ตอนที่ 12: ลมหายใจแรกของเด็กทารก
แม้ระบบ Macro Network จะช่วยกู้ชีพจรของผู้ป่วยเด็กในตึกกุมารเวชจนกลับมาเต้นเป็จังหวะสม่ำเสมอได้แล้ว แต่ทว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยบนหน้าจอมอนิเตอร์ในห้องปฏิบัติการ B3 กลับยังไม่เงียบลง สายตาของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ผลการสแกนความละเอียดสูงของทารกน้อยวัยเพียงสองสัปดาห์ที่นอนอยู่บนเตียงอบความร้อนในห้องไอซียูปลายทาง
"ลุงเกริกคะ! อาการของเด็กทารกเคสนี้วิกฤตหนักกว่าที่คิดค่ะ!" กานต์รายงานด้วยน้ำเสียงตึงเครียด ั์ตาเต็มไปด้วยความกังวล "ผลการสแกนปอดพบว่าถุงลมปอดฝอย (Alveoli) ทั้งสองข้างยังขยายตัวไม่เต็มที่ แถมยังมีก้อนตะกอนมูกหนืดและคราบซากไวรัสเกาะแน่นปิดทางเดินหายใจส่วนลึก เด็กไม่สามารถดึงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเืได้เองเลยค่ะ!"
"ค่าความตึงผิวของของเหลวในถุงลมปอด (Surface Tension) พุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัด" ดร.พิชิต ชี้ไปที่กราฟแสดงค่าสรีรวิทยา "สารลดความตึงผิวตามธรรมชาติ (Surfactant) ในปอดของเด็กถูกไวรัสทำลายจนเกือบหมด ถ้าเราใช้เครื่องช่วยหายใจอัดแรงดันอากาศเข้าไปแรงเกินไป เนื้อปอดจิ๋วๆ ที่เปราะบางนั่นอาจจะฉีกขาดทันทีครับ!"
"ในทางวิศวกรรมการไหล..." เกริกยืนกอดอก ั์ตาแหลมคมมองภาพจำลองปอดทารกสามมิติ "เมื่อเนื้อเยื่อมีความเปราะบางสูงและช่องทางอุดตันมีขนาดเล็กระดับไมครอน เราจะไม่ใช้แรงดันอัด (Positive Pressure) จากภายนอก... แต่เราต้องใช้ 'คลื่นความถี่เรโซแนนซ์ระดับไมครอน' เข้าไปลดค่าความตึงผิวของมูกหนืด เพื่อให้ถุงลมปอดสามารถคลี่ขยายตัวได้เองตามธรรมชาติ!"
"ลดค่าความตึงผิวด้วยคลื่นเรโซแนนซ์เหรอครับ?!" พลที่ยืนคุมแผงควบคุมขมวดคิ้ว "ฟังดูเหมือนการใช้คลื่นเสียงสลายคราบน้ำมันในท่อจิ๋วเลยครับหัวหน้า!"
"หลักการเดียวกัน พล" เกริกพยักหน้า "แต่กรณีนี้ละเอียดอ่อนกว่าร้อยเท่า เพราะเป้าหมายคือเนื้อเยื่อปอดของเด็กทารกวัยสองสัปดาห์ หากส่งคลื่นความถี่พลาดไปแม้นิดเดียว แรงสั่นะเือาจทำให้หลอดเืฝอยในปอดแตกได้ทันที"
"หมอกานต์! ดร.พิชิต!" เกริกสั่งการฉับไว "ปรับพิกัดคอยล์แม่เหล็กปลายทางไปที่บริเวณทรวงอกของเด็กทารก ล็อกค่าความถี่พื้นฐานไว้ที่ **110 Hz** ซึ่งเป็ความถี่เรโซแนนซ์ของสารลดความตึงผิวในปอด!"
"รับทราบค่ะ!" กานต์รีบปรับพารามิเตอร์บนหน้าจอคอนโซล "เชื่อมต่อสัญญาณ Macro Network ล็อกเป้าหมายปอดทารก... 100% แล้วค่ะลุงเกริก!"
เกริกสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิอันบริสุทธิ์ลงสู่จุดตันเถียน เขาก้าวออกมายืนกลางลานแม่เหล็ก นวดพลังปราณชีวภาพผ่านฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เคยทำมา คราวนี้ไม่ใช่คลื่นพลังที่ดุดันกระทุ้งท่อ แต่เป็คลื่นความถี่อ่อนโยนและละเอียดอ่อนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
*วูบ... วูบ...*
แสงสีฟ้าจางๆ แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเกริก ผ่านระบบเครือข่าย Macro Network ส่งตรงไปยังหัวอ่านสแกนเนอร์เหนือเตียงอบของเด็กทารกที่ปลายทาง คลื่นแม่เหล็กเหนี่ยวนำค่อยๆ แทรกซึมผ่านตู้อบ เข้าสู่ทรวงอกจิ๋วของทารกน้อยโดยไร้การัั
"เริ่มส่งคลื่นลดความตึงผิว!" เกริกขยับนิ้วมือสั่นะเืเป็จังหวะเบาๆ "พล! คุมแรงดันขากลับ อย่าให้เกิดคลื่นสะท้อน!"
"จัดไปครับหัวหน้า! คุมระดับแรงดันเหนี่ยวนำไว้ที่ไม่เกิน 0.2 เทสลา!" พลเกร็งมือประสานจังหวะอย่างระมัดระวัง
คลื่นความถี่ 110 Hz แทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอดของทารก ก้อนมูกหนืดและคราบอุดตันที่เคยเกาะแน่นเริ่มเกิดการสั่นะเืระดับโมเลกุล ค่าความตึงผิวที่เคยสูงลิบลิ่วค่อยๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว ถุงลมปอดฝอยที่เคยลีบแบนเริ่มคลี่ขยายตัวออกทีละนิดทีละนิด!
*เฮือก...!*
ร่างจิ๋วของเด็กทารกในตู้อบกระตุกเบาๆ ก่อนจะสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เป็ครั้งแรก!
*อุแว้!... อุแว้!...*
เสียงร้องไห้ทอดดังลั่นออกมาจากห้องไอซียูผ่านลำโพงระบบคอนเฟอเรนซ์! เป็เสียงร้องแสดงถึง 'ลมหายใจแรก' ที่ปอดสามารถทำงานขยายตัวและแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้เองอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ค่าออกซิเจนในเืพุ่งขึ้นเป็ 99% แล้วค่ะ!" กานต์ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น น้ำตาแห่งความปิติไหลซึมออกมา "ถุงลมปอดขยายตัวเต็มที่แล้ว! เด็กทารกหายใจได้เองแล้วค่ะลุงเกริก!"
ดร.พิชิต ถอนหายใจยาวด้วยความทึ่ง "ปาฏิหาริย์จริงๆ... คลื่นเรโซแนนซ์สามารถลดความตึงผิวของมูกหนืดและปลุกระบบการทำงานของปอดทารกได้สำเร็จ!"
เกริกลดมือลง ยิ้มออกมาด้วยความอิ่มเอมใจในอก มองภาพเด็กทารกที่กำลังร้องไห้ด้วยพลังแห่งชีวิตบนหน้าจอมอนิเตอร์
"ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรอก ดร.พิชิต..." เกริกเอ่ยเสียงเรียบ "มันคือผลลัพธ์ของการเข้าใจกลศาสตร์สรีรวิทยาอย่างแท้จริงต่างหาก"
แต่ทว่า รอยยิ้มของทุกคนก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อสัญญาณเตือนด่วนระดับสีแดงเข้มแทรกเข้ามาในระบบอีกครั้ง!
"คุณเกริกครับ!" ดร.พิชิต รายงานด้วยสีหน้าเครียดจัด "เคสต่อไปส่งตรงมาจากห้องฉุกเฉินวิกฤต... เป็ผู้ป่วยเคสปราบเซียนแท้จริง 'ผู้ป่วยวัย 90 ปี' ที่โครงสร้างกระดูกและหลอดเืแข็งตัวเป็หิน ไม่ตอบสนองต่อคลื่นแม่เหล็กระดับปกติเลยครับ!"
เกริกมองหน้าจอด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "โครงสร้างเสื่อมสภาพตามกาลเวลาสินะ... เตรียมตัวให้พร้อมทุกคน ในตอนต่อไปเราจะไปรับมือกับ 'ปฏิบัติการกู้ชีพจร: ฮาร์ดแวร์วัย 90 ปี'!"