ความริษยาอันท่วมท้นใจที่มีต่อหลางรั่วอิ๋งทำให้อี้หงหันมาเข้าข้างหลานสาว “ท่านพี่ควรให้ความยุติธรรมกับเฟิ่งเอ๋อร์บ้างนะเ้าคะเื่ที่ได้ฟังจากปากเชียนอิงกับพี่สาวนางน่ะฟังหูไว้หูเสียบ้างเฟิ่งเอ๋อร์เป็หลานสาวของท่าน ท่านกับข้าเห็นนางมาั้แ่เกิด แม้นางเอาแต่ใจตัวเองไปบ้างเพราะท่านพ่อตามใจแต่นางไม่เคยหาเื่ใครก่อน”
แต่ถ้าหวงเฟิ่งหยาถูกหาเื่แล้วละก็เด็กสาวจะโต้ตอบกัดไม่ปล่อย นางกับลูกสาวเคยเจอฤทธิ์เดชหลานสาวคนนี้มาแล้วแต่เพราะลูกสาวออกเรือนไปไกลอกคิดว่าจับมือหลานสาวหาพรรคหาพวกไว้จัดการกับสองพี่น้องน่าจะเป็ผลดีกับนางมากกว่า
“พี่สาวมาแขวะข้าด้วยเหตุใดเื่ของพวกนาง หากจัดการไมได้ ก็ให้ท่านพี่จัดการเถอะ” หลางรั่วอิ๋งค้อนสายตาใส่เป็เชิงด่าว่าหากไม่ใช่เื่ของตนก็อย่าสอดมือเข้ามายุ่ง
อี้หงลุกขึ้นหมายจะตบหน้าสั่งสอนอนุของสามีสักหนจากข้อขัดแย้งของหวงเฟิ่งเหยากับหลางเชียนอิงเปลี่ยนมาเป็คู่ขัดแย้งระหว่างนางกับหลางรั่วอิ๋งแทน
“คำสอนของฟูเหรินเอกหากอนุไม่รับฟังเสียบ้าง ก็ควรถูกตบสั่งสอนให้หลาบจำเช่นกัน”
หวงกว่างฝูสอดมือเข้ามากระชากแขนอี้หงแล้วสะบัดนางจนร่างเซ
“พอๆ เลิกแล้วต่อกันข้ารำคาญ!”
“ท่านพี่!” นางถูกสามีหักหน้าชัดๆ
“เลิกหาเื่คนอื่นได้แล้ว”ชายผู้เป็ประมุขสกุลหวงรู้สึกปวดหัวตุบๆ ทันใดเมื่อระบายอารมณ์ใส่ภรรยาผู้โชคร้ายแล้วก็ผลุนผลันออกจากห้องโถง
บุตรชายชี้นำแล้วว่าเื่ราวหนนี้เป็ความผิดของอี้หงนางหวางกุ้ยก็ได้ที “เ้าทำให้ผัวไม่อยากอยู่กินข้าว”
“ไม่ใช่ความผิดข้านะท่านแม่”นางหน้าบึ้งใส่คืน เลิกแล้วที่จะทนเป็ลูกสะใภ้แสนดี
ถูกสามีปกป้องหลางรั่วอิ๋งก็ยิ่งลำพองในฐานะของตน
“บรรยากาศไม่ดีแล้วให้คนยกสำรับไปกินที่ห้องข้าเถอะ ปากข้าอาจจะไม่หิว อาจจะไม่มีอารมณ์แต่เป๋าเป่าน้อยยังต้องกินนมข้าอยู่ หากไม่กินคงไม่มีน้ำนมให้เขา”
“จริงด้วยเ้าต้องระวังสุขภาพให้มาก ไม่อย่างนั้นจะส่งผลกระทบกับเสี่ยวหลุนเสียงนกกาที่ทำให้ไม่สบายใจก็อย่าไปสนใจให้มากนัก”
แม่ผัวที่กำลังเห่อหลานชายตัวน้อยเสริมหลังจากนั้นก็ออกคำสั่งให้บ่าวแยกสำรับ สุดท้ายแล้วในห้องโถงก็เหลือเพียงสี่คน
“นั่งกินข้าวก่อนเถอะเฟิ่งเอ๋อร์”หวงจื่อฉินกล่าวเขาหันไปพยักหน้ากับภรรยาที่ค่อนข้างใกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
