ลู่เหยาคิดถึงการแต่งงานสามปีของเธอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิดเหมือนกับคนแปลกหน้าสองคนอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทั้งคู่ถูกผูกมัดไว้ด้วยสัญญา
เมื่อเธออยู่กับผู้ชายที่มีนิสัยเ็าอย่างเส้าหยุ่นเชินทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว เธอทนอยู่กับเขามาสามปีได้อย่างไร?
จู่ๆ ท้องของเธอก็ปวดแปลบขึ้นมาทันที ใบหน้ากลายเป็ขาวซีดขาเธออ่อนแรงจนเกือบจะล้ม
เซี้ยงตงหนานรีบจับเธอไว้ เมื่อเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของเธอเขาจึงถามด้วยความเป็ห่วง “เธอไม่สบายเหรอ ให้พี่ไปส่งโรงพยาบาลไหม”
“ฉันไม่เป็อะไรค่ะ” ลู่เหยาโบกมือให้และพยายามลุกขึ้นยืน “อันที่จริงฉันแอบอิจฉาพี่มากกว่า พี่หย่าได้เมื่อการแต่งงานไม่ได้เป็ไปอย่างที่คิด” เธอพูดด้วยสีหน้าที่ขมขื่น
"เส้าหยุ่นเชินกับเธอ?" ถึงแม้ชายหนุ่มไม่ได้กลับมาหลายปีแต่เขาก็ติดต่อกับคุณพ่อของลู่เหยาบ่อยๆ และรู้ว่าเธอแต่งงานกับเส้าหยุ่นเชินแล้ว ได้ยินมาว่าภูมิหลังของครอบครัวเขาไม่ค่อยจะดี
ลู่เหยาส่ายหน้า
ถ้าหากเส้าหยุ่นเชินปฏิบัติต่อเธอไม่ดี ให้เขาว่ากล่าวเสียดสีเธอทั้งวันยังดีกว่าท่าทีเ็าและกลับมาบ้านอาทิตย์ละครั้งราวกับว่า “ครอบครัว” ไม่เคยมีอยู่จริงแบบนี้
เธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินมาทางนี้เธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง
ผู้ชายสองสามคนในชุดสูทดูเหมือนจะเป็นักธุรกิจที่มั่งคั่งชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอสวมชุดสูทสีเทาดูโดดเด่น ผมสั้นดำสนิทของเขาถูกหวีอย่างเรียบร้อยยากที่จะละสายตา
ลู่เหยายังเห็นผู้หญิงร่างผอมเพรียวที่อยู่ในชุดเดรสสีเทายืนอยู่ข้างๆแต่ดูสดใสกว่ามาก ผิวพรรณของเธอขาวผ่อง และมีรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้า
ตอนนี้ร่างกายของเธอแข็งทื่อ เธอมีความรู้สึกว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆเส้าหยุ่นเชินเป็คนที่รับโทรศัพท์ครั้งก่อน ต้องเป็เธอแน่ๆ
เส้าหยุ่นเชินที่เดินเข้ามาก็เห็นเธอด้วยเหมือนกัน
เมื่อเห็นลู่เหยายืนอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งคิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หญิงสาวข้างกายเปิดประตูแล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน“ประธานเส้า เชิญด้านในค่ะ”
ลู่เหยาแน่ใจทันทีว่าคนที่คุยโทรศัพท์กับเธอคือผู้หญิงคนนี้จริงๆเสียงของเธอไพเราะกว่าในโทรศัพท์เสียอีก
เมื่อเห็นเส้าหยุ่นเชินเดินผ่านเธอไปโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำลู่เหยาก็กำกระโปรงของเธอแน่น
เธออยากจะเดินออกจากตรงนั้นเหมือนกัน แต่อยู่ดีๆท้องของเธอก็ปวดขึ้นมาจนเธอล้มลง
“เหยาเหยา?”
เมื่อได้ยินเซี้ยงตงหนานะโ เส้าหยุ่นเชินที่กำลังเดินเข้าห้องก็หันมามองชายหนุ่มพบว่าเธอนอนอยู่บนพรมด้วยสีหน้าซีดเผือด เขาผลักคนอื่นออกไปแล้วเดินมาทางเธออย่างรวดเร็ว
“ปล่อยเธอ” หลังจากบังคับเซี้ยงตงหนาน เขาก็อุ้มเธอเดินออกมาจากโรงแรมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เซี้ยงตงหนานรู้ทันทีว่าเขาเป็ใคร จึงไม่ได้ตามไป
เส้าหยุ่นเชินอุ้มเธอไปที่ห้องฉุกเฉิน ระหว่างที่รอเธอเขาโทรหาฟู่เสว่จือให้เธอยกเลิกงานคืนนี้ทั้งหมด
หลังจากผ่านไปเกือบสิบนาที ประตูก็เปิดออก
คุณหมอเอาผ้าปิดจมูกออก พลางถามขึ้นมา “คุณเป็สามีของเธอใช่ไหมครับ?”
เส้าหยุ่นเชินพยักหน้า “ใช่ครับ”
“ดูแลภรรยาคุณให้ดี อย่าให้เธอสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าอีก”
คุณหมอต่อว่า “เธอมีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก ถ้าเธอไม่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและดูแลร่างกายให้ดีในอนาคตจะมีปัญหาเื่การมีบุตรยาก ผมให้ยาเธอไปแล้ว อย่าลืมเตือนเธอให้กินยาตรงเวลาด้วยล่ะ”
“ขอบคุณครับ คุณหมอ”
ถึงแม้คุณหมอจะไปแล้ว แต่คำพูดเ่าั้ยังคงก้องอยู่ในหัวของเขาเขาลูบหน้าผาก
เพราะการบังคับจากครอบครัวทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแต่งงานกับลู่เหยาแน่นอนว่าเขาไม่ชอบการแต่งงานครั้งนี้ เพราะฉะนั้นเขาถึงเขียนสัญญาขึ้นมา และหวังว่าหลังจากหย่าร้างพวกเขาจะไม่ข้องเกี่ยวกันอีก
แต่เมื่อเห็นเธอใช้ชีวิตที่ทรมานและเจ็บป่วยแบบนี้เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ ถึงอย่างไรเธอก็เป็แค่ผู้หญิงวัยยี่สิบกว่าๆ คนหนึ่งเท่านั้นเขาก็ต้องเป็ห่วงเธอเป็ธรรมดา
เส้าหยุ่นเชินเดินลงมาข้างล่างเพื่อซื้อโจ๊กร้อนๆที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของโรงพยาบาล เมื่อกลับเข้าไปในห้องผู้ป่วยเขาก็เห็นว่าลู่เหยาตื่นแล้วและพยายามลุกขึ้นนั่ง
“อย่าเพิ่งลุก!” เส้าหยุ่นเชินเดินเข้ามาและวางโจ๊กบนโต๊ะจากนั้นก็หยิบหมอนไปหนุนหลังเธอ เพื่อทำให้เธอรู้สึกสบายขึ้น "ไหนบอกว่าสูบบุหรี่แค่สนุกๆไง ทำไมถึงติดได้”
นี่เขายังไม่ได้ออกไปเหรอ?