“ท่านจำบุรุษที่ชนหลังท่านจนเกือบล้มได้หรือไม่เ้าคะ”
‘เจียงเฉิน’
“จำได้ มีอะไรหรือ”
“หลายวันมานี้เขาถามหาท่านกับข้ามาตลอดแต่วันนี้กลับแปลกเหลือเกิน เขาไม่ถามหาท่านกับข้าเลย”
“เขามาที่นี่อย่างนั้นหรือ”
“เ้าค่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ด้วย”
“อยู่ห้องใด”
“ชั้นเดียวกันห้องแรกทางซ้ายมือเ้าค่ะ”
“เตรียมคนเตรียมสำรับน้ำชาและของว่างมาให้ข้าเสียตอนนี้ ข้าจะไปหาชายหนุ่มผู้นั้น”
“เ้าค่ะ”เจี๋ยเฟินขานรับก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกห้อง ลั่วซูฮวายิ้มมุมปากภายใต้ผ้าคลุมหน้า พลางใช้นิ้วลูบจอกน้ำชาเบาๆ
‘พิชัยาซุนจื่อ[22] จะได้ใช้ก็คราวนี้นี่แหละ’
“มาแล้วเ้าค่ะคุณหนู”เสียงของเจี๋ยเฟิน ทำให้ลั่วซูฮวาละสายตาแล้วหันไปมองคนที่ยืนอยู่ริมประตู
“ตามข้ามา”ลั่วซูฮวาลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้อง พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ถือสำรับน้ำชาและของว่างเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องแรกทางซ้ายมือ
เคาะ…เคาะ…เคาะ
“สำรับน้ำชาและของว่างมาแล้วเ้าค่ะ”เสียงของหญิงสาวที่ดังมาจากด้านนอกทำให้หลี่เจิ้งและฟู่เผยซานต่างสบตาซึ่งกันและกัน
“เ้าเป็คนสั่งหรืออาซาน”
“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ”
“หรือว่า…”หลี่เจิ้งขมวดคิ้วขึ้นมาก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังองครักษ์คนสนิทที่ยืนอยู่ใกล้ๆเสาห้อง
“ไม่ใช่กระหม่อมพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ”
“แล้วเป็ผู้ใด”หลี่เจิ้งยังคงสงสัยก่อนที่จะหันไปมองประตูอีกครั้ง “ข้าไม่ได้สั่ง เ้ามาผิดห้องแล้ว”
“ถูกห้องแล้วเ้าค่ะแม่เล้าเป็คนสั่งให้ข้านำสำรับน้ำชาและของว่างมาให้ท่านเพราะเห็นว่าท่าทีของท่านไม่สู้ดีนัก”
“แม้แต่แม่เล้าก็ยังดูออก”หลี่เจิ้งส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะตอบอีกฝ่ายกลับไป “เข้ามาได้”
“เ้าค่ะ”
“เอาสำรับมาให้ข้าแล้วกลับไปทำหน้าที่ของเ้าเสีย”
“เ้าค่ะ คุณหนู”หญิงสาวขานรับแล้วยื่นสำรับน้ำชาและของว่างให้แก่ลั่วซูฮวาทันที ก่อนที่เธอจะถือสำรับแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในห้อง
“นี่เ้าค่ะสำรับน้ำชาและของว่าง”ลั่วซูฮวาวางสำหรับน้ำชาและของว่างลงบนโต๊ะตรงหน้าหลี่เจิ้งและฟู่เผยซาน
“ขอบคุณ”หลี่เจิ้งชะงักขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวที่วางสำรับน้ำชาและของว่างเขาจึงหันไปมองหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆทันที “ลั่ว…คุณหนูสกุลลั่ว”
“คุณหนูสกุลลั่ว…”ฟู่เผยซานขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยพลางยกจอกสุราขึ้นมา “หรือว่า…ลั่วซูฮวา!”เขาชะงักขึ้นมาทันที จนทำให้จอกสุราที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงบนโต๊ะ
“ไม่คาดคิดว่าท่านจะจำข้าได้ ไท่จื่อ”
“ข้าไม่มีวันลืมท่าน”
“ไท่จื่อหรือว่าเสี่ยวกูเหนียงผู้นี้คือลั่วซูฮวา”
“เสี่ยวกูเหนียง…เสี่ยวกงจื่อ[23] ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ลั่วซูฮวา ได้ยินเช่นนี้ หมายความว่าข่าวลือเื่บุตรีคนโตของแม่ทัพลั่วหนีออกจากจวนได้ถึงหูพวกท่านแล้วสินะ ถ้าเช่นนั้น…ข้าขอร่วมสนทนากับพวกท่านด้วยได้หรือไม่”
“เชิญ”
“หากท่านไม่ใช่คุณหนูลั่วซูฮวาแล้วท่านเป็ใคร”
“หนึ่งในคุณหนูสกุลลั่ว”
“หนึ่งในคุณหนูสกุลลั่วสกุลลั่วมีบุตรีถึงสี่คน แล้วท่านคือคนใดเล่า”สิ้นเสียงของฟู่เผยซาน ลั่วซูฮวาจึงเหลือบไปมองหลี่เจิ้งที่ยังคงนั่งเงียบสงบก่อนที่จะตอบกลับไปว่า...