อี้หงคิดว่าหลานสาวจะกล้าตอแยกับหลางเชียนอิงกว่านี้เมื่อไม่ได้ดั่งใจ สุดท้ายแล้วตัวเองกลับเป็หนังหน้าไฟถูกสามีกล่าวโทษหนำซ้ำแม่สามียังหาเื่ จึงชักสีหน้าใส่เด็กสาวทำเอาหวงเฟิ่งเหยาหมดอารมณ์จะกินข้าวหมดอารมณ์จะขอความช่วยเหลือเื่เสื้อผ้าชุดใหม่จากอาสะใภ้
“ข้าไม่หิวพวกท่านกินกันเถอะ” นางจะไปขอความช่วยเหลือจากเหนียงเซียงเื่เสื้อผ้าชุดใหม่คุณหนูต้องพึ่งพาแต่คนงานในบ้าน มีญาติก็เหมือนไม่มี ชีวิตน่าขบขันดีแท้
บุตรชายที่เกิดจากหลางรั่วอิ๋งอายุเก้าเดือนแล้วเด็กน้อยหลุนจี้อ้วนท้วนสมบูรณ์เสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนเลิศหรูตามความมั่งคั่งของมารดา หวงกว่างฝูมอบของมีค่ามากมายเพื่อรับขวัญบุตรชายคนเล็กไม่เลือกฤกษ์ยามขอเพียงอนุภรรยาเอ่ยปากขอ เขาก็รีบหามาประเคนอานิสงส์นี้ส่งต่อไปถึงหลางเชียนอิงที่พี่สาวมอบเงินทองให้นางมากมายเพื่อการแต่งองค์ทรงเครื่องเมื่อไม่มีหวงจิ่วหลิน การแต่งตัวเกินฐานะผู้อาศัยของหลางเชียนอิงทำให้คนนอกเข้าใจผิดคิดว่านางคือลูกหลานสกุลหวงด้วยอีกคน
หวงเฟิ่งเหยาหลังจากถูกหลางเชียนอิงทำลายเสื้อผ้าเมื่อคราวก่อนเด็กสาวได้รับเสื้อผ้าชุดใหม่จากเหนียงเซียง และนั่นคงทำให้ผู้เป็อา อับอายเป็อย่างมากที่หลานสาวแต่งกายมอซอใครถามนางก็บอกตามตรงว่าถูกคนใจร้ายทำลายข้าวของท่านอาตัดสินความว่านางไม่รู้จักรักษาของของตัวจึงต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่บ่าวในเรือนเจียดเงินซื้อให้ป้องกันอุจาดตา
หวงกว่างฝูเรียกหลานสาวไปตำหนิหลายประโยคก่อนโยนความรับผิดชอบให้อี้หง แต่มันก็ช้าเกินเพราะนางได้รับเสื้อผ้าหลายชุดจากพี่สะใภ้ก่อนหน้านี้แล้ว
ถูหยางมีข่าวสำคัญเื่หมอเทวดาหลันิหายตัวไปชีวิตสดใสเบิกบานของหลันซิ่วเสี่ยวจูเข้าสู่ความทุกข์ระทมส่วนหวงเฟิ่งเหยาก็ดำเนินชีวิตให้ผ่านไปแต่ละวันโดยไร้ความสุขไม่แพ้กันเด็กสาวทั้งสองต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกันมีหลายคืนหวงเฟิ่งเหยาไปนอนค้างที่บ้านสกุลหลันเพื่อปลอบโยนหลันซิ่วจูให้คลายเศร้าตัวนางอาภัพกำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ไม่อยากให้เสี่ยวจูต้องมาประสบเคราะห์กรรมเหมือนอย่างนาง ท่านหมอหลันเป็คนดีคนดีไม่น่าจะพบเจอเื่ร้ายได้เช่นนั้นแต่การรอคอยของหลันซิ่วจูนับวันยิ่งรางเลือนยิ่งนานวันเข้าหวงเฟิ่งเหยายิ่งคิดว่าโลกช่างไม่มีความยุติธรรม
