เฟยหรงและเสี่ยวเซียนเดินชมดอกไม้และเล่นกับเสี่ยวไป่และเสี่ยวซีอยู่พักใหญ่พวกเขาก็พากันเดินกลับมายังพื้นที่แห่งความทรงจำของพวกเขานั่นคือริมสระน้ำเล็กๆทั้งสองนั่งมองวิวทิวทิศน์นี้ด้วยความคิดถึง
"จำได้หรือไม่ตอนเด็กข้าเคยถีบเ้าจมน้ำในสระน้ำแห่งนี้"เสี่ยวเซียนกล่าวออกมา เฟยหรงที่ได้ยินก็พลันยิ้มเจื่อนในทันทีก่อนจะกล่าวตอบ "เ้าช่วยอย่ารื้อฟื้นความหลังได้หรือเช่นนี้ได้หรือไม่ พอคิดไปถึงตอนนั้นข้ายิ่งขายหน้า"
เสี่ยวเซียนพลันยกยิ้มอย่างน่ารักก่อนที่ตัวนางจะเอนกายมาซบเฟยหรงอย่างแ่เบาก่อนจะกล่าวออกมาอีกว่า "ในวันนั้นข้าคิดว่าเ้าจะว่ายน้ำเป็จึงทำเช่นนั้นลงไป พอเ้าจมน้ำข้ากระวนกระวายเป็อย่างมากได้แต่ะโให้คนมาช่วยเ้า โชคยังดีที่ปู่ของเ้าผ่านมาพอดีไม่เช่นนั้นข้าคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต นับจากนั้นเป็ต้นมาข้าก็ไม่กล้าสู้หน้าเ้าอีกแล้วฝึกฝนวิชาอยู่กับท่านพ่อเงียบๆหวังว่าสักวันจะมีความกล้าพูดออกไป เฟยหรงข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจ"
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เฟยหรงยกยิ้มก่อนที่จะใช้มือลูบหัวอย่างแ่เบา เขาคิดไม่ถึงเลยว่านางจะมีจิตใจอ่อนโยนถึงเพียงนี้ เพราะเมื่อก่อนเห็นนางเป็คนสดใสร่าเริงไม่มีท่าทีอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย
"เสี่ยวเซียน ข้าไม่ได้โกรธอะไรเ้าใน่เวลานั้นนอกจากเฟยหลินกับเฟยเหลี่ยงแล้วก็มีเ้าที่ยอมมาเล่นกับข้าและไม่รังเกียจข้าที่ข้าเป็คนไร้ประโยชน์ การที่ได้มีเ้าเข้ามามันทำให้ข้าสนุกและสุขใจมากดังนั้นนับจากนี้เ้าอย่าคิดมากอีกเลยนะ"เฟยหรงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเจือความเป็ห่วง วันนี้เื่ขุ่นข้องหมองใจระหว่างเขากับเสี่ยวเซียนนับว่าเป็อันจบลงด้วยดีแล้วอย่างแน่นอน
"เฟยหรงเ้าหาใช่คนไร้ประโยชน์ไม่ เ้าทั้งอ่อนโยนและใส่ใจผู้อื่น เ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเ้ามันทำให้ข้าตกหลุมรัก"นางกล่าวออกมาอย่างเต็มปากโดยไม่อาย เฟยหรงหลังจากได้ยินคำว่าตกหลุมรักจากปากนางก็พลันตกตะลึงในใจดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้างราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"แม่นางน้อยเ้าจะบอกว่าตกหลุมรักข้าั้แ่อายุสิบสองขวบหรือแก่แดดไม่เบานะเนี้ย"เฟยหรงกล่าวหยอกล้อพร้อมกับเอามือลูบผมสีเกาลัดของนางอย่างแ่เบา
"ขะ ข้าไม่ได้แก่แดดเสียหน่อยรักก็บอกว่ารัก เ้าก็รู้ว่าข้าเป็คนตรงๆ แล้วอีกอย่างข้ากลัว กลัวมากๆ กลัวว่าหากวันไหนข้าหรือเ้าต้องจากกันแล้วข้าไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกนี้ออกไปข้ากลัวว่าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"เฟยหรงเมื่อได้ยินก็ยกยิ้ม เขาเอามือทั้งสองข้างสวมกอดนางเอาไว้ก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนโยน "เ้าเป็คู่หมั้นของข้าและจะเป็ฮูหยินที่หนึ่งของข้า ต่อให้์ก็มิอาจที่จะพรากเ้าไปจากข้าได้"
น้ำเสียงของเฟยหรงทั้งอ่อนโยนและหนักแน่นในเวลานี้เดียวกันทำให้นี้เสี่ยวเซียนพลันรู้สึกว่าตัวเองได้รับการปลอบประโลมหัวใจอย่างอ่อนโยนทำให้นางรู้สึกทั้งอบอุ่นและปลอดภัย ใช่ นี่คือสิ่งที่นางตามหาและเป็สิ่งที่นางเฝ้ารอ ในอดีตนับั้แ่เฟยหรงจมน้ำด้วยความรู้สึกผิดในใจนางจึงไม่อาจจะสู้หน้าเฟยหรงได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่านางจะไม่เฝ้าดูเขา ใน่เวลาว่างหลังจากการฝึกซ้อมเสี่ยวเซียนมักจะใช้เวลาในการเฝ้ามองเฟยหรงอยู่เงียบๆ
ชายที่ไม่มีพร์อะไรเลย มีเพียงคนอ่อนโยนและความใส่ใจต่อผู้อื่น ส่วนเื่หน้าตาแม้จะหล่อเหลาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้งดงามปานเทพบุตรเหมือนกับคนอื่นที่นางพบเจอ แต่ไม่รู้ทำไมนางกลับรู้สึกว่าเขาช่างน่าหลงไหลเหลือเกินและยิ่งมองดูเขานานเท่าไรมันก็ทำให้จิตใจของนางสั่นระรัว จนในที่สุดการเฝ้ามองในปีที่สามของนางๆก็รู้ได้ทันทีว่าได้ตกหลุมรักคนๆนี้ ใช่ นางได้ตกหลุมรักชายหนุ่มธรรรดาๆคนนี้อย่างแท้จริง
"หืม เ้าบอกว่าข้าคือฮูหยินหนึ่ง ดูเหมือนว่าเ้าจะวางแผนมีภรรยาหลายคนสินะ เ้าคนเ้าชู้!!"เมื่อได้สติขึ้นมาจากความคิดของตนเสี่ยวเซียนกล่าวถามด้วยความจริงจัง ทางด้านเฟยหรงได้แต่ยิ้มเจื่อนก่อนจะกล่าวออกไปว่า "ในอนาคตมันไม่แน่นอน เสี่ยวเซียนข้าไม่ใช่คนดีอะไรข้าไม่อาจจะรับประกันได้ว่าในอนาคตข้างหน้าข้าจะไม่โลเล"
"เ้าทึ่ม!ข้าไม่ได้ว่าอะไรเ้าเสียหน่อย ในอนาคตข้างหน้าขอเพียงเ้ารักข้านั่นมันก็เพียงพอแล้ว"นางกล่าวออกมาอย่างน่ารักพร้อมกอดเฟยหรงเอาไว้ราวกับไม่อยากจะแยกจากกัน แน่นอนกว่าที่นางจะกล้าถึงเพียงนี้ย่อมต้องเตรียมใจมาอย่างดีแล้วและเมื่อได้พูดทุกอย่างไปหมดแล้วนางก็เหมือนได้รับการปลดปล่อยและทำทุกอย่างที่นาง้า
เฟยหรงและเสี่ยวเซียนนั่งกอดกันอย่างรักไคร่ไป่ระยะเวลาหนึ่งก่อนที่เสี่วเซียนจะลุกขึ้นและขอตัวกลับบ้านไป ส่วนทางได้เฟยหรงเขาเองก็ได้เดินไปกลับมายังห้องของตนเองเช่นกันและในเวลานี้เฟยหลินและเฟยเหลี่ยงที่ทำความเข้าใจวิชาของเขาอยู่หน้าห้องก็ได้ฟื้นคืนสตืกลับมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ขอบคุณนายน้อยที่เมตตาข้าพวกเราพี่น้องนับจากนี้ต่อให้บุกน้ำลุยฟ้าหากมันเป็ความ้าของนายน้อยข้าก็จะทำอย่างไม่ขัดข้อง"ทั้งสองกล่าวออกมาเช่นนั้น ทักษะที่เฟยหรงให้พวกเขามาเรียกได้ว่าเข้ากับพวกเขามากเลยทีเดียวแถมยังััได้ถึงความเร็วในการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หากเป็แบบนี้ต่อไปพวกเขาจะก้าวเข้าสู่อัจฉริยะของเมืองได้ในเวลาไม่นาน
"ยอดเยี่ยม ถือว่ามันเป็ของขวัญที่พวกเ้าดูแลข้ามาั้แ่เด็กก็แล้วกัน"เฟยหรงแย้มยิ้มเขาใช้เวลาในการชี้แนะพวกเฟยหลินและเฟยเหลี่ยงอยู่พักใหญ่และเดินเข้าไปยังด้านในห้อง
"ข้าสมควรจะต้องเตรียมการในงานประมูลอีกสองวันข้างหน้าเสียหน่อย"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนจะหลับตาทบทวนทักษะัที่เขาได้มาจากหอคอยแก้วในทันที และใน่ที่เขาได้ทำการฝึกฝนนั้น เื่ราวของทักษะระดับปฐีที่จะถูกประมูลในอีกสามวันข้างหน้าก็ได้เป็ที่พูดถึงของผู้คนมากหน้าหลายตาทำให้เกิดเสียงฮืฮฮากันยกใหญ่ เหล่าผู้มีอำนาจ ตระกูลใหญ่ หรือแม้กระทั้งเ้าเมืองเองก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน พวกเขารีบเตรียมผลึกลมปราณเอาไว้จำนวนมากเพื่อที่จะใช้ในการประมูลทักษะนี้ แต่ในทางกลับกันตระกูลเฟยกลับไม่ได้จัดเตรียมอะไรมากมายเป็พิเศษ พวกเขาเพียงสนใจเข้าร่วมการประมูลเท่านั้นแต่ไม่ได้สนใจทักษะระดับปฐีเลยแม้แต่น้อย
นั่นเพราะเฟยหรงได้จัดการปรับแต่งทักษะจากระดับม่วงขึ้นไปอยู่ระดับปฐีให้กับตระกูลเฟยแล้วนั่นเองและเมื่อพวกเขาได้รับรู้เื่นี้ในตระกูลก็ไม่มีใครกังขาในความสามารถของนายน้อยคนนี้อีกต่อไปเนื่อง แม้จะไม่ได้โดดเด่นเื่พลังยุทธแต่เฟยหรงกลับมีพร์ในเื่การปรับแต่งวิชาซึ่งนับว่ามหัศจรรย์มากเลยทีเดียว ทุกคนในตระกูลเวลานี้ต่างยอมรับในตัวของเขาอย่างสุดซึ้งแม้จะเป็อัจฉริยะที่หยิ่งผยองก็ตาม
นับจากวันนั้นเป็ต้นมาสามวันผ่านไปรวดเร็ว ใน่สามวันนี้เฟยหรงได้ฝึกฝนให้ตนเองไปรวมถึงให้คำชี้แนะเฟยหลินและเฟยเหลียงจนในที่สุดพวกเขาก็มีความเข้าใจในพลังของตนเองมากขึ้นและสามารถใช้ออกด้วยลมปราณธาตุเพลิงอัสนีและวายุอัสนีได้แล้วแม้จะยังไม่ชำนาญแต่ก็ถือว่าเป็พัฒนาการที่ดีขึ้นราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับในอดีต
"พวกเ้าฝึกกันไปวันนี้ข้าจะออกไปด้านนอกเสียหน่อยไม่ต้องตามมา"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้นก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับผ้าคลุมดำของเขาเป้าหมายนั้นเป็ที่แน่นอนว่าต้องเป็โรงประมูลใจกลางเมือง