บทที่ 29 เด็กชายผู้โชคร้าย
ท่ามกลางการฮัมเพลงอย่างสนุกสนานของหน่วนเป่า รถม้าของสกุลเซียวก็มาถึงหน้าประตูสำนักศึกษาซวนหยาง
“ทำไมวันนี้ถึงมีรถม้ามาจอดอยู่หน้าสำนักศึกษาเยอะนักนะ” เซียวหย่งฝูรู้สึกงุนงง
หน่วนเป่าโผล่หัวออกไปนอกหน้าต่าง “คุ้น ๆ”
ทุกคนพลันแปลกใจเมื่อจู่ ๆ หน่วนเป่าก็บอกว่าคุ้น แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น
จนกระทั่งเห็นคนที่ออกมาพร้อมกับเซียวหยวนหลาง ถึงได้เข้าใจสิ่งที่หน่วนเป่าพูด
“หยวนหลาง ทางนี้” เซียวหย่งฝูะโ “แล้วนั่นคือเจี่ยงอี๋โม่ใช่หรือไม่”
ทั้งครอบครัวยังจำเขาคนนี้ได้
หลินซื่อเปิดม่านและหน่วนเป่าก็แสดงอาการตื่นเต้น “พะ… พี่”
เซียวหยวนหลางพูดกับอีกฝ่ายไม่กี่คำแล้วพวกเขาก็มองมาทางนี้และเดินไปด้วยกัน
หน่วนเป่าเอื้อมมือออกไปหาเซียวหยวนหลาง “กอด กอด!”
“หน่วนเป่าของพวกเราน้ำหนักเพิ่มขึ้นเยอะเชียว ใบหน้าก็แดง เป็เพราะว่าตากลมมาใช่หรือไม่” เซียวหยวนหลางพูดแล้วก็หอมแก้มเ้าตัวเล็กฟอดใหญ่
เ้าก้อนแป้งตื่นเต้นดีใจ ปัดป่ายแขนขาดุ๊กดิ๊กในอ้อมแขนของพี่ชาย จนเขาแทบจะจับนางเอาไว้ไม่อยู่ “ไม่มีลม อากาศร้อน ตัวไม่หนัก กินนิดเดียว”
สีหน้าของหลินซื่อพลันครึ้มลง เมื่อได้ยินเสียงใส ๆ ฟ้องพี่ชาย อะไรคือกินนิดเดียว?
ในขณะนั้นเองเ้าก้อนแป้งก็พบว่ามีเด็กคนหนึ่งอยู่ข้าง ๆ เจี่ยงอี๋โม่
“ตั้นพี่ ตั้นพี่ เด็กโชคร้ายคนนี้คือใคร” เ้าก้อนแป้งถามด้วยความสงสัย
เด็กคนนี้ช่างโชคร้ายจริง ๆ เห็นได้ชัดว่าตลอดทั้งตัวเต็มไปด้วยควันสีม่วงและสีทองซึ่งเป็นิมิตมงคล แต่กลับถูกหมอกควันสีดำที่ไหนไม่รู้กลืนกิน
เมื่อเซียวหยวนหลางได้ยินสิ่งที่น้องสาวพูด เขาก็รีบหันไปหาเจี่ยงอี๋โม่ “พี่เจี่ยง น้องของข้านางเพิ่งจะพูดได้...”
คาดไม่ถึงว่าเจี่ยงอี๋โม่กลับไม่โกรธเลย เขามองเ้าก้อนแป้งด้วยสายตาประหลาดใจ “เ้าชื่อหน่วนเป่าใช่หรือไม่ เ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็คนโชคร้าย”
เ้าก้อนแป้งพยักหน้าจนผมสะบัด “ข้าคือหน่วนเป่า!”
นางชี้ไปที่เด็กคนนั้นอีกครั้ง “เขาโชคร้าย มีหมอกดำ”
ไม่มีใครเข้าใจความเ็ปที่เขารู้สึกอยู่ในใจแต่ไม่อาจแสดงออกมาได้ “ดื่มน้ำก็สำลัก เดินก็ล้ม”
เจี่ยงอี๋โม่ก้มศีรษะลงและมองไปยังเด็กที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งมีสีหน้าย่ำแย่อย่างมาก และทันใดนั้นก็หัวเราะออกมา
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เขาโชคร้ายแบบนั้นล่ะ เขาเกิดมาโชคไม่ดี”
หลินซื่อได้ฟังแบบนั้น นางก็มองดูเด็กน้อยด้วยความสงสาร
แต่จะมีคนที่เกิดมาโชคไม่ดีแบบนี้อยู่จริง ๆ หรือ?