ชีวิตที่ออกนอกบ้านแล้วเจอถ้อยคำซุบซิบนินทาจากการปั้นเื่ของสองพี่น้องทำให้หวงเฟิ่งเหยารู้สึกเบื่อหน่าย ผู้คนต่างพร้อมจะเชื่อข้อมูลที่ได้รับฟังครั้งแรกมากกว่าการชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่แล้วอีกอย่างนางไม่รู้จะไปตามแก้ต่างเื่ราวเ่าั้กับใครบ้างและไม่รู้จะแก้ต่างไปเพื่ออะไร เพื่อให้คนอื่นชื่นชอบตัวนางมากๆ อย่างนั้นหรือหากต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นถูกใจ คงเป็การใช้ชีวิตที่แสนเหนื่อยหนักพิลึกนางจะหาความสุขได้จากใดกัน
แต่การไม่ค่อยพบปะผู้คนหวงเฟิ่งเหยาก็ไม่ได้เงียบหูเสียทีเดียวเสี่ยวกุ่ยเป็เด็กรับใช้ที่ชอบพูดจนน้ำลายแตกฟองเื่ราวสารพัดที่เกิดขึ้นนอกสายตายามเสร็จสิ้นจากงานบ้านเสี่ยวกุ่ยจะนำกลับมาเล่าให้นางฟังจนละเอียดยิบ
ในบ่ายวันหนึ่งหวงเฟิ่งเหยาสวมอาภรณ์สีฟ้าสดใสราวท้องฟ้าของฤดูใบไม้ผลิเด็กสาวเดินผ่านสวนเพื่อจะออกไปรอเกี้ยวที่คุณชายติงส่งมารับเพื่อไปยังร้านขายขนม
ก่อนหน้านี้หลางรั่วอิ๋งอุ้มลูกน้อยออกมารับลมในสวนพอดีมีธุระกะทันหันจึงฝากหลุนจี้ไว้กับน้องสาวที่นั่งปักผ้าอยู่ใกล้ๆหลางเชียนอิงมองเห็นหวงเฟิ่งเหยาแต่ไกลเกิดความรู้สึกไม่อยากให้เด็กสาวออกจากบ้านไปพบติงเฉิงคุน จึงกวักมือเรียกอีกฝ่ายไม่เดินมาหา นางก็เดินไปฉุดแขนถึงที่
“ข้าปวดท้องเ้าอยู่เฝ้าอาจี้ก่อนจะได้ไหม”
คนไม่ชอบหน้ากล้าเอ่ยปากขอร้องหวงเฟิ่งเหยาคิดว่ามันแปลกพิลึก
“แล้วพี่สาวเ้าเล่าสาวใช้ของนางด้วย”
“นางเข้าห้องไปเมื่อครู่เพราะลืมของสำคัญจะให้ซานไฉเอาไปให้พี่เขยที่ร้านหวงเสียงเป่า เร็วเข้าเถอะข้าไม่ไหวแล้วนะ” หลางเชียนอิงบิดตัวทำหน้าเหยเกให้สมจริง
“ข้าจะไปตามบ่าวมาเฝ้าให้”หวงเฟิ่งเหยาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสองพี่น้องที่มักตีสองหน้า
“ข้าปวดท้องจริงๆ นะเ้าอย่าไร้น้ำใจไปหน่อยเลย” พูดจบไม่รอหวงเฟิ่งเหยาตอบตกลงหรือไม่หญิงสาวก็วิ่งจากไปนางไม่ห่วงหลานชายเพราะเขานอนหลับอยู่ในเบาะซึ่งวางในตะกร้าสานใบใหญ่
