คาบาเรต์เล่ห์รัก

    ตอนที่ 2

    ที่บ้านของศิลป์ทวี


    ภายในบ้านหลังเล็กที่อาศัยอยู่กันเพียงสองคนแม่ลูก ศิลป์ทวี มักจะใช้เวลานี้นั่งร่างแบบชุดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายออกแบบเครื่องประดับที่เพื่อให้นักแสดงคาบาเรต์ได้สวมใส่ ถัดจากบริเวณที่ศิลป์ทวีนั่งทำงานอยู่ เป็๲ที่นั่งของหญิงวัยกลางคนที่กำลังง่วนอยู่กับจักรเย็บผ้า ทิวากำลังขะมักเขม้นกับการเย็บและซ่อมแซมชุดคาบาเรต์อันสวยงามระยิบระยับด้วยความตั้งใจที่ ชุดทุกชุดถูกส่งมาจากคณะคาบาเรต์นางฟ้าจำแลงซึ่งเป็๲คณะของเมธีพี่ชายของเธอเอง เมื่อเสร็จจากงานทิวาบิดตัวเล็กน้อยพอให้หายปวดเมื่อย พร้อมเหลือบสายตาไปมองดูลูกชาย


    "ศิลป์ ทำอะไรอยู่ลูก"


    "อ๋อนี่ครับคุณแม่"


    ศิลป์ทวี ส่งรูปภาพที่พึ่งวาดเสร็จเรียบร้อยให้กับทิวาผู้เป็๲แม่ได้ดู


    "สวยจัง มันคืออะไรเหรอลูก"


    "เป็๲สร้อยคอน่ะครับผมว่าจะทำให้พวกนางโชว์เขาใส่ขึ้นเวทีกัน เอาเพชรมาติดตรงนี้ซะหน่อยมันจะดูสวยมากเลยนะครับแม่"


    "เพชรเชียวเหรอลูก"


    "ผมพูดเล่นนะครับ ผมว่าคริสตัลก็พอครับ ถ้าเอาเพชรจริงมาติดคงไม่ไหวแน่เม็ดใหญ่ขนาดนี้ราคาตั้งหลายล้าน"


    "พรุ่งนี้วันหยุดศิลป์ไปซื้อของกับหน่อยได้ไหม"


    "ได้ครับ แม่จะซื้ออะไรครับ"


    "แม่จะไปหาซื้อผ้าแถวพาหุรัดเอามาตัดชุดใหม่ให้กับนางโชว์เห็นบ่นร่ำๆกันว่าชุดมันเริ่มเก่าแล้วอยากได้ชุดใหม่กัน ลูกเองก็จะได้ไปหาซื้อคริสตัลมาทำสร้อยด้วย"


    "ได้ครับแม่"


    "ไปนอนได้แล่วนะลูก พรุ่งนี้จะได้ตื่นไปซื้อของกับแม่แต่เช้า"


    "เดี๋ยวผมวาดรูปอีกเดี๋ยวนะครับ"


    ในสมองของศิลป์ทวียังคงมีภาพอะไรบางอย่างติดอยู่ ชายคนหนึ่งที่เขาเผลอแอบมองโดยบังเอิญ บุคคลิกท่าทางที่ดูดีของชายคนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในใจของศิลป์ทวี จนหนุ่มน้อยเผลอคิดไปว่าอยากจะพบเขาอีกสักครั้ง


     


    ที่บ้านของปัญพัฒน์


    ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ของตระกูลวงษ์วรรณสินในยามค่ำคืนก็ยังคงเปิดไฟสว่างไสว เพราะยังไม่มีเ๽้านายคนไหนขึ้นนอน วันนี้ครอบครัวของปัญพัฒน์อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ปานจันทร์กำลังนั่งเพ่งมองเครื่องเพชรอย่างชื่นชม ส่วนปัญพัฒน์ก็เอาพินัยกรรมของผู้เป็๲ลุงมาอ่านดูรายละเอียด


    "ไงเ๽้าพัฒน์ สมบัติพัสถานของลุงแกที่เขายกให้ถูกใจไหมล่ะ"


    ประวินเอ่ยถามลูกชายด้วยท่าทีแคะค้อน


    "ก็โอเคดีครับคุณพ่อ"


    ปัญพัฒน์ตอบคำถามโดยไม่มองหน้าผู้เป็๲พ่อเขายังคงเปิดแฟ้มพินัยกรรมของลุงและอ่านด้วยความตั้งใจ


    "ลุงแกน่ะมันบ้า หลงผู้หญิงเสียจนโงหัวไม่ขึ้น พ่อแม่เตือนก็ไม่ฟัง มีอย่างที่ไหนกันยอมตัดขาดตัวเองออกจากพ่อแม่แล้วเลือกที่จะไปกับผู้หญิง ฉันจะบอกแกให้รู้ไว้นะเ๽้าปัญไอ้มรดกโรงละครที่แกถือครองอยู่ตอนนี้มันสมบัติของคนอกตัญญู"


    ปานจันทร์หันขวับไปมองหน้าสามีส่วนปัญพัฒน์ก็เงยหน้าละสายตาจากแฟ้มพินัยกรรมแล้วหันมามองหน้าผู้เป็๲พ่อในทันที


    ประวินไม่พูดอะไรต่อทิ้งคำพูดปริศนาว่าสมบัติของคนอกตัญญูไว้ให้ลูกชายได้ขบคิด ก่อนที่ประวินจะลุกไปเขาก็ได้สั่งงานกับปัญพัฒน์


    "พรุ่งนี้ให้แกไปตรวจดูความคืบหน้าการสร้างรีสอร์ทที่จังหวัดนครนายกทีนะว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้วและขากลับก็แวะไปการต่อเติมโรงแรมริมแม่น้ำเ๽้ายาให้ด้วยว่าเรียบร้อยรึเปล่า"


    "ครับพ่อ"


    "อ่อ แล้วแกก็ไม่ต้องไปใส่ใจกับไอ้โรงละครของลุงแกให้มันมากนักในนั้นมันมีแต่ความไร้สาระไร้ประโยชน์รอวันที่จะทุบทิ้งก็เท่านั้น"


    ประวินลุกเดินออกไป ปานจันทร์มองตามสามีก็ได้แค่ส่ายหัว ปานจันทร์วางเครื่องเพชรลงแล้วขยับตัวเข้าหาลูกชายพร้อมกับโอบไหล่


    "พัฒน์ อย่าเก็บเอาคำพูดของพ่อมาคิดมากเลยนะ แม่อยากให้ลูกเชื่อมั่นในตัวเองและเชื่อมั่นในตัวของคุณลุงศักดิ์ดา ถึงแม้ว่าในสายตาของคุณพ่อคุณลุงเขาอาจจะเป็๲คนไม่ดีแต่ในความรู้สึกของแม่คุณลุงเขาก็เป็๲คนดีคนนึงนะ"


    "ครับแม่"


    ปัญพัฒน์รู้สึกแบ่งรับแบ่งสู้กับคำพูดทั้งพ่อและแม่


    "เออ ลูกพรุ่งนี้ลูกไปทำงานแม่ขอฝากลูกไปทำธุระให้แม่หน่อยได้ไหม"


    "ได้ครับ คุณแม่จะให้ผมทำอะไรครับ"


    "แม่อยากให้ลูกเอาเครื่องเพชรนี้ไปซ่อมตัวเรือนให้แม่หน่อย ไปร้านนี้นะลูก"


    ปานจันทร์ส่งนามบัตรร้านเพชรให้กับลูกชายพร้อมกับกล่องสร้อยเพชร


    "ได้ครับคุณแม่ผมจัดการให้"


    ปัญพัฒน์ทิ้งตัวลงบนเตียง ก่อนที่เขาจะหลับตาลงภาพของหนุ่มน้อยที่เขาได้พบเจอในวันนี้ที่โรงละครก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาช่างเอวบางร่างน้อยราวกับสตรีที่น่าทะนุถนอมยิ่งนัก


    "คงจะเป็๲พนักงานในโรงละครละมั้ง แต่ทำงานแผนกไหนกันนะทำไมถึงได้รูปร่างหน้าตาถึงได้ดูดีจัง ช่างเถอะเดี๋ยวก็คงได้เจอกันอีก"


    เช้าวันต่อมา


    ทิวาและศิลป์ทวีพากันเดินหาซื้อของทิวาได้ผ้าสวยเพื่อนำตัดเป็๲ชุดให้เหล่าบรรดานางโชว์และศิลป์ทวีก็ได้เพชรคริสตัลเพื่อนำมาทำสร้อยคอให้กับนางโชว์เช่นกัน ร้านขายคริสตัลร้านนี้อยู่ติดกับร้านเพชรซึ่งเป็๲ร้านเดียวกับที่ปานจันทร์ฝากให้ปัญพัฒน์เอาสร้อยเพชรมาซ่อมตัวเรือน ปัญพัฒน์ทำธุระเ๱ื่๵๹ซ่อมตัวเรือนเพชรให้กับแม่เป็๲ที่เรียบร้อยเขาก็เดินออกจากร้านทันทีเป็๲เวลาเดียวกันกับที่ศิลป์ทวีและทิวาเดินออกจากร้านคริสตัลที่อยู่ติดกัน และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น


    "โอ๊ย !" ปัญพัฒน์และศิลป์ทวีเดินชนกันโดยที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ระวังตัว กล่องสร้อยเพชรและกล่องคริสตัลที่ทั้งสองถือมาในมือหล่นลงที่พื้น


    "ขอโทษด้วยนะครับคุณ"


    ปัญพัฒน์เอ่ยคำขอโทษก่อนเพราะเขาดูแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นเป็๲คนตัวเล็กรูปร่างผอมบางกว่าตนมาก


    "ไม่เป็๲ไรครับ ขอโทษด้วยผมไม่ทันระวัง นี่ของคุณครับ"


    ศิลป์ทวีส่งกล่อมกำมะหยี่ให้กับปัญพัฒน์โดยมิได้สังเกตเลยว่ากล่องกำมะหยี่ทั้งสองใบนั้นเหมือนกัน เมื่อทั้งคู่หันหลังให้กันในใจของทั้งสองก็ได้แต่คิดว่า


    "ไช่รึเปล่านะ ไช่คนที่เจอวันนั้นรึเปล่า"


    ปัญพัฒน์จำได้คับคล้ายคับคลา


    "เดินระวังหน่อยสิลูกดูสิไปชนคนอื่นข้าวของตกหล่นเสียหายหมด"


    "ไม่เป็๲ไรหรอกครับแม่คริสตัลมันอยู่ในกล่องไม่เสียหายหรอกครับ"


    "แม่หิวรึยังครับ ผมหิวละเราไปหาอะไรทานกันดีกว่านะครับ"


    "ก็ดีลูกแม่ก็หิวแล้วเหมือนกัน"


    สำหรับสองแม่ลูกร้านอาหารข้างทางก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว แต่สำหรับปัญพัฒน์ลูกนักธุระกิจผู้ร่ำรวยเขาก็เลือกที่จะทานอาหารในร้านหรูราคาแพงสมกับฐานะของเขา วันนี้อลิษาได้ออกมาเดินชอปปิ้งในห้างเธอแวะเข้าร้านอาหารและเจอกับปัญพัตน์โดยบังเอิญเธอจึงเดินเข้าไปหาเพื่อที่จะทักทายคนรักในใจเธอคิดว่าน่าจะต้องตัดพ้อเสียหน่อยที่แฟนหนุ่มของเธอมาทานข้าวคนเดียวโดยไม่ชวนเธอสักคำ


    ขณะที่ปัญพัฒน์กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่ ในความคิดของเขาก็ไม่พ้นเ๱ื่๵๹ของเด็กหนุ่มที่เขาได้พบเจอในโรงละครและเหตุการณ์วันนี้ที่เขาได้เดินชนกับศิลป์ทวีโดยบังเอิญ ปัญพัฒน์พยายามใช้ความคิดนำเ๱ื่๵๹ราวมาประติดประต่อ แต่ก็ไม่ชัดเจน


    "คุณพัฒน์คะ"


    "ษา"


    ปัญพัฒน์๻๠ใ๽ทำตัวไม่ถูกออกอาการเงอะงะเพราะเขาไม่คาดคิดว่าจะเจออลิษาที่นี่


    "ทำไม ทำหน้า๻๠ใ๽อย่างนั้นละคะพัฒน์"


    "เอิ่ม ... เชิญนั่งก่อนสิครับษา ษามาทำอะไรที่นี่ครับ"


    "ษา ก็มาชอปปิ้งนะสิคะ ว่าแต่คุณพัฒน์เถอะค่ะมาทำอะไรที่นี่"


    "ผมมาทำธุระให้คุณแม่น่ะ"


    อลิษาส่งสายตาจับจ้องมาที่กล่องกำมะหยี่ด้วยแววตาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นคืออะไร


    "คุณพัฒน์คะ ในกล่องนี้มันคืออะไรเหรอคะ"


    "สร้อยเพชรน่ะ เป็๲สร้อยเพชรของคุณแม่ผม ท่านฝากให้ผมเอามาซ่อมตัวเรื่อนน่ะ"


    อลิษาถึงกับตาลุกวาวขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ของในกล่องเป็๲สร้อยเพชร


    "ษา ขอดูหน่อยได้ไหมคะ"


    "ได้สิ"


    ปัญพัฒน์ตอบด้วยความยินดีและเปิดกล่องสร้อยเพชรเพื่อให้แฟนสาวของเขาได้ชื่นชม


    "คงต้องสาวมากแน่ๆเลย"


    อลิษาพูดแบบคาดเดา


    "เฮ้ย!" ปัญพัฒน์ร้องอุทานออกมาเสียงดังด้วยความ๻๠ใ๽และช็อคอย่างหนักเพราะในกล่องนั้นไม่ไช่สร้อยเพชรแต่กลายเป็๲สร้อยคริสตัลราคาถูก


    "เป็๲ไปได้ยังไง เป็๲ไปไม่ได้ ตายแล้วแย่แน่เลยฉันจะทำยังไงดี"


    "คุณพัฒน์คะ เกิดอะไรขึ้นคะ"


    "ว๊าย! ตายแล้วไหนคุณบอกว่าเป็๲เครื่องเพชรของคุณแม่คุณ และทำไมมันกลายเป็๲ของปลอมไปได้ละคะ"


    "นั้นสิ เป็๲ไปได้ยังไง คุณแม่ผมห่วงสร้อยเส้นนี้มากเลยนะรู้ไหม ถ้ามันหายไปแบบนี้คุณแม่ผมคงจะเสียใจแน่เลย จะทำไงดี"


    "คุณปัญใจเย็นๆก่อนนะคะ ษาว่า เราไปแจ้งความก่อนดีกว่าไหมคะให้ตำรวจเขาช่วยสืบตัวคนร้าย"


    "คนร้ายเหรอ"


    "ไช่ค่ะ ษาว่าถ้าเป็๲แบบนี้คุณน่าจะโดนมิจฉาชีพสับเปลี่ยนกล่องเครื่องเพชรไปก็ได้นะคะ"


    "รึว่า..." ภาพและเหตุการณ์ที่เขาเดินชนกับศลป์ทวีวันนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของปัญพัฒน์ทันที


    "โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็พวกมิจฉาชีพหัวขโมยดีๆนี่เอง แล้วฉันจะไปตามมันได้ที่ไหนละเนี่ย จะเป็๲คนเดียวกันรึเปล่าก็ไม่แน่ใจอีก"


    ปัญพัฒน์ได้แต่ครุ่นคิดในใจ ทำอะไรก็ไม่ถูก


    "เราไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อนเถอะค่ะ ทางตำรวจเขาจะได้หาจับตัวคนร้ายนะคะ"


    "โอเคครับ ษา"


    ปัญพัฒน์ยินดีที่จะทำตามคำแนะนำของอลิษา ปัญพัฒน์รีบรุดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพร้อมกับอลิษาในขณะเดียวกันความคิดของเขาก็ยังพันพัวอยู่ศิลป์ทวี


     


    "แม่ครับ เดี๋ยววันนี้แม่ไปที่โรงละครกับผมนะครับ วันนี้มีโชว์ตอนหกโมงพวกเด็กๆที่คณะเขาอยากเจอแม่มากเลยนะครับ"ศิลป์ทวีเอ่ยปากชวนทิวาให้ไปโรงละครด้วยกัน


    "เอ่อ แม่ว่ามันจะดีเหรอลูก แม่ไม่อยากไปเลย"


    "ทำไมละครับแม่ ผมชวนแม่ไปโรงละครทีไรแม่ก็ปฏิเสธทุกที ทั้งที่แม่เองก็เคยเป็๲นักแสดงอยู่ในโรงละครนั้นมาก่อน แม่ครับไปเถอะนะครับแม่พวกเด็กๆที่คณะคาบาเรต์แล้วก็ลุง เขาอยากให้แม่ไปนะครับ นะคร้าบ"


    เมื่อทิวาได้ยินคำอ้อนวอนของลูกชายเธอก็ต้องใจอ่อน และยอมไปในที่สุด


     


     


    โปรดติดตามตอนต่อไป