เวินจื่อเอ๋อร์ลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเวินจื่อถงอย่างจนใจ พร้อมกับยิ้มกล่าวว่า "ตลอดทางเ้าน่ะแอบขยับตัวตั้งกี่ครั้งแล้ว รู้ตัวหรือไม่"
เดี๋ยวก็แอบเกาตรงนั้นตรงนี้ เดี๋ยวขนตาก็สั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาก็กลอกไปมาไม่หยุด หากเขายังดูไม่ออกว่าเวินจื่อถงแสร้งทำ อย่าว่าแต่เสียแรงที่อ่านหนังสือเลย เกรงว่าสมองนี้คงมีไว้ประดับหัวเปล่า ๆ
เวินจื่อถงกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา แล้วหัวเราะแหะ ๆ อย่างซื่อบื้อ จากนั้นก็กอดแขนของเวินจื่อเอ๋อร์พลางเขย่า พร้อมกับเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า
"พี่รองฉลาดที่สุดเลย! พี่รองมีพร์ที่จะเป็จอหงวนจริง ๆ ด้วยเ้าค่ะ!"
เวินจื่อเอ๋อร์ฟังคำชมของน้องสาวที่ดูออกชัดเจนว่าไม่จริงใจแล้ว ก็รู้สึกจนใจยิ่งนัก
เมื่อครู่มีคนมาบอกเขาว่าถงเป่าเกิดโรคหัวใจแต่กำเนิดกำเริบเพราะช่วยคน ทำเอาเขาใจนแทบสิ้นสติ ตะกร้าไม้ไผ่ในมือที่ยังสานไม่เสร็จก็โยนทิ้งแล้วรีบวิ่งมาทันที
แต่พอถึงสถานที่ที่ชาวบ้านบอก กลับได้ยินว่าถงเป่าไม่เป็อะไรแล้ว ทั้งยังได้รับการช่วยเหลือจากท่านหมอที่ผ่านมาพอดี เขาจึงรีบรุดไปยังริมแม่น้ำด้วยความร้อนรน
ตลอดทางนั้น หัวใจของเขาเต้นระรัว ราวกับจะหลุดออกมานอกอก เรียกได้ว่าตื่นเต้นจนแทบจะหยุดหายใจเลยทีเดียว
แต่ยังดีที่น้องสาวของเขาไม่เป็อะไร มิเช่นนั้น...
"บอกมาเถิด วันนี้เกิดอะไรขึ้น?"
เวินจื่อเอ๋อร์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม้จะนุ่มนวลแต่ก็แฝงไปด้วยท่าทางที่ไม่อนุญาตให้โต้แย้ง
เวินจื่อถงไม่กล้าปิดบัง รีบเล่าเื่ราวของวันนี้ให้เวินจื่อเอ๋อร์ฟังอย่างละเอียดโดยไม่ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว
หลังจากเวินจื่อเอ๋อร์ฟังจบ เขาก็เงียบไปโดยไม่พูดอะไร
เวินจื่อถงนึกว่าเวินจื่อเอ๋อร์จะตำหนิที่นางเสนอหน้าไปช่วยคน จึงรีบดึงแขนเวินจื่อเอ๋อร์แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า
"พี่รอง ถงเป่าเห็นวิธีในตำราที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้จริง ๆ เ้าค่ะถึงได้ไปช่วยคน หาก... หากพี่รองไม่ชอบ ต่อไปถงเป่าจะไม่ไปช่วยคนแล้วเ้าค่ะ..."
ปากของเวินจื่อถงพูดอย่างน่าสงสาร แต่ในใจนางรู้ดีว่าหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีก นางก็ยังคงจะยื่นมือเข้าช่วยคนอยู่ดี
เวินจื่อเอ๋อร์มองดูน้องสาวที่แสนบอบบาง ร่างเล็ก ๆ ราวกับก้อนแป้งนุ่มนิ่มที่กำลังทำหน้าเศร้าและใช้ดวงตากลมโตเหมือนลูกกวางจ้องมองเขา
ในขณะนั้น ในใจของเวินจื่อเอ๋อร์ทั้งปวดใจทั้งเอ็นดู จึงยื่นมือไปโอบกอดเวินจื่อถงไว้ในอ้อมอก พร้อมกับถอนหายใจกล่าวว่า
"ถงเป่าไม่ได้ทำผิด ถงเป่าเป็เด็กหญิงที่จิตใจดี เป็เพราะพวกพี่ชายไร้ความสามารถ หากพวกพี่มีความสามารถมากกว่านี้ ถงเป่าก็ไม่ต้องไปฝากตัวเป็ศิษย์เพื่อเรียนรู้วิธีช่วยชีวิตตนเองเช่นนี้"
เวินจื่อถงเห็นขอบตาของเวินจื่อเอ๋อร์เริ่มแดง ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าว่าที่ตัวร้ายผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตคนนี้ช่างเป็คนอ่อนไหวเสียจริง
จะว่าไป ในหนังสือต้นฉบับ พี่ชายทั้งเจ็ดของตระกูลเวินแม้จะเป็ตัวร้าย แต่ก็เป็เพราะเ้าของร่างเดิมตายไปจึงทำให้พวกเขาเข้าสู่ด้านมืด
อีกอย่าง เป้าหมายที่พวกเขาจ้องเล่นงานมีเพียงพระเอกคนนั้นเท่านั้น ไม่เคยทำร้ายผู้อื่นเลย ดังนั้น พี่ชายของนางยังคงเป็เด็กหนุ่มผู้แสนดีและบริสุทธิ์!