หวงเฟิ่งเหยาหน้าบอกบุญไม่รับนางไม่เคยเลี้ยงเด็ก ยิ่งเด็กตัวเล็กๆ ด้วยแล้วชำเลืองมองหน้าเด็กที่นอนอยู่ในตะกร้า เป็ครั้งแรกที่นางได้มองหน้าเขาใกล้ๆนึกภาวนาว่าอย่าให้เ้าเด็กนี่ตื่น
หลางเชียนอิงอาศัยจังหวะก่อนจะผละตัวจากไปแอบเอาปลายเข็มแทงไว้ข้างเบาะรอง หวังว่าเมื่อหลานชายขยับตัวจะต้องโดนเข็มแทงหลังหลบมองอยู่ครู่หนึ่ง เ้าเด็กน้อยอาจี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น หากพี่สาวกลับมาแผนการที่คิดแบบปัจจุบันทันด่วนก็คงจะพังเสียก่อน คิดสะระตะแล้วจะช้ากว่านี้ไม่ได้หลางเชียนอิงจึงวิ่งกลับมายังศาลาพร้อมกับโวยวาย
“หนู ข้าเห็นหนู!”เพราะเสียงดังขึ้นกะทันหัน หลุนจี้ที่หลับอุตุก็สะดุ้งใตื่นขาอวบอ้วนเหยียดไปโดนปลายเข็มอย่างจัง ทารกน้อยยิ่งแผดเสียงร่ำไห้ดังกว่าเก่าหวงเฟิ่งเหยาด้วยความเป็ห่วงจึงรีบก้มลงดูนางเห็นเืไหลบนขาของหลุนจี้จึงดึงเข็มออกก็พอดีกับหลางรั่วอิ๋งกลับมาทันเห็นเข็มเย็บผ้าอยู่ในมือนาง
“เ้าทำอะไรลูกข้า!”มารดาแผดเสียงดังจนกลบเสียงบุตรชายเสียมิด
ในที่สุด์ก็เข้าข้างนางหลางเชียนอิงซ่อนอาการลิงโลดไว้แล้วชี้นิ้วไปทางหวงเฟิ่งเหยา “นางแทงอาจี้ด้วยเข็มเย็บผ้า ข้าเห็นกับตา”
เด็กสาวที่ถูกใส่ร้ายรีบทิ้งเข็มที่มีด้ายร้อยคาอยู่
“ข้าดึงเข็มออกจากขาเขาต่างหากอย่ามาใส่ร้ายข้านะ”
“เห็นอยู่ตำตาว่าเ้าจงใจทำร้ายลูกข้า”นางผลักอกเด็กสาวเต็มแรงรีบคว้าตัวลูกน้อยมาจากอกสาวใช้ที่อุ้มขึ้นมาก่อนหลุนจี้ถูกมารดาปลอบประโลมก็ค่อยเบาเสียงร้องไห้ลงหลางเชียนอิงสะกิดให้ซานไฉรีบไปรายงานเื่นี้กับนางหวางกุ้ย
“พูดไม่รู้ความหรือเป็น้องสาวเ้าต่างหากที่เลินเล่อปักเข็มไม่เรียบร้อย เข็มอะไรมาอยู่ในตะกร้าเด็ก”
คนเป็พี่สาวหันขวับส่งสายตาคาดคั้นน้องสาว เกิดความหวาดหวั่นใจอย่างแปลกประหลาดหากน้องสาว้าเอาชนะอาจมีความกล้าที่จะทำร้ายหลานชายเพื่อใส่ความผู้อื่น หลางเชียนอิงเห็นสายตาเคลือบแคลงจากพี่สาวจึงรีบแก้ตัวพัลวัน
“ข้าไม่รู้เื่นะพี่รั่วเอ๋อร์ข้าปวดท้องกะทันหัน เห็นหลังสาวใช้ไวๆอยู่ไม่ไกลเลยคิดจะเรียกนางมาเฝ้าอาจี้แทนข้า หันมาอีกครั้งก็พบนางยืนอยู่บนศาลาแล้วนึกไม่ถึงนางจะฉวยโอกาสลับตาคนลอบทำร้ายอาจี้”
ต่อให้คำโกหกฟังดูมีเหตุผลน้อยกว่านี้นางก็คิดว่าพี่สาวพร้อมจะเชื่อเพราะอย่างไรหวงเฟิ่งเหยาก็เป็ศัตรูที่พวกนาง้าจะเขี่ยให้พ้นๆ ทาง