สมเพชตัวเองหน่อยๆ ไปให้อีกคนเท่านั้น

    “เดี๋ยวพี่ช่วย”

    “ขะ ขอบคุณครับ”เมื่อได้รับความช่วยเหลือเขาก็รีบเอ่ยขอบคุณออกมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายเพราะท่าทางแปลกๆที่เขาที่อยู่ในตอนนี้

     

              หลังจากช่วยให้เพเนียสลุกขึ้นมายืนและนั่งลงได้ตามเดิมแล้วเพเนียสยังไม่ทันได้หาคำมาสอบถามเรื่องที่คีเฟอร์ต่อ หรือเอามาเวลามาขบคิดเรื่องนี้ต่อมันก็ใกล้เวลาที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นไปทุกทีแล้วก็เลยถูกคีเฟอร์ดันตัวให้ลุกจากโซฟาอีกครั้งพร้อมกับถือข้าวของของเขาให้พร้อมเพื่อพาตัวไปยังที่จัดงานอ้อ ก่อนหน้านั้นคีเฟอร์ก็ต้องไปเปลี่ยนกางเกงก่อนด้วย ใส่ตัวเดิมไปไม่ได้แล้วคราบน้ำลายและน้ำตาลเห็นชัดเลย

     

    คล้ายกับเรื่องผมมี APP จากดาวโลก ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908