บทที่ 8 ตระกูลฉินตกลงเื่แต่งงาน
"บุญคุณที่ช่วยชีวิต? นายพูดเกินไปแล้ว" ปู่ฉินเชื้อเชิญให้เสิ่นเฉินินั่งลง หยิบกล่องบุหรี่ออกมาจุดสูบด้วยท่าทางตั้งใจฟัง "เล่าให้ฉันฟังั้แ่ต้นจนจบหน่อยสิ"
หลี่หยวนและคนอื่น ๆ ในบ้านนั่งลง ลืมกินข้าวเช้า รอฟังเื่ราวของฉินซวงซวงกับเสิ่นเฉินิ
เด็ก ๆ ในบ้านต่างให้ความสนใจกับลูกอมผลไม้ เสิ่นเฉินิรู้ว่าพวกเขาอยากกิน จึงหยิบลูกอมกำหนึ่งให้หลานชายคนโต
"เอาไปแบ่งกับน้อง ๆ คนละห้าเม็ด ไม่พอก็มาเอาที่อาเพิ่มนะ"
หลานชายพยักหน้า พาเด็ก ๆ ไปที่นอกบ้าน ทุกคนนั่งล้อมวงแบ่งลูกอมกัน
เริ่มจากน้องคนเล็กสุด นับให้คนละห้าเม็ด ลูกอมไม่พอ เสิ่นเฉินิเลยหยิบเพิ่มให้อีกกำมือ
เสิ่นเฉินิเล่าเื่ที่ฉินซวงซวงช่วยชีวิตเขาในตอนนั้นอย่างคร่าว ๆ รวมถึงเื่ของหยางเทียนเหอและเฉินจูจู และเื่ที่ฉินซวงซวงรับเงินชดเชยจากพวกเขามาด้วย
หลังจากฟังจบ ปู่ฉินก็ขมวดคิ้วแน่นพลางมองฉินซวงซวง "ทำอะไรไม่คิด! ทำไมถึงรับเงินกับคูปองอาหารของตระกูลหยางมา? บ้านเราจนก็จริง แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีหรอก”
“หยางเทียนเหอไม่เห็นคุณค่า กลับคำ พูดไม่น่าเชื่อถือ เราก็ไม่ควรรับเงินของเขาปู่จนก็จริง แต่ไม่ทำเื่ให้คนเขานินทา จนก็จนอย่างมีศักดิ์ศรี"
ฉินซวงซวงอยากจะะโดัง ๆ ว่า ปู่คะ! หลานสาวของคุณไม่อยู่แล้ว ที่ฉันขอเงินและคูปองพวกนี้ก็เพื่อหลานสาวของคุณ ชีวิตคนคนหนึ่ง ไม่คุ้มค่ากับเงินทองแค่นี้เลยหรือ?
แต่พอนึกอีกที คุณปู่ไม่รู้เื่นี้ เ้าของร่างเดิมจากไปแล้ว แต่เธอมาแทนที่
ต่อไปนี้ เธอก็คือเ้าของร่างคนเดิม ต่อให้บอกใคร ๆ ว่าเ้าของร่างเดิมจากไปแล้ว คงไม่มีใครเชื่อแน่
เห็นว่าครอบครัวของคุณปู่เป็คนใจกว้าง เสิ่นเฉินิจึงยกนิ้วให้คุณปู่ "คุณปู่พูดถูก เงินและคูปองพวกนี้คืนให้พ่อแม่ของหยางเทียนเหอไปเถอะครับ"
คุณปู่สูบบุหรี่อย่างช้า ๆ ค่อย ๆ พ่นควันออกมา แล้วถอนหายใจเบา ๆ
"คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ไอ้หนุ่มตระกูลหยางคนนั้นดูท่าทางเป็คนดี แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจ แถมยังคบซ้อนอีก เห็นหลานสาวของเราเป็อะไรกัน?"
หลี่หยวนก็โกรธเช่นกัน "นี่มันมากเกินไปแล้ว ถ้ามีคนรักอยู่ข้างนอกนั่นแล้ว ทำไมไม่เขียนจดหมายมาบอกให้ชัดเจน หมายความว่ายังไงที่ทำแบบนี้กับซวงซวงของพวกเรา?"
ฉินเจียงเพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี คนในหมู่บ้านต่างก็เล่าลือเื่ของลูกสาวเขาไปทั่ว แล้วเขาจะไม่รับรู้เื่ราวได้อย่างไร?
ฉินเจียงวางจอบที่อยู่บนบ่าลง แล้วมองเสิ่นเฉินิขึ้นลงอย่างละเอียด รู้สึกว่าเขาดีกว่าหยางเทียนเหอหลายขุม จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"พ่อ! เื่นี้ก็ให้มันผ่านไปเถอะ ผมได้ยินมาว่าพวกเขากลับมาเพื่อจะแต่งงาน นี่เป็เื่ใหญ่ ไม่ใช่เื่ที่จะมาทำเล่น ๆ ได้"
ปู่ฉินวางกล่องบุหรี่ในมือลง มองหน้าเสิ่นเฉินิ จากนั้นก็หันไปมองฉินซวงซวง "พวกเธอกลับมาแต่งงานกันเหรอ?"
"ครับ!" เสิ่นเฉินิแบมือออก "ผมมีเวลาแค่ห้าวัน นั่งรถไฟมาเมื่อวานก็หมดไปหนึ่งวัน วันนี้อีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้สู่ขอ มะรืนแต่งงาน วันต่อมาผมก็จะพาซวงซวงกลับกองทัพด้วยเลย
“ห้าวันนี้จัดตารางมาแน่นขนัด ไม่มีเวลาเพิ่มแล้วครับ คุณปู่ ผมรู้ว่ามันรีบไปหน่อย แต่ผมไม่มีทางเลือกจริง ๆ ครับ ที่กองทัพมีเหตุด่วนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เสียเวลาไม่ได้เด็ดขาด คุณปู่วางใจเถอะครับ เื่ของซวงซวง ปู่ย่าและพ่อแม่ของผมรู้กันหมดแล้ว พวกท่านเห็นด้วยที่ผมจะแต่งงานกับซวงซวง ถ้าไม่ติดว่า่หลายปีมานี้ผมยุ่งมาก ผมคงมารับตัวเธอไปนานแล้วครับ"
คนตระกูลฉินใแทบล้มทั้งยืน สู่ขอวันหนึ่ง แต่งงานวันหนึ่ง แล้วก็กลับค่ายอีกวันหนึ่ง สามวันจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ต้องรีบขนาดนี้เลยเหรอ?
ปู่ฉินถามหลานสาว "ซวงซวง เธอคิดยังไง ต้องรีบขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่ต้องทำความรู้จักกันก่อนเหรอ?"
"ปู่ ฉันว่าแบบนี้ก็ดีนะคะ" จางซูฟางตอบแทนน้องสามี "เสี่ยวเสิ่นคนนี้ดูก็รู้ว่าจริงใจ แล้วยังเป็หัวหน้าของหยางเทียนเหออีก ซวงซวงของเรานี่โชคดีจริง ๆ ค่ะ เลิกกับคนนั้นไป ได้แต่งกับคนนี้ดีกว่าตั้งเยอะ นี่แหละพรหมลิขิต"
เฉินเสี่ยวอวี่พูดเสริม "ฉันเห็นด้วยกับพี่สะใภ้ค่ะ จริง ๆ แล้วตระกูลหยางก็สนิทกับบ้านเรา หมั้นกันมาสามปีแล้ว หยางเทียนเหอนั่นแหละที่เป็คนไม่รู้จักดีชั่ว เนื้อคู่กันแล้วก็เป็ฟ้าลิขิต ถ้าซวงซวงไม่ได้ไปที่กองทัพ ใครจะไปรู้ว่าไอ้คนแซ่หยางนั่นจะไปมั่วกับใครที่ไหนบ้าง ปู่คะ ซวงซวงพาเขากลับมาแล้ว เราก็ยอมรับเขาเถอะค่ะ"
หวังตงเซียง พี่สะใภ้สามของฉินซวงซวงมองเธอด้วยแววตาเห็นใจ "ปู่คะ! คนเราต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี หยางเทียนเหอไม่เห็นหัวพวกเรา เราก็ต้องทำให้เขาเสียใจไปเลย"
เสิ่นเฉินิมองพี่สะใภ้ทั้งสามของฉินซวงซวงด้วยความประหลาดใจ ยกนิ้วโป้งให้ทีละคน "พี่สะใภ้ช่างมีวิสัยทัศน์ มองคนไม่ผิด ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่สะใภ้ผิดหวัง ดูแลน้องสาวให้ดีที่สุด เธอเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตผม ผมจะไม่ยอมให้เธอต้องลำบากเด็ดขาด"
บนใบหน้าของคุณปู่มีรอยยิ้มเล็กน้อย หันไปถามลูกชายและลูกสะใภ้ "พวกเธอสองคนคิดว่าอย่างไรบ้าง?"
แม้หลี่หยวนจะรู้สึกเสียดาย แต่ในเมื่อลูกสาวพาเขากลับมาแล้ว จะทำอย่างไรได้ หากเื่นี้ไม่สำเร็จ การที่ลูกสาวจะแต่งงานในภายภาคหน้าก็คงเป็เื่ยาก
ครอบครัวที่มีฐานะดีคงไม่รับผู้หญิงที่เคยถูกถอนหมั้นอย่างเธอ ส่วนครอบครัวที่ยากจนเกินไป พวกเขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวแต่งงานไปลำบาก
คิดไปคิดมา ก็คงมีแต่คนที่ลูกสาวเลือกเองนี่แหละที่ดูน่าเชื่อถือที่สุด อย่างไรเขาก็เป็ทหาร พูดคำไหนคำนั้น ไม่ทำอะไรเหลวไหลแน่นอน
"พ่อ! ตามใจพวกเขาเถอะเ้าค่ะ ฉันว่าหนุ่มคนนี้ก็ไม่เลว แค่ใจร้อนไปหน่อย นอกนั้นก็ดี"
ฉินเจียงเองรู้ว่าลูกสาวไปเจอกับเื่ไม่ดีที่กองทัพ จึงจ้องไปที่เสิ่นเฉินิ "ฉันอยากได้ยินคำมั่นสัญญาจากนาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามลงไม้ลงมือกับเธอเด็ดขาด ครอบครัวเรามีลูกสาวคนเดียว เลี้ยงมาแบบไข่ในหิน"
ในชาติที่แล้ว ฉินซวงซวงไม่เคยได้รับความรักจากพ่อมาก่อน ทันทีที่ได้ยินคำพูดของฉินเจียง เธอก็รู้สึกปวดร้าวในอก น้ำตาแทบไหล พ่อคนนี้รักและหวงลูกสาวมากขนาดไหน ถึงขนาดที่ยังไม่ทันได้แต่งออกไป ก็ยังนึกถึงอนาคตข้างหน้าขนาดนี้
"พ่อวางใจ ผมอายุ 28 แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะรอให้ยัยหนูนี่โต ผมคงแต่งงานไปนานแล้ว อายุขนาดนี้ในที่สุดก็ได้แต่งงานแล้ว จะทำร้ายเธอได้อย่างไร ขนาดจะเอาใจยังแทบทำไม่ทันเลย" เสิ่นเฉินิตบบอกพ่อตาอย่างมั่นใจ
"เออ! ฉันเชื่อ แต่แต่งงานกะทันหันแบบนี้ จะไปหาสินเดิมทันได้ยังไง" ฉินเจียงพูดอย่างกังวล
"เื่นั้นไม่ยาก เอาของเตรียมไว้ให้เ้าสี่มาใช้ก่อน ไม่พอก็เอาเงินให้เด็ก ๆ ไป" คุณปู่พูดอย่างใจกว้าง
"ก็ได้ ของเ้าสี่ค่อยซื้อใหม่ตอนแต่งปลายปี" หลี่หยวนเห็นด้วย
"ไม่เอาค่ะคุณปู่ พ่อ แม่ ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น จัดงานแต่งที่บ้านเลี้ยงฉลองกันก็พอ ไปอยู่ที่กองทัพค่อยซื้อก็ได้" ฉินซวงซวงปฏิเสธ
"พูดอะไรแบบนั้น" หลี่หยวนจ้องหน้าลูกสาว "ครอบครัวเขาก็อยู่ที่กองทัพ แต่งงานทั้งที ทางบ้านเราจะไม่มีสินเดิมได้ยังไง ปล่อยให้เขาดูถูกไม่ได้หรอก เครื่องเรือนอะไรพวกนั้นคงหาไม่ทัน แต่เครื่องนอน กะละมัง ถังอะไรพวกนี้ต้องมี ไม่ต้องห่วง แม่จัดการเอง"
เสิ่นเฉินิพูดพลางดึงแขนฉินซวงซวง "เื่ของเรา ปล่อยให้พ่อแม่กับคุณปู่จัดการเถอะ เธอไม่ต้องกังวล"
"คุณปู่ พ่อ แม่ พวกคุณจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ดีครับ? ต้องมากกว่าของฝ่ายหญิง ห้ามน้อยกว่าเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผมเสียหน้าแย่"