พี่ชายที่ดีขนาดนี้ จะปล่อยให้ถูกพระเอกสายยันเดเระคนนั้นทำลายไม่ได้เด็ดขาด!
แน่นอนว่าเวินจื่อถงไม่ได้กังวลอะไรเลย ขอเพียงนางหลีกเลี่ยงพระเอก และไม่ไปช่วยพระเอกคนนั้นกลับมา ย่อมไม่มีทางมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพระเอกสายยันเดเระผู้นั้นแน่นอน!
อย่างไรเสียก็ยังมีเวลาอีกห้าปี ไม่ต้องรีบร้อนเลย!
เมื่อคิดได้ดังนี้ เวินจื่อถงจึงรีบเอาศีรษะเล็ก ๆ ซุกไซ้ในอ้อมกอดของเวินจื่อเอ๋อร์ แล้วปลอบโยนด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า
"ไม่ใช่นะเ้าคะ พี่ ๆ ทุกคนเป็พี่ชายที่ดีและยอดเยี่ยมที่สุดเลย! พี่ ๆ ทำดีที่สุดแล้วเ้าค่ะ! ที่ถงเป่าฝากตัวเป็ศิษย์เพราะถงเป่าอยากเรียนหมอจริง ๆ เ้าค่ะ!"
"ถงเป่าอยากช่วยคน! หากเมื่อก่อนถงเป่ามีความรู้ด้านการแพทย์ บางทีท่านแม่คงไม่ป่วยจนเสียชีวิต ถงเป่าแม้จะช่วยท่านแม่ไม่ได้ แต่ถงเป่าสามารถช่วยท่านแม่ของคนอื่นได้นะเ้าคะ! เช่นนี้ เด็กน้อยบ้านอื่นจะได้ไม่ต้องไม่มีท่านพ่อท่านแม่เหมือนถงเป่า"
ชาติก่อนของเวินจื่อถงเกิดในตระกูลหมอจีน แิที่ถูกปลูกฝังมาั้แ่เด็กคือการใช้ความรู้รักษาผู้คนและช่วยเหลือสังคม
ในสายตาของนาง คนป่วยไม่มีแบ่งว่าดีหรือเลว มีเพียงสุขภาพดีหรือไม่ดี รักษาได้หรือรักษาไม่ได้เท่านั้น
เหมือนกับวันนี้ แม้นางจะช่วยซานเป่าไว้ แต่แม่ของซานเป่ากลับไม่มีท่าทีซาบซึ้ง แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจ
นางอยากช่วย นางก็จะช่วย!
นางเพียงหวังว่าจะสามารถทำได้อย่างไม่ละอายใจ ส่วนเื่อื่น นางไม่อยากคิดถึงผลได้ผลเสียให้มากความ
เวินจื่อเอ๋อร์ได้ยินคำพูดจากน้ำเสียงเล็ก ๆ ของเวินจื่อถง แม้จะฟังดูไร้เดียงสาแต่กลับมีความแน่วแน่ ทำให้ในใจของเขารู้สึกะเืใจอย่างยิ่ง
เขามองดูเวินจื่อถงที่ตัวเล็กนิดเดียว ดูอ่อนแอเสียจนเหมือนว่าใครก็ได้สามารถบีบนางให้ละเอียดได้อย่างง่ายดาย
ทว่าในยามนี้ ดวงตาของนางกลับมีประกายราวกับบรรจุหมู่ดาวนับพันดวงเอาไว้ ทั้งเจิดจ้าและมั่นใจ จนทำให้ผู้ที่มองรู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
สายตาของเวินจื่อเอ๋อร์อ่อนโยนลง เขามองเวินจื่อถงแล้วในใจก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาว่า
หากสามารถปกป้องจิตใจที่บริสุทธิ์ดุจเด็กน้อยของน้องสาวคนนี้ไว้ได้ตลอดกาล จะดีเพียงใด?