เห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายรอบตัวเด็กชายดูสูงส่ง แต่แค่มีรูปร่างเล็กผอม ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร
เ้าก้อนแป้งมองดูหมอกดำที่อยู่ข้างหลังเด็กคนนั้นด้วยความสงสาร และส่ายหัว “ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สิ”
เจี่ยงอี๋โม่อยากรู้ว่าทำไม “มีอะไรไม่ถูกต้องหรือ”
“เขาไม่ได้เกิดมาโชคร้าย เขาถูกคนอื่นทำให้โชคร้าย”
ในตอนแรกเขาฟังเหมือนเป็เพียงเื่ตลก แต่หลังจากที่เจี่ยงอี๋โม่ได้ฟังคำพูดของเ้าก้อนแป้ง ใบหน้าของเขาก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
เขามองไปรอบ ๆ และถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อไม่เห็นใครอื่นอยู่ใกล้ ๆ
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าคนคนนี้ไม่ได้เกิดมาโชคร้าย แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไร จริงหรือไม่?
เจี่ยงอี๋โม่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่จู่ ๆ เด็กคนนั้นก็กระทืบเท้าเดินมาข้างหน้า ชี้ไปที่เ้าก้อนแป้ง และพูดด้วยความโกรธ “เ้าจะรู้อะไร เ้าไม่ต้อง...”
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ เด็กชายก็รู้สึกเหมือนเหยียบอะไรบางอย่างและก็ล้มลงไปกับพื้น
หลินซื่อเงียบกริบ ถ้าหากเป็แบบนี้อยู่ตลอด นางคงจะไม่มีความสุขแน่ ๆ
เซียวหย่งฝูหลับตาปี๋ เด็กคนนี้โชคร้ายจริง ๆ
เ้าก้อนแป้งก็ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว
หากนางพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ นางคงจะทำให้เด็กผู้ชายคนนี้โชคร้ายมากขึ้น
เจี่ยงอี๋โม่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและถามเด็กชาย “ไม่เป็ไรใช่หรือไม่”
แม้ว่าเขาจะชินกับการเห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกรำคาญตาอยู่บ้าง
เ้าก้อนแป้งพยายามดันตัวลงจากอ้อมแขนของเซียวหยวนหลางและหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกมา
“เช็คสิ เ้าเืออก”
เซียวหยวนหลางทำท่าแคะหู ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าน่าจะเจ็บ
เมื่อเห็นว่าเด็กชายอีกคนไม่ตอบโต้ นางจึงจัดการด้วยตัวเอง ยืนเขย่งเท้าเพื่อเช็ดเืที่อยู่ใต้จมูกของเด็กชาย
เ้าก้อนแป้งเช็ดอย่างจริงจังและไม่ได้ทันสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเด็กตรงหน้า
เ้าก้อนแป้งเช็ดเสร็จแล้วก็เผยฟันน้ำนมซี่ขาวทั้งหกซี่ออกมาให้เห็น “ข้าหน่วนเป่า เอ่อ พี่ชื่ออะไย”
เจี่ยงอี๋โม่รู้ว่าเด็กชายกำลังอารมณ์ไม่ดีและจะพานรู้สึกไม่ดีต่อหน่วนเป่า แม้จะเห็นว่าเด็กชายเงยหน้าขึ้นมา แต่เขาก็ยังตอบกลับ “ฉีสือเยี่ยน”
เ้าก้อนแป้งมองเหม่อ นางไม่อาจพูดชื่อนี้ตรง ๆ ได้ ดวงตากลมโตหันมาสบและยิ้มให้อย่างน่ารัก “พะ… พี่เยี่ยน”
แม้ว่าเซียวหยวนหลางจะกังวลมาโดยตลอดว่าหากน้องสาวโตขึ้นจะถูกผู้ชายหลอก แต่นี่เด็กเพิ่งอายุหนึ่งขวบ เขาจึงไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเื่นี้มากนัก
การหาเพื่อนเล่นด้วยในวัยนี้เป็เื่ดี เมื่อเขาพบเจอเด็กชายเมื่อวานเขาถึงได้รู้ว่า เจี่ยงอี๋โม่มีทัศนคติไม่ธรรมดาต่อเด็กคนนี้
หลินซื่อก้าวไปข้างหน้า “หยวนหลาง เชิญคุณชายเจี่ยงและคุณชายน้อยคนนี้มาเที่ยวที่บ้านของเราดีหรือไม่”
สิ่งที่หลินซื่อ้าในเวลานี้คือให้เด็ก ๆ ได้มีเพื่อน
เซียวหยวนหลางหันไปมองเจี่ยงอี๋โม่ เจี่ยงอี๋โม่ก็ก้มลงไปมองเด็กที่อยู่ด้านข้าง
ดูเหมือนว่าเด็กชายจะไม่ได้คิดมากและพยักหน้า
พวกเขาจึงกลับบ้านพร้อมกับคนที่เพิ่มมาอีกสองคน
แม้ว่าเซียวหยวนหลางจะอุ้มหน่วนเป่าไว้ แต่นางก็ไปคว้าจับเสื้อของฉีสือเยี่ยน “มากับหน่วนเป่า อย่านั่งรถคันนั้น”
ฉีสือเยี่ยนส่ายหัว เขาไม่้าให้เ้าก้อนแป้งติดความซวยของเขาไปด้วย
ใครจะรู้ว่าหน่วนเป่าเป็คนดื้อรั้นมาก สิ่งสำคัญคือเขาไม่สามารถหลุดพ้นจากอุ้งมือเล็ก ๆ ของนางได้
“รถของเ้า พังแย้ว” เ้าก้อนแป้งยิงฟันขาวและยิ้มอย่างน่ารัก แต่คำพูดนี้ฟังดูแปลกมากราวกับกำลังสาปแช่ง
หลินซื่อกำลังจะพูดขอโทษ ทว่าทันใดนั้นรถม้าของฉีสือเยี่ยนก็ค่อย ๆ พังครืนต่อหน้าต่อตา
ทุกคนมองตามล้อที่หลุดกระเด็นกลิ้งไปไกล
“พี่เยี่ยน ไม่เป็ไรใช่หรือไม่” เจี่ยงอี๋โม่เปลี่ยนท่าทีทันใด เขามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่เฉียบคม
ถ้าไม่ใช่หน่วนเป่าห้ามไว้ ทันทีที่ฉีสือเยี่ยนขึ้นไป ก็คงจะ...
เกือบไปแล้วเชียว!
ทหารองครักษ์เข้ามากระซิบข้างหูเจี่ยงอี๋โม่ “ท่านแม่ทัพ แถวนี้ไม่มีบุคคลที่น่าสงสัยเลยขอรับ ฮวาจื่อเพิ่งไปตรวจสอบ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เกิดจากคนภายนอกขอรับ”
แน่นอนว่าเจี่ยงอี๋โม่ไม่เชื่อ เขายังรู้สึกว่าเป็ข้ออ้างของทหารพวกนั้น
เ้าก้อนแป้งเอียงหัวอย่างสงสัย นางยิ้มอย่างน่ารัก “โชคไม่ดีเลยพังแย้ว”
เซียวหยวนหลางอยากปิดปากน้องสาวเหลือเกิน…
แต่ตอนนี้มันก็จริงอย่างที่หน่วนเป่าบอก พวกเขาต้องนั่งรถม้าคันเดียวกัน
เซียวหย่งฝูขึ้นไปกุมบังเหียน เขารู้สึกประหม่าอย่างน่าประหลาด หากรถคันนี้พังไปด้วยล่ะ
แต่ความกังวลเหล่านี้ไม่จำเป็เลย การเดินทางเป็ไปอย่างราบรื่น
ราบรื่นจนทั้งเจี่ยงอี๋โม่และฉีสือเยี่ยนล้วนสงสัยเล็กน้อย ว่าพวกเขากำลังฝันกันอยู่หรือไม่
เ้าก้อนแป้งแอบหัวเราะคิกคัก หากว่านางไม่จับมือเด็กชายผู้โชคร้ายคนนี้ไว้ เกรงว่าคงรถชนเข้าให้แล้วและเด็กชายผู้โชคร้ายคงจะทะลุออกหน้าต่างไปแล้ว
อาจเป็เพราะการเดินทางราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อรถม้ามาถึงประตูบ้านสกุลเซียว เด็กชายก็ผละตัวออกจากมือของเ้าก้อนแป้ง และตัดสินใจที่จะลงจากรถม้าด้วยตัวเอง
แต่หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงดัง ‘ครืดดด’ ฉีสือเยี่ยนก็ก้าวพลาดไถลลงจากรถม้าไป
เจี่ยงอี๋โม่ที่เดินตามลงมา ลอบหัวเราะ ค่อยวางใจหน่อย แบบนี้สิถึงจะถูก