หญิงสาวเบิกตากว้าง ค้างอยู่กับร่างของเขา ในขณะที่หิรัญถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังจากคว้ากายของเธอได้ทัน
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขาก้มมองหญิงสาวแล้วเอ่ยถามด้วยท่าทางสุขุม หากแต่ฝนทิพย์ยังอยู่ในอาการมึนงงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนหิรัญจะอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มันมีน้ำหกที่พื้นตรงนั้น ถ้าคุณเหยียบแล้วลื่น ผมคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะอันตรายแค่ไหน คุณรออยู่นี่นะ ผมจะไปเรียกพนักงานมาทำความสะอาด” ว่าแล้วเขาจึงค่อย ๆ ปล่อยร่างเล็กเป็อิสระ แล้วเบี่ยงตัวเดินออกไป ฝนทิพย์เลื่อนมองกองน้ำที่กระจายอยู่ใกล้ ๆ พร้อมหันไปมองร่างชายหนุ่มที่เดินห่างออกไป หัวใจของเธออ่อนยวบลง เขาอาจไม่ใช่คนใจร้ายอย่างที่เธอคิด กลับกันเขาดูอบอุ่นและใส่ใจอย่างมาก ผิดวันแรกที่เจอราวกับคนละคน เมื่อคิดได้ดังนั้น หญิงสาวจึงเดินไปหยิบขวดแชมพูขึ้นมาถือไว้พร้อมความสับสนในใจที่เกิดขึ้น
“พ่อของลูกดูท่านิสัยประหลาดจังเลย ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ร้ายหรือดีกันแน่ แม่เดาไม่ออกจริง ๆ” ฝนทิพย์ก้มลงพูดกับลูกน้อยในท้อง
“ขอโทษนะครับ” ชายหนุ่มเดินไปหาพนักงานห้างคนหนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้น
“คุณลูกค้ามีอะไรเหรอคะ”
“รบกวนช่วยทำความสะอาดพื้นตรงโซนแชมพูหน่อยได้ไหมครับ เมื่อครู่ฝนทิพย์...” หิรัญชะงักนิ่งในคำพูด ก่อนจำใจเรียบเรียงคำพูดใหม่อีกครั้งให้คนฟังเข้าใจ
“เมื่อครู่แฟนผมเกือบเหยียบน้ำ ที่หกเลอะตรงนั้น พอดีแฟนผมท้องด้วย เลยไม่อยากให้เกิดอันตรายขึ้นกับใครที่ผ่านไปมา รบกวนทำความสะอาดด้วยนะครับ”
“ขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะให้คนรีบไปทำความสะอาดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” พนักงานรีบรับคำแล้วจัดการตามที่หิรัญ้าทันที
หลังจากซื้อของเสร็จสรรพ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา จึงพาหญิงสาวเข้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก เขาสั่งมาหลายอย่างเพื่อให้ฝนทิพย์ได้ทานอย่างเต็มที่ หากแต่ฝนทิพย์หยิบขึ้นมาเคี้ยวได้สองสามคำ เธอทำท่าเหมือนจะอาเจียน จนทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำในทันที
ชายหนุ่มทนรออยู่ได้ไม่นานจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปหาหญิงสาวในห้องน้ำ สายตาคมทอดมองหญิงสาวที่กำลังอาเจียนอย่างหนัก ก่อนหิรัญจะย่างเท้าเข้าไปลูบหลังเธอช้า ๆ พร้อมเสียงอาเจียนของเธอดังลอดมาเป็ระยะ ฝนทิพย์ปล่อยทุกอย่างออกมาจนหมด ครั้งแล้วครั้งเล่าดูเหมือนเขารับรู้ว่าเธอทรมานแค่ไหน
“ไหวไหม” หิรัญถามพร้อมแววตาเป็ห่วง
“ไหวค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าแล้วตอบด้วยเสียงเหนื่อยหอบ
“ถ้าคุณแพ้ท้องแบบนี้ เรากลับกันดีกว่า ไม่ต้องทานแล้ว” เขาพูดด้วยสายตาจริงจัง พร้อมยื่นทิชชูให้เธอ
“แต่ว่าคุณยังไม่อิ่ม”
“แต่คุณก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ไปเถอะ” หิรัญพูดจบ จึงดึงมือเธอออกจากห้องน้ำ กลับไปนั่งพักยังโต๊ะอาหารรอจนเธออาการดีขึ้นแล้วเรียกเก็บเงินทันที หลังจากนั้น เขาจึงเป็ฝ่ายหิ้วทุกอย่างเดินตามหลังฝนทิพย์ออกมา ขณะที่สีหน้าของหญิงสาวเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เธอเลื่อนสายตามองเขาอยู่หลายรอบ ก่อนชายหนุ่มจะขมวดคิ้วแปลกใจในท่าทีที่อีกฝ่ายแสดงออก
“ยิ้มอะไร” เขาถาม ทั้งที่รอยยิ้มของเธอยังเบ่งบานออกมาอย่างมีความสุข
“คุณรู้ไหมคะ ว่านับจากเกิดมา ฉันไม่เคยคิดเลยนะคะว่าจะมีนักธุรกิจใหญ่มาถือของให้ นับเป็วาสนาของฉันมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ” ว่าแล้วฝนทิพย์ก็หยิบมือถือขึ้นมา
“จะทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ใครอนุญาตให้คุณถ่ายรูปผมในสภาพแบบนี้” เขารีบเอ่ยห้าม ในขณะที่ฝนทิพย์หัวเราะพร้อมกับกดถ่ายรูปอีกฝ่ายอยู่สองสามครั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นผมจะให้คุณถือเองทั้งหมด” คำขู่ของเขาทำให้หญิงสาวมีสีหน้าสลดลงเล็กน้อย ก่อนเธอจะนึกบางอย่างได้ แล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋าไปอย่างง่ายดาย
“คุณรู้อะไรไหม ผมไม่เคยถือของให้ใคร และที่ผมถือให้คุณ เพราะเห็นว่าคุณท้องหรอกนะ ไม่ใช่ว่าคุณจะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินเคียงข้างหญิงสาว มุ่งตรงไปยังลานจอดรถ
“สบายจังเลยค่ะ” เธอตอบพร้อมชูมือทั้งสองข้างขึ้น หวังเยาะเย้ยเขา ไม่มีท่าทีสลดแม้แต่น้อย หิรัญถึงหลับตาลงแล้วข่มความรู้สึกไว้ในส่วนลึก พร้อมขบคิดในใจว่าเขาจะไม่มีวัน มีแฟนเด็กอย่างแน่นอน
“คุณหิรัญคะ” หญิงสาวเรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะเดินเบี่ยงไปยังตู้ปลาสวยงามที่ตั้งเด่นหราอยู่ สายตากลมไหวระริกจับจ้องไปยังปลาพวกนั้น ที่ว่ายไปมาอย่างมีความสุข ก่อนหญิงสาวจะปล่อยยิ้มหวานให้เขา