เขาต้องมีอำนาจ!
ต้องมีอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดเท่านั้น จึงจะสามารถให้น้องสาวทำทุกสิ่งที่นางปรารถนาได้!
"ถงเป่าเก่งมาก! พี่รองเชื่อว่าถงเป่าต้องทำได้แน่นอน!"
เวินจื่อเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อว่า "ในเมื่อตัดสินใจฝากตัวเป็ศิษย์แล้ว ของกำนัลสำหรับการฝากตัวก็ต้องเตรียมไว้ จะปล่อยให้คนอื่นมองว่าพวกเราไร้มารยาทไม่ได้"
เวินจื่อถงได้ยินดังนั้น ใบหน้าเล็ก ๆ ก็หม่นลงทันที บ้านของพวกนางยากจนถึงเพียงนี้ จะไปเอาของกำนัลฝากตัวมาจากไหนกัน?
เวินจื่อเอ๋อร์เห็นดังนั้นจึงปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "วางใจเถิด ต่อให้ไม่นับน้องสามและคนอื่น ๆ ที่วันนี้เข้าไปขายของในตัวเมืองย่อมทำเงินได้บ้าง อีกทั้งพี่ใหญ่ก็อยู่ในตัวเมืองด้วย"
เดิมทีพี่ใหญ่เวินจื่ออี้ตั้งใจจะกลับมา แต่หลังจากที่เวินจื่อถงฟื้นแล้ว ได้มีการส่งข่าวไปบอก ดังนั้นเวินจื่ออี้จึงไม่ได้กลับมา
แต่พวกเวินจื่อซ่างที่เข้าไปในตัวเมืองวันนี้ จะต้องไปหาเวินจื่ออี้เพื่อแจ้งสถานการณ์ให้ทราบแน่นอน
เวินจื่ออี้กำลังจะได้รับค่าจ้างในอีกหนึ่งสองวันนี้ ดังนั้นเขาต้องให้พวกเวินจื่อซ่างนำเงินกลับมาแน่นอน
แม้พวกเขาจะไม่มีเงินมากมาย แต่ของกำนัลฝากตัวจะให้ดูซอมซ่อเกินไปไม่ได้
เวินจื่อถงรู้สึกว่าแม้ตนเองจะทะลุมิติมาเป็ตัวประกอบหญิงที่ต้องตาย แต่โชคชะตาก็ถือว่าดีมากจริง ๆ
พี่ชายในบ้านทุกคนต่างคำนึงถึงนางและวางแผนเพื่อนางอย่างแท้จริง ไม่อยากให้นางต้องลำบากแม้แต่นิดเดียว
ยามนี้ พี่ใหญ่เวินจื่ออี้ทำงานแบกหามอยู่ที่ท่าเรือเมืองฉางอู๋ ซึ่งเป็งานที่เหนื่อยและหนักที่สุด
ยังมีพี่สี่เวินจื่อซือ เพื่อช่วยจุนเจือครอบครัวและเนื่องจากที่บ้านไม่มีที่นา จึงไปเป็ชาวนาเช่าที่ดินอยู่ที่หมู่บ้านข้าง ๆ
ส่วนพี่ห้าเวินจื่ออู่ไม่ได้ติดต่อมานานแล้ว ั้แ่ตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ เขาถูกสำนักหลิงซีเล็งเห็นพร์ด้านวรยุทธ์ จึงถูกพาตัวไปยังสำนักหลิงซีและยังไม่กลับมาจนถึงปัจจุบัน
พี่หกเวินจื่อลู่ตอนนี้ก็ไปเป็ลูกมืองานช่างไม้ในเมืองประจำมณฑล ซึ่งการเป็ลูกมือนั้นลำบากที่สุด นอกจากอาหารแล้ว อาจารย์จะให้เบี้ยเลี้ยงเพียงยี่สิบเหวินต่อเดือนเท่านั้น
เพราะเป็การเรียนรู้วิชาชีพ การที่ได้เงินบ้างก็นับว่าดีมากแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เวินจื่อถงก็รู้สึกสงสารพี่ชายทั้งหลาย นางจึงตั้งใจว่าจะพยายามหาเงินเพื่อพาพี่ชายทุกคนกลับมา จะได้ไม่ต้องไปลำบากตรากตรำอยู่ข้างนอกอีก
เวินจื่อถงคิดไปคิดมา ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้าง ร้องอุทานออกมาว่า "อ๊า! ปลาของถงเป่า!"