“คุณหนูสี่สกุลลั่วลั่วไป๋หลาน”
“ลั่วไป๋หลาน ท่านเพิ่งจะแตกเนื้อสาวได้ไม่กี่ปีเหตุใดถึงได้กล้ามาที่นี่”
“นี่ท่านคือพี่สาวฝาแฝดของคุณชายสี่อย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้องไท่จื่อ”ลั่วซูฮวาตอบกลับไปพลางเก็บจอกสุราที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสองแล้วรินน้ำชาให้แก่พวกเขา
“คุณหนูสี่สกุลลั่วลั่วไป๋หลาน พี่สาวฝาแฝด หรือว่า…ท่านคือคนที่หวังเหยียนเคยกล่าวเอาไว้สองจอมมารขาวสกุลลั่ว”
“สองจอมมารขาวสกุลลั่วนั่นหมายถึงคุณหนูลั่วไป๋หลานกับคุณชายลั่วไป๋หลงอย่างนั้นหรือ อาซาน”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะอีกคนชื่อลั่วไป๋หลง”
“ไม่คาดคิดว่าหวังเหยียนจะฝังใจเื่ข้ากับน้องชายและไม่คาดคิดเลยว่าท่านจะไม่หวาดกลัวข้าเลยสักนิด”
“เท่าที่แอบฟังมาข้าไม่แปลกใจสักเท่าไหร่หากท่านจะกล้ามาที่นี่ เห็นทีข้าต้องกลัวท่านไว้บ้างเสียแล้ว”
“ท่านมาหาข้าถึงที่นี่้าอะไรหรือ คุณหนูสี่”
‘สีหน้าแบบนี้…ไม่ได้เสแสร้ง แต่รู้สึกเสียใจจริงๆ ก็นะ เบ้าหน้าเทพบุตรแต่ผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าหน้าตาอัปลักษณ์กลับชิ่งหนี ก็คงจะเสียเซลฟ์เป็เื่ธรรมดา’
“ต้าเจียข้าหมายถึงลั่วซูฮวา นางไม่ได้มีเจตนาคิดจะหนีดั่งข่าวลือที่กล่าวหานางหรอกนะ”
“ท่านกำลังปกป้องพี่สาวอยู่สินะ”ฟู่เผยซานส่ายหน้าเบาๆพลางขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาจึงหันไปมองเ้าของสายตาคู่นั้นทันทีเมื่อได้เห็นสายตาของลั่วไป๋หลาน เขาจึงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายเจื่อนๆ“เชิญพูดต่อไปเถิด”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรคุณหนูสี่”
“นางไม่ได้คิดจะหลีกหนีผลเสี่ยงทายเซียมซีเลือกไท่จื่อเฟยไม่ได้คิดจะหลีกเลี่ยงท่าน แต่เป็เพราะ นาง้าสั่งสอนแม่ทัพลั่วต่างหากล่ะ”
“แม่ทัพลั่ว เขาเป็บิดาของท่านนะ”
“นางกล่าวว่าหากบิดาทำผิดก็ควรจะได้รับโทษ ดังที่ลูกทำผิดเช่นกัน ท่านพ่อเคยสัญญากับนางเอาไว้นางจะได้รับอิสระทุกอย่างตามที่นาง้า แต่เขากลับทำผิดสัญญาส่งรายชื่อเข้าพิธีเสี่ยงทายเซียมซีเลือกไท่จื่อเฟย โดยไม่บอกกล่าวแก่นางเลยสักคำนี่คือจุดประสงค์ของนาง”
“เป็เช่นนี้นี่เอง”
“ไม่เคยเห็นบุตรีกล้าลงโทษบิดาพี่สาวของท่านเป็คนแรก”
“นาง้าให้เขาลิ้มรสความรู้สึกกังวลใจไม่ได้เขลาพอที่จะเชือดคอตัวเอง มีแค่เพียงคนชอบพูดไปเรื่อยเท่านั้นแหละ ที่จะคิดว่านางหนีหรือไม่…ก็เป็คนจำพวกกล่าวหาไปเรื่อย เสี่ยวกงจื่อ ท่านเป็คนจำพวกใดล่ะ”
“ท่านน่ากลัวดังที่หวังเหยียนกล่าวเอาไว้จริงๆ”
“อย่าได้กังวลใจอย่าได้คิดเพ้อไปเอง นี่ไม่ใช่ความผิดของท่าน หากนางจะต้องแต่งงานกับใครสักคนในโลกใบนี้คนผู้นั้นจะต้องเป็ท่านอย่างแน่นอน ไท่จื่อ”
“ข้าเข้าใจแล้ว ตอนนี้ดึกมากแล้วข้าจะให้คนไปส่งท่านที่จวนสกุลลั่ว สตรีอยู่ในสถานที่เช่นนี้ในยามค่ำคืน คนจะครหาเอาได้”
‘ความเป็สุภาพบุรุษของนายก็ยังหลงเหลือด้วยสินะเจียงเฉิน’
“เห็นทีข้าคงจะทำดั่งที่ท่านกล่าวมาไม่ได้หรอกไท่จื่อ”
“เพราะเหตุใดหรือ”
“หมากล้อมกระดานนี้ผู้เล่นคือลั่วซูฮวาและแม่ทัพลั่ว ข้าเป็หมากของลั่วซูฮวาจึงต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด”
“สมแล้วที่หวังเหยียนเรียกท่านว่าจอมมารขาว”
“เสี่ยวกงจื่อไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรหรือ”
“ฟู่เผยซาน”
“คุณชายฟู่เผยซานท่านมีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับไท่จื่อหรือ”
“ข้าเป็สหายและพระญาติของไท่จื่อ”
“ไท่จื่อเฟยแคว้นเหอเป่ยคือสตรีในสกุลลั่วอีกไม่นานข้าเองก็จะได้เป็พระญาติเช่นกัน หวังว่าจากนี้ไปเราจะได้พบกันบ่อยครั้ง”
“ท่านกำลังข่มขู่ข้าอยู่สินะ”ฟู่เผยซานชะงักขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดและแววตาของลั่วไป๋หลาน ก่อนที่จะยกน้ำชาขึ้นมาจิบหนึ่งคำ
เคาะ…เคาะ…เคาะ
“คุณชายสกุลหลี่ข้าคือทหารในสังกัดแม่ทัพลั่ว คุณหนูลั่วซูฮวาบุตรีคนโตแม่ทัพลั่วได้หายตัวไปทางเราจึงจำเป็ต้องเข้าตรวจค้นตอนนี้เราได้รับอนุญาตจากแม่เล้าแห่งหอเยว่ฮวาฟางเฟยแล้วเชิญท่านมาเปิดประตูด้วยตัวเอง หากท่านไม่เปิดประตู ทางเราจะพังประตูเข้าไป”
‘เป็ไปอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย’
____________________________________________________________________
[22] พิชัยาซุนจื่อ (孙子兵法) เป็ตำรายุทธศาสตร์การทหารหรือตำราพิชัยาของจีน ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อราวหกร้อยปีก่อนคริสตกาลโดยซุนจื่อ นักยุทธศาสตร์คนสำคัญในยุครณรัฐของจีน เนื้อหาในตำราพิชัยาฉบับนี้มี 13บท แต่ละบทเน้นถึงแต่ละแง่มุมของการา
[23] เสี่ยวกงจื่อ (小公子)แปลว่า คุณชายน้อย