ภายในค่ายกล เมื่อฟางชิงหลันได้ยินเสียงของตงฟางหยูกล่าวออกมา นางก็ยิ่งเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น หากนางให้พวกเขาเข้ามาด้านใน
แล้วเกิดพวกเขาลงมือสังหารนางและลูกศิษย์ทั้งสองของนางหล่ะจะทำเช่นใด? นางขบคิดไปต่างๆนาๆอยู่ในหัว นางจึงไม่ได้ตอบกลับตงฟางหยูไป
ผ่านไปซักพัก ก็ไม่มีวี่แววว่าด้านในค่ายกลจะมีคนตอบกลับมา ตงฟางหยูจึงเรียกกระบี่ออกมาถือไว้ที่มือ พร้อมที่จะลงมือทำลายค่ายกลตลอดเวลา
เมื่อฟางชิงหลันเห็นเช่นนั้น นางก็รีบะโออกไปเชื้อเชิญหยางตงเทียนและตงฟางหยูที่ยืนอยู่บนอากาศให้เข้ามาด้านใน หากปล่อยให้พวกเขาเปิดการโจมตี นอกจากต่อสู้คงจะไม่มีโอกาสได้หวนกลับแล้ว หากปล่อยให้พวกเขาเข้ามาด้านใน บางทีอาจพอมีทางเจรจาก็ได้!?
"ขออภัยที่ออกมาต้อนรับช้า พอดีว่าข้ากำลังจะหลอมโอสถ เชิญพวกท่านทั้งสองเข้ามาด้านในกันก่อน...."กล่าวจบ นางก็สะบัดมือออกไป ค่ายกลก็เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเปิดทางให้หยางตงเทียนและตงฟางฟางหยูเข้ามา
ถึงยังไงนางและพวกเขาก็มีสถานะเท่าเทียมกัน นางไม่สามารถทำตัวต่ำต่อยได้ ถึงยังไงนางก็เป็ถึงเซียนโอสถ ไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดมารังแกได้ง่ายๆ นางไม่จำเป็จะต้องมีมารยาทกับพวกเขามากนัก
เมื่อเห็นค่ายกลแยกออก หยางตงเทียนและตงฟางหยูก็ลอยเข้าไป เมื่อเข้าไปด้านในแล้ว พวกเขาก็ค่อยๆลอยลงจอดบนพื้นด้านหน้าฟางชิงหลันอย่างนุ่มนวน
ภายในค่ายกลแห่งนี้ไม่มีอะไรมากมาย มีเพียงที่พักที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ตั้งอยู่ใกล้กลับริมลำธารสามหลัง และใกล้ๆกันก็มีแปลงสมุนไพรและพืชผักปลูกเอาไว้อยู่สามสี่แปลง
"พวกท่านมาหาข้า้าสิ่งใดหรือ? หรือว่าพวกท่าน้าไหว้วานให้ข้าหลอมโอสถให้? หากว่าเป็เช่นนั้น เชิญพวกท่านกล่าวออกมา ว่า้าให้ข้าช่วยหลอมโอสถชนิดใด!? หากข้าสามารถทำได้ ข้าย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน..."
ฟางชิงหลันนางกล่าวออกมาอย่างประนีประนอม เพราะถึงแม้ว่านางจะเป็ถึงเซียนโอสถที่ผู้คนมากมายเคารพนับถือ แต่มันใช้ไม่ได้กับพวกคนชั้นสูงของขุมกำลังขั้นหนึ่งเหล่านี้
เพราะถ้าหากคนพวกนี้้าหาเซียนโอสถมาหลอมโอสถให้กับตนเอง ด้วยอำนาจบารมีของขุมกำลังที่อยู่เื้ัของพวกเขา มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย...
แม้ว่าทั่วทั้งดินแดนสี่แคว้นแห่งนี้ จะไม่อาจกล่าวได้ว่ามีเซียนโอสถอยู่มากมาย แต่ก็นับว่าพอเสาะหาได้โดยไม่ลำบากเท่าใดนัก!?
ที่หายากจริงๆคือเทพโอสถ! เพาะทั่วทั้งยุทธภพผืนนี้ มีเทพโอสถอยู่เพียงแค่สามคนเพียงเท่านั้น ทั้งสามคนนี้เป็ผู้นำของวังเทพโอสถ คำพูดของพวกเขาสามารถเรียกลมเรียกฝนได้
แม้แต่้าลบขุมกำลังขั้นหนึ่งซักแห่งออกไปจากยุทธภพ มันก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้สำหรับพวกเขา! ขอเพียงแค่กล่าวออกมา จอมยุทธ์มากมายจะพร้อมใจกันรุมโจมตีขุมกำลังแห่งนั้น เพื่อเอาใจเทพโอสถ
เพราะหวังว่าในอนาคต จะสามารถไหว้วานให้เทพโอสถหลอมโอสถให้กับตนเองได้ นับว่าอำนาจของเทพโอสถนั้นหน้าหวาดหวั่นเป็อย่างมาก จึงไม่มีใครกล้าทำให้พวกเขาไม่พอใจหรือโกรธเคือง
"ชีวิตนี้เ้ากำลังวิ่งตามสิ่งใดอยู่? เ้าอยากก้าวหน้าในเส้นทางการหลอมโอสถหรือไม่? ตอนนี้เ้ามาถึงขีดจำกัดแล้วในเส้นทางนี้!?"
"หากไม่มีโอกาสวาสนา! ชั่วชีวิตนี้ เ้าจะไม่สามารถทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถได้ เ้าพอใจแล้วหรือ? ที่จะเป็แค่เซียนโอสถไปตลอดจนหมดอายุไขลง และตายไปอย่างคับข้องใจ!?"
หยางตงเทียนไม่พูดวกไปวนมา ชายหนุ่มพูดเข้าประเด็น กรีดแทงลงกลางหว่างใจของเซียนโอสถตรงหน้าในทันที
"นี้!?... ที่ท่านพูดหมายความว่าเช่นใด?"พอได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้ากล่าวขึ้นมา
ฟางชิงหลันนางถึงกลับร่างสั่นสะท้าน กล่าวขึ้นมาด้วยความไม่แน่ใจ? สิ่งที่คนตรงหน้ากล่าวออกมานั้นมันเป็จริงทั้งสิ้น! หรือว่าเขาจะมีวิธีช่วยนางให้ทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถ!?
"ข้าหมายความตามที่พูด หากเ้าอยากก้าวหน้า ข้าสามารถช่วยเ้าได้!..."ขณะพูดหยางตงเทียนก็ปลดปล่อยกลิ่นอายจิติญญาของเทพโอสถออกมา
"ทะ! ท่ะ!! เทพโอสถ!!!"นางก็เป็นักหลอมโอสถเช่นกัน เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายจิติญญาที่คนตรงหน้าปล่อยออกมา นางก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าเป็เทพโอสถ! เพราะว่ากลิ่นอายจิติญญาของอีกฝ่าย มันแข็งแกร่งกว่าจิติญญาของนางไปมากโข!
กลิ่นอายจิติญญาเช่นนี้ นางเคยััได้จากผู้นำทั้งสามของวังเทพโอสถ! แต่กลิ่นอายจิติญญาเ่าั้ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากลับของคนตรงหน้า เช่นนี้ก็หมายความว่า? คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนางในตอนนี้! อย่างต่ำก็ต้องเป็เทพโอสถขั้นกลาง!!!
" ข้าน้อยฟางชิงหลัน ต้องขออภัยต่อท่านเทพโอสถ! ที่เสียมารยาท...."เมื่อนางตั้งสติได้ นางก็รีบค้อมกายคารวะ แล้วกล่าวขออภัยต่อหยางตงเทียนด้วยความนอบน้อมในทันที
เทพโอสถทั้งสามของวังเทพโอสถ เป็เพียงเทพโอสถขั้นต่ำเพียงเท่านั้น แต่ก็ยังมีอำนาจค้ำฟ้า สามารถกำหนดลมฝนในดินแดนสี่แคว้นได้เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ
แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนางในตอนนี้ กลับมีความแข็งแกร่งมากยิ่งกว่า หรือว่าเขาจะสามารถช่วยนางให้ทะลวงขึ้นสู่ระดับเทพโอสถได้จริงๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางก็ยิ่งตื่นเต้น เพราะว่าวิถีของการหลอมโอสถนั้น นางวิ่งตามมันมาั้แ่สมัยนางยังเยาว์วัย
จนตอนนี้อายุที่แท้จริงของนาง ที่ไม่อิงจากรูปลักษณ์ภายนอก ที่ดูเหมือนกับสตรีวัยกลางคนแล้วนั้น อายุที่แท้จริงของนางคือหกพันห้าร้อยแปดสิบปีแล้ว ใช่ฟังไม่ผิดหรอก! อายุของนางคือหกพันห้าร้อยแปดสิบปีจริงๆ!
เพราะยิ่งระดับพลังยุทธ์สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอายุไขที่ยืนยาวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น อายุที่เป็ขีดจำกัดสูงสุดของระดับเซียนคือหนึ่งหมื่นปี หากได้กินสมุนไพร หรือสิ่งล้ำค่าที่สามารถยืดอายุไขได้ ก็จะสามารถยืดอายุไขให้มีชีวิตอยู่ได้นานยิ่งขึ้นไปได้อีก
แต่ก็คงจะไม่มากนัก อย่างมากก็ไม่เกินร้อยหรือสองร้อยปี เพราะว่าร่างกายถึงขีดจำกัดแล้วนั่นเอง เมื่ออายุไขมาถึงขีดจำกัด ไขกระดูกและเืจะค่อยๆเสื่อมสภาพลง และตกตายไปในที่สุด แม้แต่เทพก็ไม่สามารถหลีกหนีจากความตายพ้น ชีวิตะนั้นมีอยู่จริงหรือไม่!? ย่อมไม่มีใครสามารถตอบได้?....
“ข้าสามารถช่วยเ้าทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถได้! หากเ้าเข้าร่วมูเาเทพเซียนของข้า….” หยางตงเทียนกล่าวข้อเสนอขึ้นมา
"แน่นอน! หากเ้าฉลาดมากพอ!? เ้าจะไม่ปฏิเสธข้อเสนอของข้า!..."เมื่อเห็นสีหน้าคิดหนักของฟางชิงหลัน หยางตงเทียนก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกลับสลายหมอกที่ปิดบังใบหน้าของตนออกเล็กน้อย เพื่อให้เห็นร้อยยิ้มที่แสนจริงใจของตนเอง
แต่พอฟางชิงหลันได้ยินคำพูดและได้เห็นรอยยิ้มนั้นของหยางตงเทียน มันก็ถึงกับทำให้นางร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างคุมเอาไว้ไม่อยู่ แม้แต่ตงฟางหยูและเด็กน้อยรุ่นเยาว์ชายหญิงที่ยื่นอยู่ใกล้ๆก็ไม่เว้น
แม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะหวานหยดย้อยมากเพียงใด แต่เมื่อรวมเข้ากับหมอกที่ปิดบังใบหน้า้าอยู่ มันกลับทำให้ชายหนุ่มดูโเี้ราวกลับฆาตรกรโรคจิตซะมากกว่า! นางคิดขึ้นมาในใจตนเอง หากว่านางปฏิเสธคำเชิญชวนนี้ นางคงไม่มีลมหายใจอยู่เพื่อได้เห็นดวงตะวันของเช้าวันรุ่งขึ้นแน่ๆ
"ข้าตกลงเ้าค่ะ! ข้าจะเข้าร่วมขุมกำลังของท่าน! แต่ว่าท่านสามารถรับพวกเขาไว้ด้วยได้หรือไม่เ้าค่ะ!? พร์ของพวกเขาไม่เลวเลย!"ฟางชิงหลันกล่าวออกมา พร้อมกับแนะนำลูกศิษย์ทั้งสองของนางด้วย เพราะว่าอย่างไรนี่ก็ถือเป็โอกาสสำหรับนางและพวกเขาเช่นกัน
นางมาถึงขีดจำกัดในการฝึกฝนแล้ว หากนางไม่ได้บางสิ่งบางอย่างช่วยเหลือ เพื่อที่จะทะลวงระดับขั้น นางก็ต้องติดอยู่ในระดับนี้ไปตลอดชีวิต
การเข้าร่วมกับผู้าุโตรงหน้าก็คงจะไม่ใช่เื่อะไรที่เลวร้าย เพราะอย่างไรนางก็เป็ถึงนักหลอมโอสถระดับแปดขั้นสูง! นางถือว่ามีประโยชน์ต่อเขาอยู่! เขาคงจะไม่ปฏิบัติกับนางและลูกศิษย์เลวร้ายนักหรอกจริงมั้ย!?
"ได้!! เช่นนั้นพวกเ้าทั้งสาม ก็นำแก่นโลหิตของตนหยดลงไปในลูกแก้วนี้เสีย เพื่อป้องกันการทรยศ!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมา พร้อมกับน้ำลูกแก้วนิจนิรันดร์ออกมาจากแหวนมิติ แล้วบังคับให้มันลอยออกไปตรงหน้าของพวกเขาทั้งสาม
"นี่!?..."ฟางชิงหลันกล่าวออกมาหนึ่งคำด้วยสีหน้าลังเล แต่ก็เพียงไม่นานนัก เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
นางจึงกัดลงที่ปลายนิ้วของตนเอง จากนั้นก็บังคับให้แก่นโลหิตของนางออกมา และหยดลงไปในลูกแก้วตรงหน้า เมื่อมู่หลางและหมู่ชิงชิงลูกศิษย์ทั้งสองของนางเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็ทำตามอาจารย์ของตนในทันที…....