หลินเสวี่ยจู๋ไม่ได้กลัวดาบนางไม่ได้เพิ่งเคยเก็บอาวุธสังหารของผู้อื่นเข้ามาในมิติเป็นครั้งแรกแต่นางหวาดกลัวคนที่ถืออาวุธสังหารผู้นั้นต่างหาก
นางยืนด้วยท่าทีเรียบร้อยใบหน้าประดับรอยยิ้ม “สามี บังเอิญเหลือเกินเจ้าค่ะ”
ถูกต้อง ผู้ที่มาก็คือหยวนซิว
เขาถือดาบไว้ในมือขวาส่วนมือซ้ายถือแท่งไม้ไผ่สำหรับพยุงตัวจ้องมองหลินเสวี่ยจู๋อย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“บังเอิญหรือ?” เขาถาม“ฮูหยินวิ่งมาไกลถึงเพียงนี้ คงไม่ได้หลงทางหรอกกระมัง?”
สีหน้าของหลินเสวี่ยจู๋ราวกับจะบอกว่า‘ท่านรู้ได้อย่างไร?’
เอาเป็นว่านางไม่ต้องเล่นลิ้นแล้วหยวนซิวรู้ทันนางทั้งหมดไม่ว่านางจะพูดอะไรก็ตาม
เมื่อพบคนถูกจับได้คาหนังคาเขาทว่ายังแต่งเรื่องไร้สาระได้อีกหยวนซิวเองก็ทำอะไรไม่ได้ เขามีวิธีการบีบบังคับมากมายแต่วิธีไหนก็ไม่อาจใช้กับสตรีที่อยู่ตรงหน้าได้
เขาโยนดาบลงพื้นแล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “ไปกันเถิด”
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกเหนือความคาดหมายอย่างยิ่งแค่นี้หรือ?
นางมีคำแก้ตัวอยู่เต็มท้องเพียงรอให้เขาเปิดปากพูดก่อนค่อยโต้กลับ ทว่าผลลัพธ์คือเขาไม่ถามอะไรเลยอย่างนั้นหรือ?
บุรุษเจ้าเล่ห์ผู้นี้!
เห็นหยวนซิวถือแท่งไม้ไผ่ด้วยท่าทีทั้งคล่องแคล่วและงุ่มง่ามนางก็อดไม่ได้ที่จะก้าวไปประคองแขนของเขาเอาไว้
อาจมีบางคำที่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
เขาถือแท่งไม้ไผ่เพื่อพยุงตัวแล้วใช้สองขาที่บาดเจ็บตามนางมาถึงที่นี่ ดาบในมือของเขาเห็นได้ชัดว่าชิงมาจากทหารลาดตระเวน
เขารู้ดีว่านางซ่อนความลับเอาไว้แต่กลับไม่เคยบังคับให้นางสารภาพ
รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของหลินเสวี่ยจู๋โดยไม่รู้ตัว
บุรุษประหลาดผู้นี้!
“ท่านผู้มีพระคุณโปรดรอก่อน”
ขณะที่หลินเสวี่ยจู๋กำลังครุ่นคิดอย่างเพลิดเพลินก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
จบสิ้นแล้ว นางจะถูกเปิดโปงแล้ว!
หลินเสวี่ยจู๋หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักนางเห็นกลุ่มคนงานไล่ตามมาอย่างเร่งรีบ
นางเหลือบมองหยวนซิวด้วยความระมัดระวังแล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างสบายๆ ด้วยท่าทางราวกับกำลังชมละครสนุกๆ
หลินเสวี่ยจู๋สูดลมหายใจลึกสงบสติอารมณ์ชั่วครู่แล้วเอ่ย “ทุกท่านมีธุระอันใดหรือ?”
“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือ”ผู้นำกลุ่มคนงานคือผู้เฒ่าคนหนึ่ง เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋ก็กำลังจะคุกเข่าลง
หลินเสวี่ยจู๋ตกใจ รีบเอื้อมมือไปประคองผู้เฒ่าไว้ผลลัพธ์คือนอกจากผู้เฒ่าแล้ว เหล่าคนงานหลายร้อยคนล้วนคุกเข่าทั้งสิ้น
หลินเสวี่ยจู๋นิ่งอึ้งนี่มันฉากลดทอนอายุขัยอะไรกัน?
ไม่ได้การ ไม่ได้การแล้ว!
“อันใดกัน? พวกท่านน่าจะเข้าใจผิดแล้วข้าไม่เคยช่วยเหลือพวกท่าน จำคนผิดแล้วกระมัง”
หลินเสวี่ยจู๋ไม่เข้าใจตนเองทำความดีแท้ๆ เหตุใดต้องกระวนกระวายถึงเพียงนี้กันเล่า?
ผู้เฒ่าเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา“ท่านผู้มีพระคุณ พวกเราไม่ได้จำผิดหรอก เป็นท่านที่โยนกุญแจไว้แล้วหนีไป ท่านช่วยปล่อยพวกเราออกมาตอนนี้พวกเราได้รับอิสรภาพแล้ว พวกเราเต็มใจติดตามท่านผู้มีพระคุณไปจนตาย และจะจงรักภักดีต่อท่านผู้มีพระคุณ”
หลินเสวี่ยจู๋กะพริบดวงตากลมโตด้วยสีหน้าไม่เข้าใจคนพวกนี้มาเพื่อแสดงความขอบคุณหรือมาเรียกร้องค่าตอบแทนกันแน่?
หากนางช่วยเหลือคนเพียงคนเดียวนางจะรับเขาไว้เป็นน้องชายก็ย่อมได้ แต่นี่เป็นคนจำนวนหลายร้อยคนเชียวนะ
ทั่วทั้งใต้หล้านอกจากฮ่องเต้สุนัขกับคนค้ามนุษย์แล้วผู้ใดจะเก็บคนมากมายถึงเพียงนี้เอาไว้ใช้งานได้!
หลินเสวี่ยจู๋มองไปทางหยวนซิวโดยไม่รู้ตัวแต่หยวนซิวยังคงมีท่าทางราวกับชมละครอยู่
นางรู้ว่าไม่อาจคาดหวังกับคนผู้นี้ได้จึงทำได้เพียงพูดตามตรง“ท่านผู้เฒ่า ท่านอาจจะเข้าใจผิด ข้าเป็นเพียงนักโทษเนรเทศที่ออกมาหาของกินจึงหลงทางจับพลัดจับผลูไปช่วยเหลือพวกท่าน ไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆพวกท่านติดตามข้าก็ไม่มีอนาคต ตัวข้าเองยังกินไม่อิ่มเลยไม่เชื่อพวกท่านก็ดูสามีของข้า จะรู้ว่าแรงกดดันในชีวิตข้ามีมากมายเพียงใด”
ทุกคนย้ายสายตาไปมองขาที่บาดเจ็บของหยวนซิวตามคำพูดของนางแต่ละคนมีท่าทางซับซ้อนเล็กน้อย
ผู้เฒ่ามีสีหน้าเศร้าสร้อยก่อนจะเอ่ยคร่ำครวญ “พวกเราไม่ได้มีเจตนาทำให้ท่านผู้มีพระคุณลำบากใจเพียงแต่ใต้หล้ากว้างใหญ่ พวกเรากลับไม่มีที่ไปเลย พวกเรากลัวที่จะถูกจับจริงๆ”
หลินเสวี่ยจู๋นึกถึงสิ่งที่คนเหล่านี้ประสบก็ไม่ใช่ว่าไม่เห็นใจแต่นางจะทำอย่างไรได้เล่า?หรือจะเก็บพวกเขาเข้าไปในมิติ ให้พวกเขาใช้ชีวิตที่ตัดขาดจากโลกภายนอกไปตลอดอย่างนั้นหรือ?
“ไปชายแดนเหนือเถิด”
เวลานี้หยวนซิวที่เงียบมาตลอดได้เปิดปากพูดขึ้นมาอย่างกะหันหัน
หลินเสวี่ยจู๋หันไปมองหยวนซิวอย่างประหลาดใจเห็นเพียงเขามีท่าทางเคร่งขรึม สายตาเด็ดเดี่ยว “ชายแดนเหนือสงบลงแล้วอยู่ในช่วงบูรณะสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรม แม้ว่าสภาพแวดล้อมของที่นั่นจะยากลำบากแต่ถ้าพวกท่านเต็มใจอดทน เต็มใจช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่ ที่นั่นก็จะยอมรับพวกท่านทุกคนและกลายเป็นบ้านใหม่ของพวกท่าน”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งไม่มีความรู้สึกแปรปรวนใดๆแต่ทุกคนที่ได้ฟังล้วนเกิดความกระตือรือร้นและคาดหวังขึ้นมาในใจอย่างอธิบายไม่ได้
หลินเสวี่ยจู๋ดวงตาเป็นประกายในใจเบิกบานทันที นางอดไม่ได้ที่จะมองหยวนซิวอีกคราคราวนี้สายตาของนางเต็มไปด้วยการยอมรับและชื่นชม
พวกเขาเป็นนักโทษชายแดนเหนือสำหรับพวกเขาถือเป็นสถานที่ลี้ภัย เทียบเท่ากับการใช้แรงงานและถูกทรมานแต่หยวนซิวกลับมองชายแดนเหนือและชีวิตการถูกเนรเทศด้วยสายตาที่ต่างออกไปชายแดนเหนือสำหรับเขาคงเป็นสถานที่สำหรับบุกเบิก เป็นความรับผิดชอบ และที่ยิ่งกว่านั้นคือความหวัง
นี่คือทัศนคติของพระเอกอย่างนั้นหรือ?
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกว่าเบ้าตาของตนเองร้อนผ่าว
เหล่าคนงานเงียบไปสักพักราวกับกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียหลังจากนั้นก็มีคนเอ่ย “ก่อนที่ข้าจะถูกจับตัว เห็นเซียงอ๋องนำชัยชนะกลับเมืองหลวงเองกับตาเซียงอ๋องยึดชายแดนเหนือคืน ช่วยชีวิตราษฎรนับหมื่นจากความทุกข์ยากแต่กลับถูกฮ่องเต้องค์ปัจจุบันตัดสินให้ถูกเนรเทศไปชายแดนเหนือสามีของท่านผู้มีพระคุณพูดถูก พวกเราควรไปที่ชายแดนเหนือ ควรไปพึ่งพิงเซียงอ๋องเซียงอ๋องไม่จับพวกเราไปใช้แรงงานหรอก เซียงอ๋องทรงเป็นคนดี”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเขาเหล่าคนงานก็ดูกระตือรือร้นขึ้นมาเล็กน้อย
หลินเสวี่ยจู๋ลอบมองหยวนซิวอีกคราอยากรู้ว่าเขาจะมีท่าทีอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองมีบารมีในสายตาของราษฎร แต่ท่าทางของเขากลับนิ่งเฉยตั้งแต่ต้นจนจบราวกับเซียงอ๋องผู้เป็นคนดีในคำพูดของคนเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเขาไม่เอ่ยวาจาใดหลินเสวี่ยจู๋ก็อดไม่ได้ที่จะเตือนทุกคน “ตอนนี้ไม่มีเซียงอ๋องแล้วหวังว่าพวกท่านจะไม่พูดเช่นนี้อีก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยอันตรายกับตัวเองสามีของข้าเพียงเห็นพวกท่านน่าสงสารจึงมอบทางเลือกให้ก็เท่านั้น จะทำอย่างไรต่อไปยังต้องดูเจตนาของตัวพวกท่านเอง”
พูดจบนางก็ไม่เสียเวลาอีกเพียงประคองหยวนซิวหันหลังเดินไปยังทิศทางของค่ายพักแรม
ผู้เฒ่าตะโกนจากเบื้องหลัง“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณ ขอบคุณสามีของท่านผู้มีพระคุณ”
สิ้นเสียงของเขาคนที่เหลือก็ตะโกนตามเสียงของทุกคนมีทั้งทุ้มต่ำทั้งแหลมเล็ก ทั้งแข็งแกร่งทั้งอ่อนแอปนกัน
สามีของท่านผู้มีพระคุณหรือ ฮ่าๆๆๆ
พระเอกที่แข็งแกร่งมาทั้งชีวิตคงไม่คาดคิดว่าจะมีวันที่เขากลายเป็นไม้ประดับของผู้อื่นกระมัง?
และเมื่อดูจากท่าทางเคร่งขรึมของเขาทุกอย่างจึงดูน่าขบขันเป็นเท่าตัว
ขณะที่หลินเสวี่ยจู๋ลอบมองหยวนซิวและลอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจเขาก็เหลือบมองนางอย่างเฉยเมย ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน“วันนี้ฮูหยินช่างทำเรื่องใหญ่โตเสียจริงๆ”
